Wiki review


เหล้าเก่าในขวดใหม่เหมาะไว้รำลึกความหลัง

ชื่อของเกม Wonder Boy นั้นดูจะไม่คุ้นหูเกมเมอร์ชาวไทยเท่าไหร่นัก เพราะเกมนี้เคยลงตู้เกมอาร์เขดให้เล่นกันอยู่ในช่วงปี ค.ศ.1986 และก็ได้มาลงเครื่อง Master System ของ Sega ในปี ค.ศ.1987 ซึ่งเป็นเครื่องที่ไม่ได้แพร่หลายในไทยช่วงนั้นเท่ากับเครื่องคู่แข่งอย่าง Famicom แต่ถ้าลองไปดูตัวเกมแล้วจะพบว่ามันคล้ายหรืออาจเรียกได้ว่าเหมือนกับอีกเกมที่พัฒนาโดย Hudson Soft ที่ชื่อ Hudson’s Adventure Island แทบจะทุกกระเบียดนิ้ว แต่นั่นก็เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับสิทธิในตัวเกมและเบื้องหลังการพัฒนาเกมที่เราจะยังขอไม่พูดถึงในคราวนี้ครับ เรามาว่ากันด้วยเกม Wonder Boy Returns ของเราในคราวนี้กันต่อดีกว่า

เกมเพลย์

การที่ผมต้องเกริ่นถึงซีรีส์ Adventure Island ขึ้นมาก็เพราะตัวเกมมันเหมือนกันทุกกระเบียดนิ้วนั่นแหละครับ ระบบการเล่นนั้นเข้าใจง่ายไม่มีอะไรซับซ้อนเพราะเกมเป็นแอ็คชั่น 2D เดินด้านข้างที่เราจะเจออุปสรรคขัดขวางเป็นศัตรูที่พุ่งมาชนเรารวมถึงหุบเหวและกับดักที่คอยขัดขวางแต่ที่สำคัญคือตัวเราเปราะมาก ไม่ว่าจะโดนอะไรสะกิดแค่เล็กน้อยก็ม่อยกระรอกแล้ว เรียกได้ว่าเป็นความยากสไตล์เกมคลาสสิคโดยแท้ และการบังคับควบคุมตัวละครก็มีแค่สองปุ่มคือปุ่มโจมตี (ที่กดค้างไว้จะเป็นการวิ่ง) และปุ่มกระโดดไม่มีอะไรเพิ่มเติมมากไปกว่านี้ทั้งเกม

ตัวช่วยของเราที่จะทำให้เราฟันฝ่าอุปสรรคไปได้ก็คืออาวุธเป็นขวานหินไว้ปาโจมตีศัตรู และสเก็ตบอร์ดที่ช่วยให้เราเดินทางได้เร็วกว่าการเดินปกติแถมยังทำให้เราโดนโจมตีจากศัตรูได้ครั้งนึง และระหว่างฉากก็มีนางฟ้าที่ทำให้ตัวเราเป็นอมตะได้ครู่นึง แต่ในบางครั้งไอเท็มระหว่างฉากก็มีที่ทำให้เราเสียเปรียบเช่นกันนั่นคือเห็ดราที่พอเก็บแล้วไอเท็มอาหารจะกลายเป็นของที่แย่ลง หรือมารร้ายที่จะลดพลังงานของเราอย่างรวดเร็ว โดยที่ไอเท็มต่างๆ เหล่านี้จะอยู่ในรูปแบบของไข่ขนาดใหญ่ที่เมื่อเราทำไข่แตกไอเท็มพวกนี้ก็จะปรากฏออกมาให้เราเก็บ





หลายคนคงสงสัยว่าทีแรกผมบอกว่าตัวเราโดนสะกิดทีเดียวก็ไปเกิดใหม่แล้ว แต่ทำไมเกมถึงมีเกจพลังงานด้วยล่ะ? ก็เพราะเกมนี้เกจพลังงานนั้นทำหน้าที่เหมือนเป็นเวลาของเกมที่นับถอยหลังนั่นเองครับเพราะเกจนี้จะลดลงตลอดเวลา หากลดจนหมดเมื่อไหร่เราก็จะเสียตัวเล่นไปหนึ่งตัวทันที อย่างไรก็ตามเราสามารถเพิ่มเกจนี้ได้โดยการเก็บไอเท็มอาหารต่างๆ ตามฉากซึ่งก็เท่ากับบีบให้ผู้เล่นต้องรีบเคลียร์ฉากไม่สามารถเอ้อระเหยลอยชายได้

จำนวนฉากของเกมนั้นมีทั้งหมด 10 ฉากใหญ่และแบ่งเป็นอีก 4 ฉากย่อย และทุกๆ ฉากที่ 4 ผู้เล่นก็จะต้องต่อกรกับบอส ประจำฉากนั้นๆ ซึ่งก็ต้องจับทริคและรูปแบบการโจมตีของบอสกันสักหน่อยก็จะผ่านได้ไม่ยาก



กราฟิก

ตัวเกมใช้กราฟิกเป็นภาพการ์ตูนแบบ 2D ที่ก็มีความสวยงามน่ารักในแบบที่ต้องการนำเสนอ งานภาพจึงออกมาในลักษณะโทนสีลูกกวาดทั้งเกมโดยที่ตัวฉากก็มีความหลากหลายพอควร ไม่ว่าจะเป็นถ้ำน้ำแข็ง ภูเขาไฟ หมู่บ้านของชนเผ่า ฯลฯ แต่ถึงอย่างนั้นด้วยความที่จำนวนฉากค่อนข้างเยอะ บางครั้งจึงทำให้ดูซ้ำกันไปพอสมควรเช่นกันแม้จะมีการเปลี่ยนรูปแบบในการผ่านฉากไปทุกครั้งก็ตามที

เพลงประกอบ

เพลงประกอบของเกมเป็นเพลงที่ออกแนวฟังสบายๆ รื่นหูครับ มีความสดใสสมกับภาพของเกม แม้บางฉากจะมีโทนสีค่อนข้างมืดดำแต่รูปแบบของเพลงก็ยังคงออกแนวฟังง่ายอยู่ดี แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ค่อยมีเพลงเด่นๆ ที่ติดหูเท่าไหร่สำหรับผมครับ

เนื้อเรื่อง

เรื่องราวของเกมเริ่มต้นที่ตัวเอกของเกมนั่นคือ Boy ใช้ชีวิตอย่างสบายใจกับสาวๆ 2 นาง ทว่าความสบายใจดังกล่าวก็ช่างแสนสั้นเมื่อแฟนสาวตัวจริงของเขาอย่าง Tina มาเจอเข้าจึงจัดการหวด Boy ซะกลิ้งไม่เป็นท่า ขณะที่ Boy กำลังง้องอนนั้น Tina กลับโดนปิศาจจับตัวไป มีหรือที่ Boy จะยอม เขาจึงต้องบุกป่าฝ่าดงไปช่วยคนรักกลับมาให้ได้

ครับ เนื้อเรื่องของเกมก็มีแค่เท่านั้นล่ะครับ เรียกได้ว่าเล่าเรื่องสไตล์เกมคลาสสิคปี 80s ที่เนื้อเรื่องเป็นเพียงไม้ประดับให้คนเล่นพอรู้ว่าใครทำอะไรที่ไหนอย่างไรแค่นั้นก็พอ เพราะวัตถุประสงค์หลักก็คือการขายที่รูปแบบการเล่นเสียมากกว่า

ความลับของเกม

แม้จะดูเป็นเกมสไตล์คลาสสิค แต่อย่างน้อยเกมนี้ก็มีตุ๊กตาให้เก็บตามฉาก โดยที่ใน 1 ฉากย่อยจะมีตุ๊กตาให้เก็บทั้งหมด 3 ตัว และเมื่อเก็บสะสมตุ๊กตาไประดับหนึ่งก็จะเป็นการปลดล็อคตัวละครอื่นๆ มาให้เราเลือกใช้แทน Boy ซึ่งก็มี Classic Boy ที่ปรากฏตัวในรูปแบบของกราฟิกแบบภาพ dot pixel ที่รูปแบบการเล่นไม่ได้ต่างอะไรกับ Boy เวอร์ชันปกติ ในขณะที่อีกตัวละครหนึ่งคือ Tina แฟนสาวที่รูปแบบการเล่นจะต่างไปเล็กน้อยเพราะอาวุธของเธอเป็นบูมเมอแรงที่เมื่อใช้ปาใส่ศัตรูแล้วอาวุธจะเลยผ่านศัตรูไปแถมยังวกกลับมาอีกต่างหาก เมื่อเทียบกับ Boy ที่อาวุธเป็นขวานหินซึ่งขว้างในลักษณะกดต่ำลงพื้นแถมเมื่อขวานโดนศัตรูก็หายไปเลย เรียกได้ว่าถ้าเล่น Tina แล้วก็จะทำให้เกมง่ายกว่าเดิมขึ้นมาในระดับหนึ่งเหมือนกัน นอกจากนั้นแล้ว Tina จะได้ขี่สกูตเตอร์แทนสเก็ตบอร์ด แต่ถึงอย่างนั้นตัวละครแต่ละตัวก็ไม่ได้ทำให้รูปแบบการเล่นต่างกันออกไปอย่างสิ้นเชิงเท่าไหร่ เพราะสุดท้ายรูปแบบการเล่นหลักก็ยังคงเหมือนกัน



สรุป

ตัวเกมมีรูปแบบการเล่นที่เข้าใจง่ายไม่ซับซ้อน ไม่ต้องทำความเข้าใจอะไรมากมายนัก แต่ความง่ายนี้ก็อาจทำให้หลายคนไม่ชอบใจเพราะมันจะไม่มีอะไรมากไปกว่านี้เลยทั้งเกม ถึงกระนั้นในส่วนของงานภาพก็ถือว่าทำออกมาได้ตอบโจทย์แนวเกมอยู่ สำหรับคนที่ชอบอะไรน่ารักคงถูกใจรูปแบบงานภาพของเกมนี้

ข้อดี

- ตัวเกมเข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน สามารถหยิบมาเล่นได้เพลินๆ
-  งานภาพน่ารัก สวยสะอาดตา

ข้อเสีย

- ระบบการเล่นของเกมเป็นสไตล์เกมคลาสสิค ไม่มีการอัพเกรดตัวละคร ไม่มีการปลดล็อคความสามารถใหม่ๆ หากใครอยากได้เกมที่มีระบบการเจริญเติบโตของตัวละครจะไม่ชอบแน่นอน
- การบังคับควบคุมตัวละครค่อนข้างไม่ได้ดั่งใจเท่าไหร่ การเคลื่อนไหวของตัวเราจะมีลักษณะค่อนข้างลื่น กล่าวคือถ้าเรากดปุ่มทิศทางแล้วหยุดตัวเราจะยังไหลไปกับพื้นอีกนิดหน่อยซึ่งก็ทำให้เกิดอาการเดินชนศัตรูหรือตกเหวได้ในบางครั้ง

คะแนน 2.5 ⁄ 5

ขอขอบคุณโค้ดรีวิวจาก PC&A Consulting และ Sony Interactive Entertainment มา ณ โอกาสนี้

Post by [G-jang]
TOP