Wiki article



เมื่อวันพุธที่ 20 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทีมงานไทยเกมวิกิมีโอกาสได้ไปทดลองเล่นเกม Sekiro: Shadows Die Twice ในฉบับล่าสุดมา ณ โรงแรม โฟร์พอยท์ บาย เชอราตัน ครับ แน่นอนว่าหลายคนคงทราบกันดีแล้วว่าผลงานนี้สร้างสรรค์โดย From Software ที่มีหัวหอกของทีมนำโดยคุณ Hidetaka Miyazaki ผู้ปลุกปั้นซีรีส์ Souls จนโด่งดังนั่นเอง แล้วสำหรับ Sekiro นี้จะเป็นอย่างไร เราขอแจกแจงให้ฟังทีละข้อครับ


การแปลภาษา

มาว่ากันด้วยสิ่งที่หลายคนน่าจะอยากรู้ที่สุดก่อนเลยดีกว่า ว่าการแปลภาษาไทยในเกมนี้เป็นอย่างไร จากที่ผมได้เคยลองเดโมครั้งแรกในงานโตเกียวเกมโชว์ปี 2018 ที่ผ่านมาและพบว่ายังมีปัญหาเทคนิคให้เห็นไม่ว่าจะเรื่องของฟอนต์ที่ขึ้น ๆ ลง ๆ ไม่เสมอกันในบรรทัด บ้างก็ใหญ่บ้างก็เล็กและแอบแปลงง ๆ ก็ยอมรับว่าแอบหวั่นใจ แต่พอได้ลองเล่นเดโมตัวล่าสุดนี้ความกังวลก็หายไปพอควรเลยครับ การแปลนั้นโดยรวมไหลลื่น การเลือกใช้คำและสรรพนามแทนตัวในแต่ละบริบทการสนทนานั้นกล่าวได้ว่าดีและเหมาะสมกับยุคสมัย ทั้งไม่เห็นปัญหาสระจมหรือสระลอยแล้ว หากใครต้องการรับรู้เรื่องราวของเกมในแบบภาษาไทยอย่างครบถ้วนก็ไม่ผิดหวังแน่ครับ โดยส่วนตัวชอบการเลือกใช้คำเรียกมนุษย์อมตะอย่าง ฮัมเบย์ ว่า ‘อมรณา’ เป็นพิเศษเลยล่ะ


Sekiro_27.jpg (3.75 MB)


เนื้อหา

ในส่วนของเนื้อหานั้น หากจะให้กล่าวถึงในช่วงเวลา 2 ชั่วโมงที่เราได้ไปสัมผัสมา ก็คงกล่าวได้ว่าค่อนข้างชัดเจนมีที่มาที่ไปและตรงไปตรงมากว่าเกมอื่น ๆ ที่ผ่านมาของสตูดิโอครับ เพียงแค่ช่วงเริ่มต้นผู้เล่นก็จะได้ทราบเบื้องหลังของตัวเอก ว่าเหตุใดจึงได้กลายมาเป็นนินจา และความสัมพันธ์ของเขากับตัวละครอื่น ๆ นั้นเป็นอย่างไร และขณะนั้นเกิดอะไรขึ้น ช่วยให้ผู้เล่นทำความเข้าใจสถานการณ์ที่เป็นอยู่ได้อย่างรวดเร็ว แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกอย่างจะบอกเล่าจนหมดเปลือกนะครับ ถึงอย่างไรเสียกลิ่นอายของปริศนาและความลับต่าง ๆ ในสไตล์ของ From Software ก็ยังคงมีอยู่ ซึ่งคาดว่าหลายอย่างคงเผยออกมาเมื่อดำเนินเรื่องไปเรื่อย ๆ หรือไม่ก็เผย lore ผ่านเอกสารต่าง ๆ ในเกมให้ได้อ่านหรือสำรวจกัน


Sekiro_33.jpg (1.05 MB)



แม้แต่ตัวละครสนับสนุนต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นพระไร้นามผู้มอบแขนกลให้ตัวเอก‚ หมอยาสาวผู้ลึกลับที่ดูจะทราบอะไรมากกว่าที่เราคาดคิด หรือแม้แต่ฮัมเบย์ ‘อมรณา’ (ผู้ไม่มีวันตาย) ที่ไม่รู้ด้วยเหตุผลกลใดจึงทำให้เป็นอมตะจนรับหน้าที่เป็นหุ่นลองท่ามีชีวิตให้ตัวเอกของเราไปโดยปริยายก็ตามที ทุกผู้คนล้วนแล้วแต่สนทนากับตัวเอกในเชิงที่ชวนให้ฉงนและทิ้งปริศนาเอาไว้เนือง ๆ เรียกได้ว่าในช่วงต้นของเกมคุณไม่มีทางทราบได้แน่นอนว่าแต่ละคนแท้จริงเป็นใคร มีปูมหลังความเป็นมายังไง และจุดประสงค์ที่แท้จริงคืออะไร ดังนั้นเมื่อผ่านเหตุการณ์หรือเนื้อเรื่องไปช่วงหนึ่ง การย้อนกลับมายังวัดร้างซึ่งเปรียบเสมือนเป็น hub ของเกมจึงไม่ได้มีประโยชน์เพียงแค่การได้ใช้งานกลไกใหม่ ๆ ของแขนกลหรือเพิ่มจำนวนโอสถน้ำเพิ่มพลังชีวิตเท่านั้น หากแต่ยังเป็นโอกาสให้ผู้เล่นได้ลองสนทนาเพิ่มเติมกับตัวละครเหล่านี้เพื่อรับรู้เรื่องราวเบื้องลึกเบื้องหลังของเกมได้มากขึ้นอีกด้วย


เกมเพลย์

ในส่วนของเกมเพลย์นั้น หากจะให้สรุปกันแบบสั้น ๆ ก็คงเป็นการผสมผสานระหว่างเกมแนวลอบเร้นกับเอกลักษณ์ของ Souls เข้าไว้ด้วยกันครับ ด้วยเหตุที่ว่า From Software เองก็เดิมทีตั้งใจจะให้ Sekiro เป็นเกม Tenchu ภาคใหม่แต่ระหว่างพัฒนาไปก็เปลี่ยนจนกลายมาเป็น Sekiro นี่เอง จึงทำให้ระบบหลายอย่างมีความคล้ายและออกจะหนักไปทางลอบเร้นซะมาก

ด้วยความที่ตัวเอกของเกมเป็นนินจา คุณจึงควรอย่างยิ่งที่จะเล่นเกมและประพฤติตนเยี่ยงนินจา ทิ้งความคิดที่จะเน้นต่อกรซึ่งหน้าไปได้เลยเพราะมันจะทำให้ชีวิตของคุณลำบากมาก ยิ่งคุณซุ่มสังหารศัตรูได้มากเท่าไหร่การสำรวจและทำเป้าหมายของคุณก็จะยิ่งง่ายดายขึ้นเท่านั้น แน่นอนว่ารูปแบบการเคลื่อนไหวและสิ่งต่าง ๆ ที่ทำได้ในเกมนี้ก็ออกแบบมาเพื่ออำนวยความสะดวกในการลอบเร้นสังหารนั่นเองครับ ไม่ว่าจะเป็นการย่อหลบในพงหญ้าเพื่อบดบังทัศนวิสัยของศัตรู การใช้ตะขอติดแขนกลเกี่ยวเกาะไปบนต้นไม้ หลังคาหรือสิ่งต่าง ๆ ที่สามารถเกาะได้เพื่อซุ่มดูพฤติกรรมของศัตรูและหาโอกาสเหมาะเชือดมันทิ้งซะ แม้แต่การเอาหลังแนบกำแพงเพื่อชะโงกมองดูเส้นทางข้างหน้าตามขนบเกมลอบเร้นก็ทำได้ (หรือลอบสังหารจากมุมกำแพงก็ยังได้) เนื้อเกมหลัก ๆ นั้นดีไซน์ออกมาโดยเน้นให้เราเคลื่อนที่และลงมือแบบนินจาแท้ ๆ ครับ แต่จากที่เล่นมาจะมีจุดติอยู่ประการหนึ่งก็คือการที่เราจะลอบสังหารใครได้ จำเป็นต้อง ‘ล็อกเป้า’ คน ๆ นั้นเสียก่อน ไม่งั้นกดโจมตีไปก็จะกลายเป็นท่าฟันธรรมดาจนทำลายโอกาสที่ซุ่มรอมาเป็นอย่างดีไปแบบน่าเสียดายครับ


Sekiro_29.jpg (1.79 MB)



แล้วถามว่าเกมนี้มีระบบบู๊ซึ่งหน้าดีแค่ไหน? ในส่วนนี้ก็ออกแบบมาได้สนุก และยังคงรสชาติการเล่นในแบบที่ From Software ถนัดเช่นเคยครับ ซึ่งถ้าจะว่าไปแล้วผมคิดว่าเกมเพลย์นั้นน่าจะรวดเร็วฉับไวที่สุดในบรรดาเกมของ From Software เลยด้วยซ้ำ เมื่อผนวกกับที่ว่าตัวเอกในเกมสามารถกระโดดได้อย่างคล่องแคล่วและหลบหลีกได้ว่องไวจึงทำให้มิติของเกมดูหลากหลายกว่าเดิม ทั้งยังมีกลไกของแขนกลที่มีความสามารถให้เลือกใช้ต่างกันตามถนัดและตามสถานการณ์ ผู้เล่นจึงมีทางเลือกที่มากพอดูว่าตนจะรับมือกับสถานการณ์แต่ละอย่างแบบไหน และก็แน่นอนครับว่าตัวเรานั้นเปราะเช่นเคย หากยืนให้ศัตรูฟาดจัง ๆ สองสามทีก็มีสิทธิ์ลงไปนอนได้เลย ยิ่งถ้าเป็นระดับบอสหรือตัวเก่ง ๆ ก็แทบไม่ต้องสืบว่าโดนหวดทีนึงก็แทบร้องไห้กันเลยทีเดียว ถึงอย่างนั้นหากคุณกะจังหวะป้องกันเพื่อทำการปัดป้องการโจมตีได้ตรงจังหวะคุณก็มีโอกาสสวนศัตรูกลับแบบรุนแรงได้เช่นเดียวกัน หรืออาจจะสามารถสังหารได้ในทีเดียวเลยด้วยซ้ำ เรียกได้ว่าเป็นระบบต่อสู้ชนิด high risk high return ทั้งฝ่ายเราและฝ่ายศัตรูครับ และถ้าจะให้ชีวิตสะดวกขึ้น พวกบรรดาตัวเก่ง ๆ น่ะหาจังหวะลอบฆ่ามันก่อนจะปะทะก็จะช่วยลดพลังและลดเวลาในการต้องต่อสู้ซึ่งหน้ากับมันไปได้มากเลยล่ะ


Sekiro_28.jpg (1.97 MB)



ในเมื่อเกมเน้นการลอบเร้นเช่นนี้แล้ว เราควรหลีกเลี่ยงการปะทะกับตัวเก่ง ๆ รึเปล่าล่ะ? ก็จริงครับถ้าหากคุณจะคิดเช่นนั้น เพียงแต่ว่าบรรดาตัวศัตรูที่มองปราดเดียวก็รู้ว่ามันสามารถโบกเราดับได้ในสองทีเนี่ย ถ้าคุณเชือดมันได้ก็มักจะได้ไอเทมดี ๆ กลับมา ซึ่งเจ้าไอเทมเหล่านั้นก็เย้ายวนไม่หยอก บ้างก็เป็น ไอเทมที่ไว้ใช้เพิ่มขีดระดับของพลังชีวิตและพลังโจมตี (ต้องเก็บ 4 ชิ้นจึงจะเพิ่มได้หนึ่งครั้ง คิดซะว่าเหมือน Blue Orb ใน Devil May Cry แล้วกัน) บ้างก็เป็นเมล็ดโอสถน้ำที่จะช่วยให้เราพกพายาเติมพลังได้มากขึ้น ซึ่งถ้ามีโอกาสเก็บได้ก็ควรเก็บครับ เพราะแม้เกมจะเน้นลอบเร้นแต่เมื่อถึงจุดหนึ่งคุณก็ต้องสู้บอสในสไตล์เกมแอ็คชันอยู่ดี การเพิ่มความสามารถให้ตัวเอกจึงไม่ใช่อะไรที่เสียหายแต่อย่างใด


Sekiro_35.jpg (1.78 MB)



สำหรับระบบการพัฒนาตัวละครในคราวนี้ ออกจะแตกต่างจากซีรีส์ Souls ไปบ้างพอสมควร เน้นความเป็นแอ็คชันมากขึ้นและลดความเป็น RPG ลงครับ จากเดิมที่หลายคนคุ้นเคยว่า EXP ในเกมซีรีส์ Souls หรือ Bloodborne ที่ผ่าน ๆ มา (จะนับหน่วยเป็นวิญญาณหรือเป็นเลือดก็เถอะ) จะนำไปใช้เสริมค่าพลังในแต่ละด้านรวมถึงใช้แทนเงินในการซื้อไอเทมหรืออะไรต่าง ๆ ที่จำเป็น ใน Sekiro นี้ EXP จะมีไว้ทำหน้าที่ในการอัปสกิลเท่านั้นเลยครับ เมื่อคุณเก็บ EXP จนเต็มหลอดนั่นคือคุณได้สกิลพอยท์มา 1 แต้ม ซึ่งเจ้าแต้มนี่ล่ะที่คุณจะต้องนำไปอัปสกิลท่าดาบหรือสกิลวิชานินจาอื่น ๆ ซึ่งก็ไม่ต้องสงสัยว่าท่าขั้นต้นน่ะใช้เพียงแต้มเดียว แต่เมื่อสกิลเปลี่ยนเป็นขั้นสูงขึ้นก็ต้องใช้แต้มมากขึ้นตามลำดับ เช่นการลอบสังหารแล้วใช้ระเบิดควันทำให้ศัตรูตัวอื่นโดยรอบชะงัก เปิดโอกาสให้เราลอบสังหารเพิ่มได้ เป็นต้น แต่การจะอัปสกิลใดได้ก็ต้องไปหาไอเทมคัมภีร์นินจาให้เจอก่อนเช่นกัน ส่วนการซื้อหาไอเทมต่าง ๆ ก็จะมีเงินเป็นค่าแยกมาให้ต่างหาก ไม่ต้องใช้ซ้ำซ้อนกันแล้ว


Sekiro_34.jpg (1.75 MB)



นอกจากระบบอัปสกิลที่กล่าวไปข้างต้น เกมนี้ยังใส่ระบบพัฒนาตัวละครในด้านอื่นลงมาแทนของเดิม นั่นคือการเพิ่มพลังชีวิตและพลังโจมตีก็ต้องอาศัยเก็บไอเทมพิเศษรวบรวมให้ได้ 4 ชิ้นตามที่กล่าวไปก่อนหน้านี้ ส่วนแขนกลนั้นคุณจะเพิ่มรูปแบบการใช้งานได้ก็ต่อเมื่อคุณสามารถเก็บไอเทมเฉพาะได้ แล้วต้องนำไอเทมดังกล่าวกลับมาที่วัดร้างเพื่อให้พระไร้นามเป็นผู้ติดตั้งให้คุณ ส่วนการใช้งานแขนกลนั้นคุณจะไม่สามารถใช้ได้รัว ๆ สแปมท่าได้แบบการโจมตีปกติเพราะการใช้งานแต่ละครั้งไม่ว่าจะโจมตีโดนหรือโจมตีวืดก็ตามคุณจะต้องใช้งาน ‘ยันต์’ (ผมจำชื่อเรียกในเกมมันเป๊ะ ๆ ไม่ได้ แต่เอาเป็นว่าหน้าตามันคือยันต์ชิคิงามิที่เป็นกระดาษรูปทรงคนแล้วกัน) หนึ่งชิ้น หากยันต์หมดแขนกลคุณก็ทำหน้าที่ได้เพียงเป็นตะขอไว้ปีนป่ายอย่างเดียวครับ เคราะห์ดีที่ยันต์จะสามารถหาเก็บได้ตามฉากหรือจะซื้อเอาก็ย่อมได้นะ โดยทั้งหมดทั้งมวลไม่ว่าจะการอัปสกิล การซื้อหาไอเทม ล้วนทำได้ที่รูปปั้นมารที่เปรียบเสมือนเป็น Bonfire ของเกมนี้นั่นแหละครับ คุณยังสามารถใช้มันเป็นจุดวาร์ปเดินทางไปยังสถานที่เก่าได้ หรือจะใช้เป็นจุดพักฟื้นเพิ่มพลังชีวิตก็ย่อมได้นะ แต่แลกกับการที่ศัตรูเกือบทุกตัวจะคืนชีพกลับมาใหม่อีกครั้งหนึ่ง


Sekiro_31.jpg (1.98 MB)



ระบบอันเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของเกมนี้ที่ไม่กล่าวถึงไม่ได้คงเป็นระบบคืนชีพที่ทีมสร้างตั้งใจนำเสนอนี่ล่ะครับ ระบบนี้ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้เล่นไม่ลำบากจนเกินไปนัก แต่ก็ใช่ว่าจะสามารถคืนชีพได้ตลอดเวลาเพราะหลังจากคืนชีพไปแล้วครั้งหนึ่ง คุณจะต้องรอจนเกจคืนชีพกลับมาเต็มจึงจะสามารถใช้งานระบบนี้ได้อีกครั้ง ซึ่งผมเองก็ยังไม่เข้าใจกลไกของมันว่าต้องทำอะไรบ้างให้เกจนี้เพิ่ม (อาจต้องรอเวลาหรือไม่ก็เพิ่มได้จากการสังหารศัตรู) ดังนั้น ถึงที่สุดแล้วคุณก็ยังคงต้องเล่นด้วยความระแวดระวัง ปฏิกิริยาโต้ตอบต้องไวและต้องเรียนรู้รูปแบบการโจมตีของศัตรูเพื่อที่จะผ่านอยู่เช่นเคยครับ ถามว่าแล้วถ้าเราตายอีกครั้งหลังจากใช้ระบบคืนชีพไปแล้วจะเป็นยังไง? เราก็จะกลับไปเริ่มใหม่ ณ รูปปั้นมารล่าสุดที่เราสำรวจครับ พร้อมกับเงินและค่า EXP ที่เสียไปบางส่วนโดยไม่สามารถกลับไปเก็บคืนมาได้ ณ จุดที่เราตายเหมือนอย่างเกมที่ผ่านมา และถ้าคุณยังคงตายซ้ำตายซากบ่อย ๆ ค่า ‘ความคุ้มครอง’ ที่จะช่วยหวงกันเงินและค่า EXP เอาไว้ให้คุณส่วนนึงหลังตายก็จะยิ่งมีเปอร์เซ็นต์น้อยลง มิหนำซ้ำยังอาจส่งผลต่อเนื้อเรื่องของเกมไม่ทางใดก็ทางหนึ่งอีกด้วยเช่นกัน (ซึ่งจุดนี้ ผมจะไม่ขอกล่าวถึงและให้ไปสัมผัสกันเองตอนเกมออกนะครับ)


Sekiro_32.jpg (1.26 MB)


กราฟิก

งานภาพนั้นยังคงเป็นสไตล์ของ From Software ครับ นั่นคือก็ไม่ได้เนี้ยบกริบ คมชัด เหมือนเกมทุนมหาศาลของบริษัทอื่น ๆ ถ้าลองหมุนฉากหรือสังเกตโมเดลดูก็จะพบความไม่เนียนในหลายจุด แต่ชดเชยด้วยการออกแบบศิลป์ที่ดูดีมีชาติตระกูลจนทำให้มองข้ามไปได้ ช่วงต้นเกมที่สู้กับศัตรูระดับบอสในตอนกลางคืนใต้แสงจันทร์ท่ามกลางทุ่งหญ้าสีขาวนี่มันงามจับใจจริง ๆ ครับ


Sekiro_30.jpg (2.18 MB)



โดยสรุปในเบื้องต้นจากที่ได้สัมผัส หากคุณชื่นชอบงานของ From Software เป็นทุนเดิม คุณจะไม่ผิดหวัง และหากคุณชื่นชอบเกมลอบเร้นอยู่แล้วด้วย คุณจะยิ่งได้ความบันเทิงในระดับทวีคูณเลยล่ะครับ ผมเองก็แทบจะรอเกมฉบับเต็มในวันที่ 22 มีนาคมนี้ไม่ไหวแล้ว โลกแห่งนินจาและภูติพรายในสมัยเซ็นโกคุของญี่ปุ่นโบราณกำลังรอให้ทุกท่านสัมผัสอยู่ครับ!

Post by [G-jang]
TOP