Wiki article

 

รู้ไว้ไม่เสียหาย

ชนเผ่าไอนุ ชาวพื้นถิ่นแห่งแดนเหนือของญี่ปุ่น


*ขอขอบคุณ Season Pass จาก SNK Asia มา ณ โอกาสนี้ด้วยครับ

เกม Samurai Shodown (Samurai Spirits) ภาคล่าสุด เพิ่งมีการอัปเดตตัวละครใหม่จาก Season Pass ชุดแรกไปไม่นาน และตัวละครที่มีให้เล่นก็คือ Rimururu (ริมูรูรู) น้องสาวผู้น่ารักของ Nakoruru (นาโครูรู) ที่หลายคนคุ้นเคยกันดีจากภาคก่อน ๆ นั่นเอง ทั้งสองคนนี้ต่างเป็นสาวน้อยแห่งชนเผ่าไอนุแห่งแดนเหนือของญี่ปุ่น แต่แท้จริงแล้วพวกเขามีวัฒนธรรมและภาษาของตนเองที่แตกต่างจากชนชาวอาทิตย์อุทัยทั่ว ๆ ไปอยู่มากเลยทีเดียวครับ เราลองมาทำความรู้จักกับชนเผ่าไอนุที่เรามักจะได้ยินชื่อกันบ่อย ๆ ในสื่อบันเทิงจากญี่ปุ่นกันดีกว่า


ชนเผ่าไอนุคือใคร?

ชนเผ่าไอนุคือชนพื้นถิ่นของญี่ปุ่นแต่เดิมครับ ถึงแม้ว่าในปัจจุบันพวกเขาจะใช้ชีวิตเฉกเช่นเดียวกับคนญี่ปุ่นทั่วไปและการสืบสายเลือดจะทำให้คุณลักษณะดั้งเดิมเจือจางไปมากแล้วก็ตาม แต่เดิมทีคุณลักษณะกายภาพของพวกเขาต่างจากคนญี่ปุ่นครับ ผมของพวกเขาจะหยิกและมีผิวขาว ผู้ชายจะไว้หนวดเคราครึ้ม ส่วนผู้หญิงจะถูกสักบนริมฝีปาก มือและแขนเพื่อบ่งบอกว่าเติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว เมื่ออายุได้ 15–16 ปีรอยสักก็จะสมบูรณ์ บ่งบอกว่าผู้หญิงคนนั้นพร้อมจะมีคู่ครองเสียที ในทางกลับกันคนญี่ปุ่นแท้ ๆ จะมีเส้นผมเรียบตรงและผิวสีคล้ำกว่า โดยในปัจจุบันจะหาชาวไอนุแท้ ๆ ได้ยากยิ่งแล้ว


Ainu Man.jpg (18 KB) หญิงไอนุภาพรวม.jpg (91 KB)
ชายไอนุและหญิงไอนุ รวมถึงภาพวาดการสักบนใบหน้า


คำว่า ไอนุ ในภาษาของพวกเขามีความหมายว่า มนุษย์ นั่นเอง ซึ่งชนเผ่าไอนุจะกล่าวถึงสิ่งต่าง ๆ อันเป็นประโยชน์แก่พวกตนหรือสิ่งที่นอกเหนือการควบคุมของพวกตนว่า คามุย (คามุอิ) หรือก็คือความหมายว่าเทพเจ้าครับ ชีวิตประจำวันของพวกเขา มักมีการสวดภาวนาและทำพิธีบูชาเทพเจ้าบ่อยครั้ง โดยที่บรรดาเทพเจ้าเหล่านี้ก็มีทั้งเทพเจ้าแห่งธรรมชาติ ไม่ว่าจะไฟเอย น้ำเอย ลมเอยและสายฟ้า แต่เทพเจ้าแห่งสรรพสัตว์ก็มี ไม่ว่าจะเทพเจ้าแห่งหมี จิ้งจอก นกฮูก ฯลฯ แม้กระทั่งเทพแห่งพืชพรรณหรือวัตถุก็ยังมี ทำให้คำว่าไอนุก็มีความหมายถึงสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่ตรงข้ามกับเทพเจ้าเหล่านี้นั่นเอง


ถิ่นฐานที่อยู่ดั้งเดิมของพวกเขานั้น นอกเหนือจากบริเวณพื้นที่ตอนบนของเกาะฮอนชูอันเป็นเกาะหลักของญี่ปุ่นแล้ว ก็ยังมีเกาะฮอกไกโด และที่ยิ่งกว่านั้นก็คือหมู่เกาะ Kurile และบริเวณพื้นที่ทางใต้ของเกาะ Sakhalin ของประเทศรัสเซียครับ

ถิ่นที่อยู่ไอนุ.jpg (29 KB)
ภาพแสดงถิ่นฐานของชาวไอนุตั้งแต่โบราณ


อันที่จริงชนเผ่าไอนุก็ใช้ชีวิตของตนไปตามเรื่องตามราว แต่พอราวกลางยุค 1400s นี่เอง ที่ชนเผ่าอาทิตย์อุทัยก็เริ่มแผ่ขยายอิทธิพลของตนไปจนถึงแถบตอนใต้ของฮอกไกโด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเอซาชิและมัตสึมาเอะ ซึ่งก็แน่นอนว่าพวกเขาย่อมต้องปะทะกับชาวไอนุอย่างเลี่ยงไม่ได้จนเกิดสงครามระหว่างกันหลายต่อหลายครั้ง และชาวไอนุก็พ่ายแพ้ทุกครั้งจนต้องยอมตกอยู่ใต้อาณัติของชาวญี่ปุ่นไปโดยปริยายหลังพ่ายในศึก Battle of Kunasiri–Menasi ในปี ค.ศ.1789 (ส่วนเนื้อหาในเกม Samurai Shodown 2019 จะดำเนินเรื่องอยู่ในปี ค.ศ.1787 ช่วงวิกฤติความอดอยากแห่งยุคเท็นเมย์พอดี)


ainu elder 2.jpg (13 KB)
ภาพวาดผู้เฒ่าผู้แก่ชาวไอนุ


กาลเวลาผ่านไปเข้าสู่ยุคเมจิ รัฐบาลญี่ปุ่นในยุคนั้นได้ออกนโยบายเพื่อกลืนชาวไอนุให้กลายเป็นเนื้อเดียวกับญี่ปุ่น จึงได้ห้ามไม่ให้ชาวไอนุดำเนินการตามประเพณีและวัฒนธรรมของตน และถูกบังคับให้ประพฤติปฏิบัติตามประเพณีของญี่ปุ่นแทน ต่อมาในปี ค.ศ.1899 นั้น ได้มีการออกกฎหมายฉบับหนึ่งชื่อว่า Hokkaido Aborigine Protection Act ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อบรรเทาความกดดันต่อชาวไอนุ และยอมให้พวกเขาทำการเกษตรตามวิถีเดิมได้ แต่ถึงอย่างนั้นกฎหมายฉบับนี้ก็มีการระบุความแตกต่างระหว่างชาวญี่ปุ่นกับชาวไอนุชัดเจน ทำให้ช่วงปลายยุคเมจิเกิดการแบ่งแยกชนชั้นระหว่างชาวญี่ปุ่นและชาวไอนุจนเป็นปัญหาสังคมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ครับ


ในปี ค.ศ.1984 ที่ผ่านมา รัฐบาลฮอกไกโดได้ทำการสำรวจจำนวนประชากรและพบว่าชาวไอนุในฮอกไกโดมีอยู่จำนวนทั้งสิ้น 24‚381 คน


การดำรงชีพของชาวไอนุ

ชาวไอนุดำรงชีพด้วยการตกปลา ล่าสัตว์ ทำการเกษตรและยังรวมถึงการหาพืชพรรณไม้ป่ามากินหรือใช้ประโยชน์อื่น ๆ ด้วยเช่นกัน


การตกปลาของพวกเขานั้น มีทั้งการตกปลาในแม่น้ำลำธาร โดยมักจะจับปลาเทราต์ในฤดูร้อนและปลาแซลมอนในฤดูใบไม้ร่วง และยังมีปลาอื่น ๆ อีก กรรมวิธีการจับปลาของพวกเขาคือใช้หอกยาวที่เรียกว่า marek เพื่อจับปลาทีละตัว ส่วนกรรมวิธีอื่นก็อย่างเช่น tesh ที่ปล่อยให้ปลาแซลมอนว่ายทวนน้ำก่อนจะจับโดยการทำทำนบกั้นน้ำ เป็นต้น ซึ่งการตกปลาแซลมอนและปลาเทราต์นั้น แต่ละหมู่บ้านหรือแต่ละคนจะมีอาณาเขตในการตกปลาของตนเอง และไม่อนุญาตให้คนนอกเข้าไปหาปลาในแถบนั้นได้ ส่วนกรณีของการตกปลาทะเลนั้น ชาวไอนุจะใช้เรือยาวประมาณ 3 ถึง 4 เมตรออกไปในทะเลแล้วล่าปลาดาบบ้าง ปลาทูน่า หรือสัตว์น้ำอื่น เช่น แมวน้ำ ปลาโลมาและกระทั่งปลาวาฬก็ด้วย


การล่าสัตว์ของชาวไอนุนั้น พวกเขาล่าหมี ล่ากวางเอโซะ ล่ากระต่าย ล่าจิ้งจอก ล่าแร็คคูนและสัตว์อื่น ๆ เท่าที่จะหาได้ ซึ่งกวางเอโซะนั้นถือเป็นแหล่งอาหารที่สำคัญเป็นพิเศษสำหรับชาวไอนุพอ ๆ กับปลาแซลมอนเลย ส่วนบรรดานกอินทรีและนกอื่น ๆ นั้น พวกเขาล่าเพื่อนำเอาขนมาใช้แลกเปลี่ยนสินค้ากับชาวญี่ปุ่นครับ


ฉากคามุอิโคตัน 1.jpg (840 KB)
ฉากคามุอิโคตันในเกมจะเห็นทั้งหมี กวาง หมาป่า กระต่าย
ล้วนแล้วแต่เป็นอาหารที่ชาวไอนุล่าทั้งนั้น


สิ่งที่พวกเขาใช้ในการล่าก็คือลูกธนูกับหอกเคลือบยาพิษ พิษนั้นเรียกว่า surku ซึ่งได้มาจากรากไม้และก้านของพืชมีพิษ (aconite) ส่วนสูตรในการทำพิษจะถือเป็นความลับประจำตระกูลจึงต่างกันออกไปในแต่ละครอบครัว แม้กระทั่งการใช้พิษของปลากระเบนมาช่วยเสริมประสิทธิภาพก็เป็นสิ่งที่พบเจอได้เช่นกัน


กลวิธีในการล่าสัตว์ของพวกเขาคือใช้สุนัขช่วยออกล่า และนักล่าที่รู้มือกันดีหรือสนิทกันจะไปด้วยกัน และก่อนจะออกล่าสัตว์โดยเฉพาะหมีนั้น พวกเขาจะสวดภาวนาของพรเทพเจ้าแห่งไฟและเทพพิทักษ์บ้านเรือนเพื่อหวังให้ตนสามารถล่าสัตว์ได้สมความปรารถนา และขอพรแก่เทพขุนเขาเพื่อให้กลับมาจากการล่าได้อย่างปลอดภัย


ฉากคามุอิโคตัน 2.jpg (580 KB)
ฉากคามุอิโคตันแบบที่สอง (อัปเดตมาพร้อมริมูรูรู)
จับบรรยากาศช่วงปลายฤดูหนาวที่มีหิมะปกคลุมไปทั่ว


โดยปกติแล้วชาวไอนุจะออกล่าหมีในช่วงเข้าฤดูใบไม้ผลิที่หิมะเริ่มละลาย เพราะช่วงนั้นบรรดาหมีต่างจะระโหยโรยแรงเพราะไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยตลอดช่วงจำศีล นักล่าชาวไอนุมักจะจับหมีที่จำศีลอยู่หรือไม่ก็เพิ่งออกจากถ้ำมาได้เสมอ ๆ แต่ถ้าออกล่าหมีในช่วงฤดูร้อนพวกเขาก็จะใช้กับดักลูกธนูเรียกว่า amappo แทน


ล่าสัตว์และกับดัก amappo.jpg (68 KB)
การล่าสัตว์ของชาวไอนุ (ซ้าย) และกับดัก amappo (ขวา)


สำหรับกวางนั้นปกติชาวไอนุจะใช้ลูกธนูล่า แต่หลายครั้งก็มีการใช้กับดักเช่นกัน รวมถึงกับดักลูกธนูด้วย นอกจากนั้นยังมีการไล่ต้อนกวางไปที่แม่น้ำหรือทะเลก่อนจะยิงด้วยลูกธนู แต่ถ้าต้องการล่าในปริมาณมาก คนทั้งหมู่บ้านก็จะไล่ต้อนฝูงกวางให้ตกหน้าผาแล้วไล่ทุบพวกมันจนตาย


เสื้อผ้าของชาวไอนุ

ชาวไอนุนั้นมีเสื้อผ้าหลายประเภท บ้างก็ทำจากหนังและขนนก บ้างก็ทำจากหนังสัตว์ใหญ่เช่นหมี กวาง เป็นต้น แม้แต่เสื้อผ้าจากหนังปลาและเสื้อผ้าจากพืชพรรณก็มี แม้ว่าปัจจุบันจะแทบไม่ได้สวมใส่กันแล้วก็ตาม


อย่างไรก็ดี ปัจจุบันนี้ก็ยังมีผ้าจากเปลือกไม้ก็ยังมีให้เห็นได้อยู่บ้าง ซึ่งในบรรดาผ้าจากเปลือกไม้ต่าง ๆ นั้น ผ้า attush จะเป็นที่รู้จักกันมากที่สุด ผ้า attush นั้นทำมาจากเส้นใยซึ่งได้มาจากเนื้อเยื่อชั้นในสุดของต้นไม้อย่างเช่นต้นเอลม์ ส่วนผ้า attush ขึ้นมาจากเถาไม้หรือพืชมีขนจะถูกเรียกว่า retarpe ซึ่งแปลว่าสิ่งที่มีสีขาวเพราะสีใยผ้าที่ได้จะมีสีขาวนั่นเอง ซึ่งแม้ว่าชาวไอนุจะแต่งกายด้วยผ้าเปลือกไม้ที่ตกแต่งลวดลายเป็นชุดสุภาพก็ตาม แต่ชุดที่ใส่กันในทุกวันจะเป็นชุดที่ไม่มีลวดลายมากกว่า

เสื้อชาวไอนุ.jpg (53 KB)
attush (ซ้าย) และ retarpe (ขวา)
ลวดลายเหล่านี้คือเอกลักษณ์ของเสื้อผ้าชาวไอนุ
ซึ่งอันที่จริงจะมีหลากหลายประเภทกว่าที่เรานำมาลงในบทความนะ

นาโครูรู ริมูรูรู.jpg (614 KB)
ดีไซน์ตัวละครของทั้งสองคน
ก็นำเอาลวดลายดังกล่าวมาออกแบบให้ร่วมสมัยนั่นเอง
(แต่ชุดในเกมนี่ ไม่ดูเป็นชุดคนเมืองหนาวเลยนะ...)


ความเชื่อและศาสนาของชาวไอนุ

ชาวไอนุเชื่อกันว่ามีเทพสถิตอยู่ในทุกปรากฏการณ์และทุกวัตถุ รวมถึงปรากฏการณ์ธรรมชาติเช่นดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ไปจนถึงสรรพสัตว์ พืชพรรณ และสิ่งต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตมนุษย์ ในทุก ๆ โอกาสจะมีการสวดภาวนาและประกอบพิธี ทำให้ชาวไอนุนั้นมีเทพเจ้ามากมายไปหมดที่คอยปกปักษ์รักษามนุษย์และมอบพืชพรรณธัญญาหารให้ และในบางครั้งก็สั่งสอนมนุษย์อย่างเข้มงวดให้อยู่ในร่องในรอย แต่ถึงกระนั้นมนุษย์ก็สามารถโต้เถียงเทพเจ้าเหล่านี้ได้หากว่าทำผิดสิ่งใดต่อมนุษย์ เทพเจ้านั้นคอยช่วยเหลือมนุษย์และได้รับความเคารพนับถือ ส่วนมนุษย์ก็มีหน้าที่ต้องรับใช้เทพเจ้าเช่นกัน เป็นความสัมพันธ์ในเชิงพึ่งพากันและกัน


เทพเจ้าเหล่านี้ ว่ากันว่าจะจำแลงกายเป็นมนุษย์เพื่อชี้นำชีวิต พร้อมกับปกปักษ์รักษามนุษย์และคอยมอบอาหารเช่นแซลมอนและกวางให้แก่บ้านเกิดของไอนุ บ้างก็จำแลงกายเป็นสัตว์ เป็นพืชและวัตถุต่าง ๆ ในทางกลับกัน มนุษย์ก็จะประกอบพิธีเพื่อถวายเหล้า ปลาแซลมอนแห้ง และ inaw อันเป็นไม้เหลาศักดิ์สิทธิ์เพื่อให้เทพเจ้าพึงพอใจ นอกจากนั้นแล้วยังมีเทพผู้ชั่วร้ายที่คอยก่อให้เกิดโรคระบาดและความอัปมงคลต่าง ๆ เช่นโรคฝีดาษ (pakorkamuy) ที่ชาวไอนุหวาดกลัวมากจนต้องประกอบพิธีกรรมเพื่อขับไล่เทพชั่วร้ายเหล่านั้นไป


เป็นที่น่าเสียดายว่าโดยวัฒนธรรมของชาวไอนุนั้น ไม่มีการสร้างตัวอักษรขึ้นมาไว้ใช้งาน ด้วยเหตุนี้บรรดาเรื่องเล่า ตำนาน ประสบการณ์และศีลธรรมจรรยาต่าง ๆ จึงเป็นไปในลักษณะของมุขปาฐะ คือการบอกเล่าปากต่อปากจากรุ่นหนึ่งสู่อีกรุ่นหนึ่งนั่นเอง ไม่มีการจดบันทึกเอาไว้เป็นลายลักษณ์อักษรครับ (เหมือนอย่างภาษานาวาโฮของอินเดียนแดงที่เดิมก็ไม่มีอักษร แต่เพิ่งมาเพิ่มเติมอักขรวิธีกันในภายหลังครับ)


แถมท้าย

ฉากในเกมประจำตัวนาโครูรูและริมูรูรูคือหมู่บ้านที่ชื่อคามุอิโคตัน ซึ่งแปลว่าหมู่บ้านเทพสถิต บ้านเกิดของทั้งสองคนนั่นเอง ซึ่งปัจจุบันในเขตเมืองอาซาฮิคาว่าบนเกาะฮอกไกโดนั้น คามุอิโคตันคือแหล่งท่องเที่ยวที่คนนิยมไปเที่ยวชมธรรมชาติกันได้แบบไม่เสียค่าใช้จ่ายครับ


เลือกฉากคามุอิโคตัน.jpg (503 KB)


หากใครต้องการเดินทางไปที่คามุอิโคตันมีวิธีการเดินทางดังนี้


1. ขับรถไปราว 40 นาทีจากสถานี JR Asahikawa
2. ขับรถไปราว 50 นาทีจากสนามบิน Asahikawa
3. นั่งรถบัส Rumo ราว 30 นาทีจากสถานี JR Asahikawa แล้วลงที่ป้าย Kamuikotan จากนั้นก็เดินต่ออีกเล็กน้อย

*จอดรถฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย

คามุอิโคตัน รวม.jpg (831 KB)


ก็หวังว่าทุกท่านจะเข้าใจที่มาที่ไปของชาวไอนุได้มากขึ้นนะครับ ขอให้เล่นเกมให้สนุกนะ!

ที่มา

หนังสือ The Ainu of Japan โดย Barbara Aoki Poisson สำนักพิมพ์ Lerner Publications Company‚ Minneapolis. isbn:9780822541769


เว็บไซต์ Ainu Musem Poroto Kotan


เว็บไซต์ Visit Hokkaido จากองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวฮอกไกโด

Post by [G-jang]
TOP