Wiki review

ขุนศึกประชุมพล รวมคนประจัญบาน 

ในชีวิตของเกมเมอร์อย่างเราๆ เกมที่เกี่ยวกับสงครามคงมีผ่านมาให้เห็นกันบ่อยๆ ไม่ว่าจะสนามรบสงครามโลก ตะลุยอวกาศ หรือสวมบทบาทเป็นหน่วยรบพิเศษ ก็น่าจะเป็นอะไรที่เราคุ้นตากันพอสมควร แต่นานๆ ครั้ง ก็จะมีอะไรบางอย่างที่พิเศษและแปลกใหม่ ผ่านเข้ามาสร้างสีสันให้กับเรา ซึ่งในวันนี้มันคือ For Honor เกมแอคชั่นประจัญบานแนวใหม่ ที่ไม่เหมือนกับเกมอะไรเลยในตลาด

 

มองผ่านๆ แล้ว FH อาจจะดูมีความละม้ายคล้ายกับเกมสไตล์ มุโซ ประเภทฟันดะลุยแหลก ด้วยความที่ตัวละครในเกมดูจะเป็นนักรบยุคโบราณรุกรบผ่าทัพข้าศึก มันก็น่าจะทำให้เกิดการเปรียบเทียบหรือเข้าใจผิดได้ไม่ยาก ซึ่งในความเป็นจริงแล้วนอกจากมันจะไม่มีอะไรทึ่เหมือนกับเกมมุโซ แต่มันยังมีแก่นและจิตวิญญาณของความเป็นเกมไฟต์ติ้งแทนอีกด้วย

เรื่องราวของ FH จะพูดถึงสงครามสามฝ่ายของเหล่า อัศวิน ไวกิ้ง และซามูไร ที่ต้องต่อสู้แย่งชิงดินแดนและความเป็นใหญ่ระหว่างกันโดยหารู้ไม่ว่าแท้จริงแล้วเบื้องหลังของมหาสงครามครั้งนี้มีผู้ชักใยอยู่ ซึ่งโหมดแคมเปญของเกมนั้นจะเป็นการเล่าเรื่องราวผ่านมุมมองของนักรบทั้งสามฝ่าย จากเหตุการณ์ 12 ปีก่อนใน(มัลติเพลเยอร์ถือเป็นเหตุการณ์ปัจจุบัน) ซึ่งต้องขอบอกว่าตัวเกมทำออกมาดีกว่าที่คิดเอาไว้ เพราะกราฟฟิกสวยงามมาก ดนตรีประกอบก็ปลุกอารมณ์ให้ฮึกเหิมเร้าใจ มีทั้งเนื้อเรื่องน่าติดตาม มี collectable ให้ไล่เก็บในรูปแบบที่เป็นข้าวของให้ทำลายหรือจุดสำรวจ มีการเก็บเลเวลปลดล๊อคสกิลต่างๆ(ที่เอาไว้ใช้ได้ในโหมดแคมเปญเท่านั้น) แต่สุดท้ายแล้วมันอาจจะเป็นแค่โหมดฝึกหัดเตรียมความพร้อมให้กับผู้เล่นก่อนที่จะไปลงในสนามรบจริงอย่าง มัลติเพลเยอร์ ซึ่งที่นั่นคือจุดพีคที่แท้จริงของตัวเกม

ด้วยระบบการต่อสู้รูปแบบใหม่ ที่ผู้เล่นต้องเลือกทิศทางการโจมตีและป้องกัน บน ขวา ซ้าย หากเราเลือกตั้งการ์ดด้านขวา แล้วกดโจมตีก็จะเป็นการ "ฟันขวา" หากเราตั้งการ์ดบนแล้วกดโจมตีก็จะเป็นการ "ฟันบน" หากเราตั้งการ์ดไว้ในทิศทางที่คู่ต่อสู้โจมตีมาก็จะเป็นการป้องกัน ศัตรูที่ป้องกันอย่างเหนียวแน่นจนไม่มามารถเจาะการ์ดเข้าไปได้ เราก็จะมีท่า Guard Brake เอาไว้ทำลายท่าตั้งการ์ดโดยเฉพาะ หรือจะใช้ท่าโจมตีพิเศษที่ป้องกันไม่ได้เพื่อแหกการ์ดคู่ต่อสู้ อีกทั้งผู้เล่นจะตัองมีความเข้าใจเรื่องตำแหน่งการยืน ระยะโจมตี หรือความไวของกระบวนท่า สภาพแวดล้อม และอื่นๆ อีกมามาย

 

เทคนิคพื้นฐานเหล่านี้ดูเหมือนจะไม่ได้ซับซ้อน แต่เมื่อประกอบกับวิธีการเล่นของตัวละครแต่ละตัวที่แตกต่างกันโดยสิ่งเชิงทำให้เกมนี้มีความลึกอย่างมหาศาล เปรียบเทียบได้กับเกมแนวไฟตติ้งอย่าง Street Fighter หรือ Tekken ที่เราอาจจะเรียนรู้ท่าไม้ตายหรือจดจำคอมโบได้ในเวลาไม่นาน แต่การพลิกแพลงนำไปใช้ในการต่อสู้จริงนั้น ก็เป็นศาสตร์อีกแขนงที่ต้องใช้ทักษะและประสบการณ์หลายร้อยชั่วโมงเพื่อฝึกฝน

 

จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งของตัวเกมคือ ตัวละครของแต่ละฝ่ายจะมีด้วยกัน 4 ตัว โดยจะแบ่งเป็นคลาส ได้แก่ Vanguard ซึ่งถือว่าเป็นสายสมดุล, Heavy สายอึดถึกทนตีหนักแต่เชื่องช้า, Assassin สายว่องไว ที่โดดเด่นในด้านการสู้ตัวต่อตัว และ Hybrid ที่มีลูกเล่นแพรวพราว แถมแต่ละคลาสของแต่ละฝ่ายก็มีวิธีการเล่นที่ไม่เหมือนกัน เช่น ตัวละครบางตัวจะใช้อาวุธเป็นมีดสั้นทำให้ระยะการโจมตีใกล้มาก แต่สามารถโจมตีต่อเนื่องได้ว่องไว ส่วนอีกตัวจะใช้ง้าวซึ่งมีช่วงอาวุธที่ยาวทำให้โจมตีได้ไกลและกินพื้นที่เป็นวงกว้าง หรือบางตัวจะใช้โล่ห์ทำให้สามารถป้องกันการโจมตีได้ทุกทิศทาง

 

ลักษณะที่กล่าวมานี้ เป็นรูปแบบที่เห็นได้เด่นชัดในเกมแนว Hero Shooter ทั้งหลาย อย่างเช่น Overwatch, Battleborn หรือแม้แต่เกมของยูบิซอฟต์เองอย่าง Rainbow Six: Siege ที่ตัวฮีโร่แต่ละคนจะมีสไตล์การเล่นที่เหมาะสมกับสถานที่ เวลา สถานการณ์ หรือรับมือกับฮีโร่ตัวอื่นได้แตกต่างกันไป ดังนั้นการเลือกใช้ตัวละครให้ได้ประโยชน์เต็มประสิทธิภาพ รวมไปถึงการแก้ทางวิธีการเล่นของฝ่ายตรงข้าม ถือเป็นสเน่ห์ของเกมในแนวนี้

 

มัลติเพลเยอร์ของเกมจะถูกครอบไว้ด้วยสงครามใหญ่ที่มีชื่อว่า Faction War ซึ่งเมื่อเริ่มเล่นครั้งแรก เราจะต้องเลือกว่าจะร่วมรบเข้ากับฝ่ายไหน อัศวิน ไวกิ้ง หรือซามูไร แต่ไม่ว่าจะเลือกฝ่ายไหนเราก็สามารถที่จะเล่นตัวละครได้ทุกตัว เพียงแต่ผลงานส่วนตัวของเราจะถูกคำนวนให้กับฝ่ายที่เราร่วมรบด้วย และนำไปคิดผลรวมเพื่อหาผู้ชนะในสงครามสามฝ่ายนี่ โดยเราจะเลือกเล่นในโหมด Duel(1v1), Braw(2v2), Dominion(4v4 ยึดจุดที่มั่น) ก็ได้ทั้งสิ้น (จริงๆ ยังมีโหมด Skirmish และ Elimination อีกด้วย แต่รูปแบบการเล่นจะคล้ายกัน) และฝ่ายที่ชนะในสงคราม Faction War ก็จะได้รางวัลเป็นไอเทมต่างๆ ในเกม เช่นอาจจะเป็นอาวุธ ชุดป้องกัน หรือไอเทมตกแต่งร่างกายทั้งหลาย

 

โหมดเกมอย่าง Duel หรือ Brawl คือโหมดที่ผู้เล่นจะท้าทายฝีมือของเราจนถึงขีดสุด เพราะเป็นการดวลกันตัวต่อตัวระหว่างผู้เล่น อาศัยความสามารถของเราล้วนๆ โดยไม่มีตัวแปรอื่นอย่างเช่นสกิล บอทศัตรู หรือเลเวลของตัวละครมาเกี่ยวข้อง

 

ในทางกลับกันโหมดการเล่นอย่าง Dominion ก็นำเสนอสิ่งที่ตรงกันข้าม ด้วยการกำหนดให้ผู้เล่นทั้งสองฝ่าย มาเข้าต่อสู้กันในสนามรบเพื่อครอบครองจุด A B และ C แล้วสะสมแต้มให้ครบ 1000 หากฝ่ายไหนมีแต้มถึงก่อน ก็จะหยุดการเกิดของฝ่ายตรงข้ามได้(ยึดจุดแต่ละครั้งจะได้ 100 แต้ม ถูกยึดจุดของเราเวีย 100 แต้ม) และเมื่อสังหารคู่ต่อสู้ได้ทั้งทีมเมื่อฝ่ายเรามีแต้มเกิน 1000 ก็เป็นอันจบเกม เกมเพลย์ของโหมดนี้จะเน้นไปที่ทีมเวิร์คและแทกติก ผู้เล่นจะต้องประสานงานกัน เลือกใช้สกิลของตัวละครให้เหมาะสม(ในเกมจะเรียกมันว่า Feat) ซึ่งจะเป็นตัวตัดสินแพ้ชนะในแต่ละแมตช์มากกว่าแค่ฝีมือในเพลงดาบของแต่ละคน

 

และเมื่อตัวเกมสร้างอยู่บนพื้นฐานของการต่อสู้ตัวต่อตัว แต่มีโหมดให้ผู้เล่นหลายคนเจอกันหรือปะทะกันได้ แน่นอนว่าย่อมเกิดการรุมยำผู้เล่นคนเดียวจนตายซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลก ตัวเกมบาลานซ์จุดนี้ด้วยแถบพลัง Revenge คือเมื่อผู้เล่นคนหนึ่งถูกรุมมากๆ เข้าแถบพลังนี้จะค่อยๆ สะสมและเมื่อกดใช้ก็จะช่วยฟื้นพลังชีวิต เพิ่มพลังโจมตีและป้องกันให้ผู้เล่นคนนั้นชั่วคราว ใช้เป็นตัวช่วยพลิกสถานะการณ์กลับมาชนะ หรือถ่วงเวลารอเพื่อนมาช่วยก็ได้ ผมเคยเห็นตัวอย่างของคนที่ถูกรุม 1v4 แต่กลับมาฆ่าฝ่ายตรงข้ามได้ยกทีม มันเป็นอะไรที่สะใจจริงๆ

 

และเมื่อจบแต่ละแมตช์ผู้เล่นก็จะได้รับรางวัลเป็นค่าประสบการณ์ เงิน และ ไอเทม(ทั้งที่เปลี่ยน stats ให้แข็งแกร่งขึ้นและ ของแต่งตัว) ในจุดนี้เกมทำระบบ progression และ ปรับแต่งตัวละครได้ดึ ไอเทมที่จะได้รับนั้นขึ้นอยู่กับเลเวลของตัวละคร ยิ่งเลเวลตัวละครสูงโอกาสที่จะได้ไอเทมแรงๆ ก็มากขึ้น และเมื่อได้มาแล้วยังสามารถตีบวกเพื่อเพิ่มความสามารถให้มันได้อีก โดยวัตถุดิบที่ใช้ในการอัฟเกรดก็คือเงิน และซากชิ้นส่วนไอเทมที่ได้จากการย่อยสลายของที่เราไม่ได้ใช้ ชิ้นส่วนที่สามารถสวมใส่ได้คือ อาวุธ หมวก เกราะอก เกราะแขน โดยอาวุธยังมีชิ้นส่วนใส่เพิ่มได้อีกสามชิ้น เรียกได้ว่ามีของให้อัฟเกรดเยอะมาก

 

ส่วนของการแต่งตัวยิ่งไม่ต้องกังวล มีเพียบ! ทั้งที่ปลดล๊อคตามเลเวล และใช้เงินในเกมซื้อมาครอบครอง ตั้งแต่แค่เปลี่ยนสีสันไปจนถึงเปลี่ยนสกินตัวละครที่แสนอลังการงานสร้าง ท่าเยาะเย้ยหรือฉลองชัยที่ยียวน รวมไปถึงท่าปั่นเศียรศัตรูสุดโหดโคตรอำมหิต ไม่จบเพียงเท่านั้น มันยังมีไอเทมไว้โชว์เทพ เช่น ทำให้มีแสงส่องลงมาใส่ตัวเราจากฟากฟ้าราวกับได้พรจากเทพเจ้า หรือปีกเพลิงกาฬเป็นไฟบรรลัยกัลป์ลุกโชนด้านหลังเราตลอดเวลา สวยงามน่าเกรงขามเป็นอสุรกายในสนามรบที่แท้จริง

 

แต่ข้อเสียของระบบที่ว่ามานี้ก็คือ เกมค่อนข้างจะขี้เหนียวเงินมาก ชนะแมตช์นึงได้เงินไม่กี่สิบในขณะที่ชุดแต่งตัวต่างๆ ราคาเป็นหมื่น ไหนจะต้องใช้ในการอัฟเกรดอาวุธชุดเกราะของเราอีก เรียกว่าต้องเล่นกันนานกว่าจะได้ของสักชิ้น มันอาจจะเป็นวิธีการที่ทำให้ผู้เล่นต้องใช้เวลากับเกมนานๆ เพื่อที่จะได้เลี้ยงจำนวนผู้เล่นสูงๆ หรือเป็นแค่มุขที่ทำให้เราหมดความอดทนแล้วยอมควักเงินจริงเพื่อซื้อเงินในเกมก็เป็นได้

 

โดยสรุปแล้ว ผมชอบเกมนี้มาก เพราะมันเป็นเกมที่เติมเต็มจินตนาการวัยเด็กของผม ที่จะได้เป็นนักรบโบราณกระโจนสู่สนามรบ ออกตะลุยในมหาสงครามอย่างทแกล้วกล้าเก่งกาจ ด้วยคอนเซปต์ที่สดใหม่ บรรยากาศแนวแฟนตาซีที่โดนใจ และด้วยความที่ระบบของตัวเกมคือการดวล วัดกันที่ความสามารถ แทกติก และทีมเวิร์คของผู้เล่น ความระทึก กดดัน หัวใจที่เต้นโครมคราม และการพลิกสถานะการณ์ระหว่างการต่อสู้ เป็นอะไรที่หาเกมอื่นมาเปรียบได้ยาก ทำให้มันได้คะแนนส่วนตัวจากผมค่อนข้างสูง แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงก็คือ รูปแบบและโหมดการเล่นที่ค่อนข้างจะซ้ำเดิม และระบบที่ลึกมากจนยากที่จะเรียนรู้ และหากระหว่างนั้นคุณเจอยอดฝีมือจัดคอมโบชุดใหญ่จนทำอะไรไม่ได้ นอกจากวางจอยเฉยๆ ให้เขาย่ำยี มันอาจจะพาลทำให้คุณหมดอารมณ์เล่นไปเลยก็ได้

 

คะแนน 4⁄5 ดาว

ขอขอบคุณโค้ดรีวิวจาก PC&A Consulting, Sony Interactive Entertainment และ Ubisoft Entertainment มา ณ โอกาสนี้

Post by [Coolerist]
TOP