Wiki article


Uncharted: The Lost Legacy
มรดกที่สูญหาย...ไว้ลายสองนางเสือ!


เป็นเวลาเนิ่นนานที่เราได้เพลิดเพลินไปกับบทบาทการผจญภัยของ เนธาน เดรก พระเอกจอมกวนแห่งซีรีส์ Uncharted ซึ่งพอมานับดูแล้ว เกมชื่อดังเกมนี้ก็มีอายุครบ 10 ปีเต็มพอดี (Uncharted ภาคแรกออกเมื่อค.ศ.2007) โดยตลอดช่วงเดือนปีที่ผ่านไปนั้น เราได้สนุกกับการเดินทาง(และเติบโต) ของเดรก ทั้งใน Drake’s Fortune ต่อด้วย Among Thieves และ Drake’s Deception ก่อนมีช่วงสั้นๆ กับ Golden Abyss (PS Vita) จากนั้นจึงปิดฉากรูดม่านสุดประทับใจใน A Thief’s End

 


เห็นได้ว่า ทั้งทีมงานและผู้เล่นใช้เวลาไปกับตำนานชีวิตของเดรกมามากพอสมควร ดังนั้นในเกมส่วนเสริมพิเศษของ Uncharted ภาค 4 ในชื่อตอน The Lost Legacy จึงถือเป็นครั้งแรกของแฟรนไชส์ที่เราจะได้เล่นเป็นตัวเดินเรื่องคนใหม่ ซึ่งไม่ใช่คนไกลที่ไหน เธอคือ โคลอี เฟรเซอร์ (Chloe Frazer) สาวลูกครึ่งอินเดีย-ออสเตรเลีย นักล่าสมบัติรับจ้าง ผู้มีอัตวิสัยแตกต่างจากเนธาน เดรก เปรียบเทียบง่ายๆ หากเดรกคือแสงสว่าง โคลอีคือ...เงามืด...

 


ที่ผ่านมา เธอมักทำทุกอย่างเพื่อเป้าหมายโดยไม่สนวิธีการ ทั้งหักหลังคนในทีมเดียวกัน ตะลุยบู๊ล้างผลาญกับชายอกสามศอกอย่างไม่มีหวั่นเกรง...ทั้งหมดนี้ห่างไกลจากคำว่าตัวเอกแสนดีในเกมเสียเหลือเกิน ทว่า โอกาสในการกลับตัวกลับใจอาจมาถึงใน The Lost Legacy หรืออย่างน้อย เนื้อเรื่องในภาคนี้ก็อาจเผยแง่มุมน่าสนใจของเธอให้เรารับทราบกัน

 

ด้วยการจับมือกับอีกหนึ่งเสือสาว นาดีน รอสส์ (Nadine Ross) อดีตหัวหน้าหน่วยทหารรับจ้างชอว์ไลน์ (Shoreline) ทั้งคู่พร้อมแล้วที่จะออกเดินทางทำภารกิจครั้งใหม่ในวันที่ 22 ส.ค.2017 วางขายเฉพาะเครื่อง PS4 ตัวเกมคาดว่าจะใช้เวลาเล่นราว 10 ชม. สนนราคา $40 หรือราว 1,385 บาท (ใครพรีออเดอร์จะได้แถมเกม Jak and Daxter: The Precursor Legacy)

 

จับคู่สองสาวแกร่ง

 

นิตยสาร gameinformer ฉบับเดือนเม.ย.รายงานว่า สตูดิโอ Naughty Dog เริ่มงานสร้าง DLC ทันทีหลังจบโครงการสร้างภาคหลัก (ภาค 4 A Thief’s End) แล้วได้แบ่งทีมส่วนใหญ่ไปลุยทำ The Last of Us ll ทีมงานที่เหลือจึงเริ่มประชุมวางแผน แต่ก็พบอุปสรรคสำคัญ...นั่นก็คือ "พวกเขาปิดฉากเนธาน เดรก ไว้สวยงามและสมบูรณ์เกินไป" จนไม่ควรไปแงะมันออกมาเพื่อทำ DLC!

 

"เนื้อเรื่องในภาคสุดท้ายมันหมดจดเสียจนเราไม่อยากไปแตะต้องมันอีกครับ" จอช เชอร์ จากทีมเขียนบท กล่าวและว่า "เราจึงเริ่มมองหนทางใหม่ๆ โดยกำหนดไว้ว่า มันจะต้องเป็นการผจญภัยที่ให้บรรยากาศแตกต่างจากของเนธาน เดรกให้มากที่สุด"

 




จากนั้นทีมงานใช้เวลาเป็นเดือนๆ เพื่อมองหาลู่ทางอย่างที่อยากได้ โดยมีตัวอย่างพล็อตเรื่องคร่าวๆ ถูกส่งเข้ามาพิจารณา อาทิ ภารกิจของคู่หูแซมกับซัลลี่ แต่ก็ต้องตกไป เพราะซัลลี่แก่มากแล้ว ถ้าจะให้เล่นเนื้อเรื่องตอนหนุ่มๆ เขาก็ใช้เวลาเกือบทั้งหมดในวัยหนุ่มเป็นทหารรับใช้ชาติ หาได้มีอาชีพตามล่าหาสมบัติไม่ เคยลองจะดัน แคสซี่ (Cassie) ลูกสาวเนธานขึ้นมาก็เจอปัญหาใหญ่อีก นั่นคือเธอยังเด็ก เมื่อเธอต้องจับปืนยิงใส่คน...มันดูไม่เข้าท่าเสียเลย

 

แต่ในท้ายที่สุด พวกเขาก็เจอส่วนผสมอันลงตัวระหว่างตัวละครคลาสสิคกับดาราหน้าใหม่ จึงเป็นที่มาของการจับโคลอีมาคู่กับนาดีน "คู่นี้เพอร์เฟคมากเลยครับ เราแทบไม่ต้องไปแตะต้องเนื้อหาหลัก ในการเขียนเรื่องราวใหม่ให้กับพวกเธอ" ชอว์น เอสเคย์ก ครีเอทีฟไดเรกเตอร์ ระบุ

 

นิทานของพ่อ..ผู้เป็นนักโบราณคดี

 

หลังเหตุการณ์ต่างๆ ในซีรีส์ Uncharted ดำเนินไป การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับทั้งโคลอีและนาดีนไม่สู้ดีนัก นาดีนตกต่ำลงเพราะปฏิบัติการล้มเหลว สูญเสียความน่าเชื่อถือ (ก็แน่อ่ะ เจอเดรกเล่นงานซะอ่วมขนาดนั้น) ส่วนโคลอีก็รู้สึกว่าตนเองไม่เคยได้ลืมตาอ้าปากในสายวิชาชีพ เพราะมีคนเก่งๆ ขวางหน้าอยู่ตลอด (ก็เนธาน เดรกอีกนั่นแหละ) ความรู้สึกกดดันที่อยู่ภายในคนทั้งคู่ ส่งผลให้ทั้งสองยังไม่ยอมวางมือ ยังคงมองหาหนทางกอบกู้ชื่อเสียงในวงการ

 

และแล้วโอกาสก็มาถึง ช่วงเวลาเกือบปีหลังจบ A Thief’s End นาดีนต้องวิ่งหารับงานเดี่ยว (ส่วนเธอหนีจาก "เรือโจรสลัดลำนั้น" มาได้อย่างไร ในเกมก็จะมีบอกไว้ด้วย) ซึ่งทั้งนาดีนและโคลอี รู้จักชื่อเสียงเรียงนามกันมาก่อนแล้ว (วงการใต้ดินก็แบบนี้แหละมั้ง) และก็เป็นโคลอีที่ติดต่อจ้างเธอให้มาร่วมกันค้นหา Tusk of Ganesh หรืองาพระพิฆเนศ ของล้ำค่าในตำนานอินเดียโบราณ...ทว่า ของชิ้นนี้ก็เป็นที่หมายปองของขุนศึกกระหายสงครามนาม "อซาฟ" Asav ที่ส่งกองกำลังออกสืบหาเช่นเดียวกัน




 

ตัวเกมจะนำเสนอเรื่องราวของสองสาวที่ลุยบุกเบิกค้นหาวัตถุดังกล่าว โดยมีกองกำลังของอซาฟตามหลังมาแบบฉิวเฉียดในทุกสถานที่ที่ไป

 

"อซาฟ เชื่อว่าตนสืบเชื้อสายมาจากชนชั้นปกครองของราชวงค์โบราณ เขาต้องการวัตถุศักดิ์สิทธิ์ของอาณาจักรมาเพื่อสถาปนาอำนาจและอิทธิพลของตนครับ" ชอว์น เอสเคย์ก อธิบายเพิ่มเติม

 

ด้าน เคิร์ท มาร์เกอเนา (Kurt Margenau) หัวหน้าทีมออกแบบ เสริมว่า "ใน DLC ชิ้นนี้ โคลอี คือเจ้าของเรื่องราวทั้งหมดครับ มันคือการเดินทางของเธอ มันจะมีการเผยประวัติในอดีตตั้งแต่สมัยเด็ก ทุกอย่างล้วนมีความหมายต่อเธอ เราจะได้เห็นพัฒนาการและต้นเหตุของสิ่งที่ทำให้เธอเป็นอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน...สิ่งที่ทำให้เด็กสาวคนหนึ่งหันมาเลือกอาชีพนี้"

 

"ผมบอกได้อย่างหนึ่งว่า "พ่อ" ของโคลอีมีส่วนสำคัญในการปลูกฝังแนวคิดให้กับเธอ โดยเขาเป็นนักโบราณคดีที่คอยเล่าตำนานต่างๆ ให้ฟัง รวมทั้งมรดกตกทอดครอบครัว อย่างเรื่องงาที่หักของพระคเนศก็รวมอยู่ด้วย ดังนั้น เราจะได้เห็นการไขปริศนาในเกมโดยที่เธอต้องนึกคำใบ้เอาจากนิทานที่พ่อเธอเล่าให้ฟังตอนเด็กๆ นี่ล่ะ"

 

ราชวงศ์โหยษละ (Hoysala)

 

ว่าด้วยเรื่องของฉากใน The Lost Legacy ทีมงานเผยว่า มันจะอยู่ในพื้นที่ Western Ghats หรือที่รู้จักกันดีคือ เทือกเขาฆาฏตะวันตก ในประเทศอินเดีย ทีมพัฒนาได้ใช้สภาพแวดล้อมจากสถานที่จริงผสมเติมแต่งด้วยเวทมนต์ของ Naughty Dog เพื่อให้ได้สภาพแวดล้อมสวยงามอลังการ และมีขนาดที่ใหญ่กว่าฉากมาร์ดากาสก้าในภาค 4 และแน่นอนว่า สองสิงห์ตัวเอกจะมีรถจี๊บตะลุยทุ่งให้ได้ขับกันเหมือนกับเกมต้นฉบับ




 

ระหว่างเดินทาง โคลอีจะคอยบอกเล่ารำลึกตำนานของอาณาจักรโหยษละ (Hoysala) อารยธรรมที่เคยรุ่งเรืองในแถบอินเดียใต้ อันเป็นสถานที่เป้าหมายที่เราต้องไปค้นหาสมบัติชิ้นสำคัญ

 

ว่าด้วยตำนาน ของราชวงศ์โหยษละ มีข้อมูลระบุว่าเป็นราชตระกูลหนึ่งที่ขึ้นมามีอำนาจแถบไมเซอร์ รัฐกรรณาฏกะ เดิมต้นราชวงศ์นี้รับราชการในราชสำนักจาลุกยะ จนกระทั่งราชวงศ์จาลุกยะอ่อนกำลังลงจึงเข้ายึดครองไมเซอร์และปราบดาภิเษกเป็นราชวงศ์โหยษละ ตั้งแต่ราวพุทธศตวรรษที่ 16-18 ในสมัยโหยษละมีการนับถือสุริยะเทพ ดังปรากฏเทวสถานมากมายที่สร้างบูชาแด่พระองค์ โดยในแต่ละวิหารจะต้องประกอบไปด้วยเทพ 5 องค์ ได้แก่ พระสุริยะ พระวิษณุ พระศิวะ พระศักติ และ "พระคเนศ" ทั้งนี้ รูปแบบประติมากรรมในยุคนี้จะเน้นรูปปั้นที่สวม "เครื่องประดับ" และศิราภรณ์มากมาย




 

สำหรับฉากเมือง ในเกมนี้ก็เลือกใช้ เมืองฮาเลบิด (HALEBIDU) หรือบางครั้งก็เรียก "วาราสมุนดรา" สถานที่ในแบบฉบับอินเดียตอนใต้แท้ๆ ซึ่งที่นี่ โคลอีจะได้ใช้สกิลใหม่ประจำภาคเสริมก็คือ สะเดาะกลอน (Lockpick) แถมด้วยอาวุธปืนเก็บเสียง เพื่อสร้างรูปแบบการเล่นสไตล์ลอบเร้น อย่างที่เราได้เห็นกันไปบ้างแล้วในเทรลเลอร์เปิดตัวเมื่อหลายเดือนก่อน

 

งาแห่งพระพิฆเนศ

 

ในส่วนของตำนานพระพิฆเนศ มีอยู่ว่า เป็นเทพที่มีรูปกายเป็นชายอ้วนท้องพลุ้ย มีเศียรเป็นช้างแสดงถึงความเฉลียวฉลาด มีงาข้างเดียว กายสีแดง มีสี่กร พระหัตถ์บนด้านขวาทรงเชือกบ่วงบาศน์ใช้นำพามนุษย์ไปสู่เส้นทางแห่งธรรมะ พระหัตถ์บนซ้ายทรงเชือกขอสับที่ใช้ในการปกป้อง มือขวาล่างทรงงาที่หักครึ่ง ใช้เป็นปากกาในการเขียนมหากาพย์มหาภารตะให้ฤๅษีวยาสและเป็น "สัญลักษณ์แห่งความเสียสละ" อีกมือทรงลูกประคำที่แสดงถึงการแสวงหาความรู้

 

ประวัติของงาที่หัก มีหลายตำนาน โดยตำนานที่แพร่หลายที่สุดเล่าว่า โดนปรศุรามใช้ขวานจาม ปรศุรามนั้นเป็นอวตารของวิษณุเทพ กล่าวคือ ปรศุรามได้ยืมขวานจากพระศิวะไปทำลายเหล่ากษัตริย์ เมื่อเสร็จภารกิจจะเข้าเฝ้าที่เขาไกรลาส ระหว่างนั้นบริเวณพระตำหนักชั้นใน พระศิวะเทพกำลังสนทนาอยู่กับนางปารวตี พระคเณศไม่ยอมให้ปรศุรามเข้าพบ ปรศุรามโมโหเลยใช้ขวานของพระศิวะขว้างไปยังพระคเณศ พระองค์จำใจต้องใช้ใช้งาข้างซ้ายรับขวานนั้น ด้วยเหตุที่ท่านทรงมีความกตัญญูเป็นอย่างยิ่งในตัวพระบิดา ครั้นจะต่อสู้กันไปก็อาจทำได้ แต่จะมีประโยชน์อะไรกับการทำลายฤทธิ์เดชของอาวุธซึ่งเป็นของบิดาตนเอง จึงยอมให้งาของตนหักสะบั้นลง

 


อย่างไรก็ดี มีข้อมูลรายงานว่า "งาของพระพิฆเนศ" ในเกมจะเป็น อัญมณีหรือเครื่องประดับ ที่ชาวโหยษละสร้างขึ้นเพื่อบูชาเทวรูปพระพิฆเนศ ทั้งนี้ อัญมณีดังกล่าวไม่มีอยู่จริง เป็นเรื่องที่ทีมงานแต่งขึ้นมาให้กับเกมนี้เท่านั้น และด้วยความกังวลว่าเนื้อหาในเกมอาจมีบางส่วนไม่เหมาะสมและสร้างความไม่พอใจให้กับชาวอินเดียท้องที่ ทาง Naughty Dog จึงต้องลงพื้นที่ศึกษาข้อมูล และเชิญนักวิชาการตลอดจนนักวิจัยชาวทมิฬนาฑูมาปรึกษาและขอคำแนะนำโดยตลอดช่วงพัฒนา The Lost Legacy

 

ทิ้งท้ายกันเรื่องโหมดมัลติเพลเยอร์ โดย ณ ตอนนี้ยังไม่มีการเปิดเผยโหมดหลายผู้เล่นที่เป็นแบบเฉพาะของภาคนี้ แต่มีการยืนยันแล้วว่า ตัวเกมสามารถเข้าเล่นโหมดมัลติฯ และโหมด survival ของภาค 4 ได้เลย โดย Uncharted: The Lost Legacy ซื้อได้ทั้งแบบกล่องและแบบดิจิตอล แต่ถ้าใครซื้อ Uncharted 4 แบบ Digital Deluxe หรือแบบ Explorer’s Pack (ที่ออกเมื่อ 13 ธ.ค.) ก็รอโหลด DLC แบบฟรีๆ ได้!


Post by [ปอลนาโช่]
TOP