Wiki NEWS

วิเคราะห์กันหลังฝุ่นตลบ เมื่อจบงานเปิดตัว Nintendo Switch

เปิดตัวกันไปอย่างอลังการนะครับ สำหรับเครื่องเกมรุ่นล่าสุดของนินเทนโดอย่าง Nintendo Switch ที่น่าจะเรียกเสียงฮือฮาจากแฟนๆ ได้มากพอสมควร



ในงานแถลงข่าวเปิดตัวนี้ นินเทนโด จัดใหญ่ จัดหนัก สวยงามน่าตื่นเต้น เรียกว่าเป็นโชว์ครบเครื่องและดูสนุก และยังไม่ลืมที่จะอัดข้อมูลรายละเอียดสำคัญ ที่เกมเมอร์ผู้หมายตาเจ้าเครื่องคอนโซลลูกผสมเครื่องพกพาตัวนี้ ควรจะจำมันไว้ให้ดีเลยทีเดียว ตั้งแต่วันวางจำหน่าย 3 มีนาคม ราคาเปิดตัวที่ 300 USD หรือเรื่องใหญ่ที่น่ายินดีอย่างเช่น ยกเลิกการล๊อคโซนเกมจากตัวเครื่องแล้ว



เอาจริงๆ เริ่มต้นแค่เอาตัวเครื่องมาตั้งตรงหน้า เจ้าเครื่องเกมใหม่ของนินเทนโดก็ดูน่าสนุกและดึงเอาความเป็นเด็กห้าขวบในตัวผมออกมาแล้วครับ มันไม่ใช่กล่องสี่เหลี่ยมธรรมดาแบบที่เราคุ้นเคยกัน แต่มีลูกเล่นทางกายภาพที่หลากหลายตั้งแต่แรกเห็น ทั้งถอดจอนคอนแยกจากหน้าจอ แจกให้กับเพื่อนข้างนึงเอาไว้เล่นเกมแข่งกัน ใช้เล่นเกมโมชั่นทั้งหลาย ฉีกขาตั้งมันออกมาตั้งเล่นกับโต๊ะ แล้วเสียบกลับไปยังแท่นชาร์จต่อกับทีวีเพื่อเสพภาพ 1080p 60fps บนจอใหญ่ๆ(แล้วแต่เกม) เฉพาะลูกเล่นของตัวฮาร์ทแวร์ก็นับว่าแพรวพราวมากแล้ว



เท่านั้นยังไม่พอ นินเทนโดยังอัฟเกรดฟังชั่นเด่นๆ จากสมัย Wii และ Wii U ยัดใส่ตัว "จอยคอน" ใส่เข้าไปอีก ทั้งหน้าจอทัชสกรีนขนาด 6.2 นิ้ว โมชั่นเซ็นเซอร์ ไจโรเซ็นเซอร์ ระบบตรวจจับระยะห่างและรูปทรงของวัตถุ และระบบสั่น HD Rumble ให้ผู้เล่นสัมผัสกับความระทึกที่ลุ่มลึกด้วยรายละเอียดที่มากกกว่าเดิม และจุดสำคัญที่หลายคนอาจจะลืมไปก็คือ หากปู่นินคิดจะมาจับตลาด VR อย่างค่ายอื่นๆ คอนโทรลเลอร์ของพวกเขาน่าจะใช้งานร่วมกันกับเทคโนโลยีดังกล่าวได้เลยทันที ไม่ต้องซื้ออย่างอื่นเพิ่ม


เมื่อนำมาเจอกับเกมที่เน้นไอเดียบรรเจิดและความคิดสร้างสรรค์ตามสไตล์ของนินเทนโด อย่างที่เราได้เห็นในตัวอย่างของเกม 1 2 Switch! และ Arms ก็ทำให้มันมีเสน่ห์ โดดเด่นไม่เหมือนค่ายอื่นๆ ในท้องตลาดอยู่พอควรเลยทีเดียว

แต่แม้ในคราวนี้นินเทนโดจะ "ฟอร์มดี" ตัวเครื่องดูดี และเกมก็ดูน่าเล่น แต่ก็ยังมีคำถามน่าสงสัย ค้างคาใจเหล่าเกมเมอร์ในบางจุด ที่ยังต้องรอคำตอบและการยืนยันจากปู่นินกันอีกที ว่าทิศทางของเครื่อง Switch นี้ จะดูดีมีอนาคตได้ขนาดไหน ซึ่งผมขอเรียบเรียงไว้ดังนี้ครับ




Launch Line Up Title - เกมที่ออกพร้อมเครื่อง

ไม่น่าจะมีใครสงสัยถึงคุณภาพของเกม first party ของค่ายนินเทนโด พวกเขาสั่งสมทั้งฝีมือ ประสบการณ์และบารมีมานานและมากพอที่เราจะมั่นใจได้ว่าเกมของพวกเขานั้นชั้นหนึ่ง แต่จากเกมที่นำมาแสดงในงานแถลงข่าว มีเพียง 1 2 Switch! และ Zelda: Breath of the Wild เท่านั้น ที่ประกาศว่าจะวางขายพร้อมเครื่อง(แถมหนึ่งในนั้นเล่นบน Wii U ได้ด้วย) เกมอย่าง Arms, Mario Kart 8 Deluxe, Splatoon 2, Super Mario Odyssey เป็นเกมที่ต้องรอฟังข่าวกันต่ออีกว่าจะขายเมื่อไร? จะเลื่อนหรือไม่? แถมเรายังไม่ได้เห็นเกมอย่าง Donkey Kong, Kirby, Pokemon, Metroid เลย จริงอยู่ว่าสุดท้าย เกมเหล่านี้คงทยอยตบเท้ามาลง Switch กันหมด แต่ถ้าได้เห็นหน้ากันบ้างก็น่าจะทำให้อุ่นใจมากขึ้น



3rd Party support - เกมค่ายอื่นล่ะ?

เกมอื่นๆ จำนวนมากที่ประกาศว่าจะลงให้ กลับกลายเป็นเกมเก่า เกม port อย่าง The Elder Scroll V: Skyrim นี่อายุเกิน 5 ปีเข้าไปแล้ว หรือเกมค่าย Ubisoft ทั้งหลายก็หาเล่นจากไหนก็ได้ ซึ่งต้องยอมรับกันตรงๆ ว่าเราซื้อเครื่องใหม่ ก็ต้องอยากเล่นเกมใหม่กันมากกว่า และด้วยความที่ 2017 เป็นปีที่มีเกมฟอร์มยักษ์วางจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง หากปู่ไม่สามารถเข็นเกมระดับเทพของตัวเองออกมาได้ทันหรือมากพอ เกมเมอร์อาจจะต้องรอนานเกิดไปกว่าจะมีเกมใหม่ๆ ที่น่าสนใจออกมา ทำให้สุ่มเสี่ยงที่จะเกิดสถานะการณ์แบบ Wii U ได้ ซึ่งแรงสนับสนุนจากค่ายอื่น พอจะช่วยอุดช่องว่างที่ว่ามานี้ได้แต่มันก็สืบเนื่องกับปัญหาถัดไปก็คือ



Spec - กำลังเครื่อง

จนถึงตอนนี้ เรายังไม่มีข้อมูลชัดเจนเกี่ยวกับพละกำลังและประสิทธิภาพเต็มๆ ของ Switch แต่ที่สื่อหลายๆ เจ้าค่อนข้างจะฟันธงอย่างมั่นใจไปหมดแล้วก็คือ ความแรงคงไม่เทียบเท่ากับเครื่องคู่แข่งเจ้าอื่นในตลาด มันจึงอาจจะกลายเป็นจุดอ่อนใหญ่หลวงของค่ายนินอีกครั้ง เพราะกำลังเครื่องเป็นกำแพงสำคัญที่ทำให้เกมจากผู้พัฒนาค่ายอื่นไม่สามารถนำมาลงได้ ยังไม่รวมถึงหน่วยความจุภายในที่ว่ากันว่ามีเพียง 32GB เท่านั้น ซึ่งเกมยุคใหม่จำนวนมากใช้พื้นที่มากกว่านี้เป็นเท่าตัว จริงอยู่ว่าเราอาจซื้อ Micro SD ใส่เพิ่มความจุได้ แต่มันจะกระทบกับเกมเพลย์ เช่น load time รึเปล่า? ก็ยังคงเป็นคำถาม


Accessories Price - อุปกรณ์เสริมราคาจริงจัง

ใครที่ต้องการซื้อแท่นชาร์จเพิ่มอีกสักตัวต้องควักเงินเพิ่มอีก 90 USD Pro Controller ของ Switch ราคาถึง 70 USD ส่วน Joy Con ถ้าซื้อเป็นคู่ราคาถึง 80 USD นับว่ามากกว่าคอนโซลอื่นทุกเจ้า เราอาจจะโต้แย้งได้ว่า ฟังชั่นของ จอยคอน นั้นมีมากกว่าคอนโทรลเลอร์ทั่วๆ ไป แต่โดยรวมแล้วก็ต้องถือว่าราคาสูงจนรู้สึกว่าซื้อใหม่อีกเครื่องเลยน่าจะคุ้มกว่า



Online Service - บริการด้านออนไลน์

นินเทนโดถือว่าเข้าตลาดด้าน ออนไลน์เกมมิ่งช้ากว่าชาวบ้าน แถมพวกเขายังมีเทคโนโลยีที่ค่อนข้างล้าหลักกว่าเพื่อนด้วย มีข่าวลือมาว่า Nintendo Switch อาจไม่มีฟังชั่น voice chat หรือพูดคุยกันออนไลน์ระหว่างเล่นเกม แต่จะใช้เป็นการโหลด application ลงบนโทรศัทพ์แทน!

ดูเหมือนเวอร์และไม่น่าเป็นไปได้กับเครื่องที่วางจำหน่ายในปี 2017 แต่หากพิจารณาจากสิ่งของที่แถมมาให้ในกล่อง เราก็ไม่พบว่ามี หูฟัง ไมโครโฟน หรืออุปกรณ์สื่อสารชนิดใดๆ ให้มาเลย จึงเป็นไปได้ว่าข่าวนี้มีมูลอยู่เหมือนกัน

ระบบการเก็บค่าบริการก็ดูจะยังไม่พร้อม เพราะปู่นินเปิดเผยเองว่าจะให้ใช้ฟรีในช่วงแรก ก่อนจะมีการเก็บค่าบริการในภายหลังเหมือนกับผู้ให้บริการเจ้าอื่น แสดงว่าพวกเขาเองก็ยังทดสอบเจ้าระบบที่ว่านี้อยู่เหมือนกัน เรื่องที่น่าตกใจก็คือ เมื่อมีการเก็บค่าบริการก็เหมือนจะเป็นธรรมเนียมว่าจะต้องแจกเกมเป็นของแถมด้วย แต่ข่าวมีอยู่ว่าเกมที่จะนำมาแถมของนินเทนโดจะเป็นเกมจากสมัย FC เป็นส่วนใหญ่ และจะมีสิทธิเล่นได้ภายในเดือนนั้นเท่านั้น! ซึ่งเอาจริงๆ มันเก่ามากเลยนะครับ



หวังว่าการกลับมาในคราวนี้ของนินเทนโด พวกเขาจะจดจำจุดอ่อนของตัวเองในคราวก่อน ฟังเสียงของแฟนๆ ที่เป็นห่วง แล้วนำไปพัฒนาให้ปัญหาที่เราเป็นห่วงกันได้รับการแก้ไขก่อนเครื่องวางจำหน่ายหรือไม่ก็ในเร็ววันนี้นะครับ เพราะส่วนตัวผมเอาใจช่วยให้พวกเขากลับมาประสบความสำเร็จและยิ่งใหญ่สมศักดิ์ศรี อย่างที่พวกเขาสมควรจะเป็นจริงๆ เสียที

Post by [Coolerist]
TOP