Wiki review

ถึงแม้เราจะเห็นบทสรุปที่สมบูรณ์ของนักล่าสมบัติระดับพระกาฬ Nathan Drake ใน Uncharted 4: A Thief’s End แล้ว แต่เชื่อว่ายังมีอีกหลายคนยังคงติดใจอยู่กับเรื่องราวและชะตากรรมของตัวละครบางตัวที่ถูกทิ้งไว้แบบครึ่งๆ กลางๆ และรอการคลายปมอยู่อีกมากพอสมควร ซึ่งก็เป็นเรื่องน่ายินดีที่ The Lost Legacy ได้ทำหน้าที่เป็นจิ๊กซอว์ตัวสุดท้ายที่เข้ามาเติมเต็มภาพของ Uncharted ให้กลายเป็นซีรีส์ที่จะอยู่ในความทรงจำของเกมเมอร์ไปอีกนานแสนนาน



The Lost Legacy ยังมีองค์ประกอบทุกอย่างที่ยังจับใจแฟนๆ Uncharted ได้อย่างเหนียวแน่น ซึ่งหากจะสรุปหัวใจสำคัญที่ทำให้ Uncharted เป็น Uncharted มาจนถึงปัจจุบัน สำหรับผมก็คงมีด้วยกัน 3 อย่าง คือ เนื้อเรื่องและการนำเสนอ งานศิลป์ และระบบ Gameplay  ซึ่งผมจะเริ่มพูดถึงส่วนที่ผมเฉยๆมากที่สุดสำหรับ The Lost Legacy นั่นคือระบบ Gameplay ที่ว่าเฉยๆ ก็เพราะ ไม่ว่าจะเป็นการเคลื่อนที่ทั้งบนบกและในน้ำ การใช้อาวุธหรืออุปกรณ์อย่างเชือกก็เป็นสิ่งที่ถอดออกมาจากภาค 4 ทั้งหมด ตัวละครที่เป็น AI คือ Nadine ก็ช่วยอำนวยความสะดวกสบายให้เราได้มากพอสมควร เช่น การขับรถมาให้เรา การช่วยดันสิ่งของ แต่ถ้าเข้าสู่ช่วงต่อสู้ผมรู้สึกว่า Nadine จะไม่ค่อยมีบทบาทมากนัก คงเพราะตัวเกมอยากให้ผู้เล่นได้ลงมือเก็บศัตรูทั้งหมดเองมากกว่า ทำให้โดยภาพรวมแล้ว Gameplay ยังให้อารมณ์ความรู้สึกเหมือนได้เล่น Uncharted 4 ในสถานที่และเรื่องราวใหม่


 


งานศิลป์

ไม่ว่าจะผ่านไปสักกี่ภาค ดินแดนในจินตนาการที่ Uncharted ถ่ายทอดออกมาผ่านสถาปัตยกรรมก็ทำให้เราอดทึ่งไปพร้อมกับตัวละครไม่ได้ และเหมือน Naughty Dog จะรู้จุดแข็งนี้ของตัวเองดี เกมจึงผสมผสานการเล่นเกมและการเสพงานศิลป์ในเกมอยู่ตลอดเวลา เช่น การบังคับตัวละครให้ไต่ไปตามโบราณสถานหรือรูปปั้นขนาดยักษ์จะมีการเล่นมุมกล้องให้ผู้เล่นได้มองเห็นความอลังการของดินแดนโบราณ รูปปั้นมหึมาของพระพิฆเนศที่ขนาบอยู่สองข้างทางน้ำตก ฝูงช้างที่อาศัยในโบราณสถาน ซึ่งผู้เล่นสามารถหยุดสำรวจและถ่ายภาพได้เองตลอดเวลา นอกจากนี้เกมยังมีขนาดของแผนที่ที่กว้างใหญ่พร้อมกับระบบกำหนดจุดถ่ายภาพสวยๆ ให้ผู้เล่นด้วย เมื่อผู้เล่นกดปุ่มสามเหลี่ยมในจุดที่กำหนด Chloe ก็จะบันทึกภาพนั้นไว้ในกล้องมือถือไว้เอามาชมทีหลังได้


งานศิลป์ในเกมยังถูกเอามาผสมผสานกับการออกแบบปริศนาที่เป็นการอิงจากเทวตำนานพระพิฆเนศด้วย โดยเฉพาะสัญลักษณ์ที่เกี่ยวข้องกับเทพเจ้าต่างๆ เช่น ตรีศูลพระพิฆเนศ ขวานพระศิวะ ซึ่งจะถูกนำมาใช้เป็นกุญแจไขปริศนาให้ผู้เล่นได้ใช้สมองขบคิดกันตลอดทั้งเกม

ถ้าจะมีติดใจผมก็มีอยู่นิดเดียวคือ ดูเหมือนเกมจะอาศัยวัตถุและฉากต่างๆ ในเมือง Libertalia ของ Uncharted 4 มาเยอะพอสมควร ยิ่งเฉพาะฉากในภาคนี้จะเน้นที่โทนสีเขียว เน้นธรรมชาติ แม่น้ำ เป็นหลัก ทำให้คนที่เล่นภาค 4 มาก่อนอาจจะรู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่เคยเห็นผ่านตามาแล้ว



เนื้อเรื่องและการนำเสนอ

มาถึงส่วนที่ผมคิดว่าเกมทำออกมาได้ดีที่สุดนั่นคือการเล่าเรื่อง เวลาเราพูดถึงหนังหรือเกมล่าสมบัติ เรามักจะคิดว่ามันมีสูตรตายตัวอยู่แล้วสำหรับเรื่องแนวนี้ ความยากจึงอยู่ที่การนำเสนอเรื่องราวออกมาให้มีมิติน่าค้นหา เราจะเห็นว่าใน Uncharted ภาคก่อนๆ หรือ Tomb Raider การตามหาสมบัติไม่ใช่แค่การออกค้นหาวัตถุเวทมนต์ที่มีค่ามหาศาลหรืออาณาจักรที่สาบสูญเท่านั้น แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดของการผจญภัยคือการที่ตัวละครได้ค้นพบเรื่องราวและตัวตนของตัวเอง The Lost Legacy ยังคงยึดกุมหัวใจของการเล่าเรื่องนี้อย่างเหนียวแน่น โดยใช้เกมภาคนี้ค่อยๆ เปิดเผยตัวตนของ Chloe รวมถึงความสัมพันธ์ของเธอกับรูปปั้นพระพิฆเนศที่พ่อทิ้งเป็นมรดกให้เธอด้วย


ตัวละครหลักอีกตัวที่เราจะลืมไม่ได้เลยคือ Nadine Ross เพราะสิ่งที่เราค้างคาใจเกี่ยวกับ Nadine ในเกมภาคก่อนจะถูกเปิดเผยและคลี่คลายในภาคนี้ทั้งหมด เกมจะค่อยๆ แสดงให้เห็นอีกแง่มุมหนึ่งของ Nadine จากหนึ่งในตัวละครที่ถูกวางบทให้เป็นฝ่ายตรงข้ามกับ Drake มาก่อน เป็นศัตรูตัวร้ายที่คอยขัดขวางสองพี่น้อง คราวนี้เราจะได้เห็นเธอสวมหมวกของนักล่าสมบัติเป็นคู่หูของ Chloe เห็นด้านดราม่าและน่ารักของเธอ  ซึ่งจุดนี้ต้องยกความดีให้คนเขียนและคิดบทสนทนาที่ทำให้ปฏิสัมพันธ์ของทั้งสองดูลื่นไหล มีความเคมีเข้ากัน โดยเฉพาะในตอนท้ายที่มีตัวละครหลักอีกตัวเข้ามาร่วมแก๊งล่างาพระพิฆเนศด้วยยิ่งบันเทิง (ขออุบไว้ตรงนี้ก่อนแล้วกันครับว่าเป็นใคร) และผมเชื่อว่าถ้าคุณเล่นจนจบ คุณอาจจะเพิ่ม Nadine ให้เป็นอีกตัวละครที่คุณชอบในซีรีส์นี้เลยก็ได้

อีกส่วนหนึ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือการออกแบบฉากไล่ล่าหรือฉากเอาชีวิตรอดที่เกมไม่ยอมลดมาตรฐานงานด้านนี้ลงจากภาคก่อนเลย ทุกฉากมีความตื่นเต้นอลังการตั้งแต่ต้นลากยาวไปจนจบเกม และผมขอบอกว่าฉากไคลแมกซ์สุดท้ายจะทำให้แฟนๆ Uncharted ต้องนึกถึงฉากไล่ล่าที่เป็นความทรงจำในภาคสองแน่นอน

ถึงตอนนี้เรายังไม่รู้ว่าอนาคตข้างหน้าซีรีส์นี้จะมุ่งไปในทิศทางไหน แต่หนทางในอนาคตคงอีกยาวไกลมากพอสมควร และ The Lost Legacy ดูจะเป็นของดูต่างหน้าเพียงอย่างเดียวที่ Naughty Dog ฝากไว้ให้แฟนๆ โชคดีที่ว่าเกมยังคงมาตรฐานของภาค 4 ได้อย่างเหนียวแน่น ถึงเกมจะไม่ได้พัฒนาต่อยอดระบบจากเดิม แต่ถ้าคุณต้องการเกมที่มีฉากแอ็คชั่นไล่ล่าสุดระห่ำ The Lost Legacy ก็มีให้คุณ ถ้าคุณต้องการเสพงานศิลป์ชั้นยอด สถาปัตยกรรมแห่งโหยษละจะทำให้คุณพึงพอใจ และถ้าคุณยังคิดถึง Drake กับ Sully กับการผจญภัยแบบคู่หู คงไม่มีทำหน้าที่แทนได้เหมาะสมเท่ากับ Chloe และ Nadine อีกแล้ว

คะแนน 8/10

ขอขอบคุณโค้ดรีวิวจาก PC&A และ Sony Interactive Entertainment มา ณ โอกาสนี้

Post by [Reviewer Ocelot]
TOP