Wiki article


ภาพงานไทเปเกมโชว์.jpg (191 KB)



ลองแล้วมาเล่า! เดโม Far Cry New Dawn

วันที่ 26 มกราคม 2562 ในงานไทเปเกมโชว์ 2019 ที่ผ่านมา ซึ่งจัดขึ้นที่ประเทศไต้หวัน ผมและทีมงานไทยเกมวิกิได้มีโอกาสได้เข้าสัมภาษณ์ทีมพัฒนา และได้ทดลองเล่นเกม Far Cry New Dawn ภาคล่าสุดจากซีรีส์เกม open–world ยอดนิยมของ Ubisoft เป็นเวลานานถึง 2 ชั่วโมงด้วยกัน


ภาพตอนลองเดโม.jpg (499 KB)


ผมเชื่อว่าหลาย ๆ คนก็คงรู้จักและชื่นชอบซีรีส์ Far Cry กันอยู่แล้ว ด้วยคอนเซปต์ของเกม ที่มักพาเราไปผจญภัยในสถานที่ “ห่างไกล และ สวยงาม” เช่นทะเลเขตร้อนในภาค 3 เทือกเขาหนาวเย็นในภาค 4 ย้อนอดีตไปโลกล้านปีกับ Primal และกับภาค 5 ที่พาเราไปชนบทชายขอบอย่าง Hope County ทุก ๆ การเดินทาง เราจะได้พบกับความงดงามของดินแดนที่เราเหยียบเท้าเข้าไป พร้อมกับบรรยากาศสุดแสนอันตรายที่ซ่อนอยู่ภายใต้ธรรมชาติที่น่าหลงใหลอยู่เสมอ

โดยส่วนตัวนั้นผมมีความรู้สึกว่าซีรีส์ Far Cry ในระยะหลังค่อนข้างยึดติดกับสูตรสำเร็จของตัวเองค่อนข้างมาก นั่นคือไม่ว่าเราจะเปลี่ยนสถานที่ในการผจญภัยไปที่ไหน ลูปเกมเพลย์ก็ยังคงให้ความรู้สึกไม่แตกต่างจากภาคก่อนหน้า เราจะเริ่มต้นบนจุดหนึ่งของแผนที่ รับภารกิจจากตัวละครเพื่อดำเนินเนื้อเรื่อง ออกเดินทางมองหาที่มั่นของศัตรูสักแห่งหนึ่ง กำจัดศัตรูในบริเวณนั้นให้หมดแล้วยึดมันเป็นของเรา แผนที่ของเกมจะเปิดออกให้เรามองเห็นกิจกรรมต่าง ๆ ที่สามารถทำได้ในบริเวณนั้น เคลียร์มันให้หมด แล้วเดินหน้าต่อไป

มันไม่ใช่สูตรสำเร็จที่เลวร้ายอะไร อันที่จริงคงต้องบอกว่า ลูปเกมเพลย์ที่ว่ามานี้มีส่วนผสมที่เหมาะเจาะลงตัว จนทำให้ทุกภาคที่ผ่านมาประสบความสำเร็จได้อย่างไม่ยากเย็น และทำให้ Far Cry กลายเป็นซีรีส์อันเป็นที่รัก และมีแฟน ๆ ติดตามอยู่มากมายทั่วโลก

แต่ก็จากสายตาของคนที่ชื่นชอบในตัวเกมนี้อีกเช่นกัน ที่กำลังมองหาความคิดสร้างสรรค์ ความแปลกใหม่ หรือการยกเครื่องใหญ่ที่จะฉีกรูปแบบเดิม ๆ ที่เคยมีมาของตัวเกม ดูจากซีรีส์ใหญ่จากค่ายเดียวกันอย่าง Assassin’s Creed คงไม่มีใครปฏิเสธว่า ความเปลี่ยนแปลงในภาค Origins และ Odyssey สร้างความตื่นเต้นและเพิ่มความน่าสนใจให้กับเหล่าเกมเมอร์มากขนาดไหน

คำถามคือ Far Cry New Dawn มีความกล้าหาญในทำนองเดียวกันกับ Assassin’s Creed หรือเปล่า? ผมคิดว่าบทความนี้ น่าจะพอให้คำตอบได้บ้าง .....


สิ่งที่เปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนของภาคนี้ก็คือ การที่เกมมีฉากหลังแบบโลกยุคหลังการล่มสลาย ที่ทีมงานบอกกับเราว่า พวกเขาอยากสร้างโลกแนวนี้ขึ้นมานานแล้ว และมันก็ประจวบเหมาะ เข้ากับเนื้อเรื่องของเกมในตอนนี้พอดี ก็เลยได้ฤกษ์ทำมันขึ้นมา

ทันทีที่ผมจับคอนโทรลเลอร์ เข้าไปในโลกของ Far Cry New Dawn สิ่งแรกที่สัมผัสได้ คือความละม้ายคล้ายคลึงกับภาค 5 ความรู้สึกเดิม ๆ อย่างบรรยากาศ การควบคุม หรือกันเพลย์ แทบไม่ต่างจากเดิม ทำให้ไม่ต้องปรับตัวอะไรมาก ที่ผมชอบคือการแยกเอาอาวุธขว้างแยกออกมาจากอาวุธปืนทั้งหลายทำให้เลือกใช้ได้ง่ายขึ้น แต่สิ่งที่แตกต่างชัดเจนที่สุด คงไม่พ้นสีชมพูสดใสแสบตาที่เรียกว่าแทบไม่เคยเห็นมาก่อนใน Far Cry


FCND demo 4.png (2.74 MB)



ผมได้สอบถามไปทางทีมงาน เขาให้เหตุผลว่าการเลือกใช้ดอกไม้สีสดใสเหล่านี้ ซึ่งดูน่ารักเกินกว่าจะมาอยู่ในโลกอันมืดหม่นอย่างที่เราวาดภาพเอาไว้ คำตอบที่ได้น่าสนใจมากครับ เพราะว่ามันมีที่มาจากปรากฏการณ์จริงตามธรรมชาติที่ชื่อว่า Super Bloom คือเมื่อไรก็ตามที่เกิดภาวะแล้งฝนต่อเนื่องเป็นเวลายาวนาน แล้วมีฝนตกลงมาครั้งแรกเหล่าไม้พืชพรรณต่าง ๆ จะผลิดอกอย่างรวดเร็วและสวยงาม เป็นอย่างภาพที่เราได้เห็นกันในเกม

อีกส่วนหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในฉากจบของภาคก่อน คือ มันจะส่งผลให้เหล่าสิงสาราสัตว์ในภาคนี้กลายพันธุ์ และมีลักษณะเปลี่ยนไป บ้างก็แค่มีสีสันและลวดลายที่พิสดาร แต่ก็มีบ้างที่ดุร้ายและอันตรายขึ้น ซึ่งก็มีหลายตัวที่กลายเป็นมอนสเตอร์ลับให้เราไล่ฆ่าเหมือนอย่างภาคก่อน ๆ

บ้านของเราอยู่ที่เมือง Prosperity ซึ่งถือว่าเป็น เมืองหลักและฐานที่มั่นของเราในการผจญภัยในครั้งนี้ มันถูกสร้างให้มีความรู้สึกเป็น HUB Area เพราะมันเต็มไปด้วยจุดที่เราสามารถมีปฏิสัมพันธ์มากมาย เช่น โรงรถ คลังแสง โรงพยาบาล โรงฝึก ฯลฯ สถานที่เหล่านี้มีความเชื่อมโยงกับเกมเพลย์อย่างมาก เพราะในภาคนี้ตัวละครเอกของเราสามารถที่จะหาทรัพยากรต่าง ๆ แล้วนำมาอัปเกรดสถานที่เหล่านี้ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้ตัวเราเองได้ เช่น การอัปเกรดคลังแสงจะทำให้เราสร้างอาวุธที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นหรือ การอัปเกรดโรงรถก็จะทำให้เราสร้างยานพาหนะที่ทนทานได้ เป็นต้น


FCND demo 5.png (1.60 MB)



แน่นอนระบบการสร้างอาวุธ (คราฟท์) หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ รวมไปถึงการอัปเกรดฐานของเรา น่าเรียกได้ว่าเป็นของใหม่ของซีรีส์ ทีมงานเรียกมันว่าคือ Lite RPG Element หรือการใส่ความเป็น RPG เข้าไปในตัวเกมสักเล็กน้อย จุดนี้เป็นสิ่งที่ทีมงานพยายามแก้ไขจากภาคก่อนที่อาจมีผู้เล่นหลายคนมองว่า อาวุธที่มีให้เลือกใช้นั้นค่อนข้างจะน้อยชนิดไปหน่อย แต่คราวนี้นอกจากจะสามารถอัปเกรดได้ หน้าตาของพวกมันก็หลากหลาย และเห็นได้อย่างชัดเจนว่าเกิดจากการ “ทำมือ” เอาเองจริง ๆ เช่น ดาบปลายปืนทำมาจากไขควงหรือกรรไกร กระบอกเก็บเสียงทำมาจากกระป๋อง ฯลฯ

เหตุผลเบื้องหลังที่ทีมงานให้ไว้ว่าทำไมถึงใส่ระบบนี้เข้ามา ก็เพราะในโลกยุคหลังการล่มสลาย มันก็คงไม่สมเหตุสมผลที่เราจะสะสมเงินก้อนแล้วไปหาร้านขายไอเทมเพื่อซื้ออาวุธชนิดใหม่ แต่การเก็บเอาซากขยะ หรือของรอบตัวมาประดิษฐ์ไอเทมที่ดูมีคุณภาพและแข็งแกร่งมากขึ้น ดูจะเข้ากับบรรยากาศของเกมได้ดีกว่า นั่นทำให้ภาคนี้อาวุธที่เราสามารถใช้ได้จะมีถึง 4 เลเวลด้วยกัน ซึ่งจะปลดล็อกได้จากการอัปเกรดคลังแสงทำให้เราสามารถสร้างปืนระดับสูงขึ้นได้


FCND demo 2.png (1.69 MB)



ระบบ Progression นี้สอดคล้องกับระดับความแข็งแกร่งของศัตรูที่ถูกปรับปรุงมาใหม่ โดยพวกมันจะอยู่ในที่มั่นที่เรารู้จักกันในนาม Outpost ซึ่งกระจัดกระจายอยู่ตามที่ต่าง ๆ เราจะต้องบุกยึดมันคืนจากฝ่ายศัตรูให้ได้ เพราะเราจะได้ของรางวัลเป็นทรัพยากรมาใช้ในการอัปเกรด หรือ คราฟท์ ไอเทมได้ รวมถึงการใช้มันเป็นจุด Fast Travel

ศัตรูเหล่านี้จะมีระดับความแข็งแกร่ง 4 ระดับ สอดคล้องกับลำดับขั้นของอาวุธ การใช้อาวุธที่มีระดับต่ำกว่าต่อสู้กับศัตรูที่เราต้องพบเจอนั้นสามารถทำได้ แต่มันจะทำให้เกมยากขึ้นไปกว่าเดิมมากเพราะเราจะไม่สามารถล้มมันได้ง่ายนัก ดังนั้นเราจะต้องคอยอัปเกรดอาวุธอยู่เป็นระยะ ๆ เพื่อรับมือกับศัตรูที่จะค่อย ๆ ยากขึ้น

ฟีเจอร์ใหม่ที่เห็นแล้วแปลกตาเป็นพิเศษ หรือการใส่ตัวเลขแดมเมจทุกครั้งที่เราโจมตีใส่ศัตรู ทำให้สามารถมองเห็นความแตกต่างผ่านทางตัวเลขแดมเมจได้เลยทันที หากตัวเลขนั้นต่ำเกินไป นั่นอาจจะหมายความว่าระดับอาวุธของเราต่ำกว่าระดับความแข็งแกร่งของศัตรู เป็นการเตือนให้เราควรหันไปสะสมทรัพยากรเพื่ออัปเกรด มากกว่าจะดันทุรังสู้ต่อไป


FCND demo 3.png (2.88 MB)



ในภาคก่อน ๆ เมื่อเราสามารถยึด Outpost ได้แล้ว ก็ถือว่าทุกอย่างเป็นอันจบกัน อิทธิพลของฝ่ายศัตรูในบริเวณนั้นจะลดลง และเราไม่สามารถกลับมาเล่นซ้ำได้อีก นอกเสียจากรีเซต ป้อมค่ายเหล่านี้ทุกแห่งในแผนที่ ซึ่งก็เหมือนการเริ่มต้นเกมใหม่กลาย ๆ แต่ในภาคนี้เมื่อเราเคลียร์ Outpost แล้ว เราจะสามารถบุกยึดมันซ้ำได้อีก 3 รอบ โดยทุกรอบก็จะมีศัตรูที่แข็งแกร่งขึ้นเพื่อเพิ่มความท้าทายและเป็นการฟาร์มไอเทมหายากอีกด้วย

เมื่อพูดถึงศัตรู ฝ่ายผู้ร้ายที่เราจะได้เจอกันในภาคนี้ คือเหล่า Highwaymen นำโดยสองพี่น้องฝาแฝด มิกกี้ และ ลู พวกเธอทั้งสองและลูกสมุนจะใช้ชีวิตเร่ร่อน อพยพจากที่หนึ่งสู่ที่หนึ่ง และแย่งชิงทุกอย่างจากผู้อื่นด้วยกำลัง สร้างความหวาดกลัวและก่อความวุ่นวายไปทุกหย่อมหญ้า จนกระทั่งมาถึง Hope County ที่ตัวเราอาศัยอยู่ โครงเรื่องหลักของเกมในภาคนี้ จึงเป็นการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับเมืองของเราเพื่อรับศึกในการต่อสู้ขับไล่เหล่า Highwaymen นั่นเอง

แต่ด้วยความที่เกมใช้สถานที่เดิมอย่าง Hope County สิ่งหนึ่งที่ทีมงานนำกลับมาด้วย ก็คือเหล่าตัวละครที่มีเสน่ห์จากภาคก่อน ที่เราจะได้เห็นตบเท้ากลับเข้ามาในภาคนี้อย่าง Hurk‚ Nick หรือ Grace และได้เรียนรู้ว่าเกิดความเปลี่ยนแปลงอะไรบ้างกับพวกเขาตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา หลาย ๆ คนกลับมาในรูปแบบของ Guns For Hire ซึ่งก็คือเหล่า NPC ที่เราสามารถใช้เป็นคู่หูในการตะลุยโลกกว้างได้ ซึ่งก็มีตัวละครน่ารัก ๆ อย่างน้องหมา Timber ที่ใช้สอดแนม และน้องหมู Horatio ผู้แข็งแกร่งขวิดรถหงายได้ อีกด้วย


FCND demo 1.png (1.76 MB)



ไม่เพียงแต่มิตรสหายของคุณเท่านั้นที่กลับมา ศัตรูคู่อาฆาตของคุณจากภาคที่แล้วอย่าง Joseph Seed ก็กลับมาเช่นกัน เขาจะมีบทบาทสำคัญในเกมภาคนี้ ในฐานะกลุ่มผู้รอดชีวิตที่ชื่อว่า The New Eden ซึ่งอาศัยอยู่ใน Hope County และก็ถูกทำร้ายโดยเหล่า Highwaymen ด้วย สถานการณ์ของเกมในภาคนี้จึงน่าหวาดระแวงว่าอาจจะเกิดอะไรขึ้นได้ตลอดเวลาเพราะนอกจากผู้ร้ายบ้าคลั่งอย่าง Highwaymen ก็ยังมี จอมบงการเจ้าปริศนาอย่าง Joseph Seed อยู่ด้วย และเขาคือมิตรหรือศัตรูของเรากันแน่?

และสุดท้ายคือ ตัวเอกจากภาคที่แล้ว ซึ่งในจุดนี้เราได้รับการยืนยันจากทีมงานว่า เขาจะยังรอดชีวิตอยู่ แต่ชะตากรรมจะเป็นตายร้ายดียังไง ขออุบเป็นความลับให้ทุกคนไปเซอร์ไพรส์กันในเกมครับ

สิ่งหนึ่งที่แฟน ๆ อาจจะกังวลกันมาก ก็คือการที่เรายังคงอยู่ในจักรวาลของภาค 5 มันจะเป็นไปได้ไหม ที่ทางทีมงานอาจจะนำเอาข้อมูลเก่า ๆ จากภาคที่แล้วมาปรับปรุงนิดหน่อยให้กลายเป็นเกมใหม่ เรื่องนี้ทีมงานเองก็บอกให้วางใจได้ครับ ด้วยความที่เหตุการณ์ของภาคนี้ห่างจากภาคก่อนค่อนข้างนาน สภาพแวดล้อมหรือภูมิประเทศของ Hope County นั้นจะถูกปรับเปลี่ยนไปจนแทบจะจำเค้าเดิมไม่ได้เลยทีเดียว

โดยสรุปแล้ว Far Cry New Dawn น่าสนใจแค่ไหน? ผมคิดว่าคำตอบก็คงจะไปจบที่ว่า คุณชอบสูตรสำเร็จของซีรีส์นี้ขนาดไหน? และคุณเบื่อมันแล้วรึยัง? เพราะดูเหมือนทีมงานจะทำการบ้านเก็บเอาข้อตำหนิจากภาคก่อน มาปรับปรุงในหลายจุด ถ้าจะบอกว่ามันเป็นภาค 5 เวอร์ชันอัปเกรดเกมเพลย์ก็คงจะไม่ผิด และจากที่ผมสัมผัสมา ผมเชื่อว่ามันจะเป็นภาคที่ดีกว่าอย่างแน่นอน แต่สำหรับคนที่ยังรอคอยมองหาความแปลกใหม่ว่าจะขับเคลื่อนซีรีส์นี้ไปข้างหน้าได้อย่างไรในอนาคต ผมค่อนข้างตอบได้อย่างมั่นใจเช่นกันว่า Far Cry New Dawn คงยังไม่ใช่สิ่งที่คุณหวังไว้ แต่ถึงกระนั้นเราก็คงต้องรอพิสูจน์กันในวันที่เกมวางจำหน่าย 15 กุมภาพันธ์นี้ครับ

นอกเหนือจากรายละเอียดในตัวของเดโมที่ผมได้เล่นไปแล้วนั้น ยังมีบทสัมภาษณ์จากหนึ่งในสมาชิกทีมสร้างของเกมอย่าง James Nadiger ที่จะมาพูดคุยเปิดเผยเรื่องราวต่าง ๆ ของเกม ทั้งยังมีรายละเอียดของระบบใหม่ที่น่าสนใจซึ่งถูกเพิ่มเติมมาในภาคนี้อย่าง Expeditions ด้วย ใครที่สนใจก็ติดตามอ่านต่อได้ ที่นี่ ครับ

Post by [Coolerist]
TOP