Wiki article

-Performance-Based Matchmaking ไม่ได้มาแทนระบบ Matchmaking Rating แบบเดิม แต่เป็นสิ่งที่จะมาช่วยอัพเกรดให้การคำนวณ MMR ฉลาดยิ่งขึ้น

-Performance-Based Matchmaking จะให้ความสำคัญกับการเล่นของผู้เล่นเฉพาะบุคคลมากกว่าเดิม โดยอาศัยตัวแปรตั้งแต่ Hero ที่เล่น สไตล์การเล่น Map ที่เล่น เขต (Region) ที่เล่น ฯลฯ

-Performance-Based Matchmaking ไม่ได้มาจำกัดสไตล์การเล่นที่หลากหลาย เพราะระบบนี้จะมีการอัพเดตตัวเองตลอดเวลา ถ้าเทรนด์การเล่น Hero บางตัวเปลี่ยน การคำนวณก็จะเปลี่ยนตาม



ปัจจุบัน Heroes of the Storm และ Moba อื่น ๆ อีกหลายเกม จะใช้วิธีจับคู่ผู้เล่นในการเล่นเกมแต่ละตาโดยใช้ค่า Matchmaking Rating หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า MMR เป็นตัวกำหนดว่าใครจะได้จัดกลุ่มอยู่ทีมไหนและอยู่กับใคร ซึ่งค่า MMR นี้จะขึ้นกับการแพ้-ชนะของผู้เล่นเป็นหลัก

แม้ว่านี่จะเป็นระบบที่ยอมรับกันในหลายเกม แต่ก็มีจุดอ่อนสำคัญหลายอย่างที่ทั้งฝ่ายผู้เล่นหรือทางผู้พัฒนาก็เถียงกันเองหลายครั้ง ที่เห็นได้ชัดก็คือ ระบบนี้จะดีก็ต่อเมื่อทั้งสองทีมมีความเท่าเทียมหรือใกล้เคียงกันของทักษะของผู้เล่น แต่ผู้เล่นส่วนใหญ่ในเกมคือผู้เล่นแบบ Solo หรือลุยเดี่ยว ที่ถูกจับให้มาอยู่ทีมเดียวกัน บ้างเราแบกเขาบ้างเขาแบกเรา  เรียกได้ว่าตาดีก็ได้ตาร้ายเสีย  ซึ่งโดยธรรมชาติหากคุณมีทักษะที่สูงกว่าผู้เล่นที่มีค่า MMR ระดับเดียวกัน คุณจะมีอัตราชนะสูงกว่าแพ้ แต่นั่นก็ต้องใช้ระยะเวลาและจำนวนเกมที่เล่นเยอะมากกว่าที่คุณจะไปถึงจุดที่เหมาะสมกับฝีมือคุณจริง ๆ

Performance-Based Matchmaking (PBM)  จะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ Blizzard หวังว่าจะมาแก้ปัญหาเดิมๆ ได้

มันทำงานยังไง?

ก่อนอื่นต้องบอกว่า PBM ไม่ได้มาแทนระบบ MMR แต่เหมือนเป็นตัวช่วยที่จะเสริมเข้าไปใน MMR ให้สามารถคำนวณและสะท้อนฝีมือผู้เล่นเฉพาะบุคคลได้ดียิ่งขึ้น โดยใช้ตัวแปรในการคำนวณหลายอย่าง ตั้งแต่ Hero ที่เลือกเล่น สไตล์การเล่น Hero ตัวนั้นๆ Map ที่เล่น Mode ที่เล่น ไปจนถึงเขตที่คุณเล่นเลยทีเดียว เมื่อคุณสามารถทำค่า PBM ได้ดี ถ้าชนะ คุณก็จะได้ MMR มากขึ้น ถ้าแพ้ คุณก็เสีย MMR น้อยลง แต่ถ้าคุณทำ PBM ได้ต่ำ ก็จะเป็นไปในทางตรงข้าม

ตัวอย่าง

สมมุติคุณเลือก Kerrigan มาเล่น ระบบ PBM จะให้ความสำคัญกับการทำ Combo หรือการ CC ศัตรูเป็นหลัก เพราะงั้นถ้าคุณลง Combo และ CC ศัตรูในตานั้นได้อย่างแม่นยำเป็นประจำ คุณก็จะได้ค่า PBM สูง แต่อย่าลืมว่านอกจากตัวแปรนี้แล้ว ยังมีตัวแปรอื่นๆ ด้วย เช่น การตายน้อย การทำความเสียหายได้เยอะ การทำ Objective ฯลฯ เพราะงั้นถึงคุณจะทำ Combo ได้ดีมาก แต่คุณตายไปเป็น 10 ตัว ค่า PBM ของคุณก็จะต่ำลงเช่นกัน

PBM จะให้ความสำคัญกับรูปแบบการเล่น Hero แต่ละตัว ต่างกัน เช่น Illidan ก็จะเน้นที่การทำ Damage ได้สูง หรือ Hero สายซัพพอร์ตก็จะเน้นที่การฟื้นฟู HP เป็นต้น

แล้วแบบนี้มันจะไปจำกัดสไตล์การเล่น Hero รึเปล่า?

คำถามสำคัญก็คือ เมื่อ PBM มีการให้ความสำคัญกับรูปแบบการเล่น Hero ในลักษณะใดลักษณะหนึ่ง มันจะทำให้คนแห่กันเล่นแต่สไตล์นั้นจนหมดความหลากหลายหรือเปล่า?  ทางทีมพัฒนาตอบว่าในระบบนี้พวกเขาใช้ Machine Learning ในการเรียนรู้จากเกมที่เล่นนับล้าน ๆ เกม และมีการอัพเดตการคำนวณตลอดเวลา เพราะฉะนั้น ถ้าผู้เล่นสามารถคิดค้นแนวทางการเล่นที่แปลกใหม่ มีประสิทธิภาพมากกว่าของเดิม PBM ก็จะเปลี่ยนการคำนวณไปด้วย

สมมุติ เวลานี้การเล่น Kael’Thas โดยการเน้นลงท่า Q ทำความเสียหายสูงๆ จะมีคนเล่นเยอะและเป็นการเล่นที่มีประสิทธิภาพ (เพราะอัตราชนะเยอะ) PBM ก็จะให้ความสำคัญกับการเล่นแบบนี้ แต่ในอนาคต ถ้ามีคนคิดค้น Kael’Thas สายซัพพอร์ต แล้วปรากฏว่าได้รับความนิยมและมีประสิทธิภาพมากกว่า PBM ก็จะเปลี่ยนการคำนวณตามไปด้วย

มันจะแก้ปัญหาอะไรได้บ้าง?

- PBM จะช่วยให้ MMR ที่เราได้ สะท้อนความสามารถแท้จริงของเราได้เที่ยงตรงขึ้น

- ช่วยให้คุณไปอยู่ในอันดับที่ใกล้เคียงกับความสามารถมากที่สุด

- ลดปัญหา Smurf เพราะ PBM จะทำให้ผู้เล่นเหล่านี้ได้ไปสู้กับพวกผู้เล่นฝีมือระดับเดียวกันเร็วขึ้น

ดีเลย แล้วมาเมื่อไร?

แผนในตอนนี้คือ จะใช้ระบบนี้ตอนเดือนธันวาคมนี้ แต่อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ภายหลัง

Post by [Reviewer Ocelot]
TOP