Wiki review


Dynasty Warriors 9


ยกเครื่องใหม่ขุนศึกสยบพัน แต่ดันมาแบบกระท่อนกระแท่น


*ขอขอบคุณโค้ดรีวิวจาก Sony Interactive Entertainment มาในโอกาสนี้ด้วยครับ



ซีรีส์ Dynasty Warriors หรือ Shin Sangoku Musou นี้เป็นที่รู้จักกันในหมู่นักเล่นเกมชาวไทยว่าสามก๊กมั่วซั่วเพราะรูปแบบเกมที่ให้เราได้บุกลุยไปในสมรภูมิยุคสามก๊กฝ่ากองทัพข้าศึกนับร้อยนับพันประหนึ่งหลุดมาจากพงศาวดาร หากแต่ด้วยอายุของซีรีส์ที่ปาเข้าไป 21 ปีนับแต่ภาคแรกบนเครื่อง PS1 นั้น ซีรีส์นี้มักโดนค่อนขอดเรื่อยมาว่ารูปแบบเกมนั้นซ้ำซากไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมาเป็นเวลานาน (แต่ภาคแรกสุดเป็นเกมไฟติ้งนะเออ) มาคราวนี้ในภาค 9 (แต่ถ้าเป็นภาคภาษาญี่ปุ่นจะนับเป็นภาค 8 เพราะภาคแรกสุดใช้ชื่อว่า Sangoku Musou เฉยๆ มาเติมคำว่า Shin ในภาค PS2) ทีมพัฒนาอย่าง Omega Force ก็เลยทำการท้าทายตัวเองโดยการทำเกมเป็น open world ซะเลย แล้วการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้มันดีขึ้นหรือแย่ลงกันแน่?


เนื้อเรื่อง

ขึ้นชื่อว่าสามก๊กแล้ว เนื้อหาจึงไม่สามารถบิดหรือเพี้ยนไปจาก source material อย่างพงศาวดารได้มากนัก แม้ว่าในภาคก่อนๆ อาจจะมีเนื้อเรื่องแบบ what if ให้ได้เล่นบ้างแต่ก็ไม่ได้หลุดไปจากเนื้อหาดั้งเดิมเท่าไหร่ (เว้นแต่จะเป็น Warriors Orochi ที่ทีมสร้างยำใหญ่ตามใจชอบได้โดยไม่ต้องสนอะไร) ทว่าในภาคนี้การดำเนินเรื่องของแต่ละตัวละครที่เราเลือกจะต้องเล่นตามยุคสมัยที่ตัวละครนั้นๆ มีบทบาทอยู่ในพงศาวดารเพียงอย่างเดียว เรียกได้ว่าถ้าใครยังไม่เคยได้รับการกล่าวถึงในเหตุการณ์ไหนเราก็จะเลือกเล่นคนๆ นั้นในเหตุการณ์นั้นไม่ได้เลย แต่ละคนจะดำเนินเนื้อเรื่องไปในยุคสมัยที่ระบุเอาไว้ตามพงศาวดารเท่านั้น ยกตัวอย่างเช่น หากเราเลือกเล่นลิโป้ เหตุการณ์สุดท้ายของลิโป้จะเป็นยุทธการที่แห้ฝือ (Xiapi) เท่านั้น เนื้อเรื่องจะไม่ดำเนินไปไกลมากกว่านั้น เราจะไม่ได้เห็นว่าหากลิโป้รอดจากยุทธการแห้ฝือไปได้แล้วจะทำอะไรต่อไปแน่นอน ดังนั้น ขุนพลคนไหนที่มีชีวิตยืนยาวเราก็จะได้เล่นเป็นคนนั้นนานเลยทีเดียว แต่ใครที่บทบาทน้อยก็จะมีเนื้อเรื่องให้เล่นไม่มากนัก ถือเป็นอะไรที่น่าเสียดายพอสมควรเหมือนกัน เว้นแต่คุณจะนำขุนพลคนนั้นไปเล่นใน Free Mode แบบไม่สนยุคสมัยนั่นก็อีกเรื่องหนึ่ง


เกมเพลย์

ระบบเกมโดยหลักของภาคนี้ยังคงเป็นการลุยแหลกฝ่ากองทัพนับร้อยนับพันเหมือนเดิม หากแต่เมื่อเปลี่ยนมาเป็น open world แล้ว ทีมพัฒนาจึงได้พยายามใส่ระบบต่างๆ ให้เหมาะสมกับรูปแบบเกมมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการรับเควสต์ไปทำเพื่อรับค่าตอบแทนเป็นเงินหรือไอเท็ม รวมถึงค่าประสบการณ์ของขุนพลที่เราเล่น มีการเพิ่มเติมระบบเลเวลเข้ามาให้เราเลือกอัพค่าพลังได้อิสระ สามารถเลือกสวมใส่อาวุธหรือเครื่องประดับที่จะให้ผลลัพธ์แตกต่างกันไปได้ หรือแม้แต่อาวุธของตัวละครก็สามารถติดตั้ง gem เพื่อเพิ่มความสามารถได้เช่นกัน นอกจากนั้นเรายังสามารถซื้อขายของได้จากพ่อค้า ล่าสัตว์ป่าเพื่อนำพอยต์ไปแลกไอเท็มดีๆ หรือแม้แต่นำเอาเหรียญโบราณไปแลกเป็นไอเท็มหายากได้ มิหนำซ้ำก็ยังสามารถเก็บ scroll เพื่อช่วยให้เราสามารถนำทรัพยากรที่มีไป craft อาวุธหรือไอเท็มดีๆ มาไว้ใช้งานได้ เราสามารถปรุงอาหารกินเพื่อเพิ่มค่าพลังหรือให้ผลลัพธ์ด้านบวกได้ชั่วระยะเวลาหนึ่ง แถมยังสามารถซื้อมาและเก็บเลเวลให้ม้าได้อีกเพื่อให้ม้าของเราวิ่งได้นานขึ้น เร็วขึ้น อึดขึ้น ฯลฯ เรียกได้ว่าระบบอะไรที่ผู้เล่นคุ้นเคยกันในเกม open world อื่นๆ นั้น เกมนี้มีให้หมดทุกประการ

ตกปลา.jpg (258 KB)
หนึ่งในกิจกรรมที่มีให้ทำในเกมคือการตกปลา

หน้าจอสเตตัส.jpg (336 KB)
หน้าจอสถานะของเราละเอียดกว่าที่ผ่านมา

ทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้นนั้น คงเป็นอะไรที่น่าตื่นตาตื่นใจและน่าสนุกในตอนวางแผนงาน หากแต่เมื่อมันอยู่ในเกมจริงๆ แล้วทุกอย่างมันกระท่อนกระแท่นไปหมดด้วยปัญหาด้าน performance ของเกมครับ

ปัญหาแรกเลยที่ไม่พูดถึงคงไม่ได้นั่นคือปัญหาด้านเฟรมเรตของตัวเกม ผมเล่นบนเครื่อง PS4 Pro ดังนั้นจึงสามารถเลือกได้ว่าจะเล่นแบบ Action Mode หรือ Cinematic Mode ได้ โดยที่ Action Mode นั้นตัวเกมระบุว่าจะให้ความสำคัญกับเฟรมเรตเป็นหลักในขณะที่ Cinematic Mode จะให้ภาพที่สวยขึ้น แต่พอเราลองปรับแล้วก็ไม่พบว่าต่างกันยังไงครับ เพราะเฟรมเรตที่ตกกราวรูดก็ยังคงอยู่ แม้จะเลือก Action Mode ในฉากที่แทบไม่มี object ให้เห็นบนหน้าจอก็ยังไม่ได้เฟรมเรตที่เรียกว่าเสถียรได้เต็มปาก พอเข้าฉากสู้ที่มีตัวละคร NPC เยอะๆ จึงทำให้เฟรมของเกมดิ่งได้ในทันที ซึ่งก็อาจทำให้หลายคนมีอาการปวดตาในขณะเล่นได้เหมือนกัน

ภาพตอนเล่น.jpg (518 KB)
ดูตอนเป็นภาพนิ่งอาจมองไม่ออก
แต่ถ้าเล่นแล้วสิ่งที่เห็นคือการกระตุกอย่างไม่ควรเกิดขึ้น

ปัญหาอีกอย่างคือตัวเกมมักโหลด object หรือโมเดลไม่ทันบ่อยครั้ง สังเกตได้ง่ายสุดก็ตอนที่เลือก fast travel ไปจุดอื่นที่ไกลจากตำแหน่งปัจจุบันของเราครับ ตัวเกมต้องใช้เวลาพักหนึ่งกว่าที่จะโหลดโมเดลรวมถึงพื้นผิวต่างๆ ขึ้นมาได้ครบ แต่แม้จะโหลดครบแล้วหลายครั้งที่เราควบม้าอยู่ก็จะเห็นต้นไม้หรือไอเท็มทรัพยากรต่างๆ โหลดขึ้นมาให้เห็นในระยะประชิดบ่อยเช่นเดียวกัน แน่นอนว่าปัญหานี้ไม่ได้ส่งผลกระทบแค่ขณะเดินทางเท่านั้น หากแต่ยังส่งผลในฉากสู้ด้วย บ่อยครั้งที่เมื่อเรากำลังโจมตีศัตรูจำนวนมากอยู่แล้วศัตรูจะหายไปเฉยๆ คาดว่าน่าจะเป็นเพราะตัวเกมจัดการกับ memory ได้ไม่ดีพอจึงทำให้โมเดลบางส่วนไม่ปรากฏให้เห็น จึงกลายเป็นว่าแทนที่เรากดใช้ท่ามุโซวแล้วจะกวาดศัตรูได้หมดอย่างที่คิดกลับต้องมาไล่ตีศัตรูที่เหลือเพราะพวกมันเพิ่งจะโผล่ออกมาหลังจากที่เราตีศัตรูหายไปจำนวนหนึ่ง ถือเป็นอะไรที่ชวนหงุดหงิดได้บ่อยครั้ง

ปัญหาต่อมาคือระบบการ spawn ไอเท็มหรือศัตรูที่ค่อนข้างเพี้ยนพอสมควร บ่อยครั้งที่ผมเห็นบรรดาสัตว์ป่าไปเกิดกลางน้ำ แล้วพวกมันก็จะไม่เคลื่อนไหวอะไรเพียงแค่ตีขาลอยคอนิ่งๆ รอให้เราจัดการ หรือเมื่อเราสามารถยึดฐานทัพจุดไหนได้แล้วก็จะมีกล่องไอเท็ม spawn ขึ้นมาให้เราได้เก็บ หากแต่ในบางทีกล่องไอเท็มก็ดันไป spawn อยู่กลางอากาศในจุดที่ไม่สามารถกระโดดถึงได้ แม้จะสามารถใช้ธนูทำลายกล่องได้แต่ไอเท็มก็จะอยู่ในจุดที่เก็บไม่ถึงอยู่ดี (เว้นแต่เราจะติดเครื่องประดับที่ดูดไอเท็มเข้าหาตัวอัตโนมัติ...แต่นั่นก็ดูไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาแบบที่ควรจะเป็นเท่าไหร่)

กล่องลอย.jpg (497 KB)
ลอยกลางอากาศประหนึ่งมีใครใช้พลังเทเลคิเนซิสยกมันอยู่

ส่วนอื่นๆ ของตัวเกมที่เพิ่มเติมเข้ามานั้น หลายอย่างผมมองว่าเป็นการเพิ่มเข้ามาให้ดูว่าตัวเกมมีเนื้อมีหนังมากมาย แต่พอเอาเข้าจริงแล้วมันกลับให้ความรู้สึกว่าไม่ต้องใส่มาก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นระบบการปีนหอคอยเพื่อเปิดดูสถานที่น่าสนใจโดยรอบ แต่ด้วยความที่แผนที่ในเกมนี้โล่งโจ้งแทบไม่มีรายละเอียดอะไร ทัศนียภาพก็ไม่ได้ทำออกมาแล้วดูสวยงามเหมือนอย่างเกม open world เกมอื่นๆ ดังนั้นการแพนมุมกล้องเมื่อเราปีนขึ้นไปบนจุดสูงสุดของหอคอยในเกมนี้จึงไม่ทำให้เกิดความรู้สึกตื่นตาตื่นใจเลยแต่กลับให้ผลตรงกันข้ามมากกว่า หรืออย่างเช่นระบบการซื้อ hideaway ที่เป็นบ้านของเราเพื่อให้เราสามารถซื้อเฟอร์นิเจอร์หรือเครื่องประดับอื่นๆ มาแต่งบ้านเองได้ แม้เฟอร์นิเจอร์บางชิ้นจะช่วยให้เราสามารถสร้างไอเท็มหรือทำอาหารกินได้เอง แต่สุดท้ายก็ไม่ได้สร้างความแตกต่างอะไรกับการไปสร้างไอเท็มกับพ่อค้าในเมือง แม้กระทั่งระบบการเชิญขุนพลมาสังสรรค์ที่บ้านเพื่อเพิ่มค่าความสัมพันธ์ก็ไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์อะไรที่เด่นชัดนอกเสียจากว่าขุนพลคนที่เราเชิญมาอาจให้ไอเท็มเราในบางครั้งหรือชวนเราฝึกฝนเพื่อเพิ่มค่าประสบการณ์เท่านั้นเอง

เชิญขุนพลมาเยี่ยม.jpg (412 KB)
เราส่งจดหมายเชิญขุนพลมาเยี่ยมได้
แต่ประโยชน์ที่มีให้นั้นแทบไม่ส่งผลอะไรกับเกมเท่าไหร่

ปีนหอคอย.jpg (353 KB)
บนยอดหอคอยกล้องจะแพนไปรอบๆ หนึ่งรอบ
ซึ่ง...ไม่รู้จะแพนทำไม เพราะมันไม่มีวิวอะไรให้ดู

แล้วในส่วนของระบบการต่อสู้ในภาคนี้ล่ะ? คงต้องบอกว่าก็เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมบ้างเหมือนกันครับ รูปแบบการเล่นยังคงเน้นการโจมตีเป็นชุดด้วยปุ่มสี่เหลี่ยม หากแต่ในคราวนี้ปุ่มสามเหลี่ยมไม่ได้เป็นปุ่มโจมตีหนักสำหรับปิดคอมโบแล้วแต่จะใช้เพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ต่างๆ แทน ไม่ว่าจะเป็นการพุ่งเข้าจู่โจมฉับพลัน การโจมตีสวน เป็นต้น นอกจากนั้นแล้วภาคนี้ยังเพิ่มท่าโจมตีพิเศษเมื่อกด R1 ค้างเข้ามา โดยแบ่งเป็นท่างัด ท่าทำให้มึนงง ท่าทำให้ล้ม และท่าเฉพาะ ซึ่งเราสามารถผสมท่าโจมตีเหล่านี้ได้เองตามต้องการ

แต่ถึงอย่างนั้น สิ่งที่น่าเสียดายก็คือท่าโจมตีส่วนใหญ่ของตัวละครแต่ละตัวนั้นจะเหมือนๆ กันหมด (อาจจะมีต่างกันเล็กน้อย) แต่สิ่งที่ต่างกันแบบเห็นชัดก็คือท่ามุโซว รวมถึงท่าโจมตีเฉพาะของแต่ละตัวละคร แล้วยิ่งภาคนี้ให้ผู้เล่นสามารถใช้อาวุธได้หลากหลาย หากใครชอบอาวุธชนิดไหนเป็นพิเศษก็สามารถให้ขุนพลที่เราเล่นเปลี่ยนไปใช้ชิ้นนั้นได้เลย แต่ในอีกแง่หนึ่งก็ทำให้ตัวละครแต่ละตัวขาดเอกลักษณ์กันไปพอสมควรเช่นกัน

การไล่โจมตีฐานของข้าศึกเพื่อลดขวัญและกำลังใจก็ยังคงอยู่ แต่สำหรับภาคนี้ได้ปรับให้ส่งผลกระทบกับการเล่นมากขึ้น โดยในแต่ละ chapter เราจะมีภารกิจหลักที่จะต้องไปทำ ซึ่งภารกิจดังกล่าวจะมีตัวเลขกำกับบอกเลเวลที่ควรเล่นเอาไว้ หากว่าเลเวลของภารกิจหลักสูงกว่าเลเวลของเรา นอกเหนือไปจากการไล่เก็บเลเวลตัวละครของเราแล้ว เรายังสามารถลดเลเวลของภารกิจได้ โดยการไปตระเวนทำภารกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกันให้สำเร็จ (สัญลักษณ์รูปคัมภีร์สีขาวในแผนที่) ซึ่งเมื่อทำครบแล้วจะเห็นได้เลยว่าภารกิจหลักนั้นง่ายลงไปทันตาเห็น และการตระเวนทำภารกิจที่เกี่ยวข้องก็จะช่วยให้เลเวลตัวละครเราเพิ่มขึ้นเป็นผลพลอยได้อีกทางหนึ่ง

แผนที่.jpg (275 KB)
แผนที่ภาคนี้อุดมไปด้วยจุดสำหรับ Fast Travel 
ซึ่งก็ขอแนะนำให้ใช้ประโยชน์ให้เต็มที่ ไม่งั้นต้องวิ่งทำภารกิจกันตาเหลือก

ในส่วนของ A.I. ตัวละครในเกมทั้งฝ่ายเราและฝ่ายศัตรู ยังคงเหมือนเดิมครับ ไม่ได้ต่างอะไรจากภาคก่อนๆ ส่วนใหญ่มีหน้าที่มายืนนิ่งๆ เป็นกระสอบทรายให้เราตี แม้ว่าศัตรูระดับขุนพลจะแอคทีฟในการจู่โจมเราบ้างแต่ก็ไม่ได้อยู่ในระดับที่ฉลาดหรือมีลูกล่อลูกชนมีแทคติคอะไรเลย ยังคงเป็นการวิ่งเข้ามาตีทื่อๆ เหมือนที่ผ่านมา ซึ่งในหลายครั้งผมกลับรู้สึกว่าการมี A.I. ฝ่ายเราวิ่งตามนี่เป็นอะไรที่เกะกะด้วยซ้ำไป ยิ่งพอตอนที่สู้กันชุลมุนนี่มองแทบไม่ออกเลยว่าฝั่งไหนเป็นฝั่งไหน บางครั้งตอนที่เราจะใช้ธนูล่าสัตว์ก็ดันมาเดินขวางเราอีกต่างหาก ยิ่ง A.I. สัตว์ป่านี่ก็ไม่ต้องพูดถึง ถ้าอยู่นอกระยะสายตาของมันแล้วเราสามารถใช้ธนูยิงสอยไปเรื่อยๆ จนมันตายได้เลย แม้จะโดนลูกธนูปักหัวมันก็จะไม่มีอาการตื่นตระหนกตกใจวิ่งหนีใดๆ ทั้งสิ้น

เอไอขวางทาง.jpg (624 KB)
ยืนล้อมหน้าล้อมหลังจนเราเล็งไม่ได้กันเลยทีเดียว


กราฟิก

เป็นที่น่าเสียดายที่ต้องบอกว่ากราฟิกในเกมนี้ค่อนข้างแย่ครับ ผมเห็นว่าด้วยกราฟิกแบบนี้ไม่ควรจะเกิดปัญหาเฟรมเรต อย่างที่เป็นเสียด้วยซ้ำ เท็กซ์เจอร์โมเดลในเกมนั้นเบลอเอาการ รายละเอียดของภาพไม่ว่าจะปรับเป็น Action Mode หรือ Cinematic Mode ก็แทบไม่ได้แตกต่างกันเลย แม้ว่าที่ผ่านมา Dynasty Warriors จะไม่เคยได้รับคำชื่นชมด้านกราฟิกที่สวยงามมาก่อน แต่การที่ performance แย่แบบนี้แล้วยังทำกราฟิกได้ต่ำกว่าที่ควรจะเป็นก็ถือเป็นอะไรที่น่าผิดหวัง


เสียง

ในด้านของดนตรีถือเป็นอะไรที่ดีงามครับ ทำนองหลักขาประจำของซีรีส์ในตอนเผชิญหน้ากับลิโป้ก็ยังมาครบครัน ทำนองตอนสู้ก็เร้าใจดีใช้ได้ ฟังแล้วเพลิน แต่สิ่งที่ต้องชมเลยจริงๆ คือภาคนี้มีเสียงพากย์ให้เลือก 3 ภาษาด้วยกัน นั่นคืออังกฤษ ญี่ปุ่น และจีน การเลือกเสียงพากย์เป็นภาษาจีนนั้นให้ความรู้สึกประหนึ่งกำลังดูซีรีส์จีนและชวนให้อินไปกับเหตุการณ์ในเกมได้ดีกว่าภาษาอังกฤษและภาษาญี่ปุ่นเป็นไหนๆ (อย่างน้อยก็สำหรับผมนะ)


สรุป

Dynasty Warriors 9 คือความพยายามในการยกระดับเกมของตัวเองให้ขึ้นไปทัดเทียมกับเกมอื่นๆ ในระดับสากล แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าทีม Omega Force น่าจะยังต้องสั่งสมประสบการณ์ในการพัฒนาเกม open world อีกซักระยะหนึ่งกว่าจะเข้าที่เข้าทางมากกว่านี้ สำหรับคนที่เป็นแฟนๆ ของ Dynasty Warriors นั้น หากคุณชื่นชอบซีรีส์นี้เป็นทุนเดิมคุณก็สามารถหามาเล่นได้เลย เพราะระบบการเล่นต่างๆ นั้นทำความคุ้นเคยได้ไม่ยากแต่ก็ขอให้เผื่อใจเอาไว้ระดับหนึ่งก็แล้วกัน ส่วนใครที่ไม่ใช่แฟนซีรีส์นี้แต่อยากลองเล่นดู ผมแนะนำว่าให้รออีกซักระยะหนึ่งครับ รอให้ทีมสร้างออกแพทช์มาแก้ไขปัญหาด้าน performance ต่างๆ เสียก่อนแล้วค่อยเล่นตอนนั้นก็ไม่สาย

คะแนน 3 ⁄ 5

Post by [G-jang]
TOP