Wiki review


เพื่อนจิ๋วไซส์ใหญ่ ลุยถึงไหนถึงกัน

Knack 2 เป็นเกมแอ็คชั่นแอดเวนเจอร์ภาคต่อของ Knack ที่วางจำหน่ายบน  PlayStation 4 ไปเมื่อปี 2013 ซึ่งในช่วงที่เกมวางจำหน่ายก็ได้รับเสียงตอบรับในระดับกลางๆ แล้วสำหรับภาคต่อในคราวนี้จะเป็นอย่างไรล่ะ?


เนื้อเรื่อง

สำหรับเนื้อเรื่องของเกมนั้น ไม่มีอะไรสลับซับซ้อนนัก ให้ความรู้สึกคล้ายเราดูการ์ตูนอนิเมชั่นของฝั่งตะวันตกที่เข้าใจง่าย เดินเรื่องตรงๆ ตัวละครแต่ละตัวดูมีคาแรคเตอร์ที่ชัดเจน เรารับบทเป็น Knack สิ่งมีชีวิต(?) ที่ถือกำเนิดจาก relic อันเป็นอารยธรรมโบราณของโลกซึ่งสามารถดึงชิ้นส่วนของ relic อื่นๆ มาประกอบเข้ากับตัวเองเพื่อขยายร่างได้ โดยมี Lucas เด็กหนุ่มนักสำรวจเป็นเพื่อนคู่หู ซึ่งพวกเขาทั้งสองจะต้องฝ่าฟันอุปสรรคและมหันตภัยร้ายครั้งใหม่จากอารยธรรมโบราณและช่วยโลกนี้เอาไว้

อย่างที่เกริ่นไปแล้วว่าเนื้อเรื่องของเกมไม่มีอะไรสลับซับซ้อน ตัวเกมจึงไม่มีประเด็นอะไรให้ต้องขบคิดหลังเล่นจบ ตัวดีและตัวร้ายเห็นได้ชัดเจน แม้จะมีจุดหักมุมบ้างแต่ก็ไม่ใช่อะไรที่เกินความคาดหมายของคนเล่นเท่าไหร่นัก ในแง่ของพัฒนาการตัวละครก็มีบ้างโดยเฉพาะ Lucas เพียงแต่ก็ไม่ได้นำเสนอออกมาได้อย่างลึกซึ้งหรือกินใจอะไรนัก อาจจะด้วยไม่ใช่ประเด็นสำคัญของเกมนั่นเอง แต่ถึงอย่างนั้นด้วยความที่เนื้อเรื่องย่อยง่ายนี่เองจึงทำให้ผู้เล่นเพลินกับตัวเกมไปได้เรื่อยๆ โดยไม่ต้องคิดอะไรมากมาย


เกมเพลย์

ในส่วนของระบบการเล่นนั้น คงต้องบอกว่าค่อนข้างเกินกว่าที่คาดเอาไว้พอสมควร แก่นหลักของเกมคือเกมแอ็คชั่นแพลตฟอร์มที่ผสมผสานการแก้ปริศนาแบบเรียบง่าย เช่น การนำเอาเสามาวางเพื่อเป็นขาหยั่ง จากนั้นไปดึงสวิตช์เปิดประตูแล้วรีบวิ่งเข้าก่อนประตูปิด เป็นต้น แต่ถ้าใครหาทางไปต่อไม่ได้ ตัวเกมก็จะมีระบบช่วยเหลือเพื่อบอกว่าจะต้องทำอะไรต่อไปขึ้นมาให้เห็นด้วยเช่นกัน


รูปแบบการต่อสู้ของเราเน้นที่การโจมตีด้วยหมัดและเท้าเป็นหลัก เราสามารถต่อยเตะศัตรูได้สูงสุด 3 จังหวะ (สามารถอัพเกรดเป็นต่อย 5 จังหวะและเตะ 4 จังหวะได้ในภายหลัง) รวมถึงสามารถหยิบจับสิ่งของมาปาใส่ศัตรูได้บ้าง แต่เมื่อเล่นไปตามเนื้อเรื่องเราจะมีท่าให้ใช้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งท่าเหล่านี้ก็ยังสามารถอัพเกรดได้อีก รวมถึงเพิ่มความสามารถ passive เช่นเพิ่มพลังโจมตีหรือความเร็วในการโจมตี อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่ในช่วงแรกของเกมที่เรายังออกท่าออกทางอะไรไม่ได้มากนี่เอง จึงอาจทำให้คนเล่นรู้สึกอึดอัดกับระบบการต่อสู้ที่ไม่ค่อยทันใจและขาดฟังก์ชั่นการใช้งานที่พึงมีจนพาลหยุดเล่นไปก่อนก็ได้ แต่เมื่อปลดท่าและปลดความสามารถออกมาครบแล้วตัวเกมจะง่ายและลื่นไหลกว่าเดิมพอควรเลยทีเดียว


Knack 2 Review 1.jpg (577 KB)

สกิลที่มีให้อัพเกรดนั้นก็กำลังดีไม่มากไปไม่น้อยไป


ระบบอันเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของเกมนี้ก็คือการขยายร่างและการหดร่างของ Knack นี่เอง เมื่อเรายิ่งเก็บ relic จากในฉากได้มากเท่าไหร่ ร่างกายเราก็จะยิ่งขยายใหญ่ขึ้นเท่านั้น สิ่งที่ตามมาพร้อมกับรูปร่างอันใหญ่โตของเราก็คือพลังชีวิตที่ยาวขึ้นและพลังโจมตีที่มากขึ้นนั่นเอง หากเราโดนโจมตีชิ้นส่วนก็จะหลุดไปเรื่อยๆ และตัวเราก็จะค่อยๆ เล็กลง หากแต่ถ้าหลบการโจมตีไปพักหนึ่งชิ้นส่วนก็จะกลับมารวมตัวกันจนร่างกายเรากลับมาเท่าเดิมอีกครั้ง (หรือพูดง่ายๆ มันก็คือระบบฟื้นฟูพลังชีวิตแบบในเกม FPS นั่นเอง) อย่างไรก็ตาม แม้ผู้เล่นจะอยากคงรูปร่างใหญ่โตไว้ตลอดเวลาเพราะมันช่วยให้การต่อสู้เป็นไปอย่างสะดวกโยธิน แต่เกมจะมีช่วงให้เราต้องเปลี่ยนไปเป็นร่างเล็กเพื่อแก้ปริศนา หรือไม่ก็เพื่อกระโดดในจุดที่ร่างใหญ่ไม่สามารถไปได้ และเมื่อผ่านช่วงนั้นมาแล้วเพียงกด R1 ชิ้นส่วนก็จะกลับมารวมกับเราโดยอัตโนมัติตามเดิม เรียกได้ว่าตลอดทั้งเกมผู้เล่นจะต้องสลับไปมาระหว่างร่างใหญ่และร่างเล็กแน่นอน ซึ่งเมื่อเล่นไปเรื่อยๆ ก็จะมีร่างเหล็กหรือร่างคริสตัลให้ใช้เพื่อแก้ปริศนาในเกมด้วยเช่นกัน

Knack 2 Review 2.jpg (507 KB)

This isn’t even my final size!


นอกจากการเล่นแบบแอ็คชั่นและพัสเซิลแล้ว ในเกมยังมีระบบการเก็บชิ้นส่วน gadget หรือ relic ต่างๆ อีกด้วย (แน่นอนว่าซ่อนอยู่ตามฉากต้องขยันหาเอง) ซึ่ง gadget ก็จะเป็นการเพิ่มฟังก์ชั่นหรืออำนวยความสะดวกต่างๆ ให้ผู้เล่น ไม่ว่าจะเป็นแสดงแถบพลังชีวิตของศัตรู หรือช่วยเราวาร์ปกลับมาบนพื้นหากตกเหว เป็นต้น ส่วนพวก relic ก็จะทำให้เราได้ร่างใหม่ (สกินใหม่) ที่จะมีความสามารถพิเศษเพิ่มเติมจากร่างปกติ

Knack 2 Review 3.jpg (309 KB)

Gadget จะช่วยให้เล่นได้สะดวกขึ้นมาก อย่างชิ้นนี้เมื่อเราทำลาย Sunstone ก็จะทำให้ศัตรูใกล้ๆ ติดสภาวะมึนทันที

Knack 2 Review 4.jpg (151 KB)

เมื่อเก็บ Ruby Relic ครบก็ได้ Knack ร่างนี้มาที่จะมีความสามารถพิเศษวาร์ปไปด้านหลังศัตรูได้

หากจะให้อธิบายว่ารูปแบบการเล่นของเกมนี้คล้ายกับอะไร ถ้าบอกว่าคล้าย God of War เวอร์ชันคลาสสิคที่ตัดความดิบเถื่อนออกไปทั้งหมดก็คงใกล้เคียงที่สุด เพราะตัวเกมจะเต็มไปด้วยฉาก set piece และมี QTE ให้กดตลอดเวลา และเน้นการนำเสนอภูมิประเทศหรือสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่ให้ผู้เล่นได้รับชมเสมอๆ โดยที่มุมกล้องจะล็อคตายตัวเอาไว้ไม่สามารถหมุนไปมาได้ เมื่อเป็นเช่นนี้อนาล็อกขวาจึงทำหน้าที่เป็นปุ่มในการแดชหลบการโจมตีไปโดยปริยาย

Knack 2 Review 5.jpg (779 KB)
ฉากแสดงความกว้างใหญ่แบบนี้จะมีทั้งเกม


สรุป

Knack 2 ถือเป็นเกมแอ็คชั่นพัสเซิลน้ำดีที่เล่นได้สนุกเพลินๆ แม้จะไม่ถึงขั้นเป็นเกมที่ต้องเล่นให้ได้ แต่พอลองเล่นแล้วก็สนุกไม่เบาเหมือนกัน ถ้ากำลังมองหาเกมแอ็คชั่นที่เล่นสนุกกำลังดีไม่ยากและไม่ง่ายจนเกินไป Knack 2 ก็เป็นตัวเลือกหนึ่งที่น่าพิจารณาหามาเล่นครับ

คะแนน 3.5 ⁄ 5

ขอขอบคุณโค้ดรีวิวจาก Sony Interactive Entertainment มา ณ โอกาสนี้

Post by [G-jang]
TOP