Wiki article


รู้ไว้ไม่เสียหาย
Yateveo 
เรื่องเล่าขาน ตำนานต้นไม้กินคน



ใน Resident Evil Resistance ซึ่งเป็นเกมออนไลน์ที่แถมมากับ Resident Evil 3 Remake นั้น จะให้ผู้เล่นได้เล่นออนไลน์ในแบบ asymmetrical (อสมมาตร) ที่ผู้เล่นคนนึงจะเป็น Mastermind ผู้สามารถปล่อยบรรดาอาวุธชีวภาพต่าง ๆ นานาเข้าขัดขวางผู้เล่นอีกฝ่ายที่เป็นผู้รอดชีวิตจำนวน 4 คนไม่ให้หลบหนีได้สำเร็จ ส่วนฝั่งผู้หลบหนีก็จะมีความสามารถพิเศษแตกต่างกันไป และหากไม่รวมมือกันใช้จุดแข็งของแต่ละคนให้เป็นประโยชน์ก็ยากที่จะรอดชีวิต

หนึ่งใน Mastermind ที่มีให้เลือกใช้ในเกมก็คือ Alex Wesker ที่หลายคนคุ้นเคยจาก Resident Evil Revelations 2 นั่นเอง โดยที่เธอจะมีอาวุธชีวภาพขั้นสูงสุดไว้ใช้งานก็คือต้นไม้กินคนหรือที่เรียกในเกมว่า Yateveo นั่นเอง

Alex Yateveo.jpg (2.95 MB)
ภาพขนาดเต็ม
Alex Wesker และ Yateveo ในเกม


แล้ว Yateveo นี่มันคืออะไรกันล่ะ?


อันที่จริงเรื่องราวเกี่ยวกับ “ต้นไม้กินคน” นั้นต้องย้อนไปถึงปี ค.ศ.1874 เลยครับ ในยุคนั้น Edmund Spencer ผู้เป็นหนึ่งในกองบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์ New York World ได้ลงบทความในหนังสือพิมพ์ชื่อว่า The Man–Eating Tree of Madagascar (ต้นไม้กินคนแห่งมาดากัสการ์) ครับ บทความของ Edmund Spencer คือเรื่องแต่งที่ทำเสมือนว่าเขียนโดยนักสำรวจชาวเยอรมนีชื่อ Karl Leche ที่บอกเล่าประสบการณ์การได้พบกับต้นไม้กินคนในมาดากัสการ์ แน่ล่ะว่าเรื่องราวดังกล่าวในสมัยนั้นก็แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว เพราะไม่มีใครตรวจสอบได้ว่ามันจริงหรือไม่จริงอย่างไร ซึ่ง Edmund Spencer ก็ได้อธิบายลักษณะของต้นไม้กินคนเอาไว้ดังนี้

“ลองจินตนาการถึงสับปะรดสูงแปดฟุตซึ่งหนามากเป็นรากของมันโดยไร้ใบ คุณก็จะพอนึกสภาพลำต้นของมันออก ทว่าสีของมันหาใช่สีสับปะรดแต่เป็นน้ำตาลเข้มซึ่งแข็งดุจเหล็ก จากยอดของลำต้นมีใบไม้แปดใบห้อยอยู่เรี่ยพื้นประหนึ่งประตูที่เปิดออกจากบานพับ ใบไม้เหล่านั้นมีความยาวสิบเอ็ดหรือสิบสองฟุต รูปทรงของใบคล้ายกับพืชในสกุลอะกาเว (agave) โดยใบส่วนที่หนาที่สุดนั้นราวสองฟุตและความกว้างใบสามฟุต ปลายของใบแหลมเรียวเหมือนเขาวัว ด้านนอกของใบ (ด้านล่าง) นั้นนูนมาก ส่วนด้านในของใบ (ด้านบน) เว้าเล็กน้อย ซึ่งด้านที่เว้านี่เต็มไปด้วยหนามอันแข็งแกร่งคล้ายพืชไม้หนามจำพวก dispacus  ใบไม้เหล่านี้ที่ดูนิ่งเฉยไม่ไหวติงและสีเขียวขจีแต่กลับมีความแข็งราวกับต้นโอ๊ก ตรงยอดต้นมีบางอย่างสีขาวทรงกลมและเว้า ราวกับเป็นจานขนาดเล็กที่ซ้อนบนจานขนาดใหญ่ สิ่งนี้ไม่ใช่ดอกไม้หากแต่เป็นฐานดอก ซึ่งสิ่งที่ไหลซึมออกมาคือน้ำเชื่อมใสรสหวานซึ่งออกฤทธิ์ชวนให้มึนเมาได้อย่างรุนแรงทั้งยังทำให้ง่วงซึม ใต้จานเหล่านั้น คือรยางค์สีเขียวมากมายที่แผ่ขยายไปในทุกทิศทุกทาง

man eating tree madagascar.jpg (619 KB)
ภาพขนาดเต็ม
ภาพประกอบต้นไม้กินคนแห่งมาดากัสการ์
จาก The American Weekly ปีค.ศ.1920


รยางค์แต่ละเส้นนั้นมีความยาวราวเจ็ดหรือแปดฟุต โดยมีขนาดแตกต่างกันไปบ้างก็เส้นผ่านศูนย์กลางสี่นิ้ว บ้างก็ครึ่งนิ้ว แต่ทุกรยางค์ต่างยืดยาวออกไปอย่างแข็งทื่อราวกับเป็นท่อเหล็ก ส่วนด้านบนของจานนั้นมี Palpi (ส่วนที่ยื่นออกจากปาก) สีขาวจำนวน 6 เส้นที่เกือบจะโปร่งใสชี้ขึ้นฟ้า หมุนไปบิดมาชี้ขึ้นด้านบนไม่หยุด เส้นเหล่านี้บางราวกับต้นอ้อและเปราะราวก้านขนนก ความยาวต่อเส้นห้าหรือหกฟุตและขยับเคลื่อนไหวตลอดเวลา”  


ซึ่งจากลักษณะที่ Edmund Spencer เขียนไว้นั้นเขาอธิบายเพิ่มเติมว่า Karl Leche ได้พบเห็นพิธีกรรมในการบูชายัญหญิงสาวของคนป่าที่สั่งให้เหยื่อดื่มน้ำเชื่อมจากต้นไม้ไปจนเกิดความรู้สึกมึนงงแต่ร่าเริง ก่อนที่ต้นไม้จะใช้ปาก (Palpi) รัดจนแน่นลากเหยื่อขึ้นไปไว้ด้านบนของต้นพลันหุบใบประกบเข้าด้วยกันทำให้เหยื่อเสียชีวิตในที่สุดครับ เสียงร้องของเหยื่อทั้งหวาดกลัวโหยหวนแต่ก็ระคนด้วยเสียงหัวเราะจากฤทธิ์ของน้ำเชื่อมเช่นกัน ส่วนคนป่าที่เหลือด้านล่างต่างก็สวดบูชาต้นไม้กินคนพลางไปคอยดื่มกินน้ำเชื่อมที่ไหลออกมาไปพลางเช่นกัน


เรื่องราวของต้นไม้กินคนก็เลยกลายเป็นหนึ่งในประเด็นที่หลายสำนักพิมพ์และนักเขียนหลายคนนำมาเล่าสู่กันฟังกันไปชั่วระยะเวลานึงเลยทีเดียว ต่อมาในปี ค.ศ.1887 นี่เอง หนังสือชื่อ Sea and Land โดย J.W.Buel ก็ได้รับการตีพิมพ์ออกมาโดยเป็นหนังสือที่รวบรวมเนื้อหาประวัติศาสตร์ของท้องทะเลและผืนดินเอาไว้ ทั้งยังมีเรื่องราวเกี่ยวกับชนเผ่าต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นประเพณี ชีวิตความเป็นอยู่และอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งในเล่มนี้ก็ได้มีการพูดถึงต้นไม้กินคนแห่งแอฟริกากับอเมริกากลางเอาไว้ในชื่อว่า Yateveo (ยาทีวีโอ) ซึ่งเป็นภาษาสเปนที่แปลว่า “I See You” (ข้าเห็นเจ้า) ในหนังสือของเขานั้นอ้างถึง Dr.Antonio Jose Marquez ที่บอกเล่าเรื่องราวให้ J.W.Buel ฟังอีกทอดนึงถึงคุณลักษณะของต้น Yateveo เอาไว้ว่า

“แทนที่เส้นใยของมันจะอยู่กับพื้นเหมือนทั่วไป แต่พวกมันจะขยับไปมาในอากาศเสมอ ราวกับเป็นฝูงอสรพิษที่ดุร้ายซึ่งในบางครั้งก็พุ่งออกข้างไปมาราวกับจะโจมตีอะไรบางอย่าง แต่เมื่อใดที่เหยื่อเข้ามาในระยะแล้ว เส้นใยเหล่านั้นจะพุ่งเข้าโจมตีอย่างชาญฉลาดก่อนจะรัดเหยื่อไว้แน่นและรีดทุกอย่างจากเหยื่อจนไม่มีอะไรเหลือ”

Yateveo.jpg (1.00 MB)
ภาพขนาดเต็ม
ภาพประกอบ Yateveo
จาก Sea and Land ของ J.W.Buel


ซึ่ง J.W.Buel อธิบายว่าลักษณะการกินเหยื่อของ Yateveo ใกล้เคียงกับอุปกรณ์ทรมานในยุคกลางอย่าง The Maiden หรือ Iron Maiden นั่นเองครับ ส่วนสาเหตุที่ว่าทำไมจึงได้ชื่อว่า Yateveo นั้น เขาอธิบายว่าเป็นเพราะเสียงในตอนที่เส้นใยหรือรยางค์ของมันเสียดสีกัน ก่อให้เกิดเป็นเสียงที่คล้ายกับคำว่า Yateveo นั่นเอง

จะเห็นได้ว่า Yateveo ใน Resident Evil Resistance มันก็คือมอนสเตอร์จากการทดลองในลักษณะคล้าย Plant 42 ในเกมภาคแรกนั่นแหละ เพียงแต่คราวนี้แคปคอมเลือกที่จะใช้ชื่อซึ่งมีที่มาที่ไปจากเรื่องเล่า (เรื่องแต่ง) ตั้งแต่สมัยร้อยกว่าปีที่แล้วมาใช้เพื่อเสริมความลึกซึ้งลงไปนั่นเองครับ


ที่มาของข้อมูล

Current Literature Volume 1, Current Literature Publishing Company 1888, หน้า 154-155

Sea and Land by J.W.Buel, Philadelphia : Historical Publishing Co., หน้า 475-477

Wikipedia: Man-eating tree

Post by [G-jang]
TOP