Wiki review

รีวิวเกม The Onion Knight (PS4)

เกมแนว Tower Defense คงไม่ใช่สไตล์ที่แปลกใหม่อะไรอีกแล้ว ช่วงที่มันเกิดขึ้นมาและบูมสุดขีดก็น่าจะย้อนไปสักสองสามปีก่อนบนโทรศัพท์สมาร์ทโฟนทั้งหลาย เกมแนวนี้คงมีให้เห็นกันดาษดื่น แต่นานๆ ครั้ง เกมแนวเก่าก็ถูกนำมาเล่าใหม่ได้อย่างไม่จำเจ และน่าดีใจว่าเจ้า “อัศวินหัวหอม” เกมนี้ ก็เป็นหนึ่งในนั้น

เกมนี้เริ่มต้นด้วยเนื้อเรื่องที่เรียบง่าย นั่นก็คืออาณาจักรหัวหอมกำลังถูกรุกรานจากกองทัพศัตรู เราในฐานะอัศวินหัวหอมและผองเพื่อน จะต้องช่วยกันพิทักษ์อาณาจักรนี้เอาไว้ให้ได้ ถึงแม้จะไม่มีรายละเอียดอะไรนัก แต่ก็ดูจะเป็นการอธิบายที่เข้าท่าที่สุดแล้วว่าทำไมเราจะต้องเล่นเป็นฝ่ายตั้งรับอย่างเดียวตลอดทั้งเกม



รูปแบบของเกมก็คือ ตัวละครของเราและมิตรสหายอีกสามคน จะต้องช่วยกันป้องกันกำแพงเมืองจากทัพศัตรูที่ดาหน้าบุกเข้ามาให้ได้ โดยเงื่อนไขการแพ้ก็คือ ศัตรูสามารถบุกมาถึงฐานกำแพงแล้วต่อตัวกันจนสูงถึงยอดกำแพงได้ หรือ ตัวละครของเราที่ทำหน้าที่ประจำป้อมปืนใหญ่บนกำแพงจะถูกยิงจนเสียชีวิต แต่หากเราสามารถป้องกันกำแพงเอาไว้ได้จนกระทั่งหมดเวฟ (ระลอกการโจมตี) เราก็จะเป็นฝ่ายชนะ ซึ่งหลังจากจบด่านทุกๆ ด่าน จะมีการคำนวนรางวัลที่เราจะได้รับเป็นค่าประสบการณ์และเงินเอามาเพื่อใช้อัฟเกรดอุปกรณ์และเครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ เพื่อให้แข็งแกร่งขึ้นพร้อมรับมือกับศัตรูในด่านถัดๆ ไปตามระดับฝีมือของผู้เล่นเป็นหนึ่งถึงสามดาว

การควบคุมโดยทั่วไปกองทัพศัตรูจะค่อยๆ เดินคืบคลานออกมาจากสุดหน้าจอด้านซ้าย มุ่งหน้ามาหากำแพงเมืองของเราที่ด้านขวาสุดของหน้าจอ และตัวเรามีระยะเวลาระหว่างนั้นในการจัดการศัตรูไม่ให้เข้าถึงกำแพงได้ โดยผู้เล่นจะมีเครื่องมือให้เลือกใช้สำหรับจัดการกับทัพข้าศึกอยู่หลายชนิดด้วยกัน เช่น ตัวละครของฝ่ายเราทั้งสี่ ไอเทมช่วยเหลือ และเหล่าฮีโร่

ตัวละครของฝ่ายเรานั้นน่าแปลกที่ไม่มีแม้แต่กระทั่งชื่อ กระนั้นทุกตัวก็มีคาแรกเตอร์ชัดเจน มีอัศวินใส่ชุดเกราะถือค้อนร่างสูงใหญ่ยืนจังก้าอยู่หน้ากำแพงเมืองเป็นปราการด่านหน้ารับกองทัพศัตรู สาวน้อยพลซุ่มยิงที่พลปืนไรเฟิล ตาแก่ที่คอยควบคุมเครื่องยิงก้อนหิน และตัวเราอัศวินสวมแว่นผู้ทำหน้าที่ยิงปืนใหญ่ ตัวละครของเรานั้นจะเป็นตัวละครเพียงตัวเดียวที่เราสามารถบังคับได้โดยตรงคือสามารถควบคุมปืนใหญ่ให้สูงขึ้นหรือเตี้ยลงตามความสูงของกำแพงเมืองเพื่อกำหนดระยะยิงปืนใหญ่วิถีโค้งออกมา ยิ่งยิงจากที่สูงมากกระสุนก็จะลอยไปใกล้ ในขณะที่หากยิงจากระดับเตี้ยๆ กระสุนก็จะตกใกล้ๆ กำแพง ซึ่งปืนใหญ่นี้เป็นอาวุธหลักของเราที่จะใช้ในการจัดการข้าศึก



แน่นอนว่าสิ่งที่ต้องระวังก็คือ ตัวละครของเรานั้นสามารถถูกโจมตีจนตายได้ ซึ่งศัตรูสามารถที่จะยิงอาวุธต่างๆ เข้าใส่เราได้เสมอ ดังนั้นนอกจากต้องคอยเล็งระยะปืนให้แม่นยำเพื่อฆ่าศัตรูที่บุกมาแล้วยังต้องคอยหลบกระสุนที่ยิงมาด้วย แต่จะหลบอย่างเดียวก็ไม่ได้เพราะถ้าศัตรูบุกถึงกำแพงมากพอ เราก็แพ้เหมือนกัน

ตัวละครที่เหลืออีกสามตัวจะมีความสามารถพิเศษคนละอีกห้าชนิดให้เลือกใช้ตามสถานะการณ์ ซึ่งจะปลดล๊อคตามระดับเลเวลของตัวละคร(ทุกตัวถือว่ามีเลเวลเดียวกัน) ความสามารถเหล่านี้ใช้พลิกสถานาการณ์ได้ดีมาก ส่วนใหญ่คือสร้างความเสียหายรุนแรงให้กับศัตรูในฉาก แต่ก็แลกมาด้วยการถูกจำกัดการใช้ด้วยค่า MP และ cool down ทำให้ไม่สามารถใช้ได้อย่างต่อเนื่อง ความสามารถเหล่านี้ยังอัฟเกรดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพได้อีกสิบระดับด้วย

ไอเทม เป็นตัวช่วยอำนวยความสะดวกชั้นดี ประโยชน์มีสารพัด เช่นใช้ฟื้นฟู HP/MP ของตัวละครของเรา ใช้ทำลายศัตรู เพิ่มพลังโจมตีของปืนใหญ่ หรือแม้กระทั่งทำลายฮีโร่ฝ่ายตรงข้าม ฯลฯ แต่ข้อจำกัดคือใช้แล้วหมดไปและพกไปออกรบได้ครั้งละสามชิ้นเท่านั้น
อาวุธชิ้นสุดท้ายของเราคือเหล่า ฮีโร่ ซัมมอนอันทรงพลังซึ่งจะสามารถเรียกมาใช้งานได้แค่ด่านละครั้งเดียวเท่านั้น (แต่สามารถพกไปได้สามตัว) เปรียบเสมือนเป็นท่าไม้ตายสุดยอดในการกวางล้างศัตรูจำนวนมากๆ ได้ในคราวเดียว หรือช่วยเหลือเราในด้านต่างๆ แต่พึงระวังเอาไว้ให้ดี เพราะไม่ใช่มีแต่เราเท่านั้นที่ใช้ฮีโร่ได้ ฝ่ายศัตรูก็อาจจะนำฮีโร่เก่งๆ ออกมาจัดการเราได้เช่นเดียวกัน ฮีโร่เรานี้จะมาในรูปแบบการ์ดให้เราสะสมซึ่งจะแรนด้อมออกมาเป็นรางวัลหลังจบเกม การ์ดฮีโร่ที่เราได้มาซ้ำๆ กันมากๆ ก็สามารถใช้เป็นวัตถุดิบในการอัฟเกรดการ์ดให้แข็งแกร่งขึ้นได้

เกมถูกแบ่งออกเป็นด่านๆ โดยในช่วงห้าด่านแรกจะเน้นไปที่การฝึกหัดและแนะนำวิธีการเล่น แต่หลังจากนั้นเกมจะเพิ่มระดับความยากขึ้นเรื่อยๆ อย่างรวดเร็ว โหมดการเล่นมีสองโหมดหลักคือโหมดเนื้อเรื่อง ที่ให้เราค่อยๆ ตะลุยทีละด่านไปจนจบเกม กับโหมด extreme ที่จะให้เราต้องเล่นไปอย่างต่อเนื่องไม่มีจุดสิ้นสุดหรือหยุดพัก นอกเสียว่าจะจัดการศัตรูได้ครบ 500 เวฟ!

จุดตำหนิเล็กน้อยของเกมนี้ก็คือยูนิตฝ่ายศัตรูซึ่งดูจะมีดีไซน์ไว้ไม่เยอะ ทำให้ดูแล้วไม่มีความหลากหลาย รวมไปถึงฉากที่เดิมๆ ไปหน่อย แต่นอกนั้นก็ถือว่าทำออกมาได้มาตรฐานดีอยู่เหมาะสมกับแนวเกมแล้ว

เกม Tower Defense ดีๆ นั้นหายาก แต่กับเจ้าเกมนี้ สามารถผสานแนวเกม RPG ลงไปทำให้ตัวเกมที่ดูธรรมดาๆ น่าประทับใจมากขึ้นไม่น้อยเลยทีเดียว โดยส่วนตัวแล้วชอบครับหากจะซื้อมาไว้เล่นรอเกมใหญ่ออกก็ไม่เลวเหมือนกัน

ข้อดี
มีระบบที่ลึกกว่า Tower Defense ทั่วไป มีความยากที่ท้าทาย เล่นแล้วต้องมีสมาธิ ทำให้ไม่เบื่อ

ข้อเสีย
ศัตรูและฉากซ้ำไปหน่อย กราฟฟิกและดนตรีประกอบไม่ชวนมอง

คะแนน 3.5/5 ดาว

Post by [Coolerist]
TOP