Wiki review

 
ภัยร้ายในอวกาศ

Prey ภาคแรกที่วางจำหน่ายในปี 2006 ค่อนข้างจะประสบความสำเร็จและถือว่าเป็นเกม FPS ชั้นดีของยุคนั้น ทำให้มีแฟนมากมายตั้งตารอเมื่อมีการประกาศว่าจะสร้างภาคสอง แต่แล้วหลังจากการพัฒนาที่กินเวลานานแล้วไม่มีความคืบหน้าเป็นที่หน้าพอใจต้นสังกัดอย่าง Bethesda จึงต้องออกมาประกาศยกเลิก Prey 2 ทำให้มีคนผิดหวังกันไปพอสมควร

แต่ก็ถือว่าความฝันยังไม่ล่มสลายไปเสียทีเดียว เพราะจากสิ่งที่เริ่มจากการพัฒนาภาคต่อ มันได้กลายมาเป็นจุดเริ่มต้นของตำนานบทใหม่ เมื่อบาเทสต้าประกาศกลาง E3 ปี 2016 ว่า Prey ภาคใหม่จะกลายเป็นการรีบูตแฟรนไชส์นี้แทน นั่นหมายความว่ามันจะเป็นการรื้อเนื้อเรื่องและตัวละครใหม่ทั้งหมด โดยสตูดิโอที่ทำหน้าสร้าง Prey ภาคนี้ก็คือ Arkane Studios ทีมที่ฝากผลงานชิ้นโบว์แดงอย่าง Dishonored 1 และ 2 ซึ่งก็ทำให้ Prey 2017 ได้รับอิทธิพลจากเกมดังกล่าวพอสมควร

 


เนื้อเรื่อง

เรื่องราวของ Prey เกิดขึ้นบนสถานีอวกาศ Talos I (ทาลอส วัน) เราจะได้รับบทเป็น Morgan Yu (มอร์แกน ยู: สามารถเลือกเล่นเป็นตัวละครชายหรือหญิงก็ได้) นักวิจัยที่ทำการทดลองค้นคว้าเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตนอกโลกที่มีชื่อว่า Typhon (ไทฟอน) ร่วมกับพี่ชาย Alex Yu (อเล็กซ์ ยู) และนักวิทยาศาสตร์อีกเกือบร้อยชีวิต แต่ระหว่างการทดลองวันหนึ่งเกิดข้อผิดพลาดขึ้นจนทำให้เราสลบไป เมื่อฟื้นขึ้นมาก็พบว่า เราสูญเสียความทรงจำไปบางส่วน ทาลอสวันเสียหายอย่างหนัก และเหล่าไทฟอนออกอาละวาดสังหารบุคลากรทั้งหลายเสียชีวิตเกือบหมด เราได้รับข้อความจากตัวเองซึ่งอัดวีดีโอทิ้งไว้ให้ตัวเองมาดูในกรณีฉุกเฉิน ว่าให้ทำลายทาลอสวันทิ้งเสียเพื่อป้องกันไม่ให้เหล่าไทฟอนสามารถเดินทางไปยังโลกได้ แต่นันก็ทำให้อเล็กซ์ พี่ชายของเราขัดขวางและพยายามหยุดยั้งเรา มอร์แกนจึงต้องออกท่องไปในทาลอสวันเพื่อหาทางทำลายสถานีอวกาศนี้ พร้อมกับสืบหาความจริงว่าเกิดอะไรขึ้นในช่วงที่เราสูญเสียความทรงจำ และหาทางช่วยเหลือผู้รอดชีวิตคนอื่นๆ ไปพร้อมกันด้วย


เกมเพลย์

รูปแบบการเล่นของเกมนั้นต้องบอกว่าคล้ายเกมรุ่นพี่อย่าง Dishonored และ Bioshock เอาเสียมากๆ โครงสร้างของทาลอสวันนั้นค่อนข้างสลับซับซ้อนและแบ่งออกเป็นหลายส่วน เช่น ล๊อบบี้ที่เป็นจุดศูนย์กลางเชื่อมโยงสถานที่ต่างๆ ส่วนศูนย์วิจัย ห้องพักบุคลากร คลังอาวุธ ฯลฯ แต่ละส่วนมีขนาดใหญ่โตกว้างขวาง เต็มไปด้วยห้องหับ ทางลับทางซ่อนให้เราสำรวจ แถมเรายังเดินทางไปไหนต่อไหนได้อย่างที่แทบจะเรียกได้ว่าไม่มีข้อจำกัด(นอกจากบังคับตามเนื้อเรื่องบางจุด) ถือเป็นความยอดเยี่ยมของการดีไซน์ฉากที่นอกจากจะลึกลับราวกับเขาวงกต และต้องใช้สมองขบคิดเพื่อหาทางไปต่อ(และทุกครั้งที่ไขปริศนาได้มันก็เป็นความรู้สึกที่สุดยอดมากๆ) เรายังสามารถทะลุออกไปด้านนอกของสถานีล่องลอยไปในอวกาศ แล้ววกกลับเข้ามาในส่วนอื่นๆ ของทาลอสวันที่มีประตูเชื่อมกับภายนอกได้อีกด้วย ภายนอกของสถานีจึงเปรียบเสมือนกับ "ทางด่วน" ที่ทำให้เราข้ามลัดจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดของสถานีได้อย่างรวดเร็ว

 


แน่นอนว่าการสำรวจทั้งภายในภายนอกสถานีเป็นหัวใจสำคัญของเกม แม้ภารกิจหลักของเราคือการทำลายสถานีอวกาศนี้ แต่ทว่ายิ่งเราสำรวจมากเท่าไร เราก็จะยิ่งได้พบกับความลับดำมืดของสถานีอวกาศทาลอสวัน และไอเทมสำคัญมากมายที่จะช่วยให้เราผจญภัยในห้วงอวกาศง่ายขึ้น ซึ่งมันสามารถเปรียบเทียบได้กับระบบ side quest ของตัวเกม เราอาจจะพบศพของใครสักคนที่มีคีย์การ์ดเปิดประตูสักบานโดยบังเอิญซึ่งเราไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหนและต้องออกตามหา ได้รับการติดต่อจากผู้รอดชีวิตที่หลงเหลือในสถานีให้ช่วยเหลืออะไรบางอย่าง หรือเจอบันทึกเสียง-อีเมล์ของเหล่าพนักงานที่มีรหัสผ่านเซฟลับที่ภายในอาจจะบรรจุของดีอะไรอยู่ก็ได้ ทั้งหมดนี้สอดประสานลื่นไหลสะท้อนปรัชญาการออกแบบเกม ทำให้มันเป็นการผจญภัยครั้งใหญ่ที่ลื่นไหลเรียบเนียนเป็นเนื้อเดียวกันได้ดีมาก

แต่อุปสรรคสำคัญที่สุดในการผจญภัยครั้งนี้ ก็คงไม่พ้นเหล่า ไทฟอน เผ่าพันธุ์เอเลี่ยนที่ประดังเข้ามาหาเราชนิดที่เรียกว่าทุกแบบ ทุกไซส์ ความสามารถของพวกมันมีหลากหลายและจัดว่าเป็นศัตรูที่รับมือยากมากโดยเฉพาะช่วง 2-3 ชั่วโมงแรกของเกม ที่ตัวเราจะบอบบางอ่อนแอสุดๆ การปะทะกับศัตรูตัวจ้อยอย่าง Mimic (มิมิก) ที่มีความว่องไวสูงและสามารถแปลงร่างเป็นวัตถุประกอบฉากอะไรก็ได้ ซึ่งมักจะใช้วิธีพรางตัวแล้วลอบโจมตีทำให้เราบาดเจ็บอย่างหนักแถมบางครั้งก็มาเป็นจำนวนมากจนเราสู้ไม่ไหว หรือ Phantom (แฟนทอม) ที่โจมตีอย่างรุนแรงจากทั้งระยะประชิด และยิงลูกพลังใส่เราจากระยะไกล จึงอาจจะทำให้ผู้เล่นรู้สึกทัอในช่วงต้นเกม

หลังจากพ้นช่วงต้นเกมไปแล้ว เราจะได้รับไอเทม Psychoscope กล้อง VR ที่ใช้งานได้สารพัดประโยชน์ เช่น ใช้ตรวจจับมิมิกที่แปลงร่างอยู่ได้ ปลดล๊อคความสามารถของเหล่าไทฟอนให้เราใช้ผ่านการแสกนเพื่อเก็บตัวอย่างและเรียนรู้ความสามารถของเหล่าไทฟอน แต่การจะอัพสกิลต่างๆนั้นเราจะต้องใช้ไอเทมที่มีชื่อว่า Neuromod (นูโรมอด) เช่น ความสามารถในการแปลงร่างเป็นอะไรก็ได้ การใช้พลังจิตโจมตี การควบคุมไทฟอนตัวอื่นๆ ให้ต่อสู้แทนเรา โดยนูโรมอดถือเป็นไอเทมล้ำค่าที่ถูกซุกซ่อนอยู่ตามที่ต่างๆ ทั้งลึกลับและโจ่งแจ้ง ให้ผู้เล่นออกตามหาและสะสม

 


พลังพิเศษเหล่านี้มีพลังรุนแรงร้ายกาจ ทำให้เราปราบไทฟอนตัวปัญหาที่เคยพบได้อย่างง่ายดาย แต่อย่างเพิ่งย่ามใจ ยิ่งเราอัพเกรดความสามารถของเอเลี่ยนติดตัวไว้มากเท่าไร ระบบรักษาความปลอดภัยของทาลอสวันจะยิ่งมองเราเป็นเอเลี่ยนและโจมตีเราทันทีที่เจอ ยิ่งไปกว่านั้นไทฟอนเองก็จะส่ง Nightmare (ไนท์แมร์) มัจจุราชสังหารที่ร้ายกาจให้ออกตามล่าเราแบบสุ่มโดยไม่ทันตั้งตัว พูดง่ายๆ ว่ายิ่งเรามีพลังเอเลี่ยนติดตัวมากขึ้นเท่าไร ศัตรูและสภาพแวดล้อมก็จะยิ่งเป็นปัญหากับเรามากขึ้นเท่านั้น แต่ไม่ต้องตกใจกันไปเพราะถ้าเราไม่อยากตกอยู่ในสถานะการณ์ที่กดดันแบบนั้น ก็อย่าอัพสกิลสายเอเลี่ยนให้อัพสกิลสายมนุษย์ธรรมดาแทน(ใช้นูโรมอดเช่นกัน) เช่น เพิ่มพลังโจมตีจากอาวุธ ซ่อมแซมชิ้นส่วนที่เสียหายต่างๆ หรือแฮกเปิดประตูหรือใช้คอมพิวเตอร์ที่ถูกล๊อคเข้ารหัสไว้ได้ เป็นต้น และไม่ว่าเราจะเลือกอัพสกิลในรูปแบบไหน เราก็สามารถจบเกมได้เหมือนกัน....รึเปล่านะ???....

ถ้าใครคาดหวังอาวุธที่หลากหลายหรือเวอร์วังภายในเกม อาจจะต้องผิดหวังเล็กน้อย  มันมีจำนวนไม่มากนักและค่อนข้างจะซ้ำเดิม อาวุธหลักของเราคือประแจคู่ชีพที่ใช้งานสารพัดทั้งซ่อมของหรือฟาดหัวเอเลี่ยน กระนั้นช่วงกลางเกมเป็นต้นไปแล้ว ปืนพก ปืนลูกซอง ดูจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า แต่ในบรรดาอาวุธทั้งหมด ปืนที่โดดเด่นที่สุดคงไม่พ้น Gloo Cannon (กลู แคนนอน) ปืนยิงกาวที่แทบจะเป็นพระเอกอีกคนของเกม เราจะได้มันมาตั้งแต่เริ่มออกสำรวจสถานีและมันใช้งานได้สารพัดจนไม่อาจทิ้งให้ห่างกายได้เลย มันทั้งใช้ยิงใส่เหล่าไทฟอนเพื่อหยุดการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วของพวกมัน(ศัตรูที่ถูกยิงกาวจนนิ่งจะโดนแดมเมจมากกว่าปกติ) ยิงติดกำแพงเพื่อสร้างที่ยืนให้เราเหยียบปืนขึ้นไปบนที่สูงได้ ใช้ดับเปลวไฟที่ลุกไหม้อยู่ตามพื้นหรือพวยพุ่งออกมาจากท่อส่งแก๊ส หรือป้องกันกระแสไฟฟ้าลัดวงจรที่เป็นอันตรายกับเราได้ แต่นอกจากอาวุธเอนกประสงค์ชิ้นนี้แล้ว ปืนอื่นๆ นับว่าจืดไปหน่อย

 


การอัพเกรดอาวุธที่ว่ามานั้นจะประกอบไปด้วยสองส่วน หนึ่งคือสกิลหรือความสามารถในการอัพเกรดอาวุธ(ผ่านการอัพเกรดสกิลด้วย นูโรมอด) และไอเทมที่ชื่อ weapon upgrade kit เราจะอัพเกรดอาวุธไปได้แค่ระดับหนึ่งก่อนที่จะตันและต้องอัพสกิลที่อนุญาตให้เราอัพเกรดอาวุธขั้นที่สูงขึ้นไปก่อนจึงจะอัพได้ ระบบทรัพยากรของเกมนับว่าน่าสนใจ ด้วยความที่ระบบฟิสิกส์ที่แสนละเอียดของเกม ทำให้เราหยิบจับสิ่งของได้แทบทุกอย่าง หลายๆ ครั้งที่ดูเหมือนเราจะได้ไอเทมขยะติดมือมาด้วยอยู่เสมอ เช่น ถุงมือเบสบอล ซิการ์ที่ดูดแล้ว เปลือกกล้วย หรือเศษกระดาษ ของพวกนี้ดูเหมือนไร้ค่าไร้ราคา แต่มันสามารถจับโยนลงเครื่อง Recycler (รีไซเคลอร์) ที่จะบดเอาขยะให้กลายเป็นวัตถุดิบ ซึ่งเราจะสามารถนำเอาวัตถุดิบเหล่านั้นไปสร้างเป็นไอเทมด้วยเครื่อง Frabricator (ฟาบริเคเตอร์) ขอเพียงแต่เรามีแปลนพิมพ์เขียวสำหรับสร้างไอเทมชิ้นนั้นๆ ตั้งแต่กระสุน ชุดอุปกรณ์อัพเกรดปืน ไอเทมเติมเลือด หรือแม้กระทั่งสร้างนูโรมอด ก็ยังได้! แต่แน่นอน แปลนพวกนี้จะถูกซ่อนไว้อย่างดีให้เราต้องออกแรงหา

ความสนุกของเกมอยู่ที่การได้ไขปริศนาที่ถาโถมใส่เรา เช่นว่า กุญแจของเซฟนี้อยู่ที่ไหน? เราจะเข้าไปในห้องนั้นได้อย่างไร? หรือจะหาไอเทมที่เราต้องการได้จากที่ไหน? มากกว่าแอคชั่นบู๊แหลกแจกกระสุนเสียอีก(แน่นอนว่ามันทำไม่ได้ เพราะกระสุนในเกมมีค่อนข้างจำกัดมากๆ) และการเฝ้าดูปมเนื้อเรื่องคลี่คลายออกมาทีละน้อยในตอนท้าย ก็เป็นแรงจูงใจให้เล่นเกมนี้ได้ดีที่สุด

น่าเสียดายว่า ณ วันที่ผมเขียนรีวิวนี้ เกมมีบัคมากพอสมควร เช่น การควบคุมที่ทำให้ตัวละครของเราสไลด์ซ้ายทีขวาทีโดยไม่มีสาเหตุ ไอเทมขยะชนิดเดียวกันไม่รวมช่องให้แต่เราต้องมาจัดเรียงเองทำให้ช่องเก็บของในตัวเราเต็มไวมากผิดปกติ สกิลบางสกิลไม่มีผลอย่างที่ตั้งใจไว้ ที่แย่ที่สุดคือ เงื่อนไขการเกิดและทำเควสต์สำเร็จหรือล้มเหลวรวนมาก เช่นว่า เราไม่สามารถคุยกับ NPC บางตัวที่จะมอบเควสให้เราได้ หรือ ให้ไปช่วยคนแต่คนๆ นั้นดันตายเสียทันทีที่เราไปถึงโดยไม่สามารถช่วยได้ ทั้งหลายทั้งปวงเป็นปัญหาใหญ่น้อยที่ทับถมจนทำให้เกมเกรดเยี่ยมๆ ต้องเสียคะแนนไปอย่างน่าเสียดาย แต่ก็เชื่อว่าน่าจะมีการแก้ไขในอนาคต

 


สรุป


โดยรวมแล้วมันเป็นเกมที่สนุก แต่อาจจะไม่ได้เหมาะสำหรับทุกคน เกมค่อนข้างดึงจังหวะให้เราเล่นช้า คิดเยอะๆ พลาดน้อยๆ เซฟบ่อยๆ เส้นทางจาก A ไป B มีหลากหลายให้เราค่อยๆ เลือก แต่บ่อยครั้งที่ทางเลือกแบบลุยแหลกซึ่งๆ หน้าเป็นทางเลือกที่ไม่ค่อยส่งผลดี ดังนั้นหากจะบอกว่าเกมนี้ให้อิสระในการเล่นทุกสไตล์คงจะไม่ถูกนัก มันเหมาะกับคนที่เก็บรายละเอียด คิดรอบคอบ ค้นทุกอย่าง หาทุกจุด ช่างสังเกตุ อ่าน text มากๆ ฟังบทสนทนาเยอะๆ แล้วคุณจะดื่มด่ำและหลงรักจักรวาลของ Prey ได้ไม่ยาก

คะแนน 4 ⁄ 5

Post by [Coolerist]
TOP