Wiki article

จุดกำเนิดของนักพัฒนาผู้สั่นคลอนวงการเกม arcade

หากเอ่ยชื่อของบริษัท Sega ขึ้นมาแล้วเชื่อว่าเกมเมอร์หลายคนที่มีอายุเลข 3 นำหน้าน่าจะคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เพราะบริษัทนี้ให้กำเนิดซีรีส์ดังมามากมายนับตั้งแต่ยุคปี 1980s เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน ชื่อของเกมอย่าง Hang-On, Afterburner, Space Harrier หรือ Outrun ล้วนเป็นชื่อเกมที่ประทับอยู่ในความทรงจำของหลายๆ คนอย่างไม่เสื่อมคลาย อาจเรียกได้ว่ายุคที่เกมเหล่านั้นเปิดให้บริการตามร้านเกม Arcade หรือที่คนไทยเรียกติดปากกันว่าเกมตู้นั้น ถือเป็นยุคทองยุคหนึ่งของวงการเลยก็ว่าได้

แน่นอนว่า เกมดังกล่าวที่ได้รับการเอ่ยชื่อไปข้างต้นย่อมไม่อาจถือกำเนิดและก่อตัวขึ้นมาได้เองจากอากาศธาตุ หากแต่ต้องมีผู้ที่คิดค้นและกุมบังเหียนในการพัฒนาเอาไว้จนปรากฏสู่สายตาบรรดาเกมเมอร์ให้พร้อมใจกันผลาญเหรียญในกระเป๋าที่มีกันอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย บุคคลนั้นคือ Yu Suzuki นี่เอง

คงไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่นัก ที่หากกล่าวถึงชื่อนี้ขึ้นมาแล้วจะมีหลายคนที่ไม่รู้จัก อาจเป็นเพราะเขาไม่ได้เป็นที่รู้จักในวงกว้างเหมือนอย่างเช่น Hideo Kojima ที่แม้แต่ผู้คนนอกอุตสาหกรรมวิดีโอเกมยังต้องเคยได้ยินชื่อ ถึงอย่างนั้นก็ตามทีคุณูปการที่ Yu Suzuki ได้สร้างไว้ให้แก่วงการก็มีมากมายมหาศาลไม่แพ้กัน

เดิมทีนั้นเขามีความฝันในวัยเด็กว่าอยากจะเป็นทันตแพทย์เสียด้วยซ้ำไป แต่ความฝันก็มีอันต้องจบลงเมื่อคะแนนสอบไม่ผ่านเกณฑ์ที่จะสามารถเข้าศึกษาต่อได้ เมื่อเป็นเช่นนี้เขาจึงเบนเข็มไปศึกษาต่อด้านคอมพิวเตอร์โปรแกรมมิ่งแทนซึ่งอาจเป็นเพราะในวัยเด็กนั้นเขาเองชื่นชอบการต่อรถโมเดล การสร้างบ้านไม้จำลอง การสร้างหุ่นยนต์จากบล็อคพลาสติก เขาจึงมองว่าการออกแบบโครงสร้างของวงจรไฟฟ้ามันช่างคล้ายกับสิ่งที่ตนชื่นชอบไม่เบา ด้วยเหตุนี้เขาจึงมุ่งศึกษาต่อด้านนี้จนสำเร็จการศึกษาและได้เข้ามาร่วมงานกับ Sega ในปี ค.ศ.1983


ยุครุ่งเรืองของ Yu Suzuki

การได้ทำงานใน Sega เป็นสิ่งที่ช่วยทำให้ความสามารถเขาโดดเด่นและเฉิดฉายอย่างแท้จริง เพราะเขาได้พัฒนาเกม Hang-On ขึ้นมาและประสบความสำเร็จมากมาย นอกจากนั้นแล้วตัวเกมยังได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้แก่วงการในขณะนั้น เพราะแทนที่จะเป็นการใช้รูปแบบบังคับควบคุมโดยการกดปุ่มและใช้คันโยกเหมือนที่เป็นมา เกม Hang-On กลับนำเอาระบบไฮดรอลิคเข้ามาใช้สำหรับการควบคุมแทน ผู้เล่นจึงต้องนั่งคร่อม “คอนโทรลเลอร์” ที่มีลักษณะเป็นตัวถังรถมอเตอร์ไซค์พร้อมกับเอี้ยวตัวไปมาเพื่อทำการเลี้ยวโค้งซึ่งถือว่าแปลกใหม่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือนมากในสมัยนั้น และก่อให้เกิดการนำเอาระบบไฮดรอลิคมาใช้ในเกม arcade กันอย่างแพร่หลายนับจากนั้น

พอ Hang-On ดังเป็นพลุแตกแล้วเขายังไม่หยุดแค่นั้น เพราะเขายังได้พัฒนาเกมดังอื่นๆ ของ Sega ในยุคนั้นออกมามากมาย ไม่ว่าจะเป็น Space Harrier ที่เป็นเกมชูตติ้ง 3 มิติ หรือแม้แต่เกมแข่งรถอย่าง Outrun ที่ให้ผู้เล่นประหนึ่งได้ขับเฟอร์รารี่ตระเวนไปตามสถานที่ต่างๆ ที่จำลองมาจากสถานที่สำคัญทั่วโลกพร้อมทางแยกมากมายจนทำให้หลายคนเล่นซ้ำได้ไม่รู้เบื่อ ด้วยเหตุนี้เองเกม Outrun จึงได้รับรางวัล Game of the Year ไปในปี ค.ศ.1988 จากงาน Golden Joystick Awards ไปอย่างสมศักดิ์ศรี

Yu ได้พัฒนาเกมอื่นๆ ออกมาให้เกมเมอร์ได้ตื่นตาอีกมากมาย เช่น After Burner หรือ Power Drift ทว่าเกมที่เรียกได้ว่าเป็นจุดเปลี่ยนที่ช่วยยกระดับวงการในขณะนั้นก็คือ Virtua Fighter ที่ได้เปิดให้เกมเมอร์ได้สัมผัสกันใน arcade ตอนปี ค.ศ.1993 ซึ่งเรียกว่าเป็นการนำเอากราฟิกแบบโพลีกอน 3 มิติมาใช้ในเกมต่อสู้เป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้ แน่นอนว่า Virtua Fighter นั้นประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลายจนบริษัทอื่นต้องเข็นเกมต่อสู้ของตัวเองที่ใช้กราฟิกแบบโพลีกอน 3 มิติตามมาเป็นทิวแถว โดยที่ Tekken ของบริษัท Namco เองก็เป็นหนึ่งในนั้นเช่นกัน

Virtua Fighter เกมต่อสู้ที่เปิดศักราชใหม่ให้วงการอย่างแท้จริง


นอกจากนั้นแล้วเขายังได้อำนวยการผลิตเกมอื่นๆ ที่หลายคนคุ้นเคยมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Daytona USA หรือแม้กระทั่ง Virtua Cop ก็เช่นเดียวกัน โดยที่นิตยสาร Next Generation เคยกล่าวถึงเขาเอาไว้ว่าเป็นบุคคลที่ผลักดันวงการเกม arcade ได้อย่างที่ไม่มีใครทำได้เสมอเหมือนด้วย

ต่อมาในยุคที่ Sega ได้สร้างแพลตฟอร์มคอนโซลที่ชื่อ Dreamcast ขึ้นมา เขาก็ได้ริเริ่มพัฒนาเกมผจญภัยรูปแบบใหม่ เกมนั้นมีชื่อว่า Shenmue นั่นเอง ซึ่งก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าพอเขาคิดที่จะสร้างเกมนี้ขึ้นมานั้น เขาจะต้องพยายามสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการ เพราะตัวเกมนั้นเป็นเกม 3 มิติเต็มรูปแบบที่มีระบบกลางวัน-กลางคืนแบบ real time ทั้งยังมีสภาพภูมิอากาศหลากหลาย ตัวละคร NPC ที่ต่างมีกิจวัตรของตัวเองและเราสามารถพูดคุยได้ทุกคนแบบมีเสียงพากย์ทุกคำ มินิเกมมากมาย รวมถึงวัตถุต่างๆในฉากที่เราสามารถหยิบจับมาพลิกดูได้ ส่วนระบบต่อสู้ของเกมก็เป็นการนำเอา Virtua Fighter มาปรับให้เข้าถึงง่ายขึ้น และในฉากเนื้อเรื่องบางฉากเราก็ต้องกดปุ่มตามที่เห็นบนหน้าจอเพื่อให้ตัวละครของเราออกท่าทางไม่ว่าจะโจมตีหรือหลบหลีก

Dreamcast เครื่องเกมแห่งอนาคตและความหวังของ Sega ถัดจาก Sega Saturn


ก้าวย่างที่ไม่สมหวังและการไล่ตามความฝันอีกครั้ง

ทว่า เกม Shenmue นี่เอง ที่อาจเรียกได้ว่าเป็นขาลงของเขา นั่นเพราะแม้ว่าตัวเกม Shenmue นั้นกวาดคำชมไปมากมาย แต่กลับทำยอดขายทั่วโลกไปได้ทั้งสิ้นเพียง 1,200,000 ชุดเท่านั้น เมื่อเทียบกับทุนสร้างที่ใช้ไปถึง 70 ล้านเหรียญสหรัฐฯ จึงกล่าวได้ว่าประสบความล้มเหลวด้านยอดขายอย่างสิ้นเชิง มิหนำซ้ำแม้คุณภาพเกมจะสูงเพียงใดก็ไม่อาจกระตุ้นให้คนซื้อหา Dreamcast ไปไว้ครอบครองเพิ่มขึ้นได้อย่างที่คาดการณ์ ซ้ำร้ายภาคต่ออย่าง Shenmue 2 ที่วางจำหน่ายก็ทำยอดขายได้ย่ำแย่เช่นเคย จากเดิมที่มีการวางแผนเอาไว้ว่าตัวเกมจะมีอย่างน้อย 4 ภาคจึงหยุดลงอยู่แค่ภาค 2 มาเป็นเวลา 10 กว่าปีด้วยกัน

Shenmue ซีรีส์ที่ยิ่งใหญ่แต่ไปไม่ถึงฝั่งฝัน


ยอดขายของ Shenmue ที่ไม่คุ้มค่าการลงทุนนี่เอง ที่มีส่วนทำให้ Sega มีผลประกอบการที่ลดน้อยถอยลงจนต้องถอนตัวออกจากการเป็นเจ้าของแพลตฟอร์มคอนโซลและผันตัวมาเป็นเพียงผู้ผลิตเกมแต่เพียงอย่างเดียวแทนตราบจนปัจจุบัน และแม้ว่า Sega จะพยายามกระตุ้นแบรนด์ Shenmue มากเท่าใดก็ยังไม่อาจทำให้ติดตลาดในวงกว้างได้อย่างที่คิด ไม่ว่าจะเป็น Shenmue Online สำหรับ PC ที่ได้รับการประกาศสู่สาธารณะในปี ค.ศ.2004 แต่สุดท้ายก็เงียบหายไปกับสายลม หรือแม้แต่เกม social อย่าง Shenmue City ที่เริ่มให้บริการในช่วงปลายปี ค.ศ.2010  แต่ก็ปิดตัวลงไปในปี ค.ศ.2012 เรียกได้ว่าอายุสั้นเกินกว่าที่ควรจะเป็น

ในปี ค.ศ.2011 เขาได้ออกจาก Sega เพื่อทุ่มเทให้กับสตูดิโอของตัวเองนั่นคือ Ys Net ได้อย่างเต็มที่ เมื่องาน E3 ในปี ค.ศ.2015 ที่ผ่านมานี่เอง ที่เขาได้ขึ้นประกาศกลางเวที press conference ของ PlayStation ว่าตนได้เริ่มโครงการระดมทุนผ่านเว็บไซต์ kickstarter เพื่อพัฒนา Shenmue 3 ต่อ จนทำให้สามารถระดมทุนไปได้ถึง 6.3 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาระดมทุน จนกลายเป็นโครงการระดมทุนหมวดวิดีโอเกมที่ได้รับทุนเร็วที่สุดและสูงที่สุดไปในทันที ซึ่งตัวเกม Shenmue 3 มีกำหนดวางจำหน่ายในเดือนธันวาคม ปี ค.ศ.2017 นี้

มาถึงตรงนี้ มันอาจไม่ยุติธรรมนักที่จะกล่าวโทษว่าเขาเป็นผู้ที่ทำให้ Sega มีอันต้องถอนตัวออกจากการเป็นเจ้าของแพลตฟอร์มไปเพราะ Shenmue ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะสิ่งที่เขาทำในขณะนั้นก็มีเพียงแค่การพัฒนาและสร้างสรรค์ไอเดียที่ตัวเองมีออกมาให้เป็นรูปเป็นร่าง ยิ่งไปกว่านั้นแล้ว หากเขาไม่ได้สร้างสรรค์เกม arcade หลายเกมในอดีตที่ผ่านมา วงการอาจพัฒนาไปอย่างเชื่องช้ากว่าที่เป็นอยู่ก็ได้

อย่างไรก็ตาม หากเรามาพิจารณากันอย่างถี่ถ้วนอีกครั้ง ผลกระทบที่เกิดต่อวงการประการหนึ่งอันเนื่องมาจากความคิดสร้างสรรค์ของเขาก็คงเป็นการพัฒนา Virtua Fighter อย่างปฏิเสธไม่ได้ อย่างที่เราได้กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ ว่าเกมนี้ก่อให้เกิดกระแสการนำกราฟิกโพลีกอน 3 มิติมาใช้ในเกมกันอย่างแพร่หลาย แต่สิ่งที่มันเกิดนอกเหนือจากนั้นและเป็นสิ่งที่ไม่มีใครในตอนนั้นคิดถึงเลยก็คือ Virtua Fighter นี่เองที่มีส่วนช่วยให้ PlayStation ถือกำเนิดและยืนยงมาจนปัจจุบัน


ผลลัพธ์ที่ไม่มีใครคาดคิด

ความโด่งดังอันมากล้นของ Virtua Fighter นั้น ทำให้ทีมพัฒนาและออกแบบเครื่อง PlayStation ในตอนนั้นถึงกับต้องเปลี่ยนคอนเซปต์ในการพัฒนาจากเดิมที่จะเน้นการแสดงผลแบบ 2 มิติ ให้กลายมาเป็นมุ่งเน้นการแสดงผลแบบ 3 มิติแทนเลยทีเดียว โดยที่ Shigeo Maruyama อดีต chairman ของ Sony Computer Entertainment ได้เคยให้สัมภาษณ์เอาไว้ว่า “โดยส่วนตัวแล้ว ในตอนนั้นผมเองก็คิดไม่ออกเลยว่าเกมของ PlayStation จะทำอะไรได้บ้าง ผมเองก็เห็นพรีเซนเทชั่นของตัวเครื่องโดยแทบไม่รู้อะไรเกี่ยวกับมันเลย” แต่ก็เป็นตอนนั้นเองที่ Virtua Fighter เปิดให้บริการตามร้านเกม arcade และกลายเป็นกระแสไปในเวลาอันรวดเร็ว “เมื่อ Virtua Fighter เปิดให้บริการแล้วนั้น ทิศทางของ PlayStation ก็กระจ่างชัดขึ้นมาทันที คงกล่าวได้ว่า Sega ช่วยชีวิตพวกเราเอาไว้ได้จังหวะพอดีเลยล่ะ”

การถือกำเนิดของ PlayStation ส่วนหนึ่งก็เพราะ Yu Suzuki โดยแท้


หากว่า Virtua Fighter ไม่ออกมาในตอนนั้น เครื่อง PlayStation ก็คงจะเปิดตัวสู่ตลาดโดยที่ไม่อาจแสดงผลกราฟิกแบบ 3 มิติได้อย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งก็คงจะทำให้ไม่อาจแข่งขันกับเครื่องอื่นในช่วงนั้นอย่าง Sega Saturn หรือ Nintendo 64 ได้แน่

เหตุการณ์ทั้งหมดนี้ คงไม่อาจกล่าวโทษอะไรใครได้ เพราะทุกคนต่างก็มีความคิดอย่างเดียวกันนั่นคือการ “พัฒนาตนเอง” เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ของตนและผลงานของตนออกมาสมบูรณ์ดั่งใจคิดมากที่สุด ส่วนผลลัพธ์ในภายภาคหน้าจะเป็นอย่างไรก็คงไม่มีใครสามารถคาดเดาได้ นั่นเพราะจะอย่างไรเสีย ชีวิตมนุษย์ก็คือความไม่แน่นอนอยู่วันยังค่ำ แต่ถึงกระนั้น ผลพวงจากสิ่งเหล่านี้ก็ช่วยให้อุตสาหกรรมวิดีโอเกมพัฒนาเรื่อยมาจวบจนปัจจุบันและผู้ที่ได้รับประโยชน์ก็คือผู้บริโภคอย่างเราๆ ท่านๆ นั่นเอง

นับจากนี้ไปชื่อของ Yu Suzuki จะสามารถครองใจเกมเมอร์ได้อย่างล้นหลามหรือไม่นั้น กาลเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์

Post by [G-jang]
TOP