Wiki article


ถ้าพูดถึงเกมแนว open world เชื่อว่าแต่ละคนก็คงมีความคาดหวังกับมันแตกต่างกัน

บางคนชอบความเป็นอิสระเสรี ที่เราจะผจญภัยไปในทิศทางไหน หรือทำอะไรก็ได้โดยไร้ขีดจำกัด‚ บางคนอาจจะอยากเห็นภารกิจที่หลากหลาย เคลียร์หมุดหมายที่มีบนแผนที่ทุกอย่างจนหมด ไม่เหลืออะไรให้รกหูรกตาหรือค้างคาใจ แต่สำหรับบางคนมันอาจจะเป็นแนวเกมที่น่าเบื่อ เพราะมันถูกผลิตซ้ำออกมาเยอะมากและแต่ละเกมก็ไม่ได้พัฒนาอะไรใหม่ ๆ ใส่เข้ามามากพอที่จะทำให้มันน่าสนใจ

ส่วนสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งที่จะทำให้ผมประทับใจในเกมแนวนี้ คือ การสร้างโลกให้มีบรรยากาศที่ดึงดูด มีเนื้อเรื่องน่าติดตาม สามารถจับผู้เล่นได้อยู่หมัด ติดอยู่ในจักรวาลที่ทีมงานบรรจงสร้างขึ้น จนบางครั้งมันทำให้เราลืมไปว่า นี่คือแนวเกมที่เราประสบพบเจอมานับครั้งไม่ถ้วนแล้วก็ตาม ....

ผมติดตามข่าวของ Days Gone มาตั้งแต่วันที่มันเปิดตัวในงาน E3 2016 ที่ในครั้งนั้นต้นสังกัดอย่าง Sony PlayStation นำตัวอย่างมาให้เรารับชม 2 ตัวด้วยกัน ซึ่งทำให้เราได้เห็นทั้งตัวเอก เดคอน เซ็นต์ จอห์น ที่เป็นสิงห์นักบิด ตีมของเกมที่เป็นโลกยุคหลังการล่มสลาย และเหล่า Freaker (ฟรีกเกอร์) ศัตรูร้ายที่เราจะได้พบเจอภายในเกม


DG_WT_Screens (9).png (3.40 MB)


ความรู้สึกแรกที่ผมมีกับเกมนี้คือความ “ไม่มั่นใจ” ทั้งในส่วนของเกมเพลย์และความเป็น open world ที่น่าจะเรียกได้ว่าเป็นของใหม่สำหรับผู้สร้างอย่าง Bend Studio ซึ่งผลงานล่าสุดของพวกเขาคือ Uncharted: Golden Abyss บน PlayStation Vita ที่แม้จะเป็นเกมที่ยอดเยี่ยม แต่ก็แทบจะเทียบกับสเกลอันใหญ่โตของ Days Gone ไม่ได้เลย หรือ การใช้ศัตรูอย่างซอมบี้ (เข้าใจครับว่ามันคือ ฟรีกเกอร์ แต่มันทั้งร้อง และมีอากัปกิริยาไม่ต่างจากซอมบี้เลยนี่นา) เป็นฉากหลังซึ่งน่าจะสร้างความ “เอียน” กับเกมเมอร์จำนวนมาก ตั้งแต่ยังไม่มีโอกาสจะได้เริ่มเปิดเกมขึ้นมาเล่น

สามปีผ่านไป ข่าวสารทุกอย่างเกี่ยวกับรายละเอียดของเกมมีการเปิดเผยมากขึ้นเรื่อย ๆ ภาพของตัวเกมก็ชัดเจนขึ้นสำหรับผม แต่การได้ไปทดลองเล่นเกมนี้ที่ Tokyo Game Show เมื่อปีที่แล้ว ก็ยังคงทำให้ผมหวั่นใจ เกมมีปัญหาด้านเทคนิครุมเร้าค่อนข้างมาก ทั้งเรื่องการควบคุม เฟรมเรต รายละเอียดกราฟิก โดยรวมแล้วตัวเกมยังน่าห่วง

จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทาง Sony PlayStation ก็ได้เปิดโอกาสให้ทีมงาน Thaigamewiki ได้สัมผัสกับตัวเกมเวอร์ชั่นล่าสุด ที่น่าจะเรียกได้ว่าใกล้จะเป็นตัวที่เสร็จสมบูรณ์พร้อมวางจำหน่ายในวันที่ 26 เมษายน นี้แล้ว

ผมได้มีโอกาสจับตัวเกมอยู่กว่าสองชั่วโมงด้วยกัน และทางทีมงานก็ให้เราสำรวจโลกได้ชนิดที่เรียกว่าแทบจะอิสระ ไปที่ไหน ทำอะไร ได้ทั้งหมด ทำให้เราได้เห็นภาพรวมของเกมชัดเจนขึ้นมาก จากที่ผมคิดไว้ในใจว่าอย่างดีที่สุดเกมก็คงจะเป็น “เกมที่ดีเกมนึง” ในตอนนี้มันกลายเป็นเกมที่มีศักยภาพมากพอที่จะกลายเป็น “เกมที่ยอดเยี่ยม” ได้


DG_WT_Screens (11).png (4.40 MB)


Days Gone เปิดฉากด้วยเนื้อหาที่หนัก เนื้อหาพูดถึงตัวละครเอกที่ชื่อว่า เดคอน ที่ออกผจญภัยไปพร้อมกับเพื่อนสนิทอย่าง บูเซอร์ ในโลกที่อันตรายซึ่งเต็มไปด้วยภัยร้ายคุกคามอย่าง ฟรีกเกอร์ สิ่งมีชีวิตที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นมนุษย์มาก่อน แต่ด้วยโรคระบาดปริศนา ทำให้พวกเขากลายร่างเป็นปีศาจร้ายกระหายเลือดออกอาละวาดไล่กินผู้คนที่พยายามเอาตัวรอดจากโลกที่โหดร้ายนี้

เดคอน คือ ตัวละครที่จมปลักอยู่กับอดีตอันขมขื่นของตัวเอง เพราะด้วยเหตุการณ์แพร่ระบาดของเชื้อโรคที่เปลี่ยนให้โลกภายในเกมเป็นแบบนี้ เขาได้สูญเสียคนที่เขารักมากที่สุดไปจนทำให้กลายเป็นคนหมดอาลัยตายอยากกับชีวิต เหลือเพียงแค่คำถามที่เขาถามตัวเองอยู่ทุกวันว่าเขาจะอยู่ต่อไปอีกทำไม? แต่สุดท้ายมันก็มีเหตุพลิกผันที่ทำให้เขาต้องออกเดินทางเพื่อค้นหาความจริงอะไรบางอย่าง ซึ่งนั่นจะเรียกได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นการผจญภัยที่แท้จริงของเราในเกมนี้

สิ่งที่ผมสัมผัสได้เพียงแค่ไม่กี่นาทีแรกหลังจากเริ่มเกม คือ โลกของ Days Gone นั้นมืดหม่น โหดร้ายและมีอันตรายอยู่รอบด้าน ซึ่งมันสะท้อนออกมาทั้งในส่วนของเนื้อเรื่องและเกมเพลย์ โดยหลักจะมีฝูงฟรีกเกอร์ที่เป็นภัยคุกคามซึ่งหน้า ที่มันจะบุกเข้าหาคุณทันทีหากถูกเร่งเร้า แน่นอนว่าหากมีจำนวนไม่มากก็ไม่ใช่เรื่องยากที่เราจะจัดการ แต่หากพวกมันรวมตัวกันจำนวนมาก ๆ ได้เมื่อไร แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะปักหลักสู้

แต่นอกจากเหล่าฟรีกเกอร์แล้ว ผู้รอดชีวิตในโลกนี้ก็กลายเป็นคนที่ต้องฆ่า เพื่อเอาชีวิตรอดกันไปหมด ศัตรูที่เป็นคนธรรมดาในโลกนี้ก็เป็นอีกหนึ่งความท้าทายที่คุณจะต้องรับมือ พวกเขามีทั้งที่อยู่รวมกันในฐานที่มั่นให้เราบุกทำลายรังโจร ออกลาดตระเวนอยู่ทั่วไปในโลกกว้าง หรือซุ่มโจมตีเราเมื่อไม่ทันระวังตัว


DG_WT_Screens (10).png (3.62 MB)


ด้วยความที่โลกนี้เต็มไปด้วยสิ่งที่พร้อมจะพรากชีวิตคุณไปได้ทุกเมื่อ การจะเดินทางระยะทางไกลด้วยเท้าแทบจะเป็นทางเลือกที่เป็นไปไม่ได้เลย เกมจึงใส่ยานพาหนะให้กับคุณอย่างเจ้ามอเตอร์ไซด์คู่ใจของ เดคอน ซึ่งสร้างความผูกพันให้กับเรามากกว่าเป็นแค่รถธรรมดาที่ใช้เดินทางไกล นอกจากที่เราจะสามารถอัปเกรดให้มันมีสมรรถนะสูงขึ้นแล้ว ทุกครั้งที่เราอยู่ในสถานการณ์คับขันที่ยากเกินกว่าจะจัดการได้ ลำพังการวิ่งไม่สามารถพาคุณไปไหนได้ไกล เราจึงต้องมีมันไว้เพื่อใช้หนี ดังนั้นการที่เรามีหรือไม่มีมันอยู่ใกล้ ๆ อาจเป็นตัวตัดสินชี้เป็นชี้ตายของคุณได้ทุกเมื่อ

เนื่องด้วยเหตุไม่คาดฝันอาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ระหว่างอยู่บนมอเตอร์ไซด์ คุณอาจจะน้ำมันหมดหาแหล่งเชื้อเพลิงไม่ได้ ใช้มันสมบุกสมบันเกินจนเสียหาย หรือถูกซุ่มโจมตีจนตกรถลงมาได้เสมอ ดังนั้นแม้ว่าตัวรถจะทำให้คุณอุ่นใจขึ้นได้ในระดับหนึ่ง แต่มันก็ไม่ได้เป็นเครื่องการันตีว่าคุณจะปลอดภัย

และแม้แต่กลุ่มผู้รอดชีวิตที่รวมกลุ่มอยู่กันเป็นชุมชน เป็นเมืองขนาดย่อม ๆ ตามที่ต่าง ๆ ก็ไม่ได้มีอัธยาศัยไมตรีที่ดีต่อเรา ในโลกที่ผู้เข้มแข็งกลืนกินผู้อ่อนแอ ความแร้นแค้นสร้างบรรยากาศที่ไร้น้ำใจและความเมตตา การเอาตัวรอดจึงกลายเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดของทุกคน ทุกครั้งที่เราไปตามเมืองใหญ่ ชาวเมืองทุกคนจะไม่ไว้วางใจเรา ซึ่งเราต้องพิสูจน์ตัวเองโดยการทำภารกิจต่าง ๆ ที่ได้รับมอบหมายจากหัวหน้าชุมชนเหล่านั้น หรือช่วยทลายรังโจรหรือรังฟรีกเกอร์ในบริเวณรอบ ๆ เป็นการผูกมิตร

เมื่อคุณสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจให้กับผู้คนภายในเมืองได้แล้ว ร้านรวงต่าง ๆ ภายในเมืองจะเริ่มเปิดใจ และยอมค้าขายกับคุณ ตั้งแต่ร้านรับซื้อหูฟรีกกอร์ ที่สามารถเอาหูของอสูรกายเหล่านี้(ได้จากการฆ่า) มาแลกเป็นเงินเพื่อจับจ่ายใช้สอยในการอัปเกรดอาวุธ ซื้อกระสุน หรือมอเตอร์ไซด์ของคุณได้ ยิ่งระดับความเชื่อใจของชาวเมืองมีต่อคุณมากเท่าไร สินค้าที่พวกเขาจะขายให้ก็จะยิ่งเป็นเกรดที่สูงขึ้นเท่านั้น


DG_WT_Screens (2).png (2.55 MB)


ตัวเกมมีระบบเพิ่มขีดความสามารถของตัวละครของเราได้สองลักษณะ อย่างแรกคือการอัปเกรดเพิ่มค่าพลังพื้นฐานของเราคือ พลังชีวิต ที่ทำให้เรารับการโจมตีได้มากขึ้น‚ สตามิน่า ที่จะทำให้เราวิ่งได้ต่อเนื่องยาวนานมากขึ้น และโฟกัส ที่เมื่อเปิดใช้จะทำให้เกิดสภาวะ bullet time ที่ทุกอย่างจะเชื่องช้าลงชั่วขณะ ทำให้เราจัดการกับศัตรูต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น

การอัปเกรดค่าพลังเหล่านี้ ทำได้โดยการบุก Nero Checkpoint เพื่อหาหีบบรรจุเข็มฉีดยาพิเศษที่จะช่วยเพิ่มพลังให้เราอย่างใดอย่างหนึ่งแล้วแต่เลือก ซึ่งสถานที่เหล่านี้จะยังเป็นฐานที่มั่น จุดวาร์ป และจุดเกิดให้กับเราด้วย

การอัปเกรดอย่างที่สอง คือการเก็บสะสมค่าประสบการณ์จากการทำภารกิจเพื่อนำมาใช้เพิ่มทักษะความสามารถ 3 ด้าน ได้แก่ทักษะการต่อสู้ ทักษะการใช้ปืน และทักษะการเอาตัวรอด ซึ่งทั้งสามอย่างจะเป็น Passive Skill ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับการผจญภัย และทำให้ตัวเดคอนแข็งแกร่งขึ้นตลอดทั้งเกม

ศัตรูหลักของเกมอย่าง ฟรีกเกอร์ นั้น แตกต่างจากซอมบี้ในเกมทั่วไป เนื่องด้วยความที่มันเป็นสิ่งมีชีวิต พวกมันจึงมีกิจวัตรประจำวันเช่น การกิน การดื่ม การนอน และอาศัยอยู่รวมกันเป็นฝูง อีกทั้งสภาพแวดล้อมและสภาพอากาศยังมีผลกระทบกับมัน ซึ่งเราสามารถนำมาใช้เป็นกลยุทธ์ในการจัดการมันหลายรูปแบบ เช่น หากมันกำลังกินก็มักจะอยู่กับที่ ทำให้เราย่องผ่านหรือลอบโจมตีได้ง่าย อากาศที่หนาวเย็นทำให้พวกมันแข็งแกร่งดุร้ายขึ้น เกมจะมีภารกิจมากมายให้เราทำลาย Nest หรือ “รัง” ของเหล่าฟรีกเกอร์ที่ซ่อนอยู่ตามที่ต่าง ๆ รวมไปถึงการทำลาย Horde ซึ่งถือได้ว่าเป็นความท้าทายที่สุดของเกม เพราะผู้เล่นจะต้องเผชิญหน้ากับฝูงซอมบี้หลายร้อยตัวพร้อมกัน และจัดการมันให้หมดให้ได้


DG_WT_Screens (5).png (3.47 MB)


พฤติกรรมของฟรีกเกอร์ก็มีความแตกต่างตามประเภทของฟรีกเกอร์ เช่น Swarmer (สวอมเมอร์) จะเป็นฟรีกเกอร์ธรรมดาที่เราเห็นได้ทั่วไป Newt (นิ้วท์) ฟรีกเกอร์เด็กที่จะไม่เข้ามายุ่งกับเราก่อนยกเว้นเห็นว่าเรากำลังบาดเจ็บอ่อนแอและต้องการซ้ำเติม Screamer (สกรีมเมอร์) ตัวอันตรายที่จะส่งเสียงกรีดร้องเพื่อเรียกฟรีกเกอร์ตัวอื่นมา Breaker ฟรีกเกอร์ร่างยักษ์ที่ใช้พละกำลังเข้าบดขยี้เรา นอกเหนือจากนี้ยังมีฟรีกเกอร์อีกหลายชนิดที่เกิดจากการติดเชื้อกลายพันธุ์ในสัตว์จนดุร้ายกว่าเดิม ซึ่งแน่นอนว่าพวกมันต้องใช้วิธีรับมือที่แตกต่างกัน

อาวุธที่พบเห็นภายในเกมจะมีอยู่หลายประเภท แต่อาจแบ่งง่าย ๆ ได้เป็นอาวุธประชิดใช้ในการต่อสู้ระยะประชิดหรือลอบสังหาร มันเป็นวิธีที่เงียบเชียบแต่ไม่เหมาะกับการรับมือศัตรูจำนวนมาก อาวุธปืนใช้จัดการศัตรูได้รวดเร็วกว่า แต่เสียงที่ดังของมันก็อาจกลายเป็นการเรียกให้ศัตรูตัวอื่น ๆ ในบริเวณล่วงรู้ตัวได้ และสุดท้ายอาวุธประเภทขว้าง เช่น ระเบิดหรือกับดัก ซึ่งเหมาะกับการสร้างพื้นที่โจมตี กีดขวางเส้นทางไม่ให้เราถูกประชิดตัวได้

ไอเทมเหล่านี้ถูกสร้างได้จากการเก็บวัตถุดิบต่าง ๆ ภายในเกมมาประกอบกัน และหลายอย่างมีอายุการใช้งานจำกัดหรือใช้แล้วหมดไป เช่น ไม้เบสบอลพันลวดหนามที่มีพลังทำลายสูงก็หักพังได้ กระบอกเก็บเสียงซึ่งสร้างขึ้นอย่างง่าย ๆ ก็แตกได้เมื่อใช้ไปนาน ๆ โดยรวมแล้วระบบนี้จึงส่งผลกับเกมเพลย์ให้ผู้เล่นต้องมีการวางแผนที่รัดกุม ก่อนที่จะตัดสินใจเปิดฉากต่อสู้ ไม่ว่าฝ่ายตรงข้ามจะเป็นฟรีกเกอร์หรือมนุษย์ก็ตาม

ช่วงเวลาสองชั่วโมงที่ผมได้สัมผัสกับ Days Gone นั้นถือว่าผ่านไปอย่างรวดเร็ว และมีความสุขมาก และแทบจะทนรอวันวางจำหน่ายของมันในวันที่ 26 เมษายน นี้ แทบไม่ไหว มันอาจจะไม่ใช่เกมที่จะมาปฏิวัติวงการเกมแนว open world แต่ผมก็เชื่อว่ามันมีอะไรที่สดใหม่มากพอ ที่คุณน่าจะลองให้โอกาสมันดูสักครั้ง สำหรับใครที่สนใจอยากหาข้อมูลการรับมือฟรีกเกอร์กว่า 300 ตัว ว่าจะจัดการพวกมันได้ยังไง ลองดู บทความเก่า ของเราเตรียมความพร้อมรอไปพลาง ๆ ได้ครับ


ภาพถ่ายคู่เดวิด ลี 2.jpg (55 KB)

Post by [Coolerist]
TOP