Wiki review


รีวิว ARMS

นินเทนโดถือว่าเป็นเจ้าพ่อในวงการโมชั่นคอนโทรล เพราะเป็นเครื่องคอนโซลเจ้าแรกที่มีการนำคอนโทรลเลอร์ที่จับการเคลื่อนไหวอย่าง Wiimote มาใช้ตั้งแต่สมัยเครื่อง Wii แถมยังมีซอฟต์แวร์เก๋ๆ อย่าง Wii Sport ที่ออกมาปฎิวัติวงการเกมอย่างมากในยุคนั้น สำหรับเครื่องรุ่นปัจจุบันของนินเทนโดอย่าง Nintendo Switch พวกเขาก็นำเอาคอนเซปต์ของการใช้การเคลื่อนไหวผสานเข้ากับเกมเพลย์อีกครั้ง โดยทำให้มันมีความลึกและซับซ้อนมากขึ้น ตามเทคโนโลยีและเวลาที่รุดหน้าเดินไป



ในครั้งนี้พวกเขากลับมากับเกม ARMS ที่มีรูปแบบการเล่นแบบเกมไฟต์ติ้ง โดยจับเอาผู้เล่นตั้งแต่ 2-4 คน มาขึ้นสังเวียนต่อสู้กันแบบกีฬามวย จุดเด่นของเกมคือตัวละครแต่ละตัวที่มีความสามารถแตกต่างกัน และเหล่า Arms หรือนวมจำนวน 30 ชนิดที่มีให้เลือกใช้ กับแขนของตัวละครของเราทั้งสองข้างโดยไม่ต้องเหมือนกันก็ได้ ทำให้ผู้เล่นสามารถจับคู่ตัวละครและนวมได้กว่า 9000 แบบ



เราจะควบคุมตัวละครจากมุมกล้องที่อยู่ด้านหลังแบบ Third Person ผ่านคอนโทรลเลอร์หลากหลายรูปแบบของเครื่อง NS ไม่ว่าผู้เล่นชื่นชอบหรือถนัดใช้คอนโทรลเลอร์แบบไหนก็ทำได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเสียบจอยติดเครื่อง ถอดออกมาใช้เพียงข้างเดียว เสียบกับกริบด้ามจับที่แถมมา ใช้โปรคอนโทรลเลอร์ หรือแบบที่ผมชอบที่สุด คือการถอดจอยคอนออกมาถือมือละข้าง และออกแรงชกเหมือนกำลังต่อยมวยจริงๆ

ตัวละครทุกตัวจะมีการควบคุมพื้นฐานที่เหมือนกัน ชกหมัดซ้าย ชกหมัดขวา ชกสองหมัดพร้อมกันเพื่อจับคู่ต่อสู้ทุ่ม แดชออกด้านข้างซ้ายหรือขวา กระโดด และการ์ดเพื่อป้องกัน เมื่อออกหมัดมากพอ เกจพลัง Rush ก็จะเต็ม ทำให้เราสามารถใช้ท่าไม้ตายโดยการปล่อยหมัดรัวเป็นชุดอย่างรวดเร็ว ท่วงท่าต่างๆ เหล่านี้เป็นเทคนิคเบื้องต้นที่ผู้เล่นทุกคนต้องศึกษาและเรียนรู้ที่จะใช้งานมันให้ได้คล่องแคล่วก่อนที่จะเจาะเนื้อหาอย่างลึกซึ้งลงไปของตัวเกม ซึ่งมันซับซ้อนกว่าที่หลายคนคิดเอาไว้มากนัก

หากดูเผินๆ ARMS ดูเหมือนจะเป็นเกมที่มีแต่ตัวละครที่สีสันฉูดฉาด น่ารักสดใส ที่ควรจะต้องให้เครดิตการออกแบบและดีไซน์ที่เข้าใจสร้างเอกลักษณ์ให้กับตัวละคร เพราะสามารถสรรหาอะไรในโลกของความเป็นจริงที่มีลักษณะยืดได้เหมือนแขนของตัวละครในเกมมาทำเป็นตีม เช่น สปริง ริบบี้น มัมมี่ เส้นบะหมี่ หางเปีย ฯลฯ และหากตั้งใจศึกษากันจริงๆ ภายใต้ควาน่ารักที่ฉาบไว้ภายนอกเกมมีความลึกสูงมาก เช่นตัวละคร 10 ตัวที่มีในเกม แต่ละตัวมีความสามารถที่แตกต่างกันค่อนข้างสูงมาก Spring Man ตัวเอกของเกม มีความสามารถพิเศษที่เมือบาดเจ็บเหลือพลังชีวิตน้อยหมัดของเขาจะมีพลังรุนแรงมากขึ้น Ribbon Girl สามารถที่จะกระโดดกลางอากาศอย่างต่อเนื่องได้ถึง 4 ครั้ง Ninjara สามารถแดชและหายตัวเพื่อหลบหมัดของคู่ต่อสู้ได้ Master Mummy เมื่อการ์ดจะค่อยๆ เพิ่มพลังชีวิตของตัวเอง เป็นต้น

ยังไม่รวมถึงนักสู้แต่ละคนเมื่อสวมใส่นวมแต่ละชนิดจะมีสไตล์การเล่นที่ผิดแปลกแตกต่างกันไปอีก โดยนวมจะแบ่งเป็นสามประเภทตามน้ำหนัก คือ เบา กลาง และหนัก หมัดที่มีน้ำหนักมากเมื่อชกออกไปแล้วเกิดปะทะกับหมัดของคู่ต่อสู้ระหว่างทางก็จะชนจนหมัดที่ต่อยสวนมากระเด็นออกไปได้ แต่ก็จะใช้เวลาเดินทางค่อนข้างนานกว่าจะไปถึงตัวคู่ต่อสู้ ส่วนหมัดที่น้ำหนักเบาแม้จะเสียเปรียบเรื่องแรงปะทะ แต่ก็จะมีลูกเล่นมาทดแทน เช่น สามารถยิงออกมามีรัศมีกว้างทำให้โดยเป้าหมายง่าย หรือเดินทางด้วยวิถีโค้งทำให้ไม่ต้องปะทะกับหมัดฝ่ายตรงข้าม อีกทั้งยังมีหมัดจำนวนมากที่มีพลังธาตุไฟ ลม สายฟ้า น้ำแข็ง โดยไฟจะทำให้ศัตรูได้รับความเสียหายมากขึ้นจากไฟ ลมจะซัดศัตรูให้เสียหลักปลิวไปไกล สายฟ้าจะช๊อคคู่ต่อสู้ทำให้ออกหมัดไม่ได้ และน้ำแข็งจะทำให้ศัตรูช้าลง

ความหลากหลายของตัวเกมยังไม่หยุดอยู่แค่นั้น เพราะโหมดการเล่นก็ทำออกมาหลายรูปแบบให้เราเล่นได้เพลินๆ ตั้งแต่ Fight 1v1 ต่อกันตัวต่อตัวธรรมดา Team Fight 2v2 จับคู่ผู้เล่นเป็นทีม ทีมละสองคนมาตะลุมบอนกันอย่างชุลมุน Hoops โหมดการเล่นที่ผู้เล่นต้องจับฝ่ายตรงข้ามชู้ตลงห่วงเหมือนบาสเกตบอล ซึ่งจะทำได้โดยการใช้ท่าจับทุ่มเท่านั้นถึงจะได้สกอร์ V-Ball เล่นเป็นกีฬาวอลเล่ย์บอล ใช้หมัดเราชกลูกบอลให้ข้ามตาข่ายแล้วตกลงไปในฝั่งคู่ต่อสู้ Skillshot จะมีเป้าออกมาให้เราแข่งกันต่อยว่าใครจะชกโดนมากกว่า และสุดท้ายคือ 1 on 100 ที่จะให้เราต่อสู้กับ AI ที่จะออกมาเรื่อยๆ จนครบ 100 ตัว นอกจากนี้แล้วเกมยังมีโหมด Grand Prix ให้ผู้เล่นต่อสู้กับตัวละคร AI ตัวอื่นไปเรื่อยๆ จนครบคล้ายกับเป็นโหมดเนื้อเรื่องของตัวเกมอีกต่างหาก



โหมดการเล่นที่ว่ามาทั้งหมดสามารถเล่นคนเดียว แบ่งหน้าจอ หรือเล่นกับ AI หรือจะเล่นกับเพื่อนฝูงโดยการนัดพบจัดมีตติ้ง ก็สามารถทำได้ทั้งหดม ทั้งยังมีระบบโหมดมัลติเพลยเยอร์ที่ค่อนข้างจะสร้างสรรค์มากๆ ด้วย นั่นคือ เมื่อเราเข้า Lobby ของเกมในโหมด Party Match เกมจะจับเราไปรวมกลุ่มกับผู้เล่นอื่นๆ อีกรวมทั้งสิ้น 8 คน และจะทำการสลับคู่สับเปลี่ยนไปมาเราอาจจะได้พบกันในแมตช์ 1v1, 2v2, 1v1v1 ในโหมดการเล่นแบบบาสเกตบอลหรือวอลเล่ย์บอลก็ได้ ซึ่งช่วยเปลี่ยนอามรณ์ของเกมให้ไม่น่าเบื่อ ทั้งยังมีบอสลับในโหมดออนไลน์ ที่ผู้เล่น 3 คนจะต้องช่วยกันปราบอีกด้วย ก็ถือว่าเป็นสีสันในรูปแบบที่แปลกใหม่ไม่เลวเลยทีเดียว

แต่สำหรับใครที่อยากฝึกฝีมือ หรือแข่งแบบเอาจริงเอาจัง ในโหมดมัลติเพลยเยอร์ของเกมยังใส่ Ranked Match มาให้ด้วย ซึ่งใครก็ตามที่ต้องการเล่นในโหมดนี้ จะต้องเคลียร์โหมด Grand Prix โดยการเอาชนะ AI เลเวล 4 ขึ้นไปให้ได้เสียก่อน จึงเป็นการการันตีว่าใครก็ตามที่เล่นในโหมดนี้จะต้องมีฝีมือพอตัว เหมาะกับผู้เล่นที่ต้องการความท้าทายอย่างแท้จริง

และจากการเล่นเกมในทุกรูปแบบ ทุกแมตช์ทุกโหมดนั้น ผู้เล่นจะได้รางวัลเป็นเหรียญ นำมาใช้เล่นโหมดพิเศษเพื่อซื้อนวมใหม่ๆ ให้กับตัวละครต่างๆ เพราะจริงอยู่ว่าในเกมมีนวมทั้งหมด 30 ชนิด แต่ทว่า ตัวละครแต่ละตัวตอนเริ่มต้นจะใช้นวมได้แค่ 3 ชนิดเท่านั้น หากเราต้องการให้ตัวละครใช้นวมชนิดอื่นได้ ก็ต้องเล่นในโหมดพิเศษนี้ ซึ่งจะเป็นการต่อยเป้าแบบในโหมด skillshot แต่ในคราวนี้จะมีกล่องของขวัญซึ่งภายในบรรจุนวมชนิดต่างๆ มาให้เราแทน และหากเราได้รับนวมซ้ำกับที่มีอยู่ก็จะเป็นการอัฟเกรดนวมเดิมของเราให้แข็งแกร่งมากขึ้นแทน

โดยสรุปแล้ว ARMS เป็นซี่รีส์ใหม่ที่อาจมาเปลี่ยนโฉมนินเทนโดอีกเกมหนึ่ง เพราะนอกจากมีเสน่ห์และเล่นสนุกแล้ว ดูเหมือนพวกเขาสามารถสร้างเกมที่มีเน้นไปที่รูปแบบการแข่งขันได้ดีมาก เล่นง่ายแต่ถ้าอยากจะเก่งต้องใช้เวลาฝึกซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของเกมที่ดี จุดติเดียวที่พอจะมองเห็นก็คือ ด้วยสไตล์การเล่นแบบเดียวคือการต่อสู้กันในอารีนา อาจจะทำให้เกมเมอร์บางท่านที่ไม่ชอบสไตล์ของเกมเบื่ออย่างรวดเร็ว แค่ทั้งนี้ทีมพัฒนาก็ประกาศแล้วว่าจะมีการซัพพอร์ตเกมด้วยตัวละครใหม่และโหมดการเล่นใหม่ๆ ในอนาคต ซึ่งก็ต้องมาดูกันว่าจะมีอะไรใหม่ๆ เพิ่มชึ้นมาบ้าง และไม่แน่เราอาจจะได้เห็นกองทัพเกมของนินเทนโดในสนาม e-sport ทั้งเกมนี้เอง Splatoon 2 หรือ Pokemon Tournament DX เร็วๆ นี้ก็เป็นได้

คะแนน 3.5 / 5 ดาว

Post by [Coolerist]
TOP