Wiki review

รีวิว The Crew 2


เกมขับรถ/แข่งรถนั้นถือเป็นอีกหนึ่งแนวเกมที่มีเสน่ห์มาก นอกจากความสนุก ความตื่นเต้นเร้าใจที่เราได้รับจากการแข่งขัน การได้ปรับแต่งรถให้เร็ว แรง เพิ่มสมรรถนะได้ดั่งใจ หรือการตกแต่งรถให้สวยงามบ่งบอกความเป็นตัวคุณ เกมแนวนี้ยังสามารถสร้างออกมาได้หลากหลายรูปแบบเหลือเกิน เราอาจได้แข่งรถในสนามอย่างมืออาชีพ ลุยป่าฝ่าดงลงหนองน้ำ หรือประลองความเร็วกลางแสงไฟของเมืองใหญ่ยามราตรี

และถ้าผมบอกว่าคุณสามารถทำเรื่องที่ว่ามาได้ทั้งหมดและมากกว่านั้นล่ะ? นั่นแหละ คือ The Crew 2

TC2_sc_E3_drift_180611_2_1528707328.30pm.jpg (160 KB)

The Crew ภาคแรกเป็นเกมที่น่าสนใจ เมื่อตอนที่มันวางจำหน่ายในปี 2014 คอนเซ็ปต์ของการขับรถไปที่ไหนก็ได้อย่างอิสระทั่วอเมริกาสไตล์ open-world บนแผนที่ที่ถูกสร้างมาเพื่อจำลองประเทศทั้งประเทศ ซึ่งต้องใช้เวลาขับจริงในเกมต่อเนื่อง 45 นาทีถึงจะขับรถจากฝั่งทวีปนึงไปอีกด้านได้ พร้อมกับเมืองใหญ่น้อย ภูมิประเทศที่หลากหลาย และกิจกรรมในเกมมากมายให้ผู้เล่นทำ การที่พวกเขาสร้างโลกขนาดมหึมานี้ขึ้นมา บ่งบอกได้ถึงความที่ทีมงาน “ฝันใหญ่” แต่ถึงกระนั้นตัวเกมก็มีปัญหาหลายจุดตั้งแต่การที่เกมจะต้อง ต่อออนไลน์เท่านั้นเพื่อที่จะเล่น, เมนูต่างๆ ดูยาก-ใช้ยาก, เนื้อเรื่องดราม่าตามล่าล้างแค้นที่แสนธรรมดา และกราฟิกที่ดูเทียบไม่ได้เลยกับเกมแข่งรถอื่นๆ (อันเป็นที่รู้กันว่าเกมขับรถมักจะมีงานภาพอลังการไว้ก่อนเสมอ) สิ่งต่างๆ เหล่านี้ทำให้เกมไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรอย่างน่าเสียดาย และการออก expansion ต่างๆ ก็ไม่ทันการเสียแล้ว ตัวเกมค่อยๆ เลือนหายจากความทรงจำของเหล่าเกมเมอร์ไปอย่างช้าๆ

แต่กระนั้นต้นสังกัดอย่าง Ubisoft และทีมพัฒนา Ivory Tower ก็ยังไม่หมดความพยายาม หลังจากกลับไปทำการบ้านและพัฒนาตัวเกมอยู่ 4 ปี พวกเขาก็ได้วางจำหน่าย The Crew 2 ภาคต่อของซีรี่ส์ในปี 2018

TC2_screen-redBull-art-1_1527061949.jpg (131 KB)

Welcome to Motornation

เอกลักษณ์โดดเด่นที่สุดของภาคนี้ สรุปด้วยคำโปรยในโฆษณาของตัวเกม “Welcome to Motornation” หรือ “ยินดีต้อนรับสู่โลกยานยนต์” มันมีความหมายเช่นนั้นจริงๆ เพราะทีมงานขนเอาพาหนะทุกอย่างที่มีเครื่องยนต์ทำให้มันวิ่ง แล่น ล่อง หรือบินได้ เอามาใส่ไว้ในเกม นั่นหมายความว่าคุณจะได้ขับทั้งรถยนต์ มอเตอร์ไซค์ แข่งวิบาก แข่งเรือ แข่งเครื่องบิน ครบทุกรูปแบบ

เกมใส่พล็อตที่มีความซีเรียสน้อยลงกว่าเก่า เราจะเล่นเป็นนักแข่งที่พยายามจะกลายเป็นยอดมนุษย์ผู้สามารถขับได้ทุกอย่างบนโลกใบนี้ และกวาดแชมป์การแข่งขันทุกรายการมาครอบครองให้ได้ ในขณะเดียวกันก็ต้องสร้างฐานแฟนผู้ติดตามบนโซเชี่ยลมีเดีย และเก็บเงินจำนวนมากไปพร้อมกันด้วย ถ้ามันฟังดูไม่ซับซ้อนอะไรเลย ก็เพราะมันไม่มีเนื้อหาอะไรมากกว่านั้นเลยนั่นแหละ

การแข่งขันจะแบ่งออกเป็น 4 หมวดใหญ่ๆ ปรากฎบนแผนที่ของเกม ได้แก่

Street Racing สัญลักษณ์สีเหลือง ที่เน้นการแข่งซิ่งในตัวเมือง นอกจากนั้นก็ยังมีการแข่ง Drift นำรถมาดริฟต์ต่อเนื่องเพื่อทำคอมโบให้ได้คะแนนสูงสุด, Drag Race การแข่งทางตรงที่เน้นความเร็วและทำเวลาให้ได้ดีที่สุด สุดท้ายคือ Hyper Car การเอารถสุดเลิศหรูอลังการงานแพงมาแข่งกันข้างถนน

Pro Racing สัญลักษณ์สีฟ้า จะเน้นที่การแข่งความเร็วเป็นหลัก โดยไม่จำกัดชนิดยานพาหนะ โดยรถที่ใช้ในการแข่งขันนี้จะมีสองประเภท ได้แก่ Touring Car ซึ่งเป็นการนำรถแต่งมาแข่งในสนาม และ Alpha GP หรือการแข่งรถสูตร 1 ทั้งยังมีการแข่ง Power Boat เรือเร็วที่แล่นเลียบชายฝั่งได้ด้วยความเร็วสูง และ Air Race การประลองความเร็วด้วยเครื่องบิน รวมแล้วจึงมีรูปแบบการแข่งถึง 4 ประเภทด้วยกัน

Free Style สัญลักษณ์สีแดง เป็นการแข่งผาดโผนประกอบไปด้วย Aerobatics การแข่งขับเครื่องบินผาดโผนที่ต้องเน้นสร้างคะแนนให้ได้ตามเป้าภายในเวลาที่จำกัด, Jetsprint การขับเรือเล็กที่คล่องตัวลัดเลาะไปตามห้วยหนองคลองบึง และ Monster Truck หรือที่คนไทยชอบเรียกว่ารถบิ๊กฟุต คนไทยชอบดูมอเตอร์ไซค์ไต่ถัง แต่สำหรับฝรั่งเขาชอบใช้รถคันยักษ์ๆ แบบนี้มาขับผาดโผนทำนองเดียวกันนั้นแหละ เพราะมันคูลกว่า

Off Road สัญลักษณ์สีส้ม หรือการแข่งรถวิบาก ที่มักจะแข่งระยะทางไกลๆ และไม่มีสนาม ให้ผู้เล่นเลือกลุยออกนอกเส้นทางได้ตามใจ รถที่ใช้มีสามประเภทได้แก่ Rally Raid การแข่งที่ใช้รถกระบะหรือมอเตอร์ไซค์, Moto Cross การแข่งขันเฉพาะมอเตอร์ไซค์วิบากเท่านั้น ส่วนใหญ่เป็นการแข่งในสนาม, Rally Cross การแข่งรถวิบากในรุ่นรถยนต์ธรรมดามาปรับแต่ง

โดยรวมแล้วหมายความใน The Crew 2 เราจะมีการแข่งขันทั้งหมด 14 ประเภทด้วยกัน!

TC2_SCREEN_Landscapes_NewEngland_logo_1526907651.jpg (159 KB)

ไม่ทิ้งรากความเป็น open world

The Crew 2 เป็นเกมที่ยังคงสืบทอดความเป็นเกม open world มาจากภาคแรก นั่นหมายความว่าแม้มีการแข่งขันที่หลายรูปแบบขนาดนี้ แต่ผู้เล่นจะยังคงสามารถขับยานพาหนะทุกชนิดที่ตัวเองมีในครอบครองกินลมชมวิวไปยังจุดใดก็ได้ตามใจ (หรือถ้าขี้เกียจขับไปเอง เกมก็มีระบบ fast travel ไปตามจุดที่มีกิจกรรมให้ได้เลยซึ่งก็ประหยัดเวลาดี) โดยไม่ต้องสนใจกิจกรรมต่างๆ ของเกมเลยก็ได้เช่นกัน โดยนอกจากการแข่งขันหลักแล้ว ตัวเกมยังมีกิจกรรมอื่นๆ ให้ทำอีกมากมาย เช่น ทำชาเล้นจ์ที่เกี่ยวข้องกับยานพาหนะชนิดต่างๆ อย่างจับเวลา ทำแต้ม หรือเงื่อนไขต่างๆ รวมไปถึงถ่ายรูปธรรมชาติ สถานที่สำคัญ หรือ สิงสาราสัตว์

ลูกเล่นหนึ่งที่ผมชอบมาก คือการที่ผู้เล่นสามารถเปลี่ยนยานพาหนะบก น้ำ อากาศ ได้ทันที เช่น เราอาจเริ่มขึ้นรถกระโดดลงหน้าผาสูง ระหว่างอยู่กลางอากาศก็เปลี่ยนรถเป็นเครื่องบินแล้วบนต่อไปได้เลย! ลองขับเครื่องบินลงต่ำ เลียดผิวน้ำก็เปลี่ยนเป็นเรือออกมา แล้วค่อยขึ้นบกขับรถต่อไป! มันเป็นอะไรที่แหวกแนวและทำให้เราสัมผัสกับความอิสระของเกมแข่งรถได้อย่างเหลือเชื่อ

TC2_SCREENSHOT-Everglades-jetsprint_1526907718.jpg (158 KB)

อยากแข่งต้องทำไง?

เมื่อเริ่มต้นเกมจะมีเงินให้เราก้อนนึงไว้ทำทุนซื้อรถคันแรกซึ่งเราก็ต้องนำมันไปลงแข่ง การแข่งขันประเภทต่างๆ จะถูกจัดวางไว้ในรูปแบบจุดออกสตาร์ท ซึ่งกระจัดกระจายอยู่ตามที่ต่างๆ ในโลกของ The Crew 2 (แน่นอนว่าหากต้องการแข่งประเภทไหนก็ต้องใช้ยานพาหนะให้ถูกต้องด้วย) โดยการแข่งขันแต่ละจุดจะมีค่าพลัง 2 ชุดกำกับอยู่ ชุดแรกคือค่าพลังของรถเรา และชุดที่สองคือค่าพลังที่เหมาะสมสำหรับการเข้าแข่ง เป็นเครื่องมือบอกกับผู้เล่นว่า ยานพาหนะของเรามีค่าพลังเพียงพอที่จะเข้าร่วมแข่งได้หรือยัง เช่น ถ้าค่าพลังกำกับเป็น 60 แต่รถของเรา มีพลัง 58 เราก็ร่วมแข่งขันได้แต่อาจจะยากหน่อย สิ่งที่ควรทำคือหาทางทำให้ค่าพลังของเราเพิ่มขึ้นก่อน วิธีการก็คือไปเข้าแข่งขันรายการอื่นที่เราไหว ทำสถิติและอันดับให้ได้ดีๆ และเก็บ loots มา ใช่ครับ อ่านไม่ผิดหรอก เกมแข่งรถเกมนี้มีระบบฟาร์ม loots ด้วย

การควบคุมยานพาหนะ

ยานพาหนะแทบทุกชนิดในเกมมีการควบคุมคล้ายกัน เร่งความเร็ว เบรก เบรกมือ(สำหรับรถ) บังคับทิศทาง บน ล่าง(สำหรับเครื่องบิน) ซ้าย ขวา และ Nitro การใช้บูสต์ความเร็วระยะสั้น แต่ให้อารมณ์ในการขับที่แตกต่างกันอย่างรู้สึกได้ ถ้าคุณขับ Power Boat มันก็มักจะเป็นทะเลเปิดกว้าง ริมหาด หรือชายฝั่ง มันทำความเร็วได้สูง แต่ถ้าคุณขับ Jetsprint การบังคับจะเบามาก แตะอนาล๊อคนิดหน่อย เรือก็จะเปลี่ยนทิศทางไปมาก ทำให้เราต้องทำความคุ้นเคยกับยานพาหนะแต่ละชนิดมากพอสมควร แต่โดยรวมแล้วถือว่าเล่นง่ายมากครับ มุมมองของคนขับก็เปลี่ยนได้ ทั้งกล้องจากกระโปรงหน้า หลังรถ หรือใน cockpit และเกมมี Photo Mode มาไว้ให้เราแต่แรกและเชื่อมโยงกับระบบของเกมด้วย

ระบบ loots และการปรับแต่งพาหนะแบบ CaRPG (Car+RPG)

ในทุกการแข่งขันนั้นเราจะได้รับรางวัล 3 อย่างด้วยกัน คือ follower ที่เปรียบได้กับค่า exp ของตัวเกม ยิ่งเรามีผู้ติดตามมากเท่าไร ก็หมายความว่าเราจะยิ่งโด่งดัง สถานะเหล่านี้เรียงลำดับจาก Rookie, Popular, Famous, Star, Icon ไปจนจบที่ Icon 9999 ซึ่งมันจะปลดล็อคการแข่งขันและยานพาหนะใหม่ให้เรา อย่างที่สองคือ เงิน เราจะต้องใช้เงินในการซื้อยวดยานคันใหม่ ไปจนถึงทำสีตกแต่งลวดลายรถหรือซื้อเสื้อผ้าแต่งตัวให้คนขับ และสุดท้าย loots หรือชิ้นส่วนที่ใช้ในการเพิ่มสมรรถนะยวดยานต่างๆ ของเรา

โปรดสังเกตุนะครับว่า เราไม่ได้ใช้เงินเพื่อไปซื้ออะไหล่มาแต่งรถ เพราะชิ้นส่วนทุกอย่างได้มาจากการเข้าแข่งขันในรูปแบบ loots ซึ่งแบ่งเป็นระดับความหายาก common, uncommon, rare ,epic, legendary โดยยานพาหนะแต่ละคัน จะมีชิ้นส่วนเหล่านี้ 5-6 ชิ้น ตั้งแต่ยาง เครื่องยนต์ เบรค โช๊ค ท่อไอเสีย ฯลฯ อย่างไรก็ตาม ทุกชิ้นไม่มีหลักการทางวิทยาศาสตร์มาเกี่ยวข้อง ไม่ต้องคิดว่ายางแบบไหนเหมาะกับผิวถนนแบบไหน หรือแต่งรถยังไงให้ถูกหลักกลศาสตร์ ทุกอย่างถูกทำให้เห็นชัดเจนด้วยตัวเลข ตัวเลขยิ่งเยอะ ค่าพลังรวมของรถเพิ่ม เป็นอันว่าจบ

การปรับแต่งทุกอย่างสามารถทำได้ที่บ้านของเรา ซึ่งมีลักษณะเป็นโชว์รูมที่ยัดรถ(และเรือ...และเครื่องบิน) ที่เรามีไว้ภายใน เราสามารถเข้าไปเดินเล่น สร้างลวดลายให้รถ หรือซื้อเสื้อผ้าใหม่ๆ ให้เราใส่แล้วเท่ขึ้นได้

คำถามคือ เมื่อเกมมันหลากหลายขนาดนี้ มันจะทำให้เราเกิดความรู้สึกว่าเกมมันหลุดโฟกัสหรือไม่? มันจับฉ่ายเกินไปหรือเปล่า?

ตามความเห็นของผมคือ ตัวเกมเป็นแคชชวลเรซซิ่งครับ คือมันมีความเฮฮาอยู่ในตัวเองสูงมากอยู่แล้ว แน่นอนว่ามันคงไม่ถูกใจกับคนที่ชอบเกมขับรถแบบจริงจัง แต่อีกด้านหนึ่งด้วยความที่มันมีอะไรหลายอย่างเหลือเกินนี้เอง ทำให้จังหวะของเกมไม่ราบเรียบเดาได้มากเกินไป การขับยานพาหนะทุกชนิดให้ความรู้สึกแตกต่าง มีข้อดีที่ทำให้เราเพลิดเพลินได้ไม่เหมือนกัน เช่นการขับ Drift จะต้องคิดว่าจะทำยังไงให้ดริฟต์ได้ต่อเนื่องยาวนาน แต่หากเปลี่ยนมาเป็น Drag เราไม่ต้องคิดเรื่องการเข้าโค้งใดๆ เลย เรามาใส่ใจการขับมุ่งตรงไปข้างหน้าเปลี่ยนเกียร์ให้ทัน เร่ง Nitro ให้ถูกจังหวะแทน ขับรถไปชั่วโมงนึงเบื่อเปลี่ยนมาขับบิ๊กฟุต หรือมอเตอร์ไซด์วิบาก ขี่ๆ อยู่เหาะขึ้นฟ้าบนเครื่องบินไปเลย มันเป็นอะไรที่หาไม่ได้จากเกมอื่น



จุดติ

ตัวเกมยังต้องต่อออนไลน์ตลอดเวลาเพื่อเล่น ถ้าคุณไม่มีอินเตอร์เน็ตคุณจะเล่นเกมนี้ไม่ได้ แม้จะเล่นคนเดียวก็ตาม และในเมื่อเป็นเกมออนไลน์แต่ฟังก์ชั่นการขับรถแข่งกันระหว่างผู้เล่น ยังไม่ถูกใส่มาในตอนนี้! ถือว่าเป็นความผิดพลาดที่ไม่น่าให้อภัยเลย

กราฟิกของเกมมันมีบางส่วนที่สวยมาก เช่น แสงแดด ธรรมชาติ บรรยากาศ โมเดลรถ แต่บางส่วนก็อ่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งฉากเมืองและตัวละครที่เป็นคน หรือเทียบกับเกมแข่งรถ AAA อื่นๆ โมเดลรถมีไม่มากเท่าไรนัก ถึงอาจจะมีเพิ่มเติมได้ภายหลังได้ก็เถอะ

AI ศัตรูจัดว่าโหด โดยเฉพาะฉากในเมืองที่ขับยากเป็นพื้นฐานอยู่แล้ว หรือการแข่งระยะทางไกลที่ใช้เวลานานๆ พลาดทีเดียวแทบจะต้องเริ่มใหม่ เมื่อประกอบกับระบบฟิสิกส์ที่แปลกๆ ไม่สมจริง เช่น ชนอะไรแล้วหยุด? ชนอะไรแล้วทะลุไปต่อได้? ถ้าเป็นแฟนเกม Drive Sim คงสับเกมนี้เละเทะ

เนื้อเรื่องและทุกอย่างที่เกี่ยวข้อง เช่น การพากย์ อนิเมชั่นตัวละครไม่ดีเอาเสียเลย

การแต่งรถที่ปรับให้ง่าย ทำให้เกมเสียโอกาสที่จะเพิ่มความลุ่มลึกไปอย่างน่าเสียดาย



สรุป

The Crew 2 เป็นเกมที่เล่นง่ายและสนุก แต่คำถามก็คือ คุณชอบเล่นเกมแข่งรถแบบไหน? ถ้าคุณเป็นสายแข่งจริงจังที่ชอบความสมจริงหรือลงรายละเอียดแบบเก็บทุกเม็ด นี่อาจไม่ใช่เกมที่เหมาะกับคุณ และผมคิดว่ามันมีตัวเลือกอื่นที่ดีกว่านี้ แต่หากคุณปล่อยใจไปกับโลกกว้างใหญ่ของเกม กับยานพาหนะกว่า 10 ชนิด มันจะสร้างความบันเทิงให้คุณได้ไม่น้อยครับ

คะแนน 7/10

Post by [Coolerist]
TOP