Wiki review


Megaman 11 Review

*ทีมงานไทยเกมวิกิขอขอบคุณ Sicom Amusement Co.‚ Ltd. ที่ให้โค้ดสำหรับรีวิวในคราวนี้ครับ


Rockman หรือชื่อฝั่งตะวันตกว่า Megaman นั้น ถือเป็นอีกหนึ่งซีรีส์ที่อยู่คู่วงการวิดีโอเกมมายาวนาน ภาคแรกสุดวางจำหน่ายในปี ค.ศ.1987 จากนั้นบริษัทผู้พัฒนาอย่าง Capcom ก็ผลิตภาคต่อรวมถึงภาคแยกย่อยออกมามากมาย บ้างก็ประสบความสำเร็จ บ้างก็ได้เสียงตอบรับที่ไม่ดีนัก และเมื่อวงการวิดีโอเกมก้าวต่อไปข้างหน้าด้วยกราฟิกที่งดงามขึ้น รูปแบบการเล่นที่หลากหลายมากขึ้น ดูเหมือนซีรีส์ Megaman จะราวกับโดนทิ้งเอาไว้ข้างหลังไม่อาจเดินตามโลกที่หมุนไปทุกวันได้ทัน จนมาภาคล่าสุดนี้ที่อายุอานามของซีรีส์ก็ครบ 31 ปี ก็ดูเหมือนว่าเจ้าหนูหุ่นยนต์สีฟ้าผู้สามารถดูดกลืนทักษะของบอสมาเป็นของตัวเองได้จะอยากหวนกลับคืนสู่วงการอีกครั้ง แต่ว่าซีรีส์อายุ 31 ปีนี้จะยังสามารถยืนหยัดในวงการที่เต็มไปด้วยซีรีส์ชื่อก้องมากมายที่ล้วนแล้วแต่สดกว่า ไฟแรงกว่าได้หรือไม่นะ?


เนื้อเรื่อง

เรื่องราวของภาคนี้ ยังคงดำเนินตามขนบดั้งเดิมของซีรีส์ Megaman ที่ผ่านๆ มาอย่างไม่มีผิดเพี้ยน วายร้ายประจำภาคจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก Dr.Wily คู่ปรับตลอดกาลของ Dr.Light ซึ่งในคราวนี้ Dr.Wily ได้หลับฝันถึงอดีตในสมัยวัยหนุ่มซึ่งตนเคยโต้เถียงกับ Dr.Light รวมถึงคณะกรรมการผู้ออกทุนสนับสนุนจากสถาบันวิทยาศาสตร์ เพราะตัวเขายึดมั่นในระบบ Double Gear ที่จะช่วยเพิ่มสมรรถนะให้กับหุ่นยนต์เป็นอย่างมาก ส่วน Dr.Light กลับคัดค้านเพราะเห็นว่าการสร้างให้หุ่นยนต์มีความรู้สึกนึกคิดและตัดสินใจเองได้จะเป็นประโยชน์กับสังคมและอยู่ร่วมกับมนุษย์ได้อย่างสันติมากกว่า สุดท้ายคณะกรรมการจึงตัดสินใจสนับสนุนงานวิจัยของ Dr.Light ทำให้ Dr.Wily เคียดแค้นเป็นอย่างมาก
.

MM11 รูป 4.jpg (443 KB)
บอสที่เราต้องสู้มีแปดตัวไม่ขาดไม่เกิน
เมื่อชนะแล้วก็ต้องไปลุยที่ป้อมปราการของ Dr.Wily ตามธรรมเนียม
.

แน่นอนล่ะว่าแม้จะเป็นเรื่องราวในอดีตอันยาวนาน แต่เมื่อ Dr.Wily ดันนึกขึ้นมาได้ (ต้องบอกว่าที่ทีมสร้างเพิ่งนึกขึ้นมาได้คงจะถูกกว่า) มีหรือที่จะปล่อยให้โอกาสนี้หลุดลอยไป ดังนั้น Dr.Wily จึงทำการจับตัวหุ่นยนต์ที่มารอรับการตรวจสภาพกับ Dr.Light จำนวน 8 รายไปทำการล้างสมองเพื่อก่อความวุ่นวายจน Megaman ต้องออกไปจัดการอีกครั้ง
.

MM11 รูป 2.jpg (234 KB)
ป้อมปราการหัวกะโหลกดีไซน์ประจำตัวของ Dr.Wily
ว่าแต่พี่แกแอบสร้างของใหญ่โตขนาดนี้โดยหลบสายตาคนอื่นได้ยังไงนะ?
.

หากจะให้แสดงความรู้สึกอย่างตรงไปตรงมาก็คงต้องบอกว่าเนื้อเรื่องของเกมนี้ “เชย” สะบัดเลยครับ เรียกได้ว่าดำเนินตามสูตรตามแนวทางของภาคก่อนๆ มาอย่างไม่มีผิดเพี้ยน Dr.Wily ริษยา สร้างกองทัพหุ่นยนต์ 8 ตัว Dr.Light ส่ง Megaman ไปปราบ พอปราบได้ Dr.Wily ก็ก้มหัวปะหลกๆ ยกโทษให้ด้วยจ้า ก่อนจะเผ่นหนีไปในภายหลัง ดังนั้นหากใครหวังจะได้เนื้อเรื่องที่ลึกซึ้งซับซ้อนซ่อนเงื่อน ฯลฯ เกมนี้ไม่มีให้นะครับ เนื้อเรื่องของเกมเป็นเหมือนแค่ข้ออ้างบางประการให้ผู้เล่นได้มีโอกาสบุกฝ่าด่านทั้ง 8 รวมถึงฉากป้อมปราการของ Dr.Wily ตั้งแต่ต้นจนจบเพียงเท่านั้น
.

MM11 รูป 3.jpg (202 KB)
ให้อภัยปู่แก่ๆ คนนี้เถอะจ้า (รอบที่ 11+)


เกมเพลย์

สิ่งสำคัญที่สุดของซีรีส์ Megaman นั้นจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากเกมเพลย์ครับ ภาคนี้ยังคงจับเอาระบบและเอกลักษณ์ต่างๆ ที่หลายคนคุ้นเคยมาใส่ไว้เช่นเดิม รูปแบบการเล่นยังคงเป็นแอ็คชันด้านข้างในมุมมอง 2.5D ไม่มีปัจจัยเรื่องความลึกหรือความไกลของฉากมาเป็นส่วนประกอบ ทุกอย่างจะเกิดขึ้นแค่ในแนวตั้งและแนวนอนเท่านั้น ซึ่งตัวเอกของเราอย่าง Megaman สามารถชาร์จพลังเพื่อยิงกระสุนลูกใหญ่ได้ สามารถสไลด์ลอดช่องต่างๆ ได้ หรือจะเรียก Rush ออกมาเป็นสปริงให้เรากระโดดขึ้นที่สูงซึ่งปกติจะโดดไม่ถึงก็ยังทำได้ บอสต่างๆ มีอาวุธที่แพ้ทางตามสไตล์เกมภาคคลาสสิกไม่มีผิดเพี้ยน ในส่วนของการบังคับควบคุมก็ถือได้ว่าตอบสนองดีไม่มีจังหวะหน่วงช้าให้รำคาญใจ ซึ่งถือเป็นจุดสำคัญมากๆ สำหรับเกมแนวนี้
.

MM11 รูป 8.jpg (405 KB)
ภาคนี้สามารถใช้อนาล็อกขวาเปลี่ยนอาวุธได้ด้วยนะ
เพิ่มความสะดวกในการใช้งานได้พอควรเลยล่ะ
.

ถึงอย่างนั้นก็ใช่ว่าภาคนี้จะไม่มีอะไรที่แปลกแตกต่างไปจากเดิมครับ เพราะงวดนี้ได้มีการเพิ่มเติมระบบ Double Gear เข้ามา เมื่อกด L1 จะเป็นการใช้ Power Gear ที่ทำให้บัสเตอร์ของเรามีพลังทำลายล้างรุนแรงขณะใช้งานเหมาะสำหรับการกำจัดศัตรูอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ Speed Gear จะทำให้ทุกอย่างรอบข้างเชื่องช้าลงเหมาะสำหรับการหลบหลีกการโจมตีของศัตรู หรือถ้าเราใกล้จะแพ้ก็สามารถเปิดใช้งานทั้งสองระบบได้พร้อมกันเสมือนเป็นไพ่ตายสุดท้าย ซึ่งก็ไม่ต้องสงสัยครับว่าตลอดทั้งเกมถูกออกแบบให้ต้องใช้งานระบบใหม่นี้เป็นหลัก ดังนั้นในหลายๆ จุดถ้าคุณใช้งานระบบ Double Gear ได้ไม่คล่องก็จะทำให้ชีวิตลำบากมากกว่าเดิม เพราะฉากต่างๆ ยังคงอุดมไปด้วย stage hazard ที่สะกิดเพียงทีเดียวก็ส่ง Megaman ของเราไปเริ่มใหม่ต้นฉาก (หรือจุดเช็คพอยต์) ได้ในพริบตา
.

MM11 รูป 5.jpg (262 KB)
หุ่นยนต์เหล็กกล้าแต่เมื่อสะกิดหนามปุ๊บ
กลายเป็นลูกโป่งปิ้วๆๆ
.

อย่างไรก็ตาม เกมก็ยังใจดีที่ใส่ระบบซื้อไอเทมหรือติดตั้งพาร์ทเสริมเข้ามาให้เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้เล่น บ้างก็เป็นรองเท้าที่ช่วยให้ยึดเกาะกับพื้นผิวลื่นได้ดีขึ้น บ้างก็ช่วยชาร์จพลังของบัสเตอร์ให้เราอัตโนมัติโดยไม่ต้องกดเอง หรือแม้แต่พาร์ทเสริมที่ช่วยให้เรายังเอาตัวรอดได้แม้จะโดนหนามแทงไม่ต้องระเบิดเป็นลูกโป่งโดนเจาะ เป็นต้น เห็นได้ว่างวดนี้ Capcom เอาใจทั้งสายฮาร์ดคอร์และสายแคชชวลให้ทุกคนสามารถสนุกไปกับเกมได้อย่างไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
.

MM11 รูป 7.jpg (438 KB)
พาร์ทเสริมเพิ่มความสะดวกนั้นมากมาย
ซื้อมาใช้เถิดจะเกิดผล
.

หากใครที่เป็นสายฮาร์ดคอร์แต่เล่นจบแล้วแต่ยังไม่หนำใจและคิดว่าเกมหลักนั้นง่ายเกินไป เกมก็ยังมี Challenge Mode อีกมากมายไว้รอท้าทายความสามารถ ซึ่งดูจากเงื่อนไขแต่ละอย่างแล้ว บอกได้เลยว่าถ้าคนคิดจะเก็บ Platinum Trophy นี่มีเหนื่อยแน่นอนครับ
.

MM11 รูป 9.jpg (372 KB)
จะท้าทายตัวเอง จะดูข้อมูลของตัวละคร ตรงนี้มีให้


กราฟิก

ในส่วนของกราฟิกนั้น คงต้องบอกว่าสวยงามด้วยอาร์ตสไตล์ในรูปแบบเหมือนที่ผ่านๆ มาของซีรีส์ครับ แม้โมเดลและเท็กซ์เจอร์ต่างๆ จะไม่ได้คุณภาพสูงละเอียดยิบชนิดที่ว่าจะต้องเห็นเส้นผมเป็นเส้นๆ พื้นผิวของหุ่นยนต์จะไม่ได้ดูกระด้างและให้ความรู้สึกเป็นเหล็ก แต่เกมสวยงามในแบบของการ์ตูนและให้ความรู้สึกคล้ายกับเป็นการ์ตูนอนิเมชันที่เราบังคับได้มากกว่า แม้จะเป็นกราฟิกแบบโพลีกอนไม่ใช่สไปรต์ 2D แบบในภาคก่อนๆ แต่การที่สามารถสร้างออกมาได้ความรู้สึกแบบสมัย 2D ก็ต้องขอชมทีมงานในจุดนี้ครับ
.

MM11 รูป 1.jpg (287 KB)
บอสสุดคลาสสิกอย่าง Yellow Devil ก็มาให้สู้ในภาคนี้
.

การออกแบบฉากของบอสแต่ละตัวนั้นมีสีสันและเอกลักษณ์ของตัวเองชัดเจน ดังนั้นเราจะไม่ได้เห็นบรรยากาศที่ซ้ำกันเลย หากไปเล่นฉาก Bounce Man ก็จะเต็มไปด้วยลูกบอลสีสันฉูดฉาดให้อารมณ์เหมือนอยู่ในสวนสนุก แต่เมื่อเปลี่ยนเป็นฉากของ Tundra Man ก็จะเต็มไปด้วยน้ำแข็งและหิมะที่หนาวเหน็บตลอดเวลา ทว่าพอเป็นฉากของ Torch Man ก็จะเต็มไปด้วยเปลวเพลิงที่ลุกโหมกระหน่ำให้ความรู้สึกร้อนแรง ในแง่ของการออกแบบฉากและการนำเสนอถือว่าสอบผ่านอย่างไม่ต้องสงสัยครับ


เพลงประกอบและเสียงพากย์

ในส่วนของเพลงประกอบนั้นถือว่าทำออกมาได้ดีครับ ถ้าใครคิดถึงสไตล์เพลงของภาคก่อนๆ มาเล่นภาคนี้จะไม่ผิดหวังแน่นอนครับ บทเพลงประจำฉากของบอสแต่ละตัวแต่งออกมาได้อารมณ์เหมือนเป็นเพลงที่คุณจะต้องเคยได้ยินจากเกมต่างๆ ในสมัยแฟมิคอมหรือซูเปอร์แฟมิคอมแต่นำมาแต่งใหม่และทำใหม่ด้วยคุณภาพเสียงของปัจจุบัน เลยได้ทั้งความร่วมสมัยและความคลาสสิกรวมกันอย่างลงตัว

เสียงพากย์ของเกมมีให้เลือกทั้งญี่ปุ่นและอังกฤษ ซึ่งผมคิดว่าทั้งสองภาษาทำออกมาได้ดีครับ อย่างที่กล่าวไปแล้วว่าคุณภาพกราฟิกของเกมเหมือนเรากำลังนั่งดูการ์ตูนอนิเมชันที่บังคับได้ เสียงพากย์จึงออกมาในโทนเดียวกัน ตัวละครจะพูดกันชัดถ้อยชัดคำ ไม่เร็วไปไม่ช้าไป น้ำเสียงบ่งบอกและถ่ายทอดบุคลิกลักษณะของแต่ละตัวละครออกมาได้ชัดเจนดี


สรุป

Megaman 11 ถือเป็นการกลับมาอย่างสมศักดิ์ศรีของซีรีส์ที่อายุ 31 ปี ซึ่งการกลับมาในคราวนี้ไม่เพียงแต่คงเอกลักษณ์ของตัวเองเอาไว้ได้อย่างครบครันแต่ยังปรับแต่งและปรับปรุงให้มีความร่วมสมัยได้มากขึ้น ถึงแม้ว่าอาจจะไม่ถึงขึ้นเรียกได้ว่าเป็นการปฏิวัติซีรีส์หรือพลิกโฉมเกมแนวแอ็คชันลุยด้านข้าง แต่ก็ถือได้ว่ามีความสนุกท้าทายและได้รสชาติที่ชวนให้หายคิดถึงครับ ซึ่งผมก็หวังว่าภาคหน้าจะมีตัวละครเก่าๆ อีกหลายตัวกลับมาปรากฏโฉมนะ ไม่ว่าจะ Blues (Proto Man) หรือ Forte (Bass) ก็ตามที และก็ขอเอาใจช่วยและรอดูว่าพัฒนาการต่อๆ ไปของเจ้าหนูหุ่นยนต์สีฟ้านี้จะเป็นอย่างไรต่อไปครับ
.

คะแนน

8 ⁄ 10

Post by [G-jang]
TOP