Wiki review

รีวิว Far Cry 5 ปลดแอก “โฮป” เคาน์ตี้ เกมดีหรือผิด “หวัง” ?



*ขอขอบคุณโค้ดรีวิวจาก ยูบิซอฟท์ และ NGIN มาในโอกาสนี้ 


ทบทวนกันแบบเร็วๆ กับซีรีส์ซวยไกลในแดนเถื่อน Far Cry โดยภาคแรกเป็นการผจญกรรมของนายแจ็ก คาร์เวอร์ บนเกาะแห่งหนึ่งในเขตไมโครนีเซีย(ด้านตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิก) ต่อมาภาคสอง ตามติดวีรเวรของตัวละคร(ตามแต่การเลือกของผู้เล่น) ในการออกตามล่าตัว “เดอะ แจ็กเคิล” พ่อค้าอาวุธในดินแดนแอฟริกา

Far Cry 3 เจสัน โบรดี้ “อเมริกันทัวร์ริสท์” ดวงแตกสุดๆ ไปเที่ยวเกาะในแปซิฟิกแล้วไปเจอใครไม่เจอ ดันเจอโจรสลัดโคตะระหลอนอย่าง “พี่วาส” (Vaas) จากนั้น Far Cry 4 ทีมงานยูบิฯ หันมาเล่นแง่มุมปรัชญาการเมืองกันเล็กน้อยกับ “เอเจย์ เกล ลุยดงเผด็จการในไครัต” ประเทศสมมติบนเทือกเขาหิมาลัย

เวลาล่วงเลยมาถึงภาคที่ 5 คราวนี้เฮียแดน (Dan Hay) หัวหน้าทีมพัฒนาสัญญาจะพาผู้เล่นไปพบกับการดิ้นรนเอาชีวิตรอดใน…”มอนตาน่า” พื้นที่ในสหรัฐอเมริกาเอง โดยในเกมจะมีตัวละครอย่าง ผู้ช่วยนายอำเภอ, เจ้าลัทธิผู้คลั่งศาสนาสุดโต่ง, เหล่าสาวกที่เชื่อคำสอนอย่างสุดใจ (แถมสูดควันกันตัวลอย) และเหล่าชาวเมืองที่ต้องการโต้ตอบด้วยกำลังแบบตาต่อตาฟันต่อฟัน โอ้โห…นี่มันพล็อตแบบหนังแอ็กชั่นเกรดบีชัดๆ!!


ทว่า พล็อตเบื้องต้นเจ๋งๆ และดูแตกต่างจากฟาร์ครายภาคก่อนๆ ที่ทำกันมานี้ จะพาเกมไปสู่สุดยอดแห่งซีรีส์ได้หรือไม่นั้น เรามาค่อยๆ ดูกันไปตามแต่ละองค์ประกอบกันนะครับ

เนื้อเรื่อง (spoiler alert! มีการเปิดเผยเนื้อเรื่องเกม)

ตามที่ผมได้เคยกล่าวไว้ใน “รีวิว In Progress” ที่เขียนลงไว้ในเพจ โดยบอกว่าหัวใจสำคัญที่สุดข้อหนึ่งในการใช้วิพากษ์ก็อยู่ที่ “พัฒนาการของเนื้อเรื่อง” ในฟาร์คราย 5 นี่แหละครับ เพราะหากว่าโครงสร้างเกมแบบโอเพ่นเวิลด์เปรียบได้กับรากแก้วที่คอยค้ำชูทั้งหมดทั้งมวลของเกมสไตล์นี้แล้ว “เนื้อเรื่อง” ก็เปรียบดั่งดอกและใบ ที่มอบความชุ่มชื่นสวยงามให้กับผู้เชยชมหรือเกมเมอร์อย่างเรานั่นเอง


ทีนี้ตัวเกมใช้วิธีปลดล็อกเนื้อเรื่องตามแบบเกมโกสต์รีคอน ไวลด์แลนด์ นั่นคือการลดอิทธิพลของบรรดาผู้ปกครองพื้นที่นั้นๆ ในที่นี้คือเหล่าพี่น้องตระกูลซี้ด โดยแต่ละพื้นที่ (มีด้วยกัน 3 เขต คือ Whitetail Mountains, Holland Valley และ Henbane River) จะมี 4 เลเวล เมื่อข้ามพ้นแต่ละเลเวลก็จะเกิดการดำเนินเนื้อเรื่องหลัก ผ่านฉากคัตซีน และชุดภารกิจบังคับเล่น

จากโครงสร้างดังกล่าว ทำให้เกิดลักษณะสองอย่างที่สร้างความรู้สึกแปลกแปร่งให้กับพล็อตโดยรวมครับ อย่างแรกคือการขาดความต่อเนื่อง ซึ่งจะทำให้อารมณ์ร่วมในบางสถานการณ์มันจืดจางหายไป…แบบลุ้นๆ อยู่แล้วโดนส่งออกมาฉากแผนที่เหมือนเดิม อ่าาา งั้นไปตกปลาก่อนก็ได้ พอยิงนกตกปลาซักพัก ตัวเกมพากลับไปตื่นเต้นกันต่ออีกแล้ว …แบบนี้เป็นต้น

อีกประการก็คือ การออกแบบดังกล่าว ส่งผลให้ตัวเกมควบคุม “จังหวะ” ได้ลำบากมาก ส่งผลให้เกิดความไม่สมเหตุสมผลเต็มไปหมด ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ สมมติระหว่างภารกิจย่อยเคลียร์ป้อมค่ายศัตรู แล้วบังเอิญแต้มสนับสนุนมันพุ่งเกินระดับในเขตปกครองนั้นๆ ตัวเกมก็จะส่งเราไปสู่ “เควสต์หลัก” แบบเกือบจะทันทีเลยครับ! ไม่ถามกันก่อนเลยว่าผู้ช่วยนายอำเภออย่างเราว่างอยู่หรือเปล่า! โดย การพาเราไปนี้จะมีการเตือนเป็นระยะว่ามีทีมจับตัวถูกส่งมาอุ้มเรานะ ระวังด้วย อะไรแบบนี้

ประเด็นต่อมา มาว่ากันด้วยเรื่องที่ Far Cry 5 เปิดตัวโดยชูภาพของความขัดแย้งระหว่างเสรีภาพกับลัทธิคลั่งศาสนาสุดโต่ง มีการใช้ภาพของผู้นำเบ็ดเสร็จที่ยึดอำนาจปกครองแล้วใช้กำปั้นเหล็กทุบทำลายผู้ไม่เห็นด้วย…ซึ่งพอเล่นเกมจนจบแล้วจะพบว่า หน้าเกมที่นำเสนอช่วงโปรโมตนั้นเป็นเพียงหน้าฉากเท่านั้นเอง แท้จริงแล้ว Far Cry 5 ไม่ได้พาเราไปทัวร์ให้เห็นภาพการคลี่คลายของความต่างสุดขั้วในความขัดแย้งของมนุษย์ใดๆ เลย ไม่ได้ตอบคำถามต่อข้อสงสัยอะไรทั้งสิ้น ทุกฝักฝ่ายยังคงสื่อสารแลกเปลี่ยนกันด้วยลูกกระสุนปืน…ถามว่าทีมงานพลาดอะไรไหม ก็คงไม่สามารถไปก้าวล่วงสิทธิในการสร้างสรรค์ของทีมงานได้ หากแต่ความหวังที่จะได้เห็นการตีความแบบลึกๆ ซึ้งๆ อึ้งๆ ตอนเล่นจบ มันก็เลยไม่มีเหมือนกัน (ต่างจากเกมอิงการเมืองอื่นๆ ในอดีตบางเกม ที่สร้างความประทับใจได้แบบไม่รู้ลืม)

ทีนี้ แก่นแกน ของ Far Cry 5 คืออะไรกันแน่? ผมค้นพบว่า ตัวเกมนำเสนอปมบางอย่างให้แก่เกมเมอร์ได้อย่างน่าสนใจครับ (ไม่แน่ใจว่าทีมงานตั้งใจหรือไม่นะ 555) นั่นก็คือ “การล้างสมอง” (Brainwashed) ไม่ว่าจะเป็นการที่ตัวเอกถูกสะกดจิตในระดับลึก, การกล่อมสาวก ด้วยคำพูดของเดอะฟาเธอร์ ผสมกับแก๊สผาสุก (Bliss) ของเฟธ ซี้ด, การเชื่อในชาตินิยม ความเป็นอเมริกาดินแดนแห่งเสรีภาพของเหล่าชาวเมืองผู้ต่อต้าน ซึ่งนำไปสู่การตอบโต้ด้วยความรุนแรงเช่นเดียวกัน ฯลฯ เหล่านี้ทำให้ฉุกคิดได้ว่า ทุกกระบวนทัศน์ในสังคมล้วนมีปัจจัยบางอย่างควบคุมอยู่เสมอ บางครั้งเราเลือกทางเดินที่มีอิทธิพลบางอย่างชักจูงเราโดยตลอด…สิ่งนี้แหละ ที่ช่วยพยุงเนื้อหาทั้งหมดของ Far Cry 5 เอาไว้

ส่วนเรื่องความมีเสน่ห์แบบร้ายๆ ของบอสหลักในภาคนี้เมื่อเปรียบเทียบกับภาคเก่า ผมขอละไว้ตามแต่รสนิยมคนเล่น เพราะบางท่านอาจยังคงคิดถึงพี่วาส บางคนอาจปลื้มพ่อโจเซฟ ซึ่งผมมองว่าบทบาทของตัวละครส่วนนี้มันจะต้องเสริมกันและกันกับเรื่องราวทั้งหมด ผมจึงขอวิจารณ์ที่ภาพรวมจะดีที่สุด

สรุปในหัวข้อนี้ ผมวิเคราะห์ว่า Far Cry 5 ทำได้ต่ำกว่ามาตรฐานพอสมควร แต่ก็ไม่ได้แย่มากมายอะไร มันเหมือนหนังแอ็กชั่นที่ดูไม่นานก็อาจจะลืมเลือนกันไป แต่ถามว่าตอนดูสนุกมั้ยก็ต้องตอบว่ามันส์เร้าใจใช้ได้อยู่เหมือนกัน มีปมให้ขบคิดได้พอขำๆ แต่ก็ไม่ได้เล่นเอาอึ้งจนขึ้นหิ้งเป็นตำนาน


เกมเพลย์

หัวข้อนี้คือผู้ชนะอย่างแท้จริงของ Far Cry 5 เพราะถึงแม้เราจะพบช่องโหว่มากมายในตอนเดินเรื่อง ทว่าระหว่างนั้นเกมมันสนุกไง! (หมายถึงเกมเพลย์ การยิงต่อสู้ การขับรถขับเครื่องบิน การตกปลาล่าสัตว์ ฯลฯ)

ถามว่าสนุกมั้ย? สนุกเลยครับ, เกมเพลย์มีข้อบกพร่องมั้ย? ก็เพียบเลยครับ (แต่ก็ยังมันส์ได้อยู่นะ 555)

Far Cry 5 คือผลงานชิ้นเอกที่มีการนำเอาจุดเด่นของเกมโอเพ่นเวิลด์ทั้งหมดในเครือยูบิซอฟท์ มาผสานกันเพื่อใช้ในเกมนี้ พวกระบบลอบเร้น ปีนป่าย เล็งยิง ฯลฯ ทำออกมาได้ดี ระบบ PERK สกิลความสามารถก็ใช้งานง่ายมีประสิทธิภาพ ระบบคู่หูก็โดดเด่น เลือกเพื่อนไปช่วยรบ (ทั้งคนและสัตว์) ได้สนุก ช่วยงานเราได้ในระดับน่าพอใจ…เหล่านี้ทำได้ดีมาก เมื่อบวกกับภารกิจยิบย่อยในเกมเป็นร้อยๆ แค่นี้ก็อาจเพียงพอให้เกมเมอร์เสียเงินซื้อได้แล้วนะ บางครั้งจะไปสนใจเนื้อเรื่องให้มันมากทำไม เกมมันส์ขนาดนี้!

อีกทั้งในอาณาเขตของโฮปเคาน์ตี้ ผู้เล่นจะได้รับอิสระเต็มที่ อยากทำอะไร อยากไปไหน ก็ได้ทั้งนั้น ถึงบางคนอาจคิดว่า “เวลาเล่นแล้วมันเหมือนภาคเก่ามากเกินไป” …ก็จริงอยู่บ้าง แต่ยังมีจุดแตกต่างสำคัญนั่นคือ ภารกิจรองหลากหลายมาก ไม่ซ้ำซาก มีเรื่องราวแปลกๆ ให้ได้พบเจอมากมาย แนะนำอย่างแรงเลยว่าอย่ามองข้ามไซด์มิชชั่นกันนะคุณ นี่แหละของดี!

อย่างไรก็ตาม “บั๊ก” ก็มีเพียบไม่แพ้จำนวนมิชชั่น โดยเฉพาะพวกบั๊กแรงๆ จนต้องโหลดลาสต์เช็กพ้อยต์ หรือฟาสต์ทราเวลหนี เพื่อรีเซ็ตเอไอใหม่บ่อยๆ เลยทีเดียว อธิบายลำบากเล่าเป็นเหตุการณ์เลยดีกว่า อาทิ มีอยู่ภารกิจหนึ่งที่เราต้องเดินตามตัวละคร NPC แล้วต้องรอให้มันส่งข้อความเพื่อล่อเป้าหมายให้ขับเฮลิคอปเตอร์ออกมา ผมพบประสบการณ์ที่ตัว NPC ไม่ยอมทำอะไรกับเครื่องส่งสัญญาณวิทยุทั้งนั้น ยืนก้มหน้าพูดไรไม่รู้ เนื้อเรื่องไม่ยอมเดินต่อ สุดท้ายต้องล้มเลิกมิชชั่นเพื่อเล่นใหม่ ทีนี้พี่แกยอมคุยเรียกเป้าหมายออกมาง่ายๆ เฉยเลย, อีกเหตุการณ์อันนี้ฮาไม่ออก เป็นภารกิจบึ้มบ้านคน ซึ่งพอระเบิดเสร็จแล้วผมวิ่งออกจากบ้านไปไกลเลย ไกลมากนะครับ! แต่ระหว่างทางเจอจรวดข้าศึกยิงใส่ไม่ทันตั้งตัว…ตาย…แล้วเกมมันพาไปเกิดใหม่ใน…ซากบ้านที่เพิ่งบึ้มไปนั่นแหละ!?? (ทั้งที่มิชชั่นคอมพลีตไปแล้วด้วย) ประตูพังหมดเปิดไม่ได้ ตัวเราติดไฟตลอดเวลา ตายแล้วตายอีกเป็นสิบทีถึงจะกดว๊าบไปแผนที่อื่นทัน…

ส่วนตัวสังเกตว่าปัญหาการรีสปอว์นหลังตายนี่พบได้ตลอดเกม ไม่รู้ออกแบบพลาดหรือตั้งใจ คือเวลาตายจะไม่เกิดตอนเริ่มภารกิจแบบเกมจีทีเอ แต่เหมือนมันจะสุ่ม อย่างขับเครื่องบินแล้วตายนี่จะต้องลุ้นเลยว่าครั้งต่อไปคุณอาจเริ่มเกมบนเครื่องบิน (บนฟ้าขณะเครื่องดับ) เริ่มที่รันเวย์ หรือบ่อยเลยคือเริ่มที่จุดเครื่องตก แต่ตัวเปล่าๆ อยู่บนพื้น ต้องว๊าบไปสนามบินใหม่ โหลดซ้ำโหลดซ้อนจริงๆ เลยเชียว

ไอ่แบบนี้แหละครับ ความผิดพลาดที่ทำให้เกมน่าเบื่อในบางครั้งที่เล่น

นอกจากนี้ก็เป็นบั๊กเล็กน้อยที่พบได้ตลอดเกม ไม่ว่าจะเป็น คนสัตว์สิ่งของ จมฉาก, ลอยได้, หายได้ (จริงครับ บางทีเห็นรถจอดอยู่จะวิ่งไปขับซักหน่อย อยู่ดีๆ ปิ๊ง! หายไปซะงั้น)

สรุปแล้วก็คือ หากคุณมองข้ามพวกบั๊กหรือคิดบวกว่าเจออะไรแบบนี้สิดี ยิ่งฮาแตก ก็ขอแสดงความยินดีด้วย คุณได้เกมโอเพ่นเวิลด์ขนาดใหญ่ที่พร้อมรอให้เข้าไปผจญภัยอย่างเมามันส์แน่นอน


กราฟิก

สวยสมจริง ฉายภาพเมืองชนบทของสหรัฐอเมริกาได้เป็นอย่างดี มีการใส่ลูกเล่นเกี่ยวกับพื้นที่สูงต่ำ เพื่อให้การเดินทางระยะไกลรู้สึกว่าไกลขึ้นได้อีก (ถึงแม้บางครั้งการเดินลุยดงจะให้ความรู้สึกคล้ายภาค 4 มากพอสมควร)

เพลงประกอบ

ดนตรีที่เล่นเร้าอารมณ์ระหว่างเกิดเหตุสำคัญในเกมล้วนทำหน้าที่ได้ตามสมควร ซึ่งผมคิดว่าโอเคดีอยู่แล้ว แต่ที่เด็ดกว่าก็คือบรรดาเพลงคันทรี, เพลงร็อกเก่าๆ จากยุค 80-90 ที่พบได้ในหลายฉาก ไม่ว่าจะเป็นเสียงจากวิทยุในบ้านหรือบนรถ ล้วนกระตุ้นให้บรรยากาศแบบหนังฝรั่งฮอลลีวู้ดของตัวเกมเฉิดฉายออกมาได้ชัดเจนอย่างยิ่ง

สรุป

เมื่อเครดิตท้ายเกมจบลง…ผมตอบตัวเองได้ว่า Far Cry 5 เป็นเกมที่เล่น “สนุก” และจะไม่แปลกใจเลยหากตัวเกมจะขายดี ได้รับความนิยมในหมู่เกมเมอร์ เพราะองค์ประกอบหลายอย่างสร้างมาเพื่อความบันเทิงโดยเฉพาะ ขณะที่เนื้อเรื่องจบแบบทิ้งปมคำถามไว้มากมาย และมันก็ไม่ได้น่าสนใจชวนให้ขุดคุ้ยหาคำตอบ เพราะตัวละครหลายตัวมีบทไม่โดดเด่น พร้อมจะถูกลืมได้ทุกตัว…

คะแนน 3 / 5 ไม่ผิดหวัง…หากสมหวังหรือก็ไม่

หมายเหตุ : โหมดมัลติฯ โคออปกับโหมดอาเขด ไว้รออ่านในรีวิวของแอดมินจีจังกันนะครับ 

Post by [ปอลนาโช่]
TOP