Wiki review


ฝ่าดงอสูรกาย หนีตายดาวมฤตยู


Farpoint เป็นเกมที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อใช้งานกับ PlayStation VR โดยแท้จริง เพราะหากคุณปราศจากกล้อง PSVR แล้วคุณจะไม่สามารถเล่นเกมนี้ได้เลย และเพื่อความสมจริงยิ่งขึ้นไป เกมนี้จึงมีชุดบันเดิลขายพร้อมกับอุปกรณ์เสริมคือ Aim Controller ที่เป็นจอยรูปร่างปืนซึ่งมาพร้อมกับปากกระบอกที่ทำออกมาลักษณะเดียวกับ PlayStation Move อันเป็นอุปกรณ์เสริมจับความเคลื่อนไหวก่อนหน้านี้ ทุกอย่างที่ทำออกมาเพื่อให้ผู้เล่นได้สัมผัสกับประสบการณ์เสมือนเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์นั้นๆ อย่างถึงที่สุด แต่ว่าทั้งหมดนี้ในฐานะวิดีโอเกมแล้วจะทำให้ผู้เล่นตื่นตาและสนุกสนานไปได้มากน้อยเพียงใด วันนี้ผมจะมาอธิบายรายละเอียดให้ได้อ่านกันครับ


เนื้อเรื่อง

เกมนี้เป็นเกมธีมไซไฟอวกาศ บอกเล่าเรื่องราวของคณะนักวิทยาศาสตร์ประจำโครงการ United Earth Project ที่ออกมาสำรวจเหตุผิดปกติใกล้ดาวพฤหัส แต่ทว่ากลับเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นเมื่อพลังงานบางอย่างเกิดแผ่ขยายออกมาในบริเวณนั้นจนกลืนกินสถานีอวกาศเข้าไปจนหมด อีกทั้งนักวิทยาศาสตร์สองรายคือ Dr.Eva Tyson และ Dr.Grant Moon ที่ออกไปทำงานนอกสถานีอวกาศก็ติดร่างแหไปด้วย แม้ว่าเราที่เป็นผู้ควบคุมยานขนาดเล็กพยายามเข้าไปช่วยแต่ก็ไม่ทันเวลาจนกระทั่งโดนแสงดูดกลืนเข้าไปด้วยเช่นกัน และเมื่อแสงสว่างหายไปเราก็พบว่าตัวเราติดอยู่ในดาวที่ไม่รู้จักและเต็มไปด้วยอันตรายจากสิ่งมีชีวิตต่างดาวมากมาย ด้วยเหตุนี้เราจึงพยายามออกตามหาผู้รอดชีวิตคนอื่นๆ และหนีออกจากดาวนี้ให้ได้



เราจะได้เห็นความเป็นไปของคนอื่นๆ ที่มาถึงดาวนี้ก่อนเราผ่านโฮโลแกรม

หากจะว่าไปแล้วเนื้อหาของเกมก็เป็นสิ่งที่เราคุ้นเคยกันดี (คลีเช่ด้วยซ้ำ) จากสื่อบันเทิงชนิดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นนิยายวิทยาศาสตร์ หนังสือการ์ตูน ภาพยนตร์ แต่ถึงอย่างนั้นในสูตรสำเร็จของเนื้อเรื่องก็มีจุดหักมุมที่ชวนให้เราเล่นต่อเพราะอยากทราบเรื่องราวที่จะเปิดเผยต่อไปเช่นกัน ซึ่งต้องถือว่าในจุดนี้เนื้อหาของเกมทำหน้าที่ของมันได้ดีพอสมควร แม้ว่าในตอนจบจะจบได้ค่อนข้างกะทันหันและค้างคาจนชวนให้คิดว่าอาจจะมีภาคต่อก็เป็นได้ถ้าหากว่ายอดขายของเกมนี้ประสบความสำเร็จ


เกมเพลย์

ในจุดนี้ อย่างแรกเลยที่ต้องขอชื่นชมก็คือ immersion ของเกมที่ทำออกมาได้ดี มุมมองเมื่อใส่แว่น PSVR นั้นตอบโจทย์ของการสวมบทบาทเข้าไปแทนที่ตัวละครได้ยอดเยี่ยม สามารถรับรู้ถึงมิติความลึกความตื้นได้ดีทีเดียว ในจังหวะที่ศัตรูกระโดดพุ่งเข้าใส่ก็ชวนให้เอี้ยวตัวหลบเหลือเกิน แต่ก็น่าเสียดายที่กราฟิกในตอนสวมแว่น PSVR นั้นยังไม่มีความละเอียดที่สูงมากนักหากเทียบกับภาพที่ปรากฏบนจอก็จะเห็นเลยว่าต่างกันพอสมควร ดังนั้นหากใครที่ชื่นชอบกราฟิกที่คมชัดอาจต้องเผื่อใจเอาไว้สักหน่อย

จังหวะที่มันโดดใส่ก็ให้ความรู้สึกว่าโดนพุ่งใส่จริงๆ


รูปแบบการเล่นของเกมนั้นทำความเข้าใจได้ง่ายมาก เพราะมันคือเกม First Person Shooing หรือก็คือเกมยิงมุมมองบุคคลที่ 1 ที่หลายคนคงคุ้นเคยกันดี สิ่งที่เราต้องทำนั้นไม่มีอะไรมากเลย กระชับปืนให้มั่นจากนั้นก็เหนี่ยวไกยิงมันทุกอย่างที่ขวางหน้าให้แดดิ้น ซึ่งอาวุธที่มีให้ใช้ในเกมก็ถือว่าหลากหลายตามมาตรฐานเกมแนวนี้ไม่ว่าจะเป็นปืนแอสซอลต์ไรเฟิล ปืนลูกซอง ปืนสไนเปอร์ไรเฟิล และยังมีปืนต่างดาวอื่นๆ ให้ได้สัมผัสกันในเกม โดยนอกจากฟังก์ชั่นยิงปกติแล้วนั้นปืนแต่ละชนิดก็ยังมีฟังก์ชั่นพิเศษของตัวเอง เช่น ยิงมิสไซล์ได้ ยิงลูกระเบิดได้ หรือแม้แต่กางบาเรีย เป็นต้น ทำให้การถล่มเอเลี่ยนน้อยใหญ่ไม่จำเจเกินไปนัก และเมื่อรวมเข้ากับแรงสั่นสะเทือนของ Aim Controller ในขณะที่เรายิงกระสุนออกไปแต่ละนัดก็ทำให้เพลินได้ไม่น้อยเลย

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าตัวเกมจะเป็นเกมยิงมุมมองบุคคลที่ 1 ที่ให้เราเดินไปไหนมาไหนเองได้ แต่ลักษณะการเล่นส่วนใหญ่จะใกล้เคียงกับเกมแนว on–rail shooting ที่หลายคนคุ้นเคยในเกมอาร์เขดมากกว่า เพราะเส้นทางและฉากในเกมไม่มีอะไรซับซ้อน ไม่มีปริศนาให้แก้ ไม่มีทางแยกย่อย ไม่มีไอเท็มยิบย่อยให้ต้องค้นหาและสะสม ไม่มีระบบอัพเกรดปืนและตัวละคร มีแต่เริ่มต้นฉากและลุยแหลกไปจนถึงสุดฉากเพื่อผ่านเท่านั้น หากจะเรียกว่าเกมนี้เป็น on–rail shooting ที่เราบังคับตัวละครเดินเองได้ก็คงจะไม่ผิดนัก เห็นได้ชัดจากการออกแบบพฤติกรรมของศัตรูบางตัวที่มันจะไม่เล่นงานเราจากข้างหลังแต่จะพยายามวิ่งเข้ามาให้อยู่ในขอบเขตสายตาเราก่อนเสมอ

การหันเดินไปมานั้นค่อนข้างลำบากเล็กน้อย เพราะในทีแรกตัวเกมจะปรับมุมมองการหันของเราเอาไว้ตามศีรษะเราเท่านั้น ซึ่งก็ทำให้การเดินย้อนเส้นทางเดิมในบางครั้งเพื่อหลบหลีกการโจมตีทำได้ค่อนข้างยาก หากต้องการให้ชีวิตง่ายขึ้นก็ต้องไปปรับใน setting ให้เราสามารถใช้ก้านอนาล็อกขวาหมุนมุมมองได้ (แต่แนะนำว่าให้ปรับความไวกล้องช้ากว่าค่าที่ตั้งมาไม่งั้นคุณอาจเวียนหัว)

ความยาวของโหมดเนื้อเรื่องนั้นค่อนข้างสั้น ถ้าเล่นรวดเดียวราว 6 หรือ 7 ชั่วโมงก็สามารถจบเกมได้ แต่หลังจากจบก็ยังมีโหมดแชลเลนจ์ให้เราได้ลองเล่นทำคะแนนและทำเวลาสนุกๆ หรือจะนัดกันเล่นกับเพื่อนในโหมด co–op ก็ได้เช่นกัน เพียงแต่ถ้าคุณจะลองเล่น co–op กับคนอื่นนั้นอาจหาห้องได้ยากสักหน่อย ถ้าจะให้ดีควรนัดกับเพื่อนที่รู้จักกันแล้วเล่นเป็นกิจจะลักษณะจะดีกว่า

ที่น่าเสียดายคงเป็นบอสในเกมที่ทั้งเกมมีให้ได้สู้เพียงตัวเดียวเท่านั้น

บอสตัวแรกและตัวเดียวของเกม


กราฟิก

ในส่วนของกราฟิกนั้น ถือว่าดีตามมาตรฐาน อาจจะไม่ได้สวยงามเลิศหรูอลังการแต่ก็ช่วยให้ผู้เล่นอินไปกับเกมได้ มิติของภาพนั้นทำออกมาได้ดีสามารถรับรู้ได้ถึงความลึกความตื้นที่ชัดเจน อย่างไรก็ตามเท็กซ์เจอร์ของวัตถุในเกมบางอย่างก็ยังมีความหยาบให้เห็นบ้าง แต่ในขณะเล่นนั้นเราจะไม่ทันสังเกตอยู่แล้ว แม้จะไม่ดีแต่ก็ไม่ได้แย่แต่อย่างใด


เสียงพากย์และเสียงประกอบ

ในส่วนของเพลงประกอบนั้นคงต้องบอกว่าค่อนข้างธรรมดา เล่นจบแล้วไม่มีอะไรติดหูสักเท่าไหร่ เสียงพากย์ของแต่ละคนก็ทำได้ดีตามมาตรฐาน แต่มีจุดติติงตรงที่ตัวเกมนั้นออกแบบมาให้เล่นกับหูฟังเป็นอันดับแรก ดังนั้นพอถึงฉากคัตซีนที่ตัวละครคุยกันนั้นเสียงจากจอโทรทัศน์จะค่อนข้างเบามากจนแทบไม่ได้ยิน แต่กับเสียงเอฟเฟคต์ต่างๆ โดยเฉพาะเสียงปืนนั้นดังกระหึ่มสะใจมากในระดับความดังเท่ากัน ถือเป็นอะไรที่ค่อนข้างลำบากตอนเล่นพอควร


สรุป

หากคุณเป็นเจ้าของ PlayStation VR และกำลังมองหาเกมที่จะทำให้อุปกรณ์เสริมของคุณได้ใช้งาน เกมนี้ถือเป็นตัวเลือกที่ดีในช่วงนี้ แต่ถ้าคุณยังไม่มี PlayStation VR และคิดจะซื้อเพื่ออยากสัมผัสก็คงเป็นการลงทุนที่สูงพอสมควร ถึงอย่างนั้นถ้าคุณคิดว่าต่อไปในอนาคตจะได้เล่นเกมที่ใช้ฟังก์ชั่นของ PlayStation VR แน่นอน เช่น Ace Combat หรือจะใช้เล่นกับเกมอื่นๆ ที่วางจำหน่ายไปแล้วอย่าง Resident Evil 7 ล่ะก็ จะซื้อ PlayStation VR พร้อมเกมนี้มาเล่นเพลินๆ ก็ไม่เลวครับ

คะแนน 3.5 ⁄ 5

ขอขอบคุณ PC&A และ Sony Interactive Entertainment มา ณ โอกาสนี้ด้วย

Post by [G-jang]
TOP