Wiki review



Summer Lesson: Miyamoto Hikari

แนวเกม: Simulation
ผู้พัฒนา: Bandai Namco
ผู้จัดจำหน่าย: Sony, Bandai Namco
จำเป็นต้องมีอุปกรณ์ PlayStation VR ในการเล่นเกมนี้



Summer Lesson: Miyamoto Hikari ถือเป็นอีก 1 ไฮไลท์ของเกมที่เล่นควบคู่กับ PlayStation VR ที่สร้างความฮือฮาได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่เปิดตัวสู่สาธารณชน จะว่าเกมนี้มีส่วนทำให้หลายคนตัดสินใจซื้อ PlayStation VR มารอเลยก็คงไม่ผิดนัก โดย Miyamoto Hikari นั้นเป็นเพียงตอนแรกของเกมดังกล่าวที่ทาง Bandai Namco เข็นส่งประกวดเพื่อชิมลางกับกระแสความนิยมกันก่อนว่าจะรุ่งหรือร่วงกันแน่




ตัวเกมจะให้เราสวมบทบาทเป็นติวเตอร์ที่ต้องมารับหน้าที่สอนพิเศษให้กับสาวน้อยนามว่า ฮิคาริ มิยาโมโตะ ซึ่งผู้เล่นจะมีเวลาประมาณ 1 สัปดาห์ในการติวนางให้ผ่านการสอบที่กำลังจะมีขึ้นในสัปดาห์ถัดไปให้ได้ โดยที่ตัวเราจะต้องทำการจัดตารางการสอนและทำกิจกรรมต่างๆ ให้ลงตัว พร้อมกับชวนคุยและทำความรู้จักฮิคาริเพื่อละลายพฤติกรรมระหว่างกัน และในขณะที่กำลังเล่นก็จะมีบรรดาหัวข้อสนทนาให้เราเลือก ซึ่งบางกรณีก็จะมีอีเวนต์พิเศษที่เป็นฉากเซอร์วิสกับคนเล่นหลังจบแต่ละวันด้วย




ปกติแล้ว สไตล์ของเกมวางแผนจีบสาวที่ผ่านมา ผู้เล่นมักจะต้องทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อเพิ่มค่า Stat ของตัวเอง แต่สำหรับเกมนี้เราจะต้องโยกมาอัพ Stat ให้หนูฮิคาริแทน และแต่ละกิจกรรมที่เราต้องทำร่วมกับนางก็จะมีตัวเลือกให้เราได้ชั่งใจว่าตัวเลือกไหนที่จะให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ซึ่งคำตอบแต่ละอย่างก็จะส่งผลต่อค่า Stat ที่เพิ่มขึ้นมากน้อยแตกต่างกันไป หลังจากนั้น พอทำการสอนในวันนั้นๆ จบลงไปแล้ว ก็จะมีตัวเลือกจำพวกหัวข้อสนทนายิบย่อยมาให้เลือกอีก โดยตัวเลือกชุดหลังนี้จะไม่มีผลต่อค่า Stat ของฮิคาริ แต่จะไปมีผลกับการเกิดบางอีเวนต์ลับแทน




อย่างที่เราทราบกันดีว่า เกมแนวนี้ก็จะเน้นไปที่การมีปฏิสัมพันธ์กับสาวฮิคาริ และสิ่งที่สอดแทรกอยู่ในเกม นอกเหนือไปจากภารกิจหลักก็คือการซึมซับเอาวัฒนธรรมสไตล์ญี่ปุ่นผ่านอุปนิสัยและการกระทำของนาง โดยจุดนี้ต้องขอชมทีมที่รับผิดชอบงานแปลซับไตเติ้ลเป็นภาษาอังกฤษเลย ที่ค่อนข้างจะเข้าใจวัฒนธรรมของญี่ปุ่นดีมาก ทำให้เวลาเทียบคำแปลกับคำพูดญี่ปุ่นในเกมแล้วดูเป็นธรรมชาติดี ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้ผู้เล่นพอจะเพลินและเกิด “ความเชื่อ” ว่าหนูฮิคารินั้นมีความคล้ายคนจริงๆ ได้




ขณะเดียวกัน ซับไตเติ้ลก็เป็นประเด็นดาบสองคมด้วย โดยเกมนี้จะมีวัตถุตามฉากบางชิ้นที่ปรากฏอักษรภาษาญี่ปุ่นอยู่ อาทิ ปกหนังสือ โปสเตอร์ หรือแม้แต่ปฏิทิน ที่พอจะเข้าใจว่าทีมพัฒนาเลือกให้เป็นเช่นนั้นเพื่อเพิ่มบรรยากาศให้เรารู้สึกว่าอยู่ในห้องของเด็กญี่ปุ่นจริงๆ แต่ปัญหาก็คือซับไตเติ้ลที่อธิบายว่า Text ญี่ปุ่นเหล่านั้นมันแปลว่าอะไรดันโผล่ขึ้นมาช้ามาก บางทีก็ติดบั๊กไม่โผล่เลยก็มี หรือในบางครั้งพอตัวละครพูดอะไรออกมาหลายประโยค ก็ดันมีปัญหาซับไตเติ้ลขึ้นไม่ทัน สักพักก็ไปโผล่พรวดทีเดียวในประโยคท้ายๆ แล้ว ซึ่งเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นค่อนข้างบ่อย (คาดว่าอาจจะมี Patch ออกมาแก้ในภายหลัง)




ทั้งนี้ วัฏจักรของเกมจะมีลักษณะเป็นลูป กล่าวคือสิ่งที่ผู้เล่นจะได้ทำก็จะมีแค่ วางแผนการสอน ลงมือสอน ชวนคุย และมีปฏิสัมพันธ์กับฮิคาริ วนเวียนอย่างนี้จนครบสัปดาห์ ซึ่งดูเผินๆ จะเป็นอะไรที่น่าเบื่อใช้ได้ ครั้นเมื่อเราเล่นเกมจบไปแล้วรอบหนึ่งและจะเล่นซ้ำ ไดอาล็อกในหลายๆ จุดก็จะซ้ำเดิม เว้นเสียแต่เราจะเพิ่มค่า Stat ของฮิคาริจนสูงพอ หรือเลือกตอบคำถามถูกข้อก็จะได้เห็นอีเวนต์อื่นๆ ที่ยังไม่เคยเจอ ทว่าน่าเสียดายที่เกมนี้ดันมีฉากจบไม่มากนัก ดังนั้นความสดใหม่เลยมีอยู่แค่ตอนเล่นรอบแรกๆ เท่านั้น




หากใครเคยมีประสบการณ์กับเกมแนวจีบสาวมาก่อนคงพอจะเดาออกว่าความยาวของเกมแนวๆ นี้ก็จะสั้นเอาการ สเกลของเกมก็เล็กเหมือนเกมดาวน์โหลดบน PSN และถ้าเอาไปเทียบกับราคาที่สูงเหมือนเกมไตเติ้ลใหญ่ระดับ AAA จะรู้สึกว่าไม่คุ้มเอาเสียเลย ซ้ำร้ายกว่านั้นคือไม่มีถ้วย Platinum Trophy ให้เก็บด้วย




ข้อดี

- น่าจะเป็นเกมที่มีกราฟิกดูดีที่สุดในบรรดาเกมที่เล่นร่วมกับอุปกรณ์ PlayStation VR ในขณะนี้แล้ว
- ระบบการเล่นของเกมค่อนข้างมีเอกลักษณ์เฉพาะ แต่ละไอคอนออกแบบมามุ้งมิ้ง เห็นแล้วน่าเลือกไปแทบทุกอัน
- เกมค่อนข้างเซอร์วิสคนที่ชอบสาวโมเอะในโลกเสมือนจริง

ข้อเสีย
- เกมสั้นเกินไป และถือว่าแพงมากเมื่อเทียบกับราคาที่สูงถึง 1,890 บาท
- โครงสร้างของเกมเพลย์ไม่ค่อยมีมิติ เล่นฉีกจากกรอบที่เกมมีให้ไม่ได้มาก อีกทั้งไม่ค่อยมีอะไรให้ทำมากนัก ส่วนใหญ่จะเล่นวนแต่กิจกรรมเดิมๆ ซ้ำไปซ้ำมา

สรุป
ถ้าจะให้พูดกันแบบแฟร์ๆ เกม Summer Lesson: Miyamoto Hikari นั้นมีองค์ประกอบของงานภาพที่ดีไม่แพ้ Batman VR เลยครับ จะบอกว่าพัฒนามาเพื่อมอบประสบการณ์ใหม่ๆ สำหรับคนเล่น PlayStation VR ก็พอฟังขึ้น แต่ด้วยความยาวของเกมที่สั้นไม่แพ้วงจรชีวิตของแมลง รวมถึงปัญหายิบย่อยที่ทำให้เกมดูซ้ำๆ เดิมๆ กลายเป็นว่าสิ่งเหล่านี้ไปลดความน่าซื้อลงจนอยากให้รอแผ่นมือสองจะดีกว่า

คะแนน – 2.5 / 5





Post by [ทีมงานไทยเกมวิกิ]
TOP