Wiki review


Second Opinion

Resident Evil 7: Biohazard

ราชา Survival Horror คืนบัลลังก์

บทความนี้จะเป็นการพูดถึงเนื้อหาแบบเต็มๆ ของเกม Resident Evil 7: Biohazard ดังนั้นใครที่ไม่ต้องการถูกสปอย์ก็อย่าเพิ่งอ่านนะครับ และใครที่สนใจจะอ่านรีวิวแบบเต็มๆ ของเราที่ก็ติดตามได้ที่นี่เลย ลิงค์ https://goo.gl/2Ie8d5

ซีรี่ส์ RE มีความสำคัญกับผมมากนะครับ ผมยังจำภาพวันที่ได้เห็น RE1 ตอนไปนั่งเล่นบ้านเพื่อนสมัยมัธยมได้ มันเป็นแรงบันดาลใจให้ผมมีความสนใจลึกซึ้งเกี่ยวกับวีดีโอเกม แต่สำหรับภาคหลังๆ ของซีรี่ส์ผมก็มีความเห็นคล้ายกับเกมเมอร์หลายๆ ท่าน คือ RE เปลี่ยนรูปแบบไปจนผมไม่คุ้นเคยกับมันเสียแล้ว โดยเฉพาะในไตรภาคแอคชั่น 4-5-6 ที่ถูกโจมตีอย่างค่อนข้างหนักว่ามันลืมจิตวิญญาณและตัวตนที่แท้จริงของตัวเองไป

แต่ถึงกระนั้นผมก็ยังมีความคิดว่ามีการเปลี่ยนแปลงบ้างก็เป็นเรื่องดี เพราะมันช่วยสร้างสีสันและเติมความสดใหม่ คาดเดาไม่ได้ให้กับผู้เล่น หากจะย้อนกลับไป หลายคนอาจจะไม่รู้ว่า สาเหตุที่ทีมงานเปลี่ยนแนวเกมจาก 1-3 มาเน้นแอคชั่นมากขึ้นใน 4-5-6 ก็เพราะเกมแนวสยองขวัญเริ่มเสื่อมความนิยมลงไป

และดูเหมือนกงล้อประวัติศาสตร์ได้หมุนเวียนวนกลับมาจุดเดิมอีกครั้ง เมื่อแฟนๆ เริ่มเรียกร้องให้ทีมงานนำเอาสเน่ห์แบบเดิมๆ ของซีรี่ส์กลับมาอีกครั้ง หลังจากระเบิดภูเขาเผากระท่อมกันตูมตามกันไปในภาค 6 และดิ่งลงเหวไปในภาค Umbrella Corps ที่ดูเหมือนจะเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ดึงสติทีมงานให้กลับมาสร้าง RE ที่พวกเขาอยากเล่นกันสักที

RE7 ดูเหมือนจะเป็นคำตอบสำหรับแฟนพันธุ์แท้ของซีรี่ส์ ที่ต้องการอารมณ์เดิมๆ กลับมา ซึ่งต้องขอยอมรับตามตรงว่ามันโดนใจผมมาก

ตั้งแต่เนื้อเรื่องที่เปิดเผยเท่าที่จำเป็น คือการที่ตัวละครของเรา อีธาน ออกเดินทางตามหา มีอา ภรรยาของตัวเองที่หายสาบสูญไปสามปี โดยเบาะแสที่เขาได้รับชี้นำให้ตามมาถึง ฟาร์มบ้านไร่ของครอบครัวเบเกอร์ซึ่งตั้งอยู่ในรัฐหลุยเซียนา

และนั่นก็แทบจะเป็นข้อมูลทั้งหมดที่เรารู้ก่อนเกมวางจำหน่าย

ไม่มีใครรู้เลยว่าเนื้อหาที่แท้จริงของตัวเกมนั้นเป็นอย่างไร จนกระทั่งได้สัมผัสกับ teaser Beginning Hour ที่ปล่อยมาให้ทดลองเล่น ซึ่งแม้จะดีไซน์ออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมแต่ก็ยิ่งทำให้ผู้เล่นมึนงงกับความลี้ลับเหนือธรรมชาติเข้าไปอีก

หลังจากหลังไปกับความเป็นแอคชั่นมานาน นี่คือสิ่งที่ Capcom ทำสำเร็จ คือการจับจุดได้ว่าอะไรกันแน่ที่เป็นตัวแปรสำคัญในการสร้างความหวาดกลัวในจิตใจ อย่างที่เกมภาคแรกๆ ทำได้มาก่อน นั่นก็คือการเล่นกับ "ความไม่รู้" ของผู้เล่น ในใจเกมเมอร์นั้นต่างก็เต็มไปด้วยคำถามว่าเราต้องเจอและกำลังต่อสู้อยู่กับอะไร?


ความไม่รู้นี้เองที่ทำให้ทุกย่างก้าวในบ้านเบเกอร์ชวนขนลุกและอันตราย



จุดแข็งต่อมาคือการดีไซน์ตัวละครในเกมที่ยอดเยี่ยม โดยเฉพาะครอบครัวเบเกอร์เองที่เปรียบได้กับศัตรูหลักของเราทุกตัว ล้วนมีความแข็งแกร่งในด้านคาแรกเตอร์ที่โดดเด่นมาก

แจ๊ค นั้นเหมือนกับผู้ร้ายในหนังฆาตกรรมคลาสิก ตื้อ ดื้อด้าน ทนทานยาด และติดตามเราอย่างไม่ลดละ ด้วยสไตล์ที่บุกเข้ามาตรงๆ ทำให้ความรู้สึกถูกคุกคามนั้นชัดเจนตรงไปตรงมาที่สุด

มาร์การีต เป็นศัตรูที่หลบซ่อนและซุ่มโจมตียามที่เราไม่ทันระวังตัว สร้างความกดดันให้เราว่าเธออยู่ตรงไหนและกำลังจับตามองเราอยู่ตลอดเวลา

ลูคัส ลูกชายของบ้านที่ดูบอบบาง แต่ภายในคือผู้ร้ายโรคจิตขนานแท้ที่ไม่เคยต่อสู้กับเราด้วยพละกำลังตรงๆ แต่ใช้สติปัญญาในการสร้างปริศนาที่ยอดเยี่ยมที่สุดในเกม ให้ผู้เล่นต้องใช้ไหวพริบในการแก้ปัญหาและเอาชนะ

และสุดท้ายเอฟเวอลีน ที่การปรากฎตัวของเธอทำให้เรารู้สึกเหมือนเจอผีในหนังสยองขวัญไม่มีผิด

จะมีก็แค่โซอี้ ลูกสาวของบ้านกับบทบาทนางฟ้าลึกลับผู้คอยช่วยเหลือให้คำแนะนำอีธานตลอดทั้งเกม แม้จะเป็นตัวละครที่สำคัญมาก เพราะถ้าไม่มีเธออีธานเองก็คงจะหนีไม่รอด แต่กระนั้นก็ปฎิเสธไม่ได้ว่าเรื่องราวของเธอมันค่อนข้างอ่อนไปหน่อยในหลายจุด



บรรยากาศของเกมก็นับว่าสุดยอด จากอานิสงของกราฟิกและเอนจิ้นที่สวยงาม การออกแบบฉากในแต่ละช่วงนั้นทำออกมาได้ดีมาก ตั้งแต่โซนเรือนรับรองแคบๆ ที่เราต้องพบกับมีอาในช่วงต้นเกม ตัวบ้านหลักที่เต็มไปด้วยความลับคล้ายกับคฤหาส์นในภาคแรก และโซนที่ผมเกลียดที่สุดอย่างซากเรือที่ทำหน้าที่ได้ดีมาก เพราะมันน่ากดดันที่สุดในเกมสำหรับผม

อาวุธที่มีภายในเกมก็ถือว่าบาลานซ์ ด้วยจำนวนชนิดและกระสุนที่ไม่มากนัก ทำให้เราอยู่ในสภาวะตึงเครียดตลอดเวลา ถ้ามีให้น้อยกว่านี้เกมจะยากเกินไป แต่ถ้ามากกว่านี้ก็จะไม่กดดัน กระสุนทุกนัดมีค่าและมีให้ใช้แค่พอดีชนิดที่เรียกว่าฟุ่มเฟือยไม่ได้เลย ไหนจะการจัดการช่องเก็บของที่มีจำกัด และสารเคมีที่ต้องเลือกระหว่างไปผสมยาเติมเลือดหรือกระสุน เกมมีระบบทรัพยากรที่สอดคล้องเหมาะกับเกมจริงๆ

แต่ใช่ว่าเกมจะมีแต่ข้อดี จุดที่ติได้ก็มีพอสมควรเช่นกัน อย่างเรื่องเกี่ยวกับพลอตตัวเลือกระหว่างการรักษาโซอี้และมีอาที่แทบไม่มีความแตกต่างจนไม่รู้ว่าใส่มาทำไม, รูปแบบศัตรูมีน้อยเหลือเกิน, Puzzle ที่ง่ายไปหน่อย และ Final Boss ที่จืดมากเมื่อเทียบกับเตัวเกมที่สนุกราวกับนั่งรถไฟเหาะ

อย่างไรก็ตามในความคิดของผม RE7 เป็นภาคที่ดีที่สุดของซีรี่ส์ในช่วงหลังๆ มันสามารถชุบชีวิตเรียกศรัทธาแฟนได้อย่างงดงาม และทำให้ผมสนใจเฝ้ารออนาคตภาคต่อไปอย่างใจจดจ่อ และนั่นทำให้ผมตัดสินใจมอบคะแนนเต็ม 5 ดาว ของผมให้กับเกมนี้ ด้วยความครบเครื่อง ความสนุกและตื่นเต้นที่น่าจดจำ ทำให้ Resident Evil 7: Biohazard เป็นเกม Survival Horror ที่ดีที่สุดเกมหนึ่งของปีนี้

5/5 ดาว

Post by [coolerist]
TOP