Wiki article

"แทงจุดป่วน ทะลวงใจปู่"!! บทวิเคราะห์เจาะลึกระบบเก็บเงินออนไลน์ของนินฯ, เรื่องวอยซ์แชท ฯลฯ

สองสามวันที่ผ่านมาข่าวคราวในวงการวีดีโอเกมคงไม่มีอะไรแรงเกินหน้าเกินตา Nintendo Switch ของปู่นินไปได้นะครับ หลังจากการรอคอยที่ยาวนาน ในที่สุดเราก็ได้เห็นความสามารถเต็มๆ ของเครื่องนี้สักที พร้อมกันนั้น เรายังได้เห็นบรรดาเกมทั้งหลายที่มาเปิดตัวให้กับเครื่องนี้ด้วย


ใครที่พลาดชมงานไป ก็สามารถดูย้อนหลังได้จากแชแนลยูทูปของ นินเทนโด หรือดูสรุปข่าวและบทวิเคราะห์ที่ผมเขียนเอาไว้ในไทยเกมวิกิได้นะครับ

อย่างไรก็ตามแม้ตัวงานแถลงข่าวจะจบไปแล้ว แต่ความสนใจของผมที่มีต่อตัวเครื่องยังคงคั่งค้างอยู่ เพราะทั้งตื่นเต้นที่จะได้สัมผัสมันและอยากจะหาคำตอบให้คลายสงสัยในหล่ยจุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องระบบออนไลน์ของตัวเครื่อง ที่ผมอยากรู้อยากเห็นเป็นพิเศษ และหลังจากการขุดคุ้ยและขบคิดมาสักระยะ ผมพบปัญหาที่อาจจะน่ากลัวสำหรับปู่นินในเรื่องนี้ครับ

การเก็บค่าบริการสำหรับ online service ต่างๆ

การเก็บค่าบริการรายปีสำหรับผู้เล่นที่ต้องการใช้ฟังชั่นออนไลน์มัลติเพลเยอร์ คงไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับชาวคอนโซล ไมโครซอฟต์เริ่มต้นกับ Xbox Live ก่อนเป็นเจ้าแรก ก่อนที่โซนี่จะทำตามด้วยบริการ PlayStation Plus และในตอนนี้เรารู้แล้วว่านินเทนโดก็วางแผนที่จะเก็บค่าบริการในรูปแบบเดียวกัน

ทีนี้ปัญหาก็คือ สิ่งที่นินเทนโดเสนอให้กับลูกค้านั้น ฟังดูค่อนข้างน่าฉงน



ฟังชั่นในการตั้ง online lobby เพื่อชวนหรือนัดผู้เล่นคนอื่น หรือเพื่อนใน friend list ให้มาเล่นเกมเดียวกัน สร้างห้อง จอยห้อง และความสามารถในการสื่อสารด้วยเสียงอย่าง voice chat ถูกตัดออกไป และถูกนำไปใส่ใน smart device application หรือพูดง่ายๆ ว่าหากต้องการใช้สองอย่างนี้ ต้องไปโหลด apps ใส่โทรศัพท์หรือแท๊ปเล็ตต่างๆ เสียก่อน ไม่เพีนงเท่านั้น ถ้าเราไม่จ่ายค่าบริการรายปี(หรืออาจจะมีรายเดือน) เราจะไม่สามารถใช้งานเจ้า apps ที่ว่าได้เลย!

Parental Control หรือระบบควบคุมการเล่นของผู้เยาว์ สำหรับบ้านที่มีลูกหลานเป็นเด็กน้อยซึ่งอาจจะใช้เครื่องร่วมกันกับผู้ใหญ่ เราสามารถจำกัดการใช้งานด้านต่างๆ ของเขาได้ เช่น ไม่ให้เล่นนานเกินไป หรือไม่ให้เล่นเกมที่ไม่เหมาะสมกับช่วงอายุ ฟังชั่นนี้เราสามารถโหลดเป็น apps มาใช้งานได้



ฟังดูดีบนหน้ากระดาษ นินเทนโดมีความเข้าอกเข้าใจ ห่วงใยใส่ใจบุตรหลานของท่าน แต่ที่มันน่าตลกตรงที่ว่าฟังชั่นเหล่านี้เป็นฟังชั่นมาตรฐานที่มีมาในตัวเครื่องอยู่แล้วสำหรับผู้ผลิตคอนโซลอีกสองเจ้า อย่างกรณีของ voice chat นั้น Xbox รุ่นแรก(วางจำหน่าย 2001-2009) ยังทำได้

แจกเกม Virtual Console....แบบจำกัดเวลา....

สำหรับใครที่เป็นลูกค้าของ Xbox Live หรือ PlayStation Plus นอกจากเราจะได้สิทธิในการเล่นเกมออนไลน์บนเซิฟเวอร์ได้แล้ว การแจกเกมประจำเดือนของแต่ละเครื่องก็เป็นลูกเล่นที่น่าดึงดูดใจอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน เมื่อเทียบกับค่าบริการรายปีกับเกมฟรีที่เราได้รับแจกมาทุกเดือน แถมเก็บเอาไว้เล่นตลอดระยะเวลาที่เราจ่ายค่าบริการ การจ่ายเงิน 50-60 เหรียญนั้นดูจะคุ้มค่าได้ไม่ยากนัก

แต่สิ่งที่นินเทนโดประกาศออกมาเกี่ยวกับเกมที่จะนำมาแจก พวกเขาให้เกม Virtual Console กับเรา



สำหรับใครที่ยังไม่รู้ VC คือ ระบบที่นินเทนโดนำเกมเก่าคลาสิกของตัวเองจากสมัยยุค Famicom, Super Famicom หรือ Gameboy ที่อายุน่าจะขึ้นหลัก 2 ทศวรรต นำมาขายใหม่ในรูปแบบดิจิตอลดาว์นโหลด ซึ่งเริ่มมีมาตั้งแต่ยุค Wii

และสิทธิในการใช้งานเกมที่แจกบน VC จะอยู่เพียงเดือนเดียวเท่านั้น เมื่อพ้นกำหนดแจกฟรีไป เราจะไม่สามารถเล่นเกมเหล่านั้นได้อีกเลย นอกจากกดซื้อมาให้เป็นของเราอีกที



ผมไม่เถียงว่าเกมยุคเก่านั้นมีคุณภาพ สนุก มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และทางจิตใจต่อพวกเราหลายๆ คน ในฐานะที่เติบโตกันมาในยุคนั้น แต่หากเทียบกับบริการของเจ้าอื่นในยุคปัจจุบัน ที่แจกเกมใหม่กว่า ให้สิทธิการเล่นที่ยาวนานกว่า ผมว่ามันทะแม่งๆ

สิ่งที่เรายังไม่รู้ ก็คือค่าบริการที่นินเทนโดจะเรียกเก็บ พวกเขาประกาศออกมาว่าบริการที่ว่ามาทั้งหมดจะอยู่ในช่วงทดลองใช้ และให้ลูกค้า Nintendo Switch ใช้ฟรีจนถึงช่วง Fall 2017 (กันยายน-พฤศจิกายน) หลังจากนั้นจะเริ่มเก็บค่าบริการ ซึ่งหากประกาศราคามาอยู่ในระดับเดียวกันกับเจ้าอื่นๆ ที่ 50-60 เหรียญ......มันดูน่ากลัวอยู่เหมือนกัน



และสิ่งที่นินเทนโดอาจจะหลงลืมไป คือฟังชั่นการใช้งานแบบ Local Multiplayer ของ Nintendo Switch เอง อันเป็นจุดเด่นที่เกิดจากความที่เครื่องมีความเป็น handheld สามารถถอดออกจากแท่นแล้วนำไปเล่นที่ไหนก็ได้ ทำให้มันรองรับการใช้งานแบบที่เครื่องสามารถสื่อสารกันเองโดยตรงแล้วอนุญาติให้ผู้เล่นที่อยู่ในบริเวณเดียวกันสามารถเล่นเกมด้วยกัน แบบเดียวกับที่ PSP และ 3DS ทำได้ ซึ่งแน่นอนมันเป็นฟังชั่นที่คอนโซลอื่นไม่มี

แต่หากย้อนกลับไปในสมัย PSP ช่วงที่ Monster Hunter กำลังระบาดหนักๆ ผมเองก็เคยไปจับกลุ่มออกล่ากับเพื่อนอย่างสนุกสนานออกรส มีการนัดหมายเล่นพร้อมกันตามสถานที่อย่างศูนย์การค้า-ร้านอาหาร (หรือทุกที่ๆ เขายอมให้เราชาร์จไฟได้) ทุกสุดสัปดาห์ กลายเป็นคอมมูนิตี้ขนาดใหญ่



แต่ในสมัยนั้นเอง เจ้า PSP ยังไม่มีระบบออนไลน์เซิฟเวอร์แบบปัจจุบัน ทำให้การนัดพบกันในบางครั้งก็เป็นเรื่อองยาก ทางแก้ของเหล่าเกมเมอร์ในตอนนั้น คือการไปตามหาซื้อ usb ตัวรับสัญญาณ ที่ใช้เชื่อมต่ออินเตอร์เนตเมื่อต่อผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ จำลองเหมือนกับว่าผู้เล่นสองเครื่องนั่งอยู่ข้างๆ กัน มีการตั้งห้องชักชวนกันเล่นได้ ทำให้พวกเราสามารถเล่นด้วยกันได้โดยไม่ต้องก้าวเท้าออกจากบ้านเลย และที่สำคัญ "มันฟรีด้วย"

ส่วน voice chat น่ะเหรอ? ไม่ยากเลย ในปัจจุบันมีช่องทางให้บริการในลักษณะนี้มากมาย เช่น Skype, Line, Facebook Video Call และอื่นๆ อีกเต็มไปหมด

เท่ากับว่าฟังชั่นหลักสองอย่างเราสามารถหาช่องทางการใช้งาน เพื่อหลบหลีกการเสียค่าบริการของนินเทนโดได้ และถ้าคุณไม่ได้อยากได้เกม VC ที่เขาแจก (ซึ่งเอาจริงๆ ก็สามารถหาโหลดอีมูเลเตอร์ได้กลาดเกลื่อน) ก็แทบจะไม่มีความจำเป็นต้องจ่ายค่าบริการเลย

ช่วงระยะเวลาหลังจากนี้ไปจนถึงเครื่องวางจำหน่าย จนถึงช่วงเวลาที่เปิดให้บริการออนไลน์ฟรี เป็นห้วงเวลาสำคัญที่นินเทนโดต้องคิดรูปแบบการให้บริการให้หนัก ว่าจะมีทางอุดช่องโหว่รอยรั่วนี้ได้อย่างไร? หรือจะมีทางปรับปรุงพัฒนาในแง่มุมไหนได้บ้าง? เพราะเอาจริงๆ ผมเอาใจช่วยพวกเขาอยู่ เราไม่มีทางรู้เลยว่าจุดเล็กน้อยเหล่านี้จะนำพาอันตรายใหญ่หลวงมาสู้พวกเขาได้หรือไม่ เป็นเรื่องที่ต้องติดตามและให้กำลังใจครับ

ไม่งั้นเราอาจเจอกับสถานะการณ์ Wii U ครั้งที่ 2


Post by [coolerist]
TOP