Wiki article


The Division 2 ภาคต่อที่ปรับโฉมยกเครื่องใหญ่ จะเป็นอย่างไรในการทดลองเล่นไพรเวทเบต้า


The Division ภาคแรกสำหรับผมนั้นมันเป็นความน่าเสียดาย....

ตั้งแต่เปิดตัวมา มันเหมือนกับว่าตัวเกมดูเหมือนจะแบกคำสัญญาที่ยิ่งใหญ่เอาไว้บนบ่า ในการสร้างเกม Looter Shooter ที่ครบเครื่อง มีกราฟิกสวยงามด้วยเอนจิ้นและเทคโนโลยีล้ำสมัยที่จะผลักดันมาตรฐานของเกมยุคใหม่ไปข้างหน้า มีเนื้อเรื่องที่น่าติดตาม มีเกมเพลย์ที่สมดุลและสนุกทั้งโหมด PVE และ PVP แต่ดูเหมือนว่าตัวเกมเมื่อวันวางจำหน่าย ทีมพัฒนาอย่าง Massive Game จะไม่สามารถทำทุกอย่างได้พร้อมกันทั้งหมดในคราวเดียว

TCTD2_Keyart.jpg (285 KB)

ตัวเกมประสบปัญหาหลายจุด ทั้งเรื่องการดาว์นเกรดกราฟิกที่กลายเป็นมีมให้โดนล้อมาจนทุกวันนี้, การควบคุมที่ไม่ได้ดั่งใจ, อัตราดรอปที่ไม่สมเหตุสมผล, Dark Zone ที่ไม่เป็นมิตรต่อผู้เล่นหน้าใหม่เลย และปัญหาอื่น ๆ อีกมากมาย ทำให้เกมไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควรจะเป็น ถึงแม้ว่าตัวเกมจะได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้นในอัพเดตหลัง ๆ และมี Expansion ที่ดีงามถึง 4 ตัว แต่มันก็ช้าไปเสียแล้ว โลกของวงการเกมหมุนไป และชื่อของ The Division ก็จมหายไปกับกาลเวลา

การประกาศเปิดตัว The Division 2 จึงเป็นการขอแก้มือครั้งสำคัญของทีมพัฒนาและต้นสังกัดอย่าง Ubisoft ที่พวกเขาจะพลาดอีกไม่ได้เลย

ผมรับข่าวสารนี้ด้วยความยินดี เพราะคิดว่ามันน่าจะดีที่ทีมงานจะได้แก้มือพิสูจน์ตัวเองอีกสักครั้ง และไม่นานนักผมก็มีโอกาสได้ทดลองสัมผัสเกมเพลย์ของมันด้วยความตื่นเต้นอย่างยิ่ง โดยครั้งแรกคือระหว่างงานไทเปเกมโชว์ที่ประเทศไต้หวัน และครั้งที่สองคือช่วงการเปิดไพรเวทเบต้า

TCTD2_Screenshot_BlackTuskFight_PR_190204_6pm_CET_1549277580.jpg (225 KB)

การได้ทดลองเล่นตัวเดโมตอนไปไทเปเกมโชว์นั้น เป็นภารกิจสั้น ๆ ความยาว 15 นาที ทีมงานจัดทีมให้เรา 4 คนเข้าเล่นด้วยกัน ออกทำภารกิจที่ไม่ซับซ้อน นั่นคือการออกตะลุยดะไปเรื่อย ๆ ด้วยอาวุธที่เรามี ข้อดีคือพวกเขาจัดตัวละครที่มีเลเวลสูงสุดมาให้ เพื่อให้เราได้เห็นเครื่องไม้เครื่องมือในช่วง End Game ว่ามันครบครันดุดันขนาดไหน และนี่คือช่วงเวลาที่ตัวเกมเฉิดฉายที่สุดสำหรับผม

เราเล่นเดโมตัวนี้ผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ต่อกับคอนโทรลเลอร์ของ Xbox One และจอแสดงภาพ 4K ที่มี Refresh Rate สูงมาก ภาพที่ได้ต้องขอบอกว่ามันสวยงาม การได้เล่นเกมในลักษณะนี้พร้อมกับเพื่อนร่วมทีม 3 คน ช่วยกันออกคำสั่ง ขานตำแหน่ง ใครล้ม ใครชุบ ใครฮีล ใครยิงค้ำ  ได้กระจายกันโอบล้อมศัตรูที่ฆ่ายาก และรวมกลุ่มกันตั้งแนวปะทะรับศัตรูที่บุกเข้ามา เป็นความสนุกยอดเยี่ยมที่แสนสั้นจนทำให้รู้สึกว่า 15 นาทีที่ได้เล่นนั้นมันแสนวิเศษและไม่เพียงพอ

หลังจากนั้นไม่นานผมกลับมาเมืองไทย และไพรเวทเบต้าก็เปิดให้ลงทะเบียน หลังจากชมตัวอย่างที่มีการปล่อยมาโปรโมท ผมก็รู้สึกตื่นเต้นมากที่จะได้เล่นมันอีกครั้ง เพราะมันเป็นไพรเวทเบต้าที่มีอะไรให้ทำเยอะมาก ตัวเบต้าเริ่มต้นด้วยการให้เราบุกไปให้ถึงทำเนียบขาวที่กำลังถูกปิดล้อมโจมตี หลังจากนั้นก็มีการทำภารกิจเนื้อเรื่องอีก 2 มิชชั่น

TCTD2_Screenshot_Civilians_PR_190204_6pm_CET_1549277579.jpg (239 KB)

ด้วยความที่ภารกิจทั้งสองนี้เป็นช่วงต้นเกม ตัวละครของเราจะยังไม่มีความสามารถมากมายอะไร ผมมีอาวุธติดตัวแค่ 2-3 ชิ้น คือปืนหลักสองกระบอก ปืนพกติดตัว ระเบิด และสกิลความสามารถจากอุปกรณ์อีกสองชนิด ซึ่งผมเลือกใช้ Drone และSeeker Mine แต่ก็ยังมีป้อมปืน Turret อีกหนึ่งชนิด ซึ่งเมื่อเกมวางจำหน่ายจะมีอุปกรณ์อื่น ๆ ให้เลือกใช้ทั้งหมด 8 ชนิดด้วยกัน นอกจากสามอย่างที่ว่ามาข้างต้นก็จะมี Pluse, Hive, Chem Launcher(น่าจะย่อมาจากเครื่องยิงระเบิดสารเคมี), Firefly และ Shield โดยอุปกรณ์แต่ละชนิดก็จะยังแตกแขนงออกไปอีกหลายสาย เช่น Drone ของคุณอาจทำหน้าที่คอยฮีลให้ผู้ใช้ ในขณะที่โดรนของผมจะทิ้งระเบิดสร้างความเสียหายให้ศัตรู ทำให้แม้ว่าคุณจะใช้อุปกรณ์เดียวกัน แต่บทบาทหน้าที่ในทีมและรูปแบบวิธีการเล่นย่อมต้องแตกต่างกันอย่างแน่นอน

ในด้านของการพัฒนาตัวละครเกมยังมีระบบ Perk ที่น่าจะเปรียบได้กับ Passive Skill คือเมื่ออัพเกรดแล้วก็จะได้ความสามารถนั้นติดตัวไปเลย เช่น ถือปืนได้หลากกระบอก ถือระเบิดได้หลายลูก เพิ่มความจุกระเป๋า เพิ่มจำนวนกระสุนที่เก็บได้ ฯลฯ

TCTD2_Screenshot_HyenaFaction_PR_190204_6pm_CET_1549277579.jpg (215 KB)

ก่อนจะเข้าเนื้อเรื่องหลัก ผมได้มีโอกาสสำรวจ วอชิงตัน ดีซี ฉากหลังของเกมบ้างเล็กน้อย มันให้ความรู้สึกไม่ต่างจากตอนที่เราอยู่ใน นิวยอร์ก สักเท่าไร นอกจากว่ามันเปลี่ยนจากช่วงเวลาที่สภาพอากาศหนาวเย็น มาเป็นเมืองที่เขียวชะอุ่มไปด้วยพืชพรรณ

ด้วยความที่ภารกิจค่อนข้างตรงไปตรงมา คือให้เราบุกเข้าไปในฐานที่มั่นของข้าศึกและกวาดล้างพวกมันให้หมด มันเลยใช้เวลาไม่นานนักในการเล่น แต่ผมก็เคลียร์มิชชั่นทั้งสองได้อย่างหืดจับ เพราะสิ่งที่ผมสามารถบอกได้ก็คือ AI ของศัตรูฉลาดกว่าเดิมมาก มันจะมีทั้งตัวที่คอยยิงยันกดหัวเราไม่ให้ทำอะไรได้ง่าย ตัวที่ฉีกออกด้านข้างเพื่อโอบล้อมโจมตี และศัตรูที่ถืออาวุธหนักบุกประชิดตัว จนแทบจะไม่มีช่วงเวลาให้เราปักหลักสู้ได้อย่างสบายใจ

ในระหว่างการผจญภัยเราก็มักจะได้รับอาวุธใหม่ ๆ ของแต่งปืน หรือเครื่องแต่งกายชิ้นส่วนต่าง ๆ ดรอปมาให้เหลือใช้มากมาย ตั้งแต่ลำกล้อง แมกกาซีน ด้ามจับ เสื้อเกราะ ซองปืน ฯลฯ ซึ่งแน่นอนว่าของทุกอย่างช่วยเพิ่มระดับความสามารถให้กับเราและทำให้เกมมีความเป็น RPG ที่ต้องฟาร์มเพื่อหาไอเทมที่ดีขึ้นต่อไปเรื่อย ๆ ซึ่งก็เป็นเอกลักษณ์ของเกมมาตั้งแต่ภาคแรก และต้องขอบอกว่าระดับเลเวลของตัวละครเรานั้น มีผลกับการต่อสู้มาก เพราะการที่เรามีเลเวลที่ต่ำกว่านั้นอาจจะทำให้การเอาชนะศัตรูในจุดนั้นเป็นไปไม่ได้เลย

TCTD2_Screenshot_OutcastFaction_PR_190204_6pm_CET_1549277577.jpg (218 KB)

หลังจากที่เราทำภารกิจหลักทั้งสองจบ เกมจะปลดล็อค ตัวละครของเราที่มีเลเวลสูงสุดพร้อมกับอาวุธสุดยอด Signature Weapon มาให้ใช้ 3 ชนิด ได้แก่ หน้าไม้ ปืนสไนเปอร์ และเครื่องยิงลูกระเบิดให้เราเลือกใช้ ซึ่งถือว่าเป็นอาวุธที่ทรงพลังที่สุดของเรา ไว้รับมือกับภารกิจ Invaded Mission ซึ่งถือว่ายากที่สุดและเปิดให้เล่นในช่วง End Game เท่านั้น ซึ่งทำให้เราได้เจอกับศัตรูชนิดใหม่ที่แข็งแกร่ง และมีความสามารถใหม่ที่สร้างความปั่นป่วนให้เรามากกว่าเดิม มีการใช้สกิลกดดันเราตลอดเวลา, พวกมันสามารถชุบศัตรูที่เรายิงล้มไปให้กลับมาสู้ใหม่ได้ และมีศัตรูที่เป็นหุ่นยนตร์รบที่จัดการยาก 

โดยส่วนตัวผมมีความรู้สึกว่า ตัวเกมมีความละม้ายคล้ายกับเกมภาคแรกอย่างมาก มากเสียจนอาจจะทำให้คนที่มองหาสิ่งใหม่ ๆ จากซีรี่ส์จะต้องผิดหวัง แต่สำหรับคนที่ชื่นชอบภาคแรก และต้องการหวนกลับไปบรรยากาศเก่า ๆ อีกครั้ง ผมว่าเกมนี้น่าจะเป็นคำตอบ แต่สิ่งที่จะต้องติดตามหลังจากนี้ น่าจะเป็นเรื่องคอนเทนต์ของเกมที่จะมีตั้งแต่วันแรกในการจำหน่าย ว่ามันมากพอหรือไม่ เนื่องจากข้อนี้ถือเป็นรอยด่างพร้อยของเกมในทำนองเดียวกันมานักต่อนักแล้ว ทางเดียวที่จะรู้ได้ ก็คงจะเป็นการทดลองเข้าเล่นในช่วง Open Beta อีกครั้ง และรอข่าวสารของเกมในช่วงวางจำหน่ายเดือน มีนาคม นี้ครับ

Post by [Coolerist]
TOP