Wiki review



รีวิว Final Fantasy XII: The Zodiac Age

คริสตัลตกผลึก...เกมลุ่มลึกกลายเป็นตำนาน

เกมไฟนอลแฟนตาซีภาคที่ 12 วางจำหน่ายครั้งแรกเมื่อ 16 มี.ค.2549 ให้กับเครื่อง PS2 สร้างสรรค์ผลงานโดยค่ายสแควร์ เอนิกซ์ ตัวเกมได้รับการยกย่องอย่างสูงว่าเป็นหนึ่งในภาคที่ดีที่สุดของซีรีส์

ล่าสุดเมื่อ 13 ก.ค.ที่ผ่านมา ตัวเกมได้รับการปรับโฉมเพื่อจำหน่ายอีกครั้งบนเครื่องเกมยุคใหม่ ในชื่อ “FINAL FANTASY XII THE ZODIAC AGE” (PS4) ในราคา 1,890 บาทในรูปแบบแผ่น และราคา 1,620 บาทในรูปแบบดิจิตอล (มีขนาดไฟล์ดาวน์โหลดประมาณ 40 GB)

ซึ่งหลังจากที่ผู้เขียนได้ทดลองเล่นลุยจนจบเกมโดยใช้เวลาไป 30 กว่าชั่วโมงก็เล็งเห็นจุดปรับปรุงเพิ่มเติมมากมายที่แตกต่างจากเวอร์ชั่นดั้งเดิมบน PS2

ที่สำคัญคือจุดเปลี่ยนเหล่านั้นล้วนส่งเสริมเกมที่แทบจะสมบูรณ์แบบอยู่แล้ว…ให้กลายเป็นเกมระดับตำนานเลยทีเดียว!



เนื้อเรื่อง

เรื่องราวในเกมยังเหมือนกับเวอร์ชั่นปกติครับ ซึ่งประเด็นนี้มีข้อน่าสังเกตุอย่างหนึ่งว่า เมืองนอกมักตำหนิถึงเนื้อหาที่ไม่น่าสนใจเท่าที่ควร มีกิมมิกหลายอย่างที่เสนอออกมาในลักษณะสูตรสำเร็จ และที่สำคัญคือใช้แก๊กที่หยิบยืมมาจากภาพยนตร์สตาร์วอรส์...อย่างไรก็ตาม ข้อกังขาลักษณะนี้ไม่ค่อยพบเห็นในบทวิจารณ์ของฝั่งเอเชียเราครับ อาจเป็นเพราะนิยายแฟนตาซีในแบบฉบับของญี่ปุ่น เป็นอะไรที่คุ้นชินกันจนผู้เสพรู้สึกว่า "ย่อยง่าย" หรือดูปุ๊บเข้าใจได้ทันทีโดยไม่ต้องตีความ

Final Fantasy XII เล่าเรื่องราวความขัดแย้งในดินแดนอิวาลิซ ท่ามกลางยุคสมัยแห่งเวทมนต์ที่พัฒนาควบคู่ไปกับเครื่องจักรกลสมัยใหม่ โดยอิวาลิซแบ่งออกเป็น 3 ทวีป ได้แก่ ออร์ดาเลีย, วาเลนเดีย และ เคอร์วอน

ทวีปออร์ดาเลียคือพื้นที่ฝั่งตะวันตกทั้งหมดโดยมีอาณาจักรโรซาเรียนเป็นผู้ปกครอง สภาพแวดล้อมส่วนใหญ่เป็นทะเลทรายแห้งแล้ง ด้านวาเลนเดียเป็นเขตปกครองของอาณาจักรอาเคเดียซึ่งตั้งอยู่ทางตอนเหนือ ขณะที่พื้นที่ตรงกลางก็คือเมืองอิสระดาลมัสกา เมืองแห่งความร่ำรวยทางวัฒนธรรม...เมืองแห่งจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด



เกมเพลย์

“ระบบเกม” คือจุดแข็งทั้งหมดทั้งมวลของเกมนี้เลยครับ คุณจะชอบเกมนี้หรือไม่นั้นก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณใช้งานระบบในเกมได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่นั่นเอง ...บอกก่อนว่าผมไม่ได้พูดเกินเลยจากความจริง เพราะระบบอาชีพ, การเลือกช่องไลเซนส์ และการตั้งแกมบิท สามสิ่งนี้แหละคือหัวใจของไฟนอล 12

ซึ่งโดยส่วนตัวผมให้คะแนนเต็มในส่วนนี้เลย ฉะนั้นจึงขอแนะนำให้พยายามทำความเข้าใจลักษณะพิเศษของอาชีพต่างๆ ให้ดี จากนั้นก็เลือกตั้งอาชีพให้หลากหลายภายในทีมเพื่อความสามารถสูงสุดในการรบ ควรเซ็ตไว้เลยว่า ทีมหนึ่งกับทีมสองจะใช้ใครบ้าง ใครทำหน้าที่ฮีล ใครเน้นปะทะ ใครเน้นโจมตีระยะไกลและคอยสอยพวกศัตรูที่บินได้

ความมันส์ยังไม่จบแค่นี้ครับ เพราะครึ่งหลังของเกม ผู้เล่นควรเริ่มใช้งานแกมบิทให้เชี่ยวชาญเพื่อตั้งค่าตัวละครอัตโนมัติ แล้วผมจะบอกเลยว่าเกมนี้ไม่ยากอย่างที่หลายคนคิด

ทั้งนี้ ในเวอร์ชั่นเน็กซ์เจนอย่างภาคนี้ สิ่งที่พัฒนาเพิ่มขึ้นมาก็คือ The Zodiac Age ใช้เวลาการโหลดฉากสั้นมาก ด้วยประสิทธิภาพของเครื่อง PS4 แถมยังพ่วงด้วยระบบออโต้เซฟ ระหว่างเข้า/ออกฉาก ทำให้ผู้เล่นไม่ต้องพะวงคอยวิ่งไปจุดเซฟบ่อยๆ หรือกลัวว่าจะเผลอเข้าไปเจอบอสทั้งที่ยังไม่เตรียมพร้อมรับมือ

แล้วก็มาถึงพระเอกตัวจริงนั่นก็คือระบบ “เร่งความเร็ว” ที่แค่กด L1 ก็เร่งเกมได้สองระดับ คือ 2x กับ 4x ทำให้ผู้เล่นสามารถลุยเก็บเลเวลได้สะดวกขึ้นเยอะ

เรื่องเร่งความเร็วนี้ผมจะอธิบายให้เห็นภาพแบบนี้ครับ กล่าวคือเมื่อเล่นไปถึงกลางเกม (ช่วงที่ต้องลงไปที่เหมือง Henne Mines) ถ้าใครเคยเล่นภาคเก่าจนจบแล้วจะรู้ว่า เลเวลศัตรูในฉากนี้จะโหดขึ้นอย่างมาก บีบให้ใครที่บุกมาเร็วตามเนื้อเรื่องหลัก อาจต้องถอยกลับไปเก็บเลเวลอยู่แถวทะเลทรายนานเป็นวันๆ แต่พอมีระบบดังกล่าว ผมใช้เวลาวิ่งวนไม่ถึงชั่วโมงก็สามารถอัพเลเวลจนเทพ ลุยผ่านเหมืองนรกได้แบบสบายๆ เลยทีเดียว

นอกจากนี้ เกมยังแถม Trial Mode มาให้ด้วย (ต้องใช้เซฟใดเซฟหนึ่งจากในเกมมาเล่น) โดยมันจะเป็นการลุยกับศัตรูทีละ 10 รอบ (ทั้งหมด 100 ด่าน) พอจบรอบจะมีบอสซึ่งถ้าปราบได้ก็จะมีไอเท็ม มีค่าประสบการณ์ เป็นรางวัลให้ด้วย ซึ่งผมพบว่าโหมดนี้ทำออกมาให้เล่นเพลินๆ มากกว่าจะจริงจัง เพราะพื้นที่แต่ละด่านมักจะแคบๆ ทำให้สุดท้ายก็ไม่เน้นกลยุทธ์ แต่เป็นการวัดระดับเลเวลตัวละครมากกว่า ทำนองว่าถ้าติดที่ด่าน 80 ก็ไปอัพเลเวลมาลุยใหม่...อะไรทำนองนี้



กราฟฟิก

คุณภาพกราฟิกโดยรวมนั้นได้รับการอัพเกรดภาพความละเอียดสูงสำหรับภาพพื้นหลัง โมเดลตัวละคร และชิ้นส่วนประกอบฉากทั้งหมดซึ่งรวมไปถึงแบบตัวอักษรด้วย ผลที่ได้คือภาพเกมที่ไหลลื่น สวยงามรองรับทีวีสมัยใหม่ได้เป็นอย่างดี

ขณะที่ฉากคัตซีนต่างๆ เป็นของเดิมที่ปรับคุณภาพเท่านั้น…ไม่ใช่การสร้างขึ้นใหม่

เพลงประกอบ

ในส่วนของเสียง ต้องยอมรับว่ากลายเป็นจุดแข็งที่โดดเด่นมาก เพราะตัวเกมมีโหมดเลือกเสียงเพลงดั้งเดิม กับแบบบันทึกเสียงวงออร์เคสตร้าขึ้นใหม่ ซึ่งผลที่ได้คือเพลงประกอบสุดอลังการ ช่วยสร้างบรรยากาศขณะเล่นได้ดีเยี่ยม สำหรับภาษาในเกม(ทั้งซับไตเติ้ลและเสียงพากย์) ผู้เล่นสามารถเลือกได้ทั้งอังกฤษและญี่ปุ่นครับ

สรุป

The Zodiac Age ถือว่าเป็นเกมที่คุ้มค่าอย่างมาก มีระบบที่คลาสสิกผสมผสานกับคุณภาพของชิ้นงานแบบเกมสมัยใหม่ คนไม่เคยเล่นควรเล่นครับ ใครเคยเล่นแล้ว...หากมีทุนทรัพย์พอซื้อได้ ก็ขอแนะนำให้เอามาลุยกันอีกซักรอบ เชื่อผม ไม่ผิดหวังแน่นอน

คะแนน 4.5/5 ดาว

ขอขอบคุณโค้ดรีวิวจาก PC&A และ Sony Interactive Entertainment มา ณ โอกาสนี้

รีวิวโดย ปอลนาโช่

Post by [ปอลนาโช่]
TOP