Wiki review


DRAGON QUEST XI



ตำนานผู้กล้าโฉมใหม่ ในรูปแบบสุดคลาสสิก



*ผู้รีวิวขอขอบคุณบริษัท Sony Interactive Entertainment Hong Kong‚ Singapore Branch สำหรับโค้ดรีวิวมา ณ โอกาสนี้ครับ

**สำหรับรีวิวฉบับนี้ ผู้เล่นยังเล่นไม่จบและดำเนินเรื่องไปได้ราว 30 ชั่วโมงจึงขอนำเสนอในลักษณะของรีวิว “เบื้องต้น” ก่อน และหลังจากเล่นจนจบครบถ้วนแล้ว จะมาอัปเดตรายละเอียดรวมถึงคะแนนสุดท้ายอีกครั้งครับ



ซีรีส์ดราก้อนเควสต์นั้นอาจเรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งซีรีส์ที่อยู่คู่วงการเกมมายาวนานมาก นับอายุตั้งแต่ภาคแรกในปี ค.ศ.1986 จนถึงภาคล่าสุดอย่างภาค XI นี้ที่จำหน่ายในปี ค.ศ.2017 (ฉบับภาษาญี่ปุ่น) ก็ปาเข้าไป 31 ปีแล้ว ถ้าเป็นคนก็ถือเป็นคนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวได้พบเห็นความเปลี่ยนแปลงต่างๆ มากมายในชีวิต แล้วภาคล่าสุดนี้ทีมสร้างได้นำเสนออะไรบ้างนะ ผมจะขอเล่าในมุมมองของผมให้ได้อ่านกันครับ


เนื้อเรื่อง

ถ้าจะมีอะไรที่นิยามเนื้อเรื่องของดราก้อนเควสต์ในภาคนี้ได้ดีที่สุดก็คงไม่พ้นคำว่า “คลาสสิก” ครับ โดยส่วนตัวผมเองไม่ได้เป็นแฟนซีรีส์ที่ติดตามดราก้อนเควสต์มาอย่างเหนียวแน่น แต่ก็พอได้รับรู้เอกลักษณ์บางประการของซีรีส์มาบ้างเหมือนกัน แทบทุกภาคจะต้องมีผู้กล้าที่เป็น The Chosen One จากเหล่าปวงเทพที่ถือกำเนิดขึ้นมาในยุคเข็ญเพื่อปราบมารร้าย ซึ่งในภาค XI นี้ก็ไม่ต่างกันครับ สไตล์การดำเนินเรื่องในช่วงต้นจนถึงตอนที่ผมเล่นถึงในปัจจุบันยังคงรักษาขนบเช่นว่าเอาไว้ได้ไม่เสื่อมคลาย ทั้งการที่ตัวเอกถือกำเนิดมาเป็นผู้ถูกเลือก เป็นผู้สืบเชื้อสายแห่งราชวงศ์ซึ่งล่มสลายไปในชั่วข้ามคืน เคราะห์ดีที่เจอบุคคลจิตใจงามมาช่วยเหลือและเลี้ยงดูจนเติบใหญ่ ก่อนที่ตัวเอกจะทราบความถึงชาติกำเนิดที่แท้จริงของตนจนตัดสินใจออกเดินทางเพื่อไปทำตามชะตาที่ฟ้ากำหนด
.

DQXI ตัวเอก.jpg (91 KB)
ตัวเอกของเกมผู้มีชะตาฟ้ากำหนด
.

โครงสร้างการดำเนินเรื่องของดราก้อนเควสต์นั้น (อย่างน้อยก็ในช่วงต้น) จะเห็นได้ว่าเดินเรื่องตาม Rank–Raglan Mythotype (เป็นชื่อเรียกของรูปแบบโครงสร้างที่ปรากฏในตำนานหรือเรื่องเล่าของวีรบุรุษในวัฒนธรรมต่างๆ ซึ่งเหมือนหรือคล้ายคลึงกัน โดยแนวคิดนี้เสนอโดย Otto Rank ผู้เป็นนักจิตวิทยาวิเคราะห์และ Lord Raglan ผู้เป็นนักมนุษย์วิทยา) ซึ่งในความเห็นของผม ณ ตอนนี้สำหรับแก่นของเนื้อหาคือมันดำเนินไปอย่างเนิบช้าเป็นจังหวะจะโคนในตัวของมันเอง ยังไม่ปรากฏสิ่งใดที่จะหวือหวาหรือฉีกแปลกแหวกแนวอะไร แต่นั่นก็ไม่ได้แปลว่าเนื้อหาจะไม่สนุกหรือน่าเบื่ออะไรครับ ยิ่งไปกว่านั้นบรรดาตัวละครต่างๆ ไม่ว่าจะ NPC หรือเพื่อนร่วมปาร์ตี้ของเราแต่ละคนก็ดูมีเอกลักษณ์ของตัวเองชัดเจนทั้งยังมากด้วยสีสัน และในแต่ละเมืองที่ตัวเอกได้ไปแวะเวียนก็จะมี mini arc ของตัวเองให้ตัวเอกต้องเข้าไปช่วยเหลือหรือแก้ไขสถานการณ์ต่างๆ ซึ่งผมคาดว่าสิ่งต่างๆ เหล่านี้อาจเวียนกลับมาให้ความช่วยเหลือในภายหลัง


กราฟิก

ในส่วนของกราฟิกนั้น แม้จะเป็นภาพสไตล์การ์ตูนแต่ทำออกมาได้งดงามเลยทีเดียว หากเทียบโมเดลตัวละครหรืออาคารบ้านเรือนกับเกมทุนสร้างมหาศาลอื่นๆ แล้ว เกมนี้อาจสู้ไม่ได้ แต่ด้วยอาร์ตสไตล์ของเกมที่นำเสนอในลักษณะของอนิเมก็ทำให้ออกมาดูดีและไม่ขัดตาครับ ซึ่งอาจจะด้วยความที่งานออกแบบตัวละครยังคงเป็นอ.โทริยาม่า อากิระผู้สร้างสรรค์มังงะชื่อก้องโลกอย่างดราก้อนบอลนี่เอง จึงทำให้ทีมสร้างเลือกการนำเสนอที่สอดรับกับลายเส้นของอ.โทริยาม่าได้เป็นอย่างดี ระหว่างที่เล่นจะให้ความรู้สึกเหมือนกำลังชมอนิเมกลายๆ เหมือนกันครับ

งานออกแบบของสถานที่ต่างๆ ก็อ้างอิงมาจากอาคารบ้านเรือนของวัฒนธรรมจากหลายมุมเมืองในโลกแห่งความเป็นจริง จากหมู่บ้านบ่อน้ำร้อนที่มีประตูโทริอิสีแดงเรียงรายพร้อมบ้านเรือนสไตล์ญี่ปุ่นที่ผู้คนล้วนแล้วแต่พูดคุยกันเป็นกลอนไฮกุ ไปจนถึงอาณาจักรทะเลทรายที่อาคารเป็นสไตล์อาหรับผสมอียิปต์ ผู้เล่นจะได้เจอภูมิทัศน์ที่ไม่ซ้ำกันเลยในแต่ละเมืองที่เหยียบไปถึงครับ
.

DQXI เมืองรวม.jpg (5.26 MB)
ภูมิทัศน์ของเมืองในเกมนั้นหลากหลายมาก
.

กระนั้น สิ่งที่น่าเสียดายก็คงไม่พ้นบรรดาโมเดลของศัตรูที่หลายตัวใช้โมเดลเดียวกันแต่เปลี่ยนชื่อเปลี่ยนสี จนกลายมาเป็นมอนสเตอร์ใหม่ให้เราได้สู้นี่ล่ะครับ


เกมเพลย์

รูปแบบการเล่นและระบบสู้ของดราก้อนเควสต์ภาคนี้ สามารถนิยามได้ว่าเป็น JRPG แบบแท้ๆ ดั้งเดิมเลยครับ รูปแบบการเล่นนั้นเป็นเทิร์นเบสผลัดกันโจมตีแบบไม่มีอะไรเจือปน เมื่อถึงตาของตัวละครฝั่งเราตัวไหนหรือถึงตาของมอนสเตอร์ตัวใด ตัวละครนั้นๆ จะต้องได้ออกแอ็คชันทำอะไรสักอย่างตามที่เลือกแน่นอน จะไม่มีระบบหรือปัจจัยอื่นใดที่เข้ามาขัดจังหวะ (นอกจากติดสถานะผิดปกติน่ะนะ) ถ้าหากคุณกดโจมตีธรรมดา ยังไงตัวละครของคุณก็จะต้องเข้าไปตี ส่วนจะโดนหรือไม่จะติดคริติคัลไหมทั้งหมดขึ้นอยู่กับตัวเลขค่าพลังของคุณและศัตรูล้วนๆ ถ้าหากคุณกดใช้เวทย์ตัวละครของคุณจะใช้เวทย์ออกมาทันที ไม่มีดีเลย์ ไม่ต้องเสียเวลาร่าย ไม่มีการโดนโจมตีแล้วถูกขัดจังหวะแต่อย่างใด จึงไม่ต้องกังวลว่ากดใช้เวทย์เติมพลังแล้วจะร่ายไม่ทันครับ สิ่งที่เพิ่มเติมมาในฉากสู้ของภาคนี้ก็คงเป็นระบบ pep ที่บางครั้งตัวละครของเราจะทำท่าระเบิดพลังประหนึ่งแปลงร่างเป็นซูเปอร์ไซย่าซึ่งส่งผลให้ค่าพลังหลายด้านสูงขึ้นชั่วขณะ และในสภาวะเช่นนี้ตัวละครของเราจะสามารถใช้ท่าพิเศษต่างๆ ได้ บางท่าก็เป็นการโจมตีรุนแรง บางท่าก็ตีแล้วขโมยของศัตรู บางท่าก็ทำให้อัตรายิงเวทย์แล้วติดคริติคัลมากขึ้น ฯลฯ ซึ่งเงื่อนไขที่จะใช้ได้ก็หลากหลายเช่น ท่าใช้คนเดียว ท่าคู่ ท่าสามคน ก็ถือเป็นอะไรที่ช่วยให้ระบบการเล่นมีสีสันมากกว่าเดิม
.

DQXI ฉากสู้.jpg (655 KB)
ฉากสู้ในเกมที่เป็นเทิร์นเบสแบบแท้ๆ
.

ภาคนี้ใส่ระบบอำนวยความสะดวกแบบเกมสมัยใหม่เข้ามาพอสมควรจากเดิมด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการที่เราสามารถสลับสับเปลี่ยนตัวละครในระหว่างสู้ได้ทันที หรือจะหมุนมุมกล้องดูฉากสู้ ดูโมเดลตัวละครเองก็ได้ ไม่จำเป็นต้องมองผ่านแต่ด้านหลังของทีมเรา แม้แต่จะบังคับตัวละครวิ่งไปมาในฉากสู้ก็ได้ (แต่สุดท้ายการวางตำแหน่งตัวละครก็ไม่ได้ช่วยอะไรเรื่องกลยุทธ์หรือการเล่นอยู่ดีน่ะนะ) ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้ผมเข้าใจว่าทีมสร้างน่าจะกำลังพยายามค่อยๆ ปรับตัวเกมให้ร่วมสมัยมากขึ้นทีละเล็กทีละน้อย ไม่ได้ทำการเปลี่ยนแบบปุบปับจนแฟนๆ เหนียวแน่นต้องเกิดอาการ culture shock ก็เป็นได้ครับ

อีกระบบหนึ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้คงเป็นการคราฟต์อาวุธ คราฟต์เครื่องป้องกัน หรือแม้แต่การตีบวกเพิ่มประสิทธิภาพของสิ่งต่างๆ ที่เรามีนั่นเอง หากคุณขยันสำรวจอย่างละเอียดและทำไซด์เควสต์ต่างๆ ตามเมืองก็มักจะได้ของรางวัลมาเป็นสูตรในการสร้างอาวุธหรือเครื่องป้องกันที่มักจะเป็นของดีมากกว่าที่มีขายตามร้านในช่วงนั้นๆ เรียกได้ว่าถ้าผู้เล่นใช้งานระบบนี้บ่อยๆ และขยันตีบวกข้าวของเครื่องใช้ที่มีในขณะนั้นก็จะช่วยให้การเล่นสะดวกขึ้นมากเลยทีเดียว
.

DQXI ตีอาวุธ.jpg (484 KB)
การตีอาวุธจะทำได้ตามแคมป์ที่กระจายอยู่ทั่วเกม
.

การเดินทางในฉากนั้น แน่นอนว่าการเดินเท้าถือเป็นวิธีสัญจรปกติของเกม แต่ในกรณีที่คุณอยากไปที่ไหนอย่างฉับไวคุณก็สามารถสั่นกระดิ่งเรียกม้ามาขี่ได้ แถมในบางจุดคุณจะสามารถกำจัดศัตรูเพื่อขึ้นไปขี่มันเป็นพาหนะได้ด้วยนะ โดยในหลายครั้งการขี่ศัตรูก็จะทำให้เราเข้าถึงหีบสมบัติหรือเส้นทางบางจุดที่ซุกซ่อนอยู่ได้ด้วย ส่วนการพบเจอศัตรูในภาคนี้จะไม่มีอีกแล้วที่จู่ๆ เดินแล้วตัดเข้าฉากสู้อัตโนมัติเพราะเราจะเห็นบรรดามอนสเตอร์น้อยใหญ่เดินไปมาในฉากกันตัวเป็นๆ หากเราไปเดินชนจึงจะตัดเข้าฉากสู้ตามธรรมเนียม แต่ถ้าเรากดโจมตีเปิดฉากก็จะเป็นการลดพลังชีวิตของมันก่อนเข้าฉากสู้ให้เราชิงความได้เปรียบเล็กน้อยเช่นกัน (มันอยู่ของมันดีๆ จะพุ่งไปหวดมันทำไมนะคนเรา...) นอกจากนั้นแล้วระยะเวลากลางวันกลางคืนก็จะทำให้มอนสเตอร์ที่ปรากฏตัวในฉากหรือพฤติกรรมของมันเปลี่ยนไปบ้างเช่นกัน
.

DQXI ฉากเดินทางแผนที่.jpg (680 KB)
ในฉากแผนที่เราจะเห็นศัตรูเดินไปมาทั่วไป
.

แต่สำหรับใครที่อยากจะผละจากการออกเดินทางตามชะตาแห่งผู้กล้า และอยากเถลไถลสักหน่อย เกมนี้ก็มีมินิเกมให้ได้เล่นกันเพลินๆ เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นการลงแข่งม้าที่จะให้เราได้เล่นเกมในสไตล์ของเกมเรซซิ่ง หรือจะเป็นมินิเกมต่างๆ ในคาสิโน เช่น สล็อตแมชชีน หรือโป๊กเกอร์ เป็นต้น และก็แน่นอนว่าคนส่วนใหญ่คงจะต้องพยายามเล่นมินิเกมเหล่านี้กันอย่างจริงจัง เพราะของรางวัลที่ได้ก็มักจะเป็นของดีซะด้วยน่ะสิ
.

DQXI แข่งม้า.jpg (392 KB)
ถ้าเข้าที่หนึ่งก็แน่นอนว่าจะได้อะไรดีๆ กลับมา
.

DQXI สล็อต.jpg (449 KB)
เล่นให้ได้ชิปจำนวนมหาศาลซะเพราะอาวุธดีๆ รอคุณอยู่


เพลงประกอบและเสียงพากย์

ในส่วนของเพลงประกอบนั้น ทีมงานเลือกเพลงประกอบที่ฟังสบายรื่นหู ไม่ว่าจะช่วงสบายๆ หรือช่วงตื่นเต้นของเกมก็ไม่มีทำนองที่ฟังแล้วเสียดหูหรือกระแทกหูจนรำคาญแต่อย่างใด ถ้าจะบอกว่าเหมือนใช้วงออร์เคสตรามาบรรเลงให้ฟังทั้งเกมก็คงไม่ผิดอะไร ถ้าจะมีข้อเสียเพียงอย่างเดียวก็คือหากคุณเล่นเกมตอนช่วงกำลังล้าๆ หรืออ่อนเพลียก็อาจจะพาลหลับได้ง่ายๆ เหมือนกันครับ

สำหรับเสียงพากย์ที่เพิ่มเติมเข้ามาในฉบับภาษาอังกฤษนี้ ก็คงพูดได้ว่าไม่เลวร้ายครับ น้ำเสียงและการใส่อารมณ์ก็ถือว่าทำได้เพลินๆ แถมแต่ละเมืองก็มีการเล่นสำเนียงพื้นถิ่นให้แตกต่างกันไปด้วย ตรงจุดนี้ถือว่าทีมพากย์เอาใจใส่พอสมควรเลย แต่จังหวะจะโคนในการพูดบางทีก็เนิบช้าพอควรจนคนเล่นอ่านจบประโยคก่อนตัวละครจะพูดจบซะอีกครับ บางจังหวะก็เลยมีกดสคิปไม่ทันฟังจนจบอยู่เหมือนกัน


สรุป (ณ ตอนนี้)

DRAGON QUEST XI ถือเป็นเกม JRPG ขนานแท้และดั้งเดิม ที่รูปแบบการดำเนินเรื่องและการเล่นคลาสสิกมากๆ จนในบางมุมอาจเรียกได้ว่าโบราณ แต่ในความคลาสสิกของมันก็ยังคงเล่นแล้วสนุกและมีเสน่ห์ในแบบของตัวเองครับ ในยุคที่มีเกมสไตล์ WRPG ซึ่งเปิดกว้างและมอบอิสระมากมายให้แก่ผู้เล่น ก็คงน่าเสียดายถ้าหากว่า DQXI นี้จะถูกมองข้ามไป ถ้าคุณชื่นชอบเกมสไตล์ JRPG เกมนี้ควรเล่นแน่นอน แต่ถ้าคุณไม่ชอบหรือไม่นิยมเกมสไตล์ JRPG ก็อาจมีจุดไม่ถูกใจเยอะแยะหากแต่ถ้าได้ลองสัมผัสเกมไปสักระยะ คุณอาจจะหลงเสน่ห์เกมนี้โดยไม่รู้ตัวก็ได้ครับ

คะแนน 8.5 ⁄ 10

Post by [G-jang]
TOP