Wiki article


1st infantry Division

กองพลทหารราบที่ 1 สหรัฐอเมริกา

Call of Duty ภาคใหม่เพิ่งจะเปิดตัวให้เราได้เห็นกันไปเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ซึ่งก็น่าจะสร้างความประหลาดใจและความยินดีให้กับแฟนๆ ของซีรี่ส์ไม่น้อย ที่ในที่สุดแล้ว ตัวเกมจะกลับไปหารากเหง้าที่แท้จริงนั่นคือการกลับไปใช้ฉากหลังเป็นสมรภูมิสงครามโลกครั้งที่สองกันอีกครั้ง ในชื่อว่า Call of Duty: WW II โดยทีมสร้าง Sledgehammer Games ที่เคยฝากผลงานเอาไว้ในภาค Modern Warfare 3 และ Advance Warfare นับเป็นการกลับไปในยุคสงครามโลกครั้งแรกของซีรี่ส์ หลังจากภาคสุดท้ายที่ทำคือ World at War 



จากตัวอย่างที่เราได้ชมกันในงานแถลงข่าว รายละเอียดของมันทำให้เราได้รู้ว่า ในคราวนี้เราจะได้รับบทเป็นพลทหารประจำกองพลทหารราบที่ 1 ของกองทัพบกสหรัฐอเมริกา และติดตามพวกเขาตะลุยสู่สมรภูมิต่างๆ เพื่อชิงยุโปรกลับมาจากกองทัพนาซี นั่นหมายความว่า เราจะได้ยกพลขึ้นบนตะลุยอ่าวนอร์มังดีอันแสนหฤโหดกันอีกครั้ง แต่ในคราวนี้บรรยากาศจะสมจริงยิ่งกว่าที่เคยมีมา ด้วยพลังกราฟฟิกของเครื่องเกมในยุคปัจจุบัน

 

ดังนั้นในวันนี้ ผมจึงอยากนำเสนอบทความเกี่ยวกับกองพลพระกาฬ ที่เป็นตำนานอันห้าวหาญและน่าภาคภูมิใจของพวกเขากันสักเล็กน้อย ซึ่งมันอาจจะทำให้เราเห็นภาพในเกมคร่าวๆ ว่าในคราวนี้ เราจะได้ไปเยือนศึกใหญ่ที่ไหนบ้างในสงครามครั้งนี้


(ตราสัญลักษณ์)

 

กองพลทหารราบที่ 1 สหรัฐ หรือ 1st Infantry ก่อตั้งในปี 1917 ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 และเป็นกองพลที่เก่าแก่ที่สุดของสหรัฐที่ยังคงปฎิบัติภาระกิจอยู่มาจนถึงปัจจุบัน พวกเขาร่วมรบในทุกสมรภูมิที่อเมริกาเข้าร่วม ชื่อเล่นของกองพลนี้คือ Big Red One (หรือ BRO) ซึ่งมีที่มาจากตราสัญลักษณ์ที่แขนเสื้อของพวกเขาที่เป็นเลขหนึ่งสีแดง นอกจากนี้พวกเขายังมีชื่อเล่นอื่นๆ อย่าง The Fighting First, The Bloody First อีกด้วย คำขวัญประจำกองพลคือ No Mission Too Difficult. No Sacrifice Too Great. Duty First!. 

 

หากจะนับวันที่อเมริกาเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่สองจริงๆ ก็คือวันที่พวกเขาถูกโจมตีเพิร์ล ฮาร์เบอร์ ในวันที่ 7 สิงหาคมปี 1941 แต่กว่าพวกเขาจะตระเตรียมระดมพลได้สำเร็จก็เกือบหนึ่งปีให้หลัง ข้อตกลงระหว่างอเมริกาและอังกฤษตั้งแต่ช่วงที่สงครามระเบิดขึ้นแรกๆ ก็คือ กองทัพอเมริกาจะต้องจัดการ ฮิตเลอร์ และปลดปล่อยยุโรปเสียก่อน แผนการนี้รวมไปถึงการที่กองทัพพันธมิตรจะต้องบุกแผ่นดินใหญ่ของยุโรป ณ ห้วงเวลาใดเวลาหนึ่ง ซึ่งในขณะนั้น ทั้งยุโรปตกอยู่ภายใต้การครอบครองของนาซีจนแทบจะหมดสิ้นแล้ว เหลือเพียงเกาะอังกฤษและสหภาพโซเวียตเท่านั้นที่ยังยืนหยัดท้าทายเยอรมันอยู่ได้ โดยโซเวียตกดดันอังกฤษและอเมริกาให้เปิดฉากบุกจากด้านตะวันตกเพื่อผ่อนคลายความกดดันที่กองทัพนาซีที่กังรบพุ่งกับกองทัพแดงอย่างดุเดือด 


 

อเมริกาเมื่อเข้าสู่สงครามก็มีความต้องการที่จะบุกเข้าภาคพื้นยุโรปให้เร็วที่สุด แต่อังกฤษไม่เห็นด้วยเพราะยังขาดทั้งกำลังพลและยุทโธปกรณ์ที่มาก พวกเขาจึงคิดแผนการใหม่ให้กองทัพอเมริกาเปิดฉากบุกอาณานิคมของฝรั่งเศสทางตอนเหนือของแอฟริกา เพื่อซื้อเวลาให้ฝ่ายพันธมิตรเสริมกำลังให้พร้อมและเป็นการฝึกประสบการให้กับกองทัพของสหรัฐในการปะทะกับกองทัพที่ไม่แข็งแกร่งมากของนาซีไปพร้อมกันด้วย ดังนั้นในวันที่ 8 พฤศจิกายน 1943 กองพลทหารราบที่หนึ่งจึงถูกส่งไป ยกพลขึ้นบกทางตอนเหนือของแอฟริกา บริเวณประเทศโมรอคโคและแอลจีเรีย 

 

การยกพลขึ้นบกถือว่าค่อนข้างราบรื่น แม้จะมีการปะทะเล็กน้อยแต่กองทัพพันธมิตรก็ผ่านไปได้อย่างไม่ยากเย็นนัก แต่บททดสอบแรกของกองพลทหารราบที่หนึ่ง คือ การบุกยึดตูนีเซียและเมืองหลวง ตูนิส ซึ่งเป็นฐานที่มั่นหลักของฝ่ายอักษะในแอฟริกา ในช่วง 23 มกราคม 1943 – 9 พฤษภาคม 1943 พวกเขาผ่านศึกใหญ่ทุกศึก และสามารถจับเชลยทหารฝ่ายอักษะได้กว่า 250,000 ในที่สุด แต่ในสมรภูมิแอฟริกานี้ กองพลทหารราบที่หนึ่งสูญเสียทหารไปเกือบ 5,000 นาย


 

ด่านต่อไปของพวกเขา คือการบุกเกาะซิซิลี ซึ่งเปิดฉากเมื่อ 10 กรกฎาคม 1943 การยกพลขึ้นบกที่ ซิซิลี ทำให้พวกเขามีประสบการณ์การยกพลขึ้นบกอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งในแง่การรบสะเทินน้ำสะเทินบก  การบุกจู่โจมด้วยพลร่มจำนวนมาก และการประสานงานกับหน่วยรบอื่นๆ ที่นี่พวกเขายังต้องรบศึกใหญ่ที่เมือง เจลา และ โตริโน่ อีกด้วย หลังจากยึดเกาะซิซิลีได้สำเร็จในวันที่ 17 สิงหาคม 1943 พวกเขาถูกส่งกลับไปเกาะอังกฤษเพื่อเตรียมความพร้อมในการบุกยุโรปต่อไป กองพลทหารราบที่หนึ่งออกจากอิตาลีด้วยชื่อเสียงและเกียรติภูมิในฐานะกองกำลังที่เจนศึกและผ่านการเคี่ยวกรำมาโชคโชนแล้ว

 

6 มิถุนายน 1944 วัน D-Day ในบรรดาหาดทั้งห้าที่พันธมิตรบุกยกพลขึ้นบกนั้น หาดที่ได้รับการป้องกันอย่างแน่หนาและมีการรบที่ดุเดือดนองเลือดที่สุด คือหาดโอมาฮา ซึ่งเป็นหาดที่กองพลทหารราบที่หนึ่งเข้าโจมตีเป็นหน่วยแรก พวกเขาต้องวิ่งฝ่าห่ากระสุนกว่า 300 หลาก่อนจะถึงแนวผาที่ใช้เป็นที่กำบังได้ ภายในชั่วโมงแรกของการรบ หน่วยรบบางหน่วยของกองพลสูญเสียกำลังพลไปถึง 30% แต่สุดท้ายพวกเขาก็สามารถยึดหัวหาดเอาไว้ได้ ความโหดร้ายของศึกนี้อาจจะเคยผ่านตาพวกเรามาก่อนในภาพยนต์อย่าง Saving Private Ryan หรือ มินิซีรี่ส์อย่าง Band of Brothers


 

หลังจากยึดหาดได้ พวกเขายังต้องบุกต่อเข้าไปในดินแดนของฝรั่งเศสและเบลเยี่ยม ซึ่งกองพลทหารราบที่หนึ่งต้องเผชิญกับศึกใหญ่ที่สุดของพวกเขาในสงคราม นั่นคือ ศึกป่าเฮอร์เก้น และ ศึกชิงแคว้นอาร์เดน(Battle of Hürtgen Forest และ Battle of The Bulge) ซึ่งเป็นสมรภูมิที่ยาวนานที่สุด และโหดร้ายที่สุดในแนวรบตะวันตก 


 

หลังจากนั้นพวกเขายังเป็นหัวหอกในการบุกข้ามแม่น้ำไรน์ เข้าสู่เขตเยอรมนี และปลดปล่อยชาวยิวจากค่ายกักกันในเชคอีกด้วย ตลอดการรบในสงครามโลกครั้งที่สอง กองพลทหารราบที่หนึ่งสูญเสียกำลังพลไปกว่า 20,659 นาย

 

จากข้อมูลที่กล่าวมาทั้งหมด เป็นไปได้อย่างยิ่งว่าเราจะได้สัมผัสกับเกมภาคนี้โดยมีจุดเริ่มต้นที่ นอร์มังดี ไปจนถึง อาร์เดน ซึ่งเป็นศึกใหญ่ครั้งสุดท้ายของพวกเขา แต่สุดท้ายแล้วจุดเด่นของตัวเกมก็คือเนื้อเรื่องที่น่าติดตาม และ COD: WWII จะทำให้เราประทับใจได้ขนาดไหน ต้องมาติดตามดูกันครับ


Post by [coolerist]
TOP