Wiki article

Gamer’s Diary: The Last Guardian


คำเตือน: เนื้อหาของบทความอาจจะมีสปอยล์นะครับ ถ้าใครอยากจะทราบ ว่าเกมนี้มีลักษณะเป็นอย่างไร(แบบไม่มีสปอยล์) แนะนำให้อ่านรีวิวของคุณ G-Jang จังของเราตามลิ้งค์นี้ก่อน (คลิกอ่าน) แกเขียนไว้ละเอียดครบถ้วนดีทีเดียว


ผมเพิ่งเล่น The Last Guardian จบไปตอนตีห้าเมื่อวานครับ และรู้สึกประทับใจกับมันมากเลยทีเดียว ถ้าให้คะแนนส่วนตัวตาม สเกลระบบให้คะแนนของไทยเกมวิกิเรา ก็คงจะระดับ 4.5 ดาว (เต็ม 5)

หากจะพูดถึงความประทับใจของผมที่มีต่อเกมนี้นั้น ต้องถือว่ามีมากโขอยู่ สิ่งที่ผมชื่นชอบเป็นพิเศษคือ Art Style ของคุณ ฟูมิโตะ อุเอดะ ที่มันดูล่องลอย เว้งว้าง เงียบเหงา เป็นลายเซ็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแกจริงๆ

ตัวเกมทุกคนน่าจะพอทราบกันอยู่บ้างแล้วว่ามันเป็นเกมแก้ปริศนา โดยโลกของมันคือดันเจี้ยนขนาดใหญ่ที่เด็กน้อยและไตรโกะ(เจ้าสัตว์กึ่งหมากึ่งแมวกึ่งนก) ที่แสนน่ารัก ต้องออกผจญภัยร่วมกันเพื่อหาทางหนีออกจากสถานที่แห่งนี้ 

ตัวเกมโยน puzzle ใส่เราครั้งแล้วครั้งเล่า ให้ผู้เล่นได้ขบคิดและงมหาทางไปต่อด้วยตัวเอง โดยอาศัยคำใบ้เล็กๆ น้อยๆ ในรูปแบบของการ ”คิดในใจของตัวเอก” หรือ “ท่าทาง” ของเจ้า ไตรโกะ เท่านั้น ไม่มีวัตถุเรืองแสงลอยเด่นขึ้นมาในฉาก ไม่มี waypoint บอกให้เราไปไหนต่อ จุดนี้ผมถือว่าเขาให้เกียรติสติปัญญาของคนเล่นนะครับ  เพราะเขาเชื่อมั่นและเชื่อใจในฝีมือของเรา ว่าต้องหาทางไปต่อเองได้ พอมาคิดดูอีกที เกมยุคหลังๆ พึ่งพาระบบบอกใบ้เหล่านี้มากอย่างไม่น่าเชื่อ อย่างที่ฝรั่งเขาพูดกันว่า Holding Hand หรือพูดง่ายๆ ว่าแทบจะจูงมือให้เลย ไม่ต้องคิดเองสักนิด

ปริศนาถือว่าทำออกมาได้พอดี sweet spot คือไม่ง่ายเสียจนไม่ท้าทาย และไม่ยากเสียจนรู้สึกว่ามันเป็นไปไม่ได้ ตรงนี้ถือว่าเป็นฝีมือที่เหนือชั้นของผู้กำกับเลยครับ เพราะน้อยเกมที่จะสามารถหาจุดลงตัวพอดิบพอดีแบบนี้ได้ น่าชื่นชมมาก แต่ด้วยความที่ตัวเกมไม่มีแอคชั่นบู๊ล้างผลาญ ผมไม่แปลกใจถ้าจะมีคนไม่ชอบเจ้าเกมนี้เอามากๆ เพราะดูผ่านๆ แทบจะเหมือนหาความสนุกไม่เจอ มีแต่การเดิน คิด เดิน หาทาง ไปเรื่อยๆ จนจบ

โดยเฉพาะปัญหาทางด้านเทคนิคที่รุมเร้า อย่างเฟรมเรตตกในพื้นที่ภายนอก, มุมกล้องในพื้นที่ภายในที่คับแคบจนเวียนหัว, AI ไตรโกะที่ดูจะไม่เสถียร ซึ่งมีอยู่จริงๆ ยิ่งทำให้หลายคนคงจะรู้สึกว่ามันไม่คุ้มค่ากับการรอคอยที่นานแสนนาน แต่สำหรับผมโดยส่วนตัวนั้นปัญหาเหล่านี้กระทบกระเทือนกับอรรถรสในการเสพงานศิลป์เกมนี้น้อยมากจนแทบไม่รู้สึกเลย

ผมลองพิจารณาดูจำนวน object ที่เคลื่อนไหวได้ในจอ ทั้งต้นไม้ใบหญ้าที่ปลิวไปตามสายลม และขนของเจ้าไตรโกะที่พริ้วไหว ไม่แปลกใจที่เกมนี้จะต้องย้ายข้ามเจน เพราะดูแล้วมันไม่น่าจะลงบนเครื่อง PS3 ได้จริงๆ นั่นแหละ

และอาจจะด้วยความที่เป็นคนเลี้ยงแมว ทำให้สัมผัสได้ถึงความน่ารักน่าชังของไตรโกะมากเป็นพิเศษ เพราะแมวจริงๆ ถ้าเราคุยกับมัน เราคงสั่งมาให้มาตรงนี้ หรือกระโดดไปตรงนั้นไม่ได้หรอก ยิ่งล่วงเลยไปช่วงท้ายเกมที่ความสัมพันธ์ของทั้งสองยิ่งแน่นแฟ้น เราคนเล่นก็ยิ่งอินตามไปด้วย  แต่อีกใจหนึ่งก็คิดอยู่เหมือนกันว่า ทีมสร้างเขาสร้าง AI ได้สมจริง หรือเพราะ AI มันโง่มากจนเพี้ยนกันแน่(ฮา) แต่โดยรวมส่วนตัว ผมไม่มีปัญหากับการออกคำสั่งให้เจ้า ไตรโกะ ทำอะไรมากนัก เคล็ดลับก็คือ ทั้งเราและเจ้าไตรโกะ จะต้อง “รู้“ ว่าจะทำอะไร รวมไปถึงทั้งสองต้องอยู่ในตำแหน่งที่เกมอนุญาตให้เกิด event เสียก่อนแล้วค่อยออกคำสั่ง แค่นี้เจ้าไตรโกะก็จะเคลื่อนไหวตอบสนองคำสั่งเราได้ดีขึ้น อาจจะไม่แม่นยำ 100% แต่ก็ไม่ทำให้ผู้เล่นหงุดหงิดแน่นอน

เนื้อเรื่องของเกมไม่ต้องตีความมาก การเล่าเรื่องก็ค่อนข้างตรงไปตรงมา ประเด็นน่าสงสัยถูกเฉลยช่วงท้ายเกมแทบทั้งหมด มีอะไรค้างคาอยู่บ้างก็ไม่มากนัก แต่ไอ้จุดที่ขาดไปเล็กน้อยนี่ มันก็กวนใจผมพิลึก เป็นไปได้ก็อยากให้มีการอธิบายมันเหมือนกัน

เกมนี้ดีหรือไม่? สมกับการรอคอยหรือเปล่า? หรือใครจะชอบไม่ชอบมันอย่างไร? อาจเป็นปัญหาที่เราสามารถโต้เถียงกันได้ตราบชั่วนิรันดร์ แต่สำหรับผม ผลงานชิ้นนี้ เหมาะสม คู่ควร และสอดคล้อง ที่จะเป็นเกมระดับคลาสิกขึ้นหิ้งแบบเดียวกันรุ่นพี่ของมันอย่าง ICO และ Shadow of Colossus ด้วยประการทั้งปวง และการมีอยู่ของมัน เป็นสีสันที่สวยงามของวงการวีดีโอเกม

Post by [Coolerist]
TOP