Wiki article


For Honor

เกมแห่งเกียรติยศของผู้มีสายเลือดนักรบในหัวใจ ด้วยรูปแบบเกมเพลย์แนวใหม่ที่ได้แรงบันดาลใจจาการดวลดาบผสมผสานกับสไตล์การต่อสู้ของ Stage Combat(รูปแบบการต่อสู้ที่ใช้ในการแสดง จะมีท่วงท่าเคลื่อนไหวที่สวยงาม ชัดเจน สร้างความตื่นตาตื่นใจให้ผู้ชมมากกว่าจะเน้นไปที่ความสมจริง) ทำให้เกมมีแอคชั่นที่เท่ ดุเดือด และดูสนุกเป็นอย่างยิ่ง และในบทความนี้เราจะพาคุณไปทำความรู้จักกับตัวเกมกันครับ



เรื่องราวของ For Honor กล่าวถึงสงครามสามฝ่ายของเหล่าอัศวิน ไวกิ้ง และซามูไร ซึ่งข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ ไม่เคยปรากฎว่าเผ่าพันธุ์ทั้งสามเคยโคจรมาพบกันในสมรภูมิใดๆ เลย แต่ในโลกแฟนตาซีของเกมนี้ พวกเขาทำมันให้เป็นไปได้

หลายพันปีก่อน ดินแดนภายในเกมนั้นมีชื่อว่า Valkenheim (วัลเคนไฮม์) ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเหล่าไวกิ้งมาหลายพันปี จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์วิปลาสแปรผันภัยพิบัติครั้งใหญ่ พื้นดินถล่ม ธรณีสูบ แตกแยกระแหงกว้างขวางกวาดล้างเหล่าไวกิ้งไปจนเกือบหมดสิ้น จนกลายเป็นดินแดนอันรกร้างว่างเปล่า

เหล่าอัศวินจึงเราแผ่ขยายอาณาเขตเข้าครอบครองดินแดนส่วนหนึ่งซึ่งเคยเป็นของเหล่าไวกิ้ง และขนานนามมันว่า Ashfield (แอชฟีลด์) เรื่องราวกล่าวขานกลายเป็นตำนานของเหล่านักรบแดนเหนือ ว่าครั้งหนึ่งแผ่นดินสุดปลายขอบฟ้าครั้งหนึ่งเป็นของพวกเขา และความฝันในจิตใจของนักรบชาวไวกิ้งทุกคน พวกเขาอยากได้มันคือ



ในขณะเดียวกันนั้นเอง ทางบูรพาทิศในดินแดนไกลโพ้นของเหล่าซามูไร องค์จักรพรรดิของพวกเขาก็ได้ส่งนักรบจำนวนหนึ่งออกตามหาดินแดนใหม่สำหรับพวกเขาเพื่อใช้ตั้งรกราก เนื่องจากอาณาจักรเดิมของพวกเขากำลังจะจมสู่ท้องทะเล พวกเขาค้นพบดินแดนใหม่ และตั้งชื่อมันว่า Myre (ไมร่า) โดยไม่ล่วงรู้เลยว่า มันเป็นดินแดนที่กำลังระอุไปด้วยไฟสงครามระหว่างไวกิ้งและอัศวิน หลังจากค้นพบดินแดนใหม่พวกเขาส่งสารกลับไปยังบ้านเกิดเพื่อแจ้งข่าวอันน่ายินดี แต่ไม่เคยมีคนนำสารคนใดกลับมา นั่นหมายความว่าอาณาจักรของพวกเขาอาจจะล่มสลายไปแล้ว และเหลือเพียงซามูไรเพียงหยิบมือในดินแดนนี้เท่านี้ ที่หลงเหลือเป็นกลุ่มสุดท้าย

สงครามจึงกลายเป็นทางออกที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เมื่อฝ่ายหนึ่งต้องการทวงคืนบ้านเกิด ฝ่ายหนึ่งต้องการรักษาบ้านใหม่ และอีกฝ่ายต่อสู้เพื่อไม่ต้องเร่ร่อนไร้บ้าน ความขัดแย้งนี้เกิดขึ้นเพราะเหตุสุดวิสัย หรือมีใครบางคนกำลังชักใยอยู่เบื้องหลัง? เป็นเรื่องที่ต้องติดตามในโหมดเนื้อเรื่องของตัวเกม



โหมดของเกม

ตัวเกมแบ่งโหมดออกเป็นสองส่วนใหญ่ๆ คือโหมดเนื้อเรื่องซึ่งจะติดตามตัวละครสำคัญอันเป็นนักรบจากแต่ละฝ่าย ว่าเรื่องราวเหตุการณ์ภายในเกมจะคลี่คลายไปในทิศทางใด โหมดการเล่นนี้สามารถเล่นได้ด้วยตัวคนเดียวหรือจะเล่นพร้อมกับเพื่อนอีกหนึ่งคนก็ยังได้ (2 player co-op)

นอกจากเรื่องราวอันน่าติดตามแล้ว โหมดเนื้อเรื่องยังทำหน้าที่เตรียมความพร้อมให้กับผู้เล่น ก่อนที่จะได้สัมผัสกับสนามรบจริงในโหมดมัลติเพลเยอร์ด้วย แต่แน่นอนว่าตัวเกมใส่โหมดฝึกหัดเต็มรูปแบบมาให้ด้วย ดังนั้นใครชอบเล่นซ้อมมือคนเดียวก็สามารถทำได้

ในส่วนของมัลติเพลเยอร์นั้น โหมดการเล่นทุกชนิดจะถูกครอบไว้ด้วย Faction War กล่าวคือ เมื่อเริ่มต้นโหมดมัลติเพลเยอร์ ผู้เล่นจะต้องเลือกสวามิภักดิ์กับกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจากทั้งสามฝ่าย และออกรบในนามของฝ่ายนั้น เมื่อเราเล่นมัลติเพลเยอร์ในรูปแบบใดก็ตาม เกมจะมอบ War Asset ให้กับเราทุกครั้งที่จบแมตช์ โดยจำนวนที่จะได้นั้นก็ขึ้นอยู่กับผลงานของผู้เล่นแต่ละคน และเราต้องจัดการนำเอาแต้ม War Asset เหล่านั้นไปใช้ World Map ซึ่งถูกแบ่งเป็นดินแดนของทั้งสามฝ่ายไหนที่ลงทุนแจกจ่าย War Asset ในดินแดนของตัวเอง ก็จะทำให้แว่นแคว้นของฝ่ายนั้นเข้มแข็งถูกตีแตกยาก แต่หากวางกำลังไว้ในดินแดนของฝ่ายตรงข้ามก็จะเป็นการยึดดินแดนนั้น


โดยรอบการคำนวน War Asset จะแบ่งเป็น 3 รอบ

Territory Update จะมีการคำนวน War Asset ทุก 6 ชั่วโมง
Round จะเป็นการแสดงตารางผลการรบทุก 2 อาทิตย์
Season จะเป็นการแสดงผลการรบทุก 10 อาทิตย์

ทุกการจบรอบ Round และ Season จะมีการแจกจ่ายรางวัลให้กับผู้เล่นที่มีส่วนร่วมกับการรบเป็นไอเทมต่างๆ ในเกมด้วย



โหมดต่างๆ ใน Multiplayer

รูปแบบการเล่นของเกมนั้นจะยืนพื้นอยู่บนหลักของการจับคู่ดวลกันระหว่างผู้เล่นเป็นหลัก โดยสามารถที่จะเล่นกับผู้เล่นคนอื่น หรือเล่นกับบอท AI ก็ได้ แต่จำนวนผู้เล่นจะเป็นปัจจัยสำคัญในการแบ่งโหมดได้ดังนี้

Duel (1 v 1) โหมดการเล่นสุดคลาสิกที่ใช้เป็นเวทีประลองหายอดฝีมือด้วยการต่อสู้กันตัวต่อตัว ไม่มีตัวช่วยอื่นใด นอกจากฝีมือและหัวใจของผู้เล่นล้วนๆ อันมีเกียรติและศักดิ์ศรีเป็นเดิมพัน อีกทั้งยังเหมาะเป็นอย่างยิ่งกับการใช้แก้ไขปัญหาข้อพิพาทระหว่างผู้เล่นหัวร้อน ซึ่งเกิดขึ้นอยู่เสมอในโลกของเกมมัลติเพลเยอร์ ตัดสินแพ้ชนะกันภายใน 5 เกม

Brawl (2 v 2) โหมดการดวลที่เพิ่มความท้าทายและกลยุทธ์เข้าไป เมื่อจำนวนผู้เล่นกลายเป็นสองทีม ทีมละ 2 คน การประสานงานและวางแผน รวมไปถึงความเชื่อมั่นในทีมจะเป็นปัจจัยในการเก็บชัยชนะ


Dominion (4 v 4) โหมดที่มีความซับซ้อนสูงสุดในเกม เพราะเป้าหมายของโหมดนี้ไม่ได้อยู่ที่การเด็ดหัวคู่ต่อสู้ แต่เป็นการแข่งกันทำแต้มให้ครบ 1000 ผ่านการยึดพื้นที่สามจุดในแผนที่ โดยเกมสามารถพลิกกลับไปมาได้หากผู้เล่นทั้งสองทีมชิงพื้นที่สลับกันอย่างต่อเนื่อง โดยที่สนามรบกลางฉากจะมีการประจันบานระหว่างกองทัพของเราและของศัตรูอยู่ด้วย เมื่อมีทีมใดเก็บแต้มได้ครบ 1000 ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามจะไม่สามารถ Respwan ได้ ดังนั้นหากสามารถจัดการศัตรูในช่วงที่แต้มของทีมเราเกิน 1000 ได้หมดทั้งทีม เราก็จะเป็นฝ่ายชนะ เป็นโหมดที่ต้องใช้การประสานงานและแทคติก

Elimination (4 v 4) โหมดตะลุมบอนระหว่างผู้เล่นสองทีม ทีมละ 4 คน ไม่มีต้องมีการยึดจุดให้ร่ำไร ผู้เล่นทั้ง 8 คน สามารถเปิดฉากเข้าห้ำหั่นกันได้เลย แต่ถึงกระนั้นการประสานงานและทีมเวิร์คก็ยังถือเป็นส่วนสำคัญของโหมดนี้อยู่



พื้นฐานการดวล

ระบบการต่อสู้ในเกมนี้ค่อนข้างแตกต่างและไม่เหมือนใครมากๆ ผมจะขออธิบายเป็นลำดับขั้นเพื่อความเข้าใจง่ายดังนี้

การควบคุมตัวละครในโหมดปกติ เราจะใช้อนาลอคซ้ายในการเคลื่อนที่ กดอนาลอคซ้ายเพื่อวิ่ง เมิ่อต้องการเข้าสู่โหมดต่อสู้ เริ่มต้นได้โดยการกดปุ่ม L2 เพื่อล๊อคเป้า อนาลอคซ้ายจะใช้เคลื่อนที่ไปซ้าย ขวา หน้า หลัง

ปุ่มทิศทาง ใช้สำหรับใช้ feat หรือความสามารถประจำตัวต่างๆ
ปุ่มสามเหลี่ยม ใช้แสดงอารมณ์ด้วยท่าทางต่างๆ ที่เราเลือกไว้
ปุ่มสี่เหลี่ยม เป็นท่า Guard Brake เพื่อทำลายการ์ดของคู่ต่อสู้
ปุ่มวงกลม ไว้แคนเซิลท่าโจมตีหนัก ไว้ใช้สำหรับหลอกคู่ต่อสู้
ปุ่มกากบาท ใช้พุ่งหลบการโจมตี
L1 โจมตีเบา
L2 โจมตีหนัก
อนาลอคขวา ใช้สำหรับเลือกทิศทางในการตั้งการ์ดป้องกัน บน ซ้าย หรือขวา ซึ่งการตั้งการ์ดนี้ยังเป็นตัวกำหนดทิศทางการออกอาวุธอีกด้วย

Post by [coolerist]
TOP