Wiki review

Splatoon 2

 

ต้องถือว่าเป็นซีรี่ส์ Exclusive ที่เพิ่งเกิดใหม่ของนินเทนโด เพราะ Splatoon ภาคแรกนั้นวางจำหน่ายบนเครื่อง Wii U ซึ่งว่ากันตามตรงแล้ว คนที่มีโอกาสได้สัมผัสกับเกมนี้ยังมีไม่มากเท่าไรแม้ว่ามันจะเป็นเกมที่ยอดเยี่ยมมากก็ตาม และในตอนนี้ที่เครื่องเกมรุ่นใหม่อย่าง Nintendo Switch ที่กำลังฮิตติดลมบน มันก็น่าจะเป็นการดีที่ผู้คนจะได้ชื่นชมผลงานยอดเยี่ยมชิ้นนี้ของปู่นินแบบเต็มๆ ตา

 


มันคือเกมที่เป็นคำตอบของนินเทนโดบนโลกที่กระแสเกมชู้ตติ้งกำลังครองตลาด เพราะทุกอย่างดูเหมือนจะเป็นคอนเซปต์ที่ต่างจากเกมทั้งหลายที่พวกเขาเคยทำมา ตั้งแต่รากฐานของเกมที่เป็นออนไลน์ชู้ตเตอร์ เน้นไปที่เกมเพลย์ที่มีการแข่งขันสูง แต่ยังคงเสน่ห์ความน่ารักของนินเทนโดไว้อย่างเต็มที่ เราจะได้เล่นเป็นตัวละครเด็กน้อยชายหญิงที่มีชื่อว่า Inkling(อิ้งค์ลิ้งค์) ซึ่งสามารแปลงร่างเป็นปลาหมึกแหวกว่ายไปในหมึกสีได้อย่างคล่องแคล่ว แต่ละคนจะพกอาวุธเป็นปืนฉีดสีในรูปแบบต่างๆ ให้หลับตานึกถึงอุปกรณ์ที่ใช้เล่นสงกรานต์หรือใช้ทาสีบ้านก็จะเห็นภาพมากขึ้น เช่น ปืนฉีดน้ำ ที่มีหลากหลายรูปแบบทั้งปืนกล ปืนคู่ หรือแม้แต่สไนเปอร์ ระเบิดลูกโป่งน้ำ แปรงทาสี ไปจนถึงพู่กัน ซึ่งหมึกสีนี้ถ้ายิงใส่ศัตรูก็จะเป็นการโจมตี ถ้ายิงใส่พื้นหรือผนัง ก็จะเป็นการปรับพื้นผิวทำให้เราแหวกว่ายได้ในร่างปลาหมึก ตัวเกมจะแบ่งเป็นสามโหมดใหญ่คือ โหมดเนื้อเรื่อง มัลติเพลเยอร์ และ Hord Mode

 
Story

เนื้อเรื่องของ Splatoon 2 นั้นเกิดขึ้นหลังจากภาคแรกเป็นเวลาสองปี ในคราวนี้เหล่า Octarians (อ๊อคทาเรี่ยน) เผ่าพันธุ์ปลาหมึกวายร้ายได้ขโมย Great Zapfish ไป และเป็นหน้าที่ของเราที่จะต้องตามทวงคืนมา ฟังดูอาจจะไม่เข้มข้นหรือน่าติดตามเท่าไร แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาเพราะตัวเกมส่วนของเนื้อเรื่องทำออกมาได้ค่อนข้างดีมาก

 


ในการผจญภัยของเรา เราจะถูกส่งไปยังโซนต่างๆ ซึ่งภายในโซนนั้นจะมีดันเจี้ยนให้เราผจญภัย แต่ละดันเจี้ยนจะมีลักษณะเป็น Platform Puzzle ที่จะต้องใช้อาวุธ ฉากหรือความสามารถต่างๆ ของตัว Inkling ในการสำรวจและแก้ปริศนาหาทางไปต่อ แม้เส้นทางในแต่ละดันเจี้ยนค่อนข้างจะเป็นเส้นตรง แต่ในบางจุดก็จะมีทางลับทางซ่อนอยู่ประปรายที่ต้องใช้ความช่างสังเกตุจึงจะค้นพบและสามารถพบกับไอเทมลับที่ซ่อนอยู่ได้ เมื่อเราปลดล๊อคดันเจี้ยนในโซนนั้นได้ทั้งหมด เราก็จะต้องสู้กับบอสประจำโซนที่แข็งแกร่ง ซึ่งหากเรารับมือไม่ไหว ก็สามารถย้อนกลับไปเล่นดันเจี้ยนเก่าๆ เพื่อเก็บเงินมาอัฟเกรดอุปกรณ์ของเราให้แข็งแกร่งมากพอ และเมื่อกำราบบอสโซนนั้นลงได้แล้ว เราก็จะสามารถเดินทางไปโซนต่อไปได้

 

แม้โหมดเนื้อเรื่องจะทำออกมาได้ดี แต่ก็เป็นที่รู้กันว่าความสนุกที่แท้จริงของเกมอยู่ในโหมดมัลติเพลเยอร์ ผู้เล่นแปดคน แบ่งเป็นทีมละสี่ จะใช้ปืนยิงหมึกสีสันสดใสต่อสู้กันเพื่อชิงพื้นที่และเอาชนะฝ่ายตรงข้ามในแต่ละแมตช์ โดยจะแบ่งออกเป็นสามประเภทใหญ่ได้แก่

 
Multiplayer

Regular Battle เป็นโหมดมัลติเพลเยอร์ที่ทุกคนจะเล่นได้เป็นลำดับแรก โหมดการเล่นจะมีชนิดเดียวที่เรียกว่า Turf War ผู้เล่นทั้งสองฝ่ายจะต้องแข่งขัน สาดสี ลงบทพื้นของแมพนั้นให้ได้มากที่สุดภายในเวลา 3 นาที โดยไม่นับจำนวนศัตรูที่ฝ่ายเรายิงได้เลย พูดง่ายๆ ว่าตัดสินแพ้ชนะจากพื้นที่ที่สีของทั้งสองฝ่ายปกคลุมอยู่เท่านั้น เป็นโหมดการเล่นที่เข้าใจง่ายที่สุด  

Ranked Battle เมื่อผู้เล่นซ้อมมือจนเชี่ยวชาญถึงเลเวล 10 โหมดการเล่นแบบ Ranked จะปลดล๊อคออกมาให้เล่นได้ เนื่องจากโหมดการเล่นใน Ranked นั้นจะเน้นไปที่การทำ objective หรือมีภารกิจเป็นตัวกำกับ ผู้เล่นจึงต้องมีความเข้าใจพื้นฐานของตัวเกม และฝีมือพอสมควรจึงจะเอาตัวรอดได้ โดยจะแบ่งระดับฝีมือของผู้เล่นเป็น C,B,A และ S ซึ่งสามารถเพิ่มและลดได้ตามอัตราส่วนแพ้ชนะของผู้เล่นแต่ละคน การตัดสินแพ้ชนะทำได้สองทางคือการทำภารกิจสำเร็จหรือหมดเวลา โหมดการเล่นได้แก่ Splatzone ผู้เล่นทั้งสองทีมต้องยึดครองพื้นที่สี่เหลี่ยมเล็กๆ บริเวณกลางฉากไว้ให้ได้นานที่สุด(ยึดโดยการสาดสีใส่) ใครยึดไว้ได้จนหมดเวลาฝ่ายนั้นชนะ Tower Control ผู้เล่นทั้งสองฝ่ายต้องขึ้นไปยืนบนหออคอยเพื่อทำให้มันเดินหน้าเข้าไปยังฐานของศัตรู ฝ่ายที่ขี่หอคอยเข้าไปฐานศัตรูได้ หรือพาหอคอยเข้าไปลึกในเขตศัตรูได้มากกว่าจะเป็นฝ่ายชนะ Rainmaker ทั้งสองฝ่ายจะต้องแย่งชิงไอเทมที่ชื่อว่า Rainmaker ซึ่งเป็นอาวุธทรงพลังมาครองแล้วนำไปส่งถึงฐานศัตรูให้ได้หรือนำมันเข้าเขตศัตรูให้ลึกที่สุดจะเป็นฝ่ายชนะ



League Battle สำหรับผู้เล่นที่มองหาความท้าทายขั้นสูงสุดของเกมนี้ ลีค เป็นคำตอบสุดท้าย เพราะมันจะเป็นศูนย์รวมเอายอดฝีมือของ Splatoon 2 มาไว้ที่นี่ และทุกคนมาพร้อมกับทีม! เพราะการจะเข้าเล่นในโหมดนี้ได้ มีเงื่อนไขสองประการ คือผู้เล่นจะต้องมี Ranked B- เป็นอย่างต่ำ และจะต้องเล่นเป็นทีม 2 คน หรือทีม 4 คนเท่านั้น ดังนั้นหมายความว่าผู้เล่นในลีคจะสื่อสารกันอย่างเข้าขารู้ใจ ทำให้แต่ละแมตช์เป็นการต่อสู้ที่ดุเดือดกว่า Regular และ Ranked มากมายนัก

รางวัลที่ผู้เล่นจะได้จากการเล่นมัลติเพลเยอร์ คือเงินและ exp เพราะเมื่อเราสะสม exp จนถึงระดับหนึ่งก็จะ level up ซึ่งทุกครั้งจะมีการปลดล๊อคอุปกรณ์ต่างๆ ในร้านค้า และเราสามารถใช้เงินที่ได้รับเป็นรางวัลมานั้นในการซื้อไอเทมมาสวมใส่ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสามารถให้ตัวละครของเรามากขึ้น ไอเทมที่เราสามารถใส่ได้จะมี อาวุธ หมวก เสื้อ และรองเท้า  โดยหมวก เสื้อ และรองเท้าจะมี slot หรือช่องใส่ ability สูงสุดถึง 4 ช่องต่อชิ้น ที่จะปลดล๊อคเมื่อเราเล่นมัลติเพลเยอร์ นั่นหมายความยิ่งเราเก็บ exp ให้กับไอเทมของเราเท่าไร ไอเทมชิ้นนั้นก็จะแข็งแกร่งขึ้น โดย ability ต่างๆ ที่มากับไอเทมนั้นจะเป็นแบบแรนด้อม แต่เราสามารถนำไอเทมชิ้นนั้นไปเพิ่ม slot หรือลบ ability ที่เราไม่ต้องการ แล้วใส่ ability ใหม่เข้าไปแทนได้โดยการใช้เงินรางวัล

 

ในส่วนของอาวุธแต่ละชิ้น จะมีการโจมตี 3 ประเภท main หรือการโจมตีที่เกิดจากการยิงอาวุธชิ้นนั้นโดยตรง, sub ระเบิดหรือไอเทมต่างๆ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้เรา และ special ที่ได้จากการสะสมเกมพลังของอาวุธชิ้นนั้นๆ ให้เต็ม(สะสมเกจโดยการสาดสีให้พื้น หรือการยิงศัตรู) ก็จะทำให้เราสามารถใช้ท่าไม้ตายที่ติดอยู่กับอาวุธชิ้นนั้นได้ โปรดสังเกตว่าเราไม่สามารถเลือก sub และ special ได้อย่างอิสระ เพราะมันจะติดอยู่กับอาวุธแต่ละชิ้นเท่านั้น และไอเทมจำพวกอาวุธไม่ต้องใช้เงินหรือค่า exp ในการอัฟเดตแต่อย่างใด

 
Salmon Run

โหมดการเล่นสุดท้ายคือ Co-op Horde Mode ที่ในเกมใช้ชื่อเรียกว่า Salmon Run จะเป็นโหมดที่เราจะต้องต่อสู้กับกองทัพปลาแซลมอนที่บุกขึ้นมาจากท้องทะเล เพื่อฆ่าแซลมอนระดับบอสทั้งหลายและชิงไข่ของมันมา ศัตรูจะออกมาเป็น wave แต่ละเวฟจะมีจำนวนไข่กำหนดมาว่า เราจะต้องเก็บไข่แซลมอนกี่ฟองภายในระยะเวลาที่กำหนดจึงจะผ่านเวฟนั้นไปได้ เป็นโหมดที่สนุกและตื่นเต้นมาก เพราะเราจะต้องร่วมมือกันกับเพื่อนร่วมทีมรวม 4 คน ต่อสู้กับศัตรูจำนวนมาก แถมยังถูกจำกัดอาวุธให้ใช้งานเฉพาะที่เกมมอบให้ ดังนั้นต้องมีการสื่อสารกันตลอดเวลาว่า ศัตรูประเภทไหนอยู่ตรงไหนเพื่อที่จะให้คนที่ถืออาวุธที่เหมาะสมเข้าไปจัดการ ไหนจะต้องคอยบอกตำแหน่งกัน ช่วยเหลือชุบชีวิตเพื่อนที่ตาย อีกทั้งสภาพแวดล้อมของฉากที่เปลี่ยนแปลงได้เสมอ เช่น มีน้ำขึ้นน้ำลง ในช่วงน้ำขึ้นเราจะมีพื้นที่ให้เล่นแคบมาก มีช่วงที่หมอกลง ทำให้เรามองไม่เห็นในระยะไกล มีช่วงเวลากลางคืนที่แซลมอนจะคุ้มคลั่งแล้วออกมาโจมตีเราอย่างรวดเร็วในจำนวนที่มากกว่าปรกติ ถือว่าเป็นส่วนเติมเต็มที่ยอดเยี่ยมที่ทำให้เกมนี้คุ้มค่ามากขึ้น



แต่ Splatoon 2 ก็ใช่ว่าจะไม่มีข้อติ ด้วยระบบการเล่นที่ผมได้กล่าวไว้ข้างต้นทั้ง มัลติเพลเยอร์ และ แซลมอนรัน การสื่อสารถือเป็นหัวใจสำคัญของเกม ซึ่งสำหรับเครื่องสวิตช์ นินเทนโดเลือกใช้วิธีการตั้งห้องแชทผ่าน apps ทางโทรศัพท์ที่มีชื่อว่า Nintendo Switch Online หากคุณตั้งใจจะเล่น League Battle หรืออยากเล่น Salmon Run ในระดับสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพ การ invite เพื่อนให้เข้ามาในเกมของเรา หรือต้องการใช้งานฟังชั่น Voice Chat ต้องทำผ่านช่องทางนี้เท่านั้น ซึ่งเป็นอะไรที่ยุ่งยากและไม่สะดวกเอาเสียเลย เพราะโทรศัพท์ของเราจะต้องเปิด apps นี้ทิ้งไว้ตลอดเวลา พักหน้าจอ เปลี่ยนไปหน้าจออื่นหรือ multitasking ไม่ได้ ถ้าเสียบหูฟังก็จะได้ยินแต่เสียงแชท ไม่ได้ยินเสียงในเกม ทั้งยังเปลืองแบตเตอรี่โทรศัพท์อีกด้วย

 

อีกส่วนหนึ่งก็คือ โหมด Salmon Run นั้นเปิดให้เล่นแบบจำกัดเวลาเป็นรอบๆ เท่านั้น ไม่ใช่ว่าอยากจะเล่นตอนไหนก็เล่นได้(นอกเสียจากตั้งห้องเล่นเองกับเพื่อนแบบ offline) ซึ่งผมไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจแบบนี้ ถ้าเป็นห่วงเรื่องการฟาร์มของ (เพราะของรางวัลในแซลมอนรันดีกว่ารางวัลในโหมดมัลติเพลเยอร์ค่อนข้างมาก) งั้นก็เปลี่ยนไปจำกัดการแจกรางวัลดีกว่ามาจำกัดสิทธิการเล่นของผู้เล่น

 

อย่าให้ความน่ารักของเกมหลอกตาคุณ เพราะกราฟฟิกและดนตรีประกอบสดใส สีสันฉูดฉาด ดูไม่มีพิษภัยฉาบอยู่ภายนอก แต่ในความเป็นจริงนั้น Splatoon 2 เป็นเกมที่ยอดเยี่ยมซึ่งผ่านการคิดและดีไซน์มาเป็นอย่างดี มีเกมเพลย์ที่สนุกสนานเข้าใจง่าย หรือหากแม้เป็นมือพระกาฬก็ยังมีความท้าทายมากพอ น่าเสียดายที่มันถูกเหนี่ยวรั้งไว้ด้วยปัญหาเชิงเทคนิคที่ไม่ควรเกิด ไม่เช่นนั้นเกมจะสมบูรณ์แบบมากกว่านี้ อย่างไรก็ตาม มันเป็นเกมที่สนุกและสมควรจะมีติดเครื่องไว้สำหรับเจ้าของเครื่องสวิตช์ทุกคน



คะแนน 4/5 ดาว

 

Post by [Coolerist]
TOP