Wiki article


คงมีเกมเมอร์น้อยคนนักที่จะไม่เคยเห็นภาพชายหัวโล้น มีรอยสักสีแดง ดาบโซ่ในมือสองข้าง และวีรกรรมของเขาในการนำความฉิบหายวายวอดไปถวายให้เหล่าทวยเทพโอลิมปัส ตลอดเวลากว่าสิบปีนั้น การผจญภัยเพื่อล้างแค้นและล้างความทรงจำอันโหดร้ายในใจของเครโทสได้วางรากฐานเฟรนไชส์ซีรีส์ God of War ให้เป็นที่กล่าวขานโจษจันในฐานะงานสร้างสรรค์ที่ Sony ภาคภูมิใจ ทั้งในแง่ของ Gameplay ที่ให้ความสะใจกับผู้เล่นทุกการรัวปุ่มบนคอนโทรลเลอร์ มีฉากมินิเกมเล่นเซ็กส์สุดอื้อฉาว สุนทรียะอันโออ่าอลังการของสถาปัตยกรรมกรีก ฟังแค่นี้ก็ดูเหมือน God of War จะเป็นเกมที่มีแต่อะไรที่ดู “ผู้ชายๆ”  ตั้งแต่ตัวละครเอกที่เราได้กลิ่นความดิบเถื่อนตั้งแต่ชื่อ มีการสังหารอสุรกายและวีรบุรุษ รวมถึงเหล่าเทพเจ้า เอาใจคอเกมที่เป็นผู้ชายโดยเฉพาะ

เพราะงั้น คงไม่แปลกที่ผู้อ่านหลายคนคงขมวดคิ้วถ้าผมจะเสนอว่า ในเกม  God of War นั้น เอาเข้าจริงแล้ว กลับมีการนำเสนอภาพผู้หญิงในแง่บวกอยู่ด้วย!

โดยเฉพาะผู้หญิงที่เทวตำนานกรีกได้ตราหน้าเธอว่าเป็นผู้นำพาหายนะมาสู่มนุษยชาติ คือ แพนโดร่า


แพนโดร่า หญิงที่ทำให้มนุษย์ลิ้มรสความทุกข์ยากเป็นครั้งแรก


หากคุณยังไม่รู้จักตำนานแพนโดร่า ไม่เป็นไรครับ เราจะทบทวนรวบรัดตำนานนี้ให้จบในไม่กี่บรรทัด เรื่องของเรื่องก็คือ โลกก่อนที่จะมีแพนโดร่านั้น โพรมีธีอุสได้สร้างแต่มนุษย์ที่เป็นผู้ชายเท่านั้นครับ แล้วมนุษย์ก็อยู่อาศัยอย่างสงบสุข ไม่ต้องทุกข์ยากอะไรเลย จนซุสเกิดหมั่นไส้ตัวโพรมีธีอุส เพราะบังอาจแอบนำไฟจากสวรรค์ลงไปมอบให้มนุษย์ ซุสจึงสั่งให้เทพแต่ละองค์ลงพรคนละนิดละหน่อยรังสรรค์หญิงงามนามแพนโดร่าขึ้นมา และมอบให้เป็นภรรยาน้องชายของโพรมีธีอุส พร้อมไห 1 ไห (ไม่ใช่กล่องนะจ๊ะ)  กับกำชับว่าห้ามเปิดออกดูนะ เรื่องหลังจากนั้นก็เป็นอย่างที่ทราบกันนั่นล่ะครับ แพนโดร่าเปิดไหปลดปล่อยความชั่วร้ายออกมาทั้งหมด มนุษยชาติเลยรู้จักความทุกข์ยากนับแต่นั้น มีเพียงสิ่งเดียวที่ทำให้พวกเขาทนต่อสู้ต่อไป นั่นก็คือ ความหวัง ซึ่งเป็นสิ่งสุดท้ายที่เหลืออยู่ในไหนั่นเอง

ตำนานแพนโดร่านี่เองล่ะครับ ที่นักวิชาการด้านมนุษยศาสตร์หรือสตรีนิยมวิจารณ์ว่า เป็นงานที่นำเสนอภาพผู้หญิงในแง่ลบ แถมยังเป็นวรรณกรรมที่ทรงอิทธิพลสุด ๆ ในวัฒนธรรมของชาวตะวันตกด้วย ยิ่งอุดมคติด้านความรักของชาวกรีกได้เชิดชูความรักระหว่างระหว่างชายกับชายให้สูงส่งยิ่งกว่าชายกับหญิง ก็ยิ่งทำให้ข้อวิจารณ์นั้นฟังดูสมเหตุสมผล

ด้วยเหตุนี้ แพนโดร่า จึงเป็นเหมือนมรดกตกทอดของความเกลียดกลัวผู้หญิงจากคนยุคก่อน คล้ายกับอีฟที่เป็นต้นเหตุแห่งความตกต่ำแห่งมนุษยชาติ ด้วยการไม่เชื่อฟังคำสั่งพระเจ้านั่นเอง


ความหวังของเครโทส


God of War 3 เป็นเกมภาคหลักที่จะสรุปเรื่องราวการแก้แค้นเหล่าเทพโอลิมปัสทั้งหมดของเครโทส และตัวละครที่เป็นกุญแจสำคัญของภาคนี้ก็คือแพนโดร่านั่นเองครับ โดยเครโทสจะต้องตามหาตัวแพนโดร่ามาใช้เปิดกล่องที่มีพลังทำลายล้างโอลิมปัสได้ (เห็นไหมว่าเป็นกุญแจจริง ๆ) ซึ่งหลังจากเครโทสได้ปลดปล่อยแพนโดร่าออกจากที่คุมขังแล้ว จะมีชั่วขณะในเกมหลายครั้งที่เครโทสรู้สึกได้ว่าแพนโดร่าคล้ายลูกสาวของเขาที่จากไปนานแล้ว แต่ถึงจะคล้ายยังไง เครโทส ก็ยังยึดภารกิจที่จะโค่นล้มโอลิมปัสมาเป็นอันดับแรก ถึงขนาดบอกแพนโดร่าว่า เมื่อเรื่องราวไปถึงตอนจบเมื่อไร แพนโดร่าอาจรู้สึกเสียใจที่เครโทสช่วยปล่อยตัวเธอออกมาก็ได้

เมื่อความสัมพันธ์ของทั้งสองพัฒนาและดำเนินไปจนถึงตอนท้ายของเรื่อง กลับกลายเป็นเครโทสเองที่พยายามขัดขวางไม่ให้แพนโดร่าเปิดกล่องที่มีพลังทำลายโอลิมปัสได้ ยังไงก็ตาม กล่องก็ถูกเปิดออกโดยแลกกับแพนโดร่าที่สูญสลายไป เครโทสพบว่าในกล่องมีแต่ความว่างเปล่า ไม่มีพลังอำนาจที่จะทำลายล้างโอลิมปัสได้จริง จนเครโทสกำลังจะพบจุดจบด้วยน้ำมือของซุส แต่ในชั่วขณะนั้นเอง เสียงของแพนโดร่ากลับดังขึ้นในจิตใจและพาเขาเดินทางย้อนกลับไปเผชิญหน้ากับศัตรูที่แท้จริงคืออดีตในใจของเขาเอง

ในช่วงนี้เกมจะให้เราบังคับ เครโทส เดินทางสำรวจในฉากที่มืดสนิทซึ่งก็คืออดีตในจิตใจของตัวเอง แต่ไม่ว่ายังไงก็ตาม เปลวไฟสีน้ำเงินของแพนโดร่าก็ไม่ทอดทิ้งเขา มันช่วยเขาลบรอยเลือดของคนที่เขาเคยสังหารระหว่างทางที่เดินไป และนำเขาไปจนถึงปลายทาง ที่ซึ่งเครโทสได้ค้นพบว่า แท้จริงแล้วตัวของแพนโดร่านั้นไม่ได้หายไปไหน แต่เธออยู่ในตัวของเขาและโชติช่วงเป็นเปลวไฟสีน้ำเงินแห่งความหวังนั่นเอง

ความหวังที่จะก้าวข้ามบาดแผลในใจ

ความหวังที่จะให้อภัยตัวเอง

ความหวังถึงวันพรุ่งนี้ที่ดีกว่า (อนาคตใหม่!)

นี่ต่างหาก คืออาวุธที่สามารถทำลายโอลิมปัสและยุคของเทพเจ้าอันชั่วร้ายลงได้อย่างแท้จริง

เครโทสได้นำพลังแห่งความหวังของแพนโดร่าปลดปล่อยออกไปทั่วโลก แทนที่จะมอบมันให้กับเทพีอธิน่าในตอนสุดท้าย ทำให้ต่อแต่นี้ มนุษยชาติจะดำรงอยู่ต่อไปได้ด้วยพลังแห่งความหวัง โดยไม่ต้องกลัวเกรงอำนาจอันไร้ปรานีของเทพเจ้าอีกต่อไป

เราจะเห็นว่าเกมได้ดัดแปลงเรื่องราวเดิมของเทวตำนานแพนโดร่า จากผู้หญิงที่ไม่เป็นอะไรมากกว่าเครื่องมือสำหรับการแก้แค้นของเหล่าเทพเจ้า  กลับกลายมาเป็นผู้มอบความหวังให้กับชายที่แบกรับบาดแผลสาหัสในใจมาชั่วชีวิต จากผู้หญิงที่เป็นจุดตกต่ำสู่ความทุกข์ยากของมนุษยชาติ กลายเป็นการเริ่มต้นของยุคสมัยใหม่ที่เปี่ยมไปด้วยความหวัง

การนำเทวตำนานหรือเรื่องเล่าอื่น ๆ มาเล่าใหม่ จึงไม่ใช่แค่การผลิตซ้ำเรื่องราวแบบเดิมเท่านั้นนะครับ แต่เราจะเห็นว่ามันมีการดัดแปลงนัยยะ สาระสำคัญของเรื่อง ไปตามเจตนาของผู้แต่งด้วย ทั้งที่เป็นตำนานเดียวกันแท้ ๆ แต่กลับให้สาระสำคัญที่แตกต่างไปจากเวอร์ชันก่อน ทำให้การหยิบของเก่ามาเล่าใหม่มันเป็นเรื่องน่าสนุก เพราะเราจะได้ตีความมันใหม่เรื่อย ๆ นั่นเอง 

และผมรอที่จะได้เห็นการตีความตำนานนอร์สแบบใหม่ใน God Of War ภาคล่าสุดแทบไม่ไหวแล้ว

Post by [Reviewer Ocelot]
TOP