Wiki NEWS

รายละเอียดเกม Tales of Arise
จากรอบสื่อก่อนงาน TGS 2019
และบทสัมภาษณ์


17 กันยายน 2562

เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2562 ที่ผ่านมา ทีมงานไทยเกมวิกิมีโอกาสได้เข้า media session ของเกม Tales of Arise ณ สำนักงานใหญ่ของ Bandai Namco ที่ประเทศญี่ปุ่นซึ่งจัดขึ้นก่อนงาน Tokyo Game Show 2019 จะเริ่มต้นขึ้นครับ ผู้ที่มานำเสนอเนื้อหาในพรีเซ็นเทชันคือคุณ Yosuke Tomizawa ซึ่งเป็นโปรดิวเซอร์ของเกมนั่นเอง ขอเชิญอ่านรายละเอียดที่น่าสนใจได้เลยครับ


*ตลอด session นี้ Bandai Namco ได้จัดหาล่ามเพื่อแปลภาษาญี่ปุ่นเป็นภาษาอังกฤษให้ทุกคนได้เข้าใจเนื้อหาครับ


– ซีรีส์นี้จะครบรอบ 25 ปีภายในปีหน้าแล้ว และสำหรับเกมนี้เราได้เตรียมอนิเมชันดี ๆ งานภาพสวย ๆ รวมถึงตัวละครอันมีเอกลักษณ์และโลกอันน่าตื่นตะลึงให้ทุกคนได้ไปผจญภัยกัน

หนึ่งในคุณลักษณะของเกมก็คือ แม้ว่าเกมนี้จะเป็น JRPG แต่มันก็มีการต่อสู้อันตื่นเต้นในแบบแอ็คชันให้ได้เล่นกันด้วย ซึ่งเกมยังคงมีรูปแบบคล้ายที่ผ่านมาแต่ก็จะพัฒนาโดยเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ ๆ ลงไปด้วย

– งานภาพในเกมเราจะผสมผสานรูปแบบงานภาพวาดเข้ากับสไตล์แบบสมจริง

TOArise_TGS_SS_08.png (3.46 MB)


– สำหรับในระบบต่อสู้นั้น ทีมงานต้องการนำเสนอการต่อสู้อันตื่นตาและชวนตะลึง

– คีย์เวิร์ดของภาคนี้คือดาวสองดวงที่ชื่อดาห์นาและเรนา ดาห์นานั้นเคยเป็นดาวที่เต็มไปด้วยธรรมชาติและอบอุ่นมาก่อน ส่วนเรนาเป็นดาวที่ก้าวหน้าด้านเวทมนตร์และมีวิทยาการที่สูงมาก ซึ่ง 300 ปีก่อนในเกมเรนาได้เข้ายึดครองดาห์นาโดยสมบูรณ์

– เรื่องราวของเกมเริ่มต้นที่ชายหนุ่มชื่ออัลเฟน ได้พบกับหญิงสาวชื่อชิออน อัลเฟนนั้นเป็นคนที่อาศัยในดาห์นาและเป็นตัวเอกของเกม ในตอนต้นเกมนั้นเขาเป็นแค่ทาสที่ทำงานให้ใครบางคน แต่ว่าร่างกายของเขามีคุณสมบัติพิเศษที่ไม่เหมือนใคร ตัวเขาเองก็ไม่ทราบเหตุผลว่าทำไมตนเองถึงมีหน้ากากเหล็กสวมใส่บนใบหน้าเพราะเขาไม่มีความทรงจำก่อนหน้านี้อยู่เลย แถมยังไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดอีกด้วย แต่หลังจากที่ได้พบกับชิออนผู้มาจากเรนา เขาตัดสินใจที่จะต่อสู้เพื่ออิสรภาพ

TOArise_TGS_SS_05.png (2.59 MB)


– สำหรับชิออนผู้เป็นนางเอกนั้น จะมีคุณสมบัติพิเศษที่ต่างจากอัลเฟน เพราะเมื่อใดก็ตามที่ใครสัมผัสตัวเธอก็จะก่อให้เกิดความเจ็บปวดมหาศาลแก่คน ๆ นั้นในลักษณะของหนามต้องคำสาป และด้วยความที่อัลเฟนไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวด ส่วนชิออนมอบความเจ็บปวดให้ผู้อื่นโดยไม่มีใครแตะต้องตัวได้ จากจุดนี้ความสัมพันธ์ของทั้งสองจะก่อตัวขึ้นเพราะพวกเขาสามารถสัมผัสกันและกันได้

TOArise_TGS_SS_01.png (2.87 MB)


– เรามุ่งเน้นไปที่ความสัมพันธ์ระหว่างตัวละคร จึงหวังว่าทุกคนจะสนุกไปกับปฏิสัมพันธ์ระหว่างสองคนนี้

– อย่างที่กล่าวไปแล้วว่าทั้งสองคนมาจากต่างที่กันและมีคุณสมบัติพิเศษต่างกัน หลายคนคงพอเดากันได้ว่าทั้งสองคนไม่ถูกชะตากันนักในแรกเห็น แต่เมื่อเวลาผ่านไปพวกเขาจะชดเชยซึ่งกันและกัน ผู้เล่นจึงสามารถสนุกไปกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่างการต่อสู้เพื่อปลดแอกดาห์นาได้

– สิ่งที่อยากนำเสนอในเกมนี้คือความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งจับใจ ซึ่งงานภาพในเกมก็จะสวยงามแม้แต่ผู้ใหญ่ก็สามารถสนุกไปกับภาคนี้ได้

– ในเกมนี้มีการอัปเกรดคุณภาพของงานภาพและมูวี่ขึ้นอย่างมาก ซึ่งคุณ Minoru Iwamoto ก็รับหน้าที่ด้านงานศิลป์และออกแบบตัวละคร ทำให้ทิศทางของงานภาพในเกมสอดคล้องกัน และด้วยความที่คุณ Iwamoto มีประสบการณ์ในการออกแบบตัวละครและงานศิลป์ของซีรีส์นี้มาก่อน เขาจึงถือเป็นบุคคลที่มากความสามารถในการสร้างเกมนี้ หวังว่าทุกคนจะสัมผัสได้ถึงคุณภาพที่ดีขึ้นของทั้งสถานที่ในเกม และการต่อสู้ที่ดูแลโดยคุณ Iwamoto ด้วยเช่นกัน

– เกมนี้งานภาพที่ยอดเยี่ยมก็จริง แต่ก็ให้ความสำคัญกับแสงเพื่อให้ได้บรรยากาศที่ดีในการต่อสู้ด้วย โดยในจุดนี้ Unreal Engine 4 จะเข้ามาช่วยให้ทุกคนได้เห็นการพัฒนาของสิ่งต่าง ๆ เช่นเอฟเฟคต์ในการต่อสู้แน่นอน

– ในเทรลเลอร์ซึ่งเปิดเผยใน TGS2019 นำเสนอเกี่ยวกับพลังที่ปกครองโลกในเกมอยู่ โดยที่โลกในเกมและทุกสรรพสิ่งจะมีพลังงาน Astral Energy อยู่ภายใน ซึ่ง Astral Arte ก็คือการนำเอาพลังงานเช่นว่านั้นมาใช้งานในรูปแบบที่เป็นเหมือนเวทมนตร์ และในโลกนี้ก็มีเพียงชาวเรนาที่จะสามารถใช้ Astral Arte ที่ว่าได้ เมื่อชิออนใช้พลังนี้ตาของเธอจะเปลี่ยนไปเป็นสีฟ้า ซึ่งในเทรลเลอร์ก็จะเผยให้เห็นว่า Astral Arte ของเธอทำหน้าที่ในการฟื้นฟูรักษาบาดแผลนั่นเอง

TOArise_TGS_SS_03.png (2.99 MB)


– ในขณะที่อัลเฟนจะใช้ดาบอัคคี ซึ่งอันที่จริงเป็นดาบจากเรนาที่มอบให้แก่ชิออน แน่นอนว่าดาบเล่มนี้อันตรายมากเพราะมันจะเผาไหม้คนที่ถือครองดาบ แต่ด้วยความที่อัลเฟนไม่รู้สึกเจ็บปวดจึงสามารถใช้ดาบได้ ถึงกระนั้นอัลเฟนก็อาจตายได้หากว่าความเสียหายที่เกิดจากดาบนั้นหนักหนาเกินไป ทำให้ทุก ๆ การต่อสู้อัลเฟนจะได้รับบาดเจ็บจากดาบเสมอ และในทุก ๆ ครั้งชิออนจะเป็นผู้รักษาบาดแผลให้แก่เขา ความสัมพันธ์ของทั้งสองจึงเติมเต็มกันและกัน ขอให้มั่นใจว่าผู้เล่นจะได้พบกับการเดินทางอันน่าตื่นตาและความสัมพันธ์อันน่าสนใจของพวกเขาทั้งสองด้วย

TOArise_TGS_SS_02.png (2.24 MB)


– เราต้องการให้เรื่องราวนี้เป็นดราม่าอันยิ่งใหญ่ ต้องการให้เป็น Tales ในแบบที่ต่างออกไป และต้องการนำเสนอเกี่ยวกับสายสัมพันธ์ระหว่างตัวละครและระหว่างเพื่อนในเกมนี้

– เกมจะขายในปี 2020 แต่วันที่แน่ชัดจะแจ้งให้ทราบทีหลัง

จากนี้ไปก็เข้าสู่ช่วงสัมภาษณ์ครับ


สื่อ: ผมมีสองคำถามครับ ข้อแรกคือ ทำไมระยะเวลาในการวางจำหน่ายภาคนี้กับภาคก่อนถึงห่างกันมาก เพราะระหว่างปี 2002 ถึงปี 2009 นั้นผมจำได้ว่ามีเกม Tales ออกมาหลายภาคมาก แล้วคำถามสองคือ ต่อไปในอนาคตเราจะได้เห็นความถี่ในการวางจำหน่ายแบบนั้นอีกรึเปล่า อาจจะภาคละสองสามปี หรือออกเป็นเกมรายปีอะไรแบบนั้น?

Yosuke Tomizawa: ภาคล่าสุดที่วางจำหน่ายของเราคือ Tales of Berseria ในปี 2016 โดยในตอนที่เราสร้างภาคใหม่นี้ เราตัดสินใจว่าจะท้าทายสิ่งใหม่ ๆ เช่นการใช้งาน Unreal Engine 4 มันเลยต้องใช้เวลามากสักหน่อย อีกทั้งเราต้องการดึงดูดกลุ่มผู้เล่นใหม่ ๆ ไม่ใช่แค่กลุ่มลูกค้าเดิมด้วย ดังนั้นเราเลยตัดสินใจสร้างภาคนี้กันขึ้นมาใหม่จากศูนย์ นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมภาคนี้จึงใช้เวลาพัฒนานานครับ นอกจากนั้นแล้วเรายังใช้เวลาวางรากฐานของงานภาพในสไตล์นี้กันนานพอสมควรด้วย ซึ่ง Unreal Engine 4 นั้นเป็นอะไรที่ดีมาก เราใช้ในแบบที่มันเป็นแล้วพบว่าใช้งานง่าย แต่เราต้องการให้เกมนี้มีงานศิลป์ในแบบของ Tales ด้วยเหมือนกัน เลยจำเป็นต้องใช้เวลาพอสมควร

TOArise_TGS_SS_04.png (3.36 MB)


ยิ่งไปกว่านั้นแล้วเรายังตั้งใจให้ Tales ภาคนี้ถือเป็นหลักไมล์ของเกมในซีรีส์ Tales ต่อจากนี้ไปด้วย เราเลยมุ่งเน้นกันไปที่ความรู้สึกดื่มด่ำหรือประสบการณ์ต่าง ๆ ที่ก็แน่นอนว่าต้องใช้เวลาครับ แล้วก็อย่างที่พูดถึงว่าก่อนนี้เราเคยวางจำหน่ายเกมกันมาหลายภาคอยู่ช่วงนึง แต่ก็ไม่ได้แปลว่าเราพยายามจะวางจำหน่ายเกมใหม่ทุก ๆ 5 ปีหรือทุก ๆ กี่ปีอะไรแบบนั้นครับ สำหรับเกมนี้แล้วเราหวังกันว่าจะมีผู้เล่นหลายคนที่สนุกไปกับมันได้อยู่เรื่อย ๆ มากกว่า นอกจากนั้นแล้วการแปลภาษาก็เป็นอีกปัจจัยนึงครับที่ทำให้เราใช้เวลาในการวางจำหน่ายเกมนี้ เพราะเราตั้งใจจะวางจำหน่ายเกมนี้พร้อมกันทั่วโลกนับจากนี้ไป เลยทำให้ใช้เวลาด้วยอีกส่วนหนึ่ง ที่ผ่านมาการแปลภาษาทั้งเกมก็จะใช้เวลาราว 1 ปี แต่คราวนี้เราไม่อยากทำแบบนั้นครับ

สื่อ: มีสองคำถามเช่นกันครับ คำถามแรกคือในการต่อสู้เราจะได้บังคับแค่สองตัวละครคืออัลเฟนกับชิออนหรือจะมีสี่คนในปาร์ตี้เหมือนภาคก่อน ๆ ครับ คำถามที่สองคือดาบอัคคีที่สร้างความเสียหายให้แก่อัลเฟน มันจะส่งผลแค่ในเนื้อเรื่องหรือว่าจะส่งผลในการเล่นด้วย เช่นโดนแดเมจตลอดเวลาอะไรแบบนั้น

YT: คำถามแรกเกี่ยวกับระบบปาร์ตี้ เราต้องการสืบทอดระบบเกมที่สามารถสลับสับเปลี่ยนตัวละครได้ทุกตัวในปาร์ตี้อยู่แล้วครับ ส่วนคำถามสองเกี่ยวกับดาบอัคคี แน่นอนว่าเราพยายามผสานองค์ประกอบในแง่เนื้อเรื่องกับการเล่นเข้าไว้ด้วยกันครับ เช่นการที่อัลเฟนไม่รู้สึกเจ็บปวดก็อาจจะส่งผลบางอย่างในการต่อสู้เหมือนกัน แต่เรายังไม่ขอเปิดเผยอะไรเพิ่มเติมในคราวนี้ครับ

TOArise_TGS_SS_06.png (2.80 MB)


*สำหรับ session นี้มีเวลาให้สัมภาษณ์น้อยมากเพราะพรีเซ็นเทชันยาวครับ


อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการชดเชย Bandai Namco ได้ส่งบทสัมภาษณ์ 2 นักพากย์คือคุณ Takuya Sato และคุณ Shino Shimoji ผู้ให้เสียงอัลเฟนและชิออนตามลำดับมาให้ครับ เชิญอ่านบทสัมภาษณ์ฉบับแปลไทยจากเราต่อได้เลย

Takuya Sato กับ Shino Shimoji.jpg (723 KB)
คุณ Takuya Sato และคุณ Shino Shimoji
ผู้ให้เสียงอัลเฟนและชิออน



ถาม: แรงบันดาลใจที่ทำให้พวกคุณมาเป็นนักพากย์คืออะไรกันครับ?

Takuya Sato (จาก Ken Production): ผมมีความใฝ่ฝันอยากเป็นฮีโรน่ะครับ บางทีมันอาจจะการได้หลุดกรอบไปจากความเป็นจริงน่ะครับ แต่ผมคิดว่าแรกเริ่มเลยผมอยากจะเป็นคนอื่นที่ต่างไปจากตัวตนจริง ๆ ของผมเอง

Shino Shimoji (จาก Aoni Production): ฉันมาจากโอกินาวาค่ะ แล้วก็เคยมีโอกาสได้ให้เสียงตัวละครตอนไปออดิชันในอนิเมที่จังหวัดโอกินาวาผลิตขึ้นตั้งแต่ครั้งที่ยังเป็นนักเรียนอยู่เลย ทุกอย่างเริ่มจากตรงนั้น ฉันสนุกกับการเรียนรู้และการพากย์มากจนหวังว่าอยากจะประกอบอาชีพเป็นนักพากย์ให้ได้ค่ะ

ถาม: คิดว่าอะไรคือสิ่งสำคัญที่จะทำให้เติบโตในฐานะนักพากย์ได้ครับ?

TS: ผมไม่แน่ใจว่ามันช่วยให้เติบโตรึเปล่านะครับ แต่ผมมักจะสงสัยในสิ่งที่ตนเองทำทั้งก่อนและหลังให้เสียงเสมอ ผมจะถามตัวเองว่า “แบบนี้ดีที่สุดแล้วจริงรึเปล่านะ?” “มันมีการแสดงออกอื่น ๆ ที่เราทำได้รึเปล่านะ?” หรือไม่ก็ “เราพอใจกับการให้เสียงแล้วรึยังนะ?” อะไรทำนองนั้นครับ

SS: ฉันคิดว่าคงเป็นการ “ไม่โอ้อวด” ในการให้เสียงน่ะค่ะ บางครั้งฉันพยายามจะให้เสียงฟังดูเท่ แต่ฉันก็จะพยายามรับบทตัวละครในแบบของตัวเองและทำในสิ่งที่สามารถทำได้ตามธรรมชาติในการให้เสียงตัวละครค่ะ

ถาม: ช่วยพูดอะไรสั้น ๆ แก่แฟน ๆ ซีรีส์ Tales of หน่อยสิครับ

TS: ผมดีใจมาก ๆ และรับรู้ถึงความรับผิดชอบที่มีเมื่อได้มาร่วมงานในซีรีส์ซึ่งมีประวัติยาวนานเช่นนี้ครับ รวมถึงยินดีที่ได้รู้จักกับอัลเฟน‚ ชิออนและพรรคพวกคนอื่น ๆ ด้วย ผมทุ่มเต็มที่ในการพากย์และก็หวังว่าคนจำนวนมากจะสนุกกับภาคนี้นะครับ

SS: ฉันภูมิใจมากที่ได้มาร่วมงานในฐานะนางเอกของซีรีส์ที่มีคนหลงรักมากมายค่ะ แม้ว่าจะยังมีปริศนาอีกมากมายใน Tales of Arise ก็ตาม แต่โปรดติดตามข่าวสารและรอคอยวันวางจำหน่ายกันด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ

ถามคุณ Sato: คุณเคยรับบทเป็นตัวละครในซีรีส์ Tales มาก่อนหน้านี้ แต่คราวนี้คุณได้บทเป็นตัวเอกเลยใน Tales of Arise ตอนที่ได้บทนี้คุณคิดยังไงครับ?

TS: ผมเคยให้เสียงเบนวิคใน Tales of Vesperia มาก่อน ผมคิดว่าโชคชะตานำพาให้ผมได้ผูกพันกับอัลเฟนผ่านการออดิชันครับ แต่สิ่งที่ผมได้รับมาตอนออดิชันในคราวนั้นมีแค่ชื่อกับภาพร่างแค่นั้นเอง ข้อมูลส่วนใหญ่รวมถึงชื่อเกมล้วนเป็นความลับ ดังนั้นพอรู้ว่าได้บทแน่ ๆ ผมก็คิดทันทีเลยว่า “เราจะทำให้สุดฝีมือเลย! แต่ชื่อภาคนี่ชื่ออะไรล่ะ!? ใครจะเป็นสมาชิกในปาร์ตี้บ้าง? แล้วจะต้องสู้กับใครบ้าง!?”

TOA Alphen.jpg (223 KB)


ถามคุณ Shimoji: คุณเคยรับบทเป็นตัวละครในซีรีส์ Tales มาก่อน แต่คราวนี้คุณได้บทเป็นนางเอกเลยใน Tales of Arise ตอนที่ได้บทนี้คุณคิดยังไงครับ?

SS: ฉันประหลาดใจตั้งแต่ตอนที่ได้ยินว่ามีออดิชันแล้วค่ะ ดังนั้นพอรู้ว่าได้บทก็เลยแทบจะไม่เชื่อตัวเองเหมือนกัน ฉันรู้สึกได้ถึงหน้าที่อันใหญ่หลวงที่ต้องรับบทเป็นนางเอกในซีรีส์เกมที่ทำให้คนทั่วโลกต้องมนตร์สะกดมากเลยล่ะค่ะ

TOA Shionne.jpg (212 KB)


ถามคุณ Sato: ในช่วงต้นของเรื่องราวนั้น อัลเฟนไม่มีความทรงจำใด ๆ และไม่รับรู้ความเจ็บปวดด้วย คุณให้ความสำคัญอะไรเป็นพิเศษตอนพากย์เสียงครับ?

TS: เขาไม่มีความทรงจำ แต่ไม่ได้แปลว่าเขาจะไร้อารมณ์ความรู้สึกน่ะครับ ผมคิดว่าในจุดนั้นทำให้บางครั้งเขาจะตอบสนองต่อสิ่งที่เกิดขึ้นเบื้องหน้าได้อย่างอ่อนไหวมากกว่าปกติ อย่างไรก็ตาม เขาจะไม่สามารถรับรู้ในทางกายภาพได้เลยว่าในระหว่างการต่อสู้นั้นสถานการณ์มันเสี่ยงชีวิตมากขนาดไหน เพราะการไม่เจ็บก็ไม่ได้แปลว่าจะไม่รู้จักตายครับ ผมคุยกับคนอื่นเสมอ ๆ ว่าเขารับรู้เกี่ยวกับอาการบาดเจ็บตัวเองยังไงถ้าหากไม่เจ็บครับ

ถามคุณ Shimoji: ชิออนเป็นหญิงสาวผู้ลึกลับที่มีคำสาปหนามในตัวแถมยังโดนไล่ล่าจากชาวเรนาด้วยกันเอง คุณให้ความสำคัญอะไรเป็นพิเศษตอนพากย์น้ำเสียงจริงจังของเธอครับ?

SS: ฉันคิดอะไรมากมายระหว่างการให้เสียงเลยค่ะ แต่ก็จำอะไรไม่ได้มากเพราะชิออนไม่ใช่ตัวละครที่ง่ายสำหรับฉันเลย เรียกว่าฉันต้องดิ้นรนเลยก็ว่าได้ จำได้ว่าฉันรู้สึกว่าจะต้องพยายามไล่ตามการพากย์ของคุณ Sato ที่ให้เสียงอัลเฟนและนักพากย์คนอื่น ๆ อยู่เหมือนกันค่ะ


จบไปแล้วสำหรับรายละเอียดของอีกหนึ่งเกมที่หลายคนเฝ้ารอจาก Bandai Namco ครับ เรายังมีอะไรดี ๆ มานำเสนออีก คอยติดตามกันไว้นะครับ

Post by [G-jang]
TOP