Wiki review

รีวิวภาพยนตร์ Resident Evil 6: The Final Chapter
(บทรีวิวโดยคุณ Puk_Prig)
.
#รีวิวหนังเรื่องแรกของปี #ไม่มีคนอ่านก็จะเขียน


Resident Evil 6: The Final Chapter (ผีชีวะภาคแลนดิ้ง ชิ่งลงอย่างสวยงาม...เฉพาะอลิซน่ะนะ) ไม่สปอยล์น๊า...ยังไม่ดูก็อ่านได้
.
เพิ่งได้มีโอกาสไปดูผีชีวะภาคล่าสุดที่ “ว่ากันว่า”เป็นภาคสุดท้ายแล้ว(ทำไมถึง “ว่ากันว่า” ถ้าดูจบแล้วจะเข้าใจ) หลังจากดูจบ ในหัวมี 2ประเด็นหลักๆที่น่าพูดถึง ประเด็นแรกเลยคือ “พล็อตเรื่อง”



อย่างที่เรารู้ๆกันว่าในความเป็น Resident Evil แบบ”ผีชีวะ” ที่นอกจากการเอาองค์ประกอบที่เป็นเอกลักษณ์บางอย่างจากเกมมาเรียกลูกค้าที่เป็นแฟนเกมแล้ว ด้านเนื้อเรื่องมันก็ไม่มีอะไรเกี่ยวกับตัวเกมเลย และในภาคนี้ก็เช่นกัน
.
โดยหลังจากที่พาเราเตลิดเปิดเปิงออกทะเลแล้วเซออกอวกาศไปหลายภาค ในที่สุดภาคนี้ก็หาทางถลาแลนดิ้งลงได้อย่างทุลักทุเล ส่วนที่พอจะลงได้อย่างไม่มีบาดแผลมากนักดูเหมือนจะมีแค่ตัวละคร “อลิซ” แค่ตัวเดียว นอกเหนือจากนั้น ถ้าไม่หายไปอย่างไร้ร่องรอย อาทิ จิล วาเลนไทน์ และคริส เรดฟิลด์ ก็มาจบแบบที่เรียกว่าหายไปเฉยๆยังจะดีกว่า โดยเฉพาะ “เวสเกอร์” ที่มันดูอนาถาอย่างเหลือเชื่อ คาดว่าแฟนๆเวสเกอร์จากเกมมาเจอแบบนี้เข้าคงกระอักเลือดไปหลายลิตร



การผูกเรื่องให้อลิซเป็นอย่างเดียวที่ทำให้ผมเทคะแนนให้ภาคนี้ มันดูมีชั้นเชิงมากกว่าที่ภาคก่อนๆเคยทำได้ ไม่รู้ว่าเขาคิดพล็อตนี้มาตั้งแต่แรกหรือเพิ่งมาปรับบทตอนพยายามหาทางลงให้กับซีรี่ย์นี้ ซึ่งต้องยอมรับว่าส่วนตัวแล้วมันเป็นการผูกเรื่องที่เหนือความคาดหมายมากๆ และทำได้น่าประทับใจเลยทีเดียว...ย้ำอีกครั้งว่าเรากำลังพูดถึงเฉพาะส่วนของ “อลิซ” ไม่ใช่ตัวหนังโดยรวม ผมคงพูดถึงแค่นี้ เพราะนี้คือส่วนที่ดีที่สุด(ความเห็นส่วนตัว)ของภาคนี้ที่คุณควรสัมผัสด้วยตัวเอง
.
ส่วนเรื่องจุดประสงค์และความตำบอนของอัมเบลล่า(และตัวครอีกตัวที่กลับมาอีกในภาคนี้) มันกลายเป็นประเด็นรองที่ไม่ค่อยมีน้ำหนักสักเท่าไหร่ เหมือนใส่มาแค่ให้หนังดู “มีอะไร” มากกว่าการโคลนนิ่งกันไป-มา การสร้างตัวละครใหม่ออกมาให้ซอมบี้เคี้ยวเล่นแล้วก็ให้อลิซโชว์เมพ และการหักมุมจบก็ดูเหมือนมาจากการ “พยายามหาทางลง” มากกว่าที่จะโชว์ความเหนือชั้นด้านพล็อตเรื่อง ที่สำคัญคือช่วงรอยต่อระหว่างภาค 5 กับ 6 ที่เคยปูไว้ในภาคก่อนมันหายไป มีพูดถึงนิดเดียว...นิดเดียวจริงๆ



การหักมุมยิบย่อยในเรื่อง เดาทางออกหมด ไม่มีอะไรเซอร์ไพรส์เลยแม้แต่น้อย มุกเก่ามุกเดิมเพิ่มเติมคือชื่อภาคกับเปลี่ยนตัวละคร และหลายๆอย่างดูไม่สมเหตุสมผล เช่น
A : ฉันไม่ไว้ใจเธอ!!!
B : แต่ฉันมีทางช่วยโลกนะ
A : ต้องทำยังไงล่ะ
....ก็ไหนบอกไม่ไว้ใจ...
จบส่วนแรก
ว่ากันต่อประเด็นที่ 2 ฉากแอคชั่น
.
เหมือนภาคก่อนๆเป๊ะ!!! จบ...
ล้อเล่นๆ เพิ่มให้อีกหน่อยว่าภาคนี้เอาตัวละครไปเชือดใน "รวงผึ้ง” แบบภาคแรก และเอามุก “เลเซอร์ตัดฉับๆ” มาใช้อีกรอบ ดูเอาสนุกกับฉากแอคชั่นก็ไม่ผิดหวังครับ
จบ...(จบแล้วจริงๆ มีแค่นี้)
.
.
.
อ้อ...ลืมให้คะแนน ภาคนี้ให้ 7.5/10 (ตัวหนังจริงๆให้ 5 คะแนนจากเนื้อเรื่องของอลิซเพียวๆ 2.5 /// หักเรื่องใช้ตัวละครหลักในเกมอย่างไร้ค่า 1 คะแนน และความเหมือนภาคก่อนๆ 1.5 คะแนน)
.
ปล. น่าจะตั้งชื่อหนังว่า “อลิซ อิน ซอมบี้แลนด์”



TOP