Wiki review

มหากาพย์แดนกรีก


*ขอขอบคุณโค้ดรีวิวจาก Ubisoft Limited มา ณ โอกาสนี้ด้วยครับ


ถ้าจะบอกว่า Assassin’s Creed Odyssey เป็นเกมใหญ่ น่าจะเรียกว่าเป็นการดูแคลนเกมนี้เลยทีเดียว ด้วยแผนที่ขนาดมหึมาที่คงต้องสำรวจกันไปอีกนานกว่าจะทั่ว และปริมาณเนื้อหาภารกิจที่อัดแน่นอยู่ในแต่ละแว่นแคว้น รายละเอียดในเกมนั้นมีมากมายจนอาจจะดูน่าท้อใจสำหรับบางคน แต่หากคุณชื่นชอบความอิสระสไตล์เกม open world ที่ให้คุณได้ท่องไปทั่วดินแดน พบเจอผู้คนและทำภารกิจในโลกที่เต็มไปด้วยสีสันแล้วละก็ นี่คือหนึ่งในการผจญภัยที่ยอดเยี่ยมที่สุดของซีรีส์นี้เลยทีเดียว
.

https_%2F%2Fblueprint-api-production.s3.amazonaws.com%2Fuploads%2Fcard%2Fimage%2F855678%2F22f9ec83-ee50-453f-b950-795a219c7013.jpg (185 KB)


ปรับโฉมใหม่ถูกใจแฟน

เป็นที่ทราบกันดีว่า Assassin’s Creed Origins ได้เปลี่ยนแปลงซีรีส์ AC อย่างขนานใหญ่ โดยการนำระบบเกมแบบ RPG ใส่เข้าไปในเกม ผู้เล่นต้องเก็บค่าประสบการณ์เพื่อพัฒนาความสามารถของตัวละคร และค้นหาไอเทมระดับสูงไว้ใช้งาน ไปจนถึงการปรับปรุงระบบการต่อสู้ใหม่หมด ซึ่งผลตอบรับก็เป็นที่ถูกอกถูกใจแฟนๆ อย่างมาก และในภาคล่าสุดอย่าง Odyssey ตัวเกมก็ยังคงเน้นย้ำแนวทางใหม่นี้ ให้เข้มข้นชัดเจนมากยิ่งขึ้น ด้วยการเพิ่มรายละเอียดใหม่ๆ เข้าไป


โดยในภาคนี้ทีมงานเลือกใช้ฉากหลังเป็นอาณาจักรกรีกโบราณในช่วงสงครามเพโลพอนนีเซียน (Peloponnesian War : 431-404 BC) หรือราว 50 ปีหลังจากศึกเทอร์มอพิลีอันลือลั่น แต่ในสงครามนี้เป็นการต่อสู้แย่งชิงอำนาจเหนือดินแดนกรีกกันเองระหว่าง สปาร์ตา และ เอเธนส์ สองนครรัฐที่เข้มแข็งที่สุดในยุคนั้น

ความเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นสามารถสังเกตเห็นได้ตั้งแต่เริ่มเกม ตั้งแต่การเลือกตัวละครเป็นชายหรือหญิง Alexios หรือ Kassandra ซึ่งในความเป็นจริงไม่มีผลอะไรกับเนื้อเรื่องนัก หรือระบบการเล่นแบบ Exploration Mode ที่จะปกปิดตำแหน่งเป้าหมายภารกิจในแผนที่ ให้ผู้เล่นต้องใช้การสังเกตและค้นหาที่หนักหน่วงกว่าเดิม ซึ่งทีมงานแนะนำว่าควรจะเล่นโหมดนี้เพื่อเพิ่มความท้าทายให้กับตัวเกม

https_%2F%2Fblueprint-api-production.s3.amazonaws.com%2Fuploads%2Fcard%2Fimage%2F789925%2F397515d7-f5ab-46b4-9f56-659058c8197e.jpg (193 KB)


สิ่งที่เราน่าจะเห็นได้ชัด ก็คือการเพิ่มตัวเลีอกบทสนทนาที่ทำให้ผู้เล่นสามารถตอบโต้กับตัวละครในเกมไดัตามใจ นอกจากช่วยเพิ่มอรรถรสในการพูดคุยให้หลากหลายขึ้นแล้ว (ซึ่งแน่นอนว่าจำเป็นมาก เพราะถ้าเกม RPG มีแต่บทพูดน่าเบื่อ การเดินทางครั้งนี้คงดูกร่อยไปมากโข) มันยังช่วยสร้างบุคลิกให้พระเอก / นางเอกของเรา รวมไปถึงสามารถสานสัมพันธ์กับตัวละครสมทบบางตัวได้ แต่อย่าได้คิดว่าระบบนี้เป็นเพียงลูกเล่นเล็กน้อยที่ทีมงานใส่มาเท่านั้น เพราะในหลายโอกาสคุณจะต้องใส่ใจฟังสิ่งที่ตัวละครพูด และเลือกโต้ตอบด้วยประโยคที่ถูกต้อง ซึ่งสิ่งที่เราเลือกเอาไว้จะส่งผลสำคัญกับตัวเกมในระยะยาวอย่างที่คุณไม่คาดคิด


เกมยาว เควสต์เยอะ เล่นได้นาน

หลังจากพ้นช่วงอารัมภบทต้นเรื่องซึ่งกินเวลานานถึง 2-3 ชั่วโมง เราจะเข้าสู่เนื้อหาหลักของเกมที่จะค่อยๆ คายเนื้อเรื่อง และระบบต่างๆ ของเกม ให้ผู้เล่นได้ทำความรู้จักอย่างช้าๆ ซึ่งหากเราพิจารณาในจุดนี้จะพบว่า Assassin’s Creed Odyssey เป็นเกมที่รวบรวมเอาระบบที่ยอดเยี่ยมจากเกม AAA ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา นำมาร้อยเรียงอัดแน่นอยู่ในเกมเดียวได้อย่างลงตัว โดยมีโครงสร้างสูตรสำเร็จของเกมค่าย Ubisoft เป็นแกนกลาง กล่าวคือ หากคุณเป็นแฟนเกมของค่ายนี้ซึ่งถนัดในการสร้างเกม open world เป็นพิเศษ ก็แทบจะเดาได้ในทันทีว่าเกมจะเล่น และให้ความรู้สึกเช่นไร

รูปแบบการเล่นยังคงคล้ายกับหลายเกมของค่ายนี้ก่อนหน้า เราออกผจญภัยตามเส้นเรื่องไปจนพบดินแดนใหม่ ปืนขึ้นที่สูงแล้ว Synchronize เพื่อเปิดแผนที่ให้เห็นสถานที่สำคัญที่เราสามารถสำรวจได้ และตัวละครที่แจกจ่ายภารกิจให้เราในบริเวณนั้น รับภารกิจมาทำ หลังจากจบแล้วก็รับรางวัลเป็นค่าประสบการณ์ เงินทอง หรือไอเทมใหม่ๆ แล้วก็ทำวนซ้ำขั้นตอนเหล่านี้ใหม่ไปเรื่อยๆ แต่สิ่งแรกที่จะต้องพูดถึงเลยก็คือ ปริมาณของภารกิจที่มีให้ทำนั้น มีมากจนน่าตกใจ


odyssey_2.jpg (690 KB)


แน่นอนว่าภารกิจหรือ (Quest – เควสต์) จะถูกแบ่งเป็น หลัก รอง และย่อย โดยเควสต์หลักจะเป็นตัวดำเนินเนื้อเรื่องการผจญภัยของเราให้คืบหน้าไป เควสต์รองจะเป็นเควสต์ที่มีเกร็ดน่าสนใจอยู่ อาจมีส่วนเกี่ยวเนื่องกับเนื้อเรื่องของเกม หรือช่วยบอกเล่าเรื่องราวของตัวละคร ประวัติศาสตร์ ไปจนถึงขยายโลกของกรีกโบราณให้เราเข้าใจและน่าสนุกมากขึ้น บ้างก็ซีเรียสดราม่า บ้างก็ตลกขบขัน และเป็นแหล่งฟาร์มไอเทม ประสบการณ์ และเงินได้เป็นอย่างดี ส่วนเควสต์ย่อย เป็นเควสต์เล็ก ทำได้ง่ายและไว เช่น ตามหาคน ลอบสังหารเป้าหมาย จัดส่งพัสดุ ไปจนถึงลักเล็กขโมยน้อย ที่แทบไม่มีผลอะไรกับเกมเลย

ผมใช้เวลาในการเล่นราว 50 ชั่วโมง จึงจะจบเนื้อเรื่องหลักแต่ยังไม่จบบริบูรณ์ ซึ่งนั่นก็ยังไม่ทำให้เราได้พบกับฉากจบของเกมด้วยซ้ำ และยังมีภารกิจเหลือให้ทำอีกได้หลายสิบชั่วโมง(เฉพาะเควสต์รองที่มีความสำคัญ) หากนับรวมเควสต์ย่อยที่มีแจกจ่ายอยู่ตามกระดานข่าวสาร หรือเควสต์ประจำวันที่ได้จากการออนไลน์(แต่ตัว NPC ในเกมเป็นคนแจก) น่าจะทำให้เกมนี้เล่นได้ยาวหลักร้อยชั่วโมงขึ้นไปได้เลยทีเดียว ตามความเห็นของผม ณ จุดนี้เองที่เกมจะปล่อยผู้เล่นให้เป็น “อิสระ” อย่างแท้จริง และความสนุกเพิ่งจะเริ่มต้น....

43700086_1891893207594881_7675021534779408384_o.jpg (291 KB)


แต่นานเกินไปก็ไม่ใช่เรื่องดี

ด้วยความที่เควสต์มีมากเหลือเกิน มันจึงเป็นการยืดเวลาในการเล่นเกมออกไปได้มาก ทำให้ใครก็ตามที่อยากจะเก็บทุกอย่างบนแผนที่ให้ครบจบสมบูรณ์จะต้องใช้เวลากับมันนานเป็นพิเศษ ซึ่งสำหรับหลายคนคงต้องนับว่ามันเป็นข้อดี ที่เกมจะมีกิจกรรมให้เราเล่นไปได้นานๆ เพราะมันเป็นเครื่องแสดงถึงความคุ้มค่า แต่เมื่อมันมารวมกับองค์ประกอบสำคัญอีกอย่างหนึ่งของเกม คือการเก็บเลเวลและหาไอเทมอันเป็นพื้นฐานของเกม RPG ทำให้รู้สึกเหมือนกลายเป็นระบบที่ถูกนำมาใช้ในการบีบให้ผู้เล่นต้องออกนอกเส้นทางการเดินเรื่องหลัก แล้วไปรับ Side Quest มาทำ เพื่อเก็บเลเวลให้สูงมากพอที่จะเล่น Main Quest ต่อไปได้ ทำให้เกิดความรู้สึกยืดเยื้อเกินความจำเป็นเล็กน้อย จนทำให้บางครั้งเมื่อหันไปเหลือบมองระบบเติมเงินเพื่อเร่งเวลาในการเก็บ XP Boost ก็ดูน่าสนใจขึ้นมา


แต่โชคดีที่การเดินทางสำรวจดินแดนกรีกอันกว้างใหญ่ทั้งทางบกและทางทะเลนั้นค่อนข้างเพลิน จนทำให้เราลืมไปว่ากำลังทำอะไรอยู่ ขอเพียงแค่ไม่ต้องรีบค่อยๆ เล่นไปเรื่อยๆ แบบใจเย็น ระบบเติมเงินของเกมก็สามารถหลีกเลี่ยงได้และไม่มีความจำเป็น

ระหว่างการผจญภัย ภารกิจส่วนใหญ่ที่เราได้รับมักไม่พ้นการต่อสู้ ในภาคนี้การต่อสู้ยังคงเป็นรูปแบบเดิมที่เคยมีมาใน Origins การโจมตีจะมีสองแบบคือโจมตีเบาซึ่งรวดเร็ว และโจมตีหนักที่เชื่องช้ารุนแรงและใช้แหวกทำลายการป้องกันของศัตรูได้ การป้องกันจะมีการป้องปัด และการหลบที่ใช้หลบการโจมตีหนักของศัตรู แล้วโจมตีสวนกลับ แม้จะดูเรียบง่ายแต่เมื่อผสมผสานกับทักษะความสามารถต่างๆ ของเราซึ่งสามารถใส่สกิลพร้อมใช้ได้ถึง 12 สกิล ก็ช่วยเพิ่มความหลากหลายให้กับการต่อสู้อีกระดับหนึ่ง

ทักษะของตัวละครของเรานั้นจะถูกแบ่งออกเป็น 3 สาย ได้แก่ Hunter ที่เน้นการใช้ธนูยิงใส่ศัตรูจากระยะไกล Warrior สายนักรบที่เน้นการต่อสู้ประชิดตัว และมือสังหาร Assassin ที่เน้นการลอบฆ่าและทำภารกิจลอบเร้น เมื่อผู้เล่นมีเลเวลที่สูงขึ้นก็จะสามารถนำสกิลพอยต์มาเพิ่มความสามารถในสายต่างๆ ได้การจะเลือกเล่นสายใดสายหนึ่ง(หรืออัพทุกสาย) ก็ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนตัว หรือประโยชน์การใช้งานเป็นหลัก แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องนำมาพิจารณาก็คืออาวุธและอุปกรณ์แต่ละชิ้นจะช่วยเพิ่มความสามารถของทักษะแต่ละสายที่ต่างกัน จริงอยู่ว่าเราสามารถสวมใส่อุปกรณ์ได้ทุกชิ้นหากเลเวลของตัวละครสูงเทียบเท่ากับไอเทม แต่อาจจะมีอาวุธและชุดเกราะที่เพิ่มความรุนแรงของสกิลแต่ละสายที่เราต้องการโดยเฉพาะ เช่นเราอาจได้เกราะสำหรับสาย Hunter แต่ถ้าเราเล่นสาย Warrior ก็ต้องมองหาไอเทมชิ้นอื่น แต่ในขณะเดียวกันก็สามารถเก็บไอเทมสำหรับสายอื่นเอาไว้ได้ แล้วสลับใช้ตามสถานการณ์ เพราะหากมีความจำเป็นจริงๆ ผู้เล่นสามารถรีเซตสกิลทั้งหมดที่ตัวเองมีได้ตลอดเวลา ทำให้เราสลับรูปแบบการเล่นได้บ่อยครั้งตามที่ต้องการ

เราสามารถสวมใส่อาวุธได้สามชิ้น แบ่งเป็นอาวุธระยะประชิด 2 ชิ้นและธนูอีก 1 โดยโบนัสของอาวุธจะคิดรวมกันหมดแม้จะไม่ได้ถืออยู่ในมือ หมายความว่าเราสามารถหาอาวุธสำหรับสายของเราถึง 3 ชิ้นด้วยกัน ส่วนชุดเกราะนั้นมี 5 ชิ้น ได้แก่ หัว อก แขน กางเกง และขา แบ่งตามระดับความหายากด้วยสี ขาว ฟ้า ม่วง และทอง ตามลำดับ ความแตกต่างก็คือไอเทมระดับสูงจะมีโบนัสมากขึ้น และชุดเกราะเซตระดับสูงซึ่งอาจมีโบนัสพิเศษหากเราสวมใส่ชุดเกราะครบทุกชิ้นด้วย ไม่เพียงเท่านั้น ไอเทมสวมใส่เหล่านี้จะยังสามารถตีบวกความสามารถให้ทัดเทียมกับเลเวลของผู้เล่นได้ ดังนั้นหากเราพบไอเทมที่ถูกใจตอนต้นเกม ก็สามารถนำมาตีบวกแล้วใช้งานในช่วงท้ายเกมได้

7scrmax2.jpg (715 KB)


ระบบเดินเรือที่งดงามโดดเด่น

สภาพทางภูมิศาสตร์ของกรีกที่นอกจากตัวแผ่นดินใหญแล้ว ยังมีเกาะแก่งจำนวนมาก ทำให้ชนชาตินี้มีชีวิตคุ้นชินอยู่กับเรือ ซึ่งเป็นวัตถุดิบชั้นดีที่เกมจะนำมาใส่ในระบบการเดินเรือและการรบบนท้องทะเล ด้วยเอฟเฟคต์น้ำที่งดงาม อันน่าจะถือได้ว่าเป็นเอกลักษณ์ที่ยอดเยี่ยมอย่างหนึ่งของซีรีส์ และเรียกได้ว่าดีที่สุดของวงการเกมในตอนนี้ เรือของเรานอกจากใช้เดินทางระหว่างเมืองสู่เมืองแล้ว ยังมีภารกิจทางทะเลอีกมากมาย ทำให้เราต้องคอยอัพเกรดเรือให้แข็งแกร่งด้วยทรัพยากรต่างๆ ไม่ว่าจะไม้ หนัง เหล็ก สินแร่(ทรัพยากรเหล่านี้จะนำมาใช้ในการอัพเกรดไอเทมจำพวกอาวุธชุดเกราะด้วย) ไปจนถึงมองหาลูกเรือที่มีความสามารถ ซึ่งกระจัดกระจายอยู่ตามที่ต่างๆ แล้วจับมาเป็นลูกเรือของเรา โดยลูกเรือที่เก่งจะช่วยเพิ่มอานุภาพให้กับเรือของเราทั้งพลังทำลายและความทนทาน เพื่อให้พร้อมรับมือกับโจรสลัดที่คอยป่วนกลางทะเล หรือศึกใหญ่ที่จะเกิดขึ้นอยู่เนืองๆ


assassins-creed-odyssey-06.jpg (357 KB)


พิชิตศึกใน Conquest Battles

พูดถึงศึกใหญ่ สงครามระหว่างสปาร์ตาและเอเธนส์จะส่งผลกระทบต่อโลกให้เราเห็นอยู่ทั่วแคว้นแดนกรีก ไม่ว่าจะในท้องทะเลที่กองเรือของทั้งสองตั้งประจันหน้ากันแทบทุกย่านน้ำที่เราแล่นผ่าน บนภาคพื้นดินที่เราจะพบป้อมค่ายของสองทัพได้ทั่วไป หรือหัวเมืองน้อยใหญ่ที่เราต้องเข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับสองนครไม่ฝ่ายใดก็ฝ่ายหนึ่ง ทุกการกระทำของเราจะส่งผลต่อสงครามครั้งนี้ในภาพรวม ซึ่งก็คือหากเราทำภารกิจใดที่ต้องบุกปราการหรือสังหารเหล่าแม่ทัพนายกองของสองทัพ อิทธิพลของฝ่ายนั้นในเขตแดนนี้จะลดลง และเมื่อลดลงมากถีงระดับหนึ่งก็จะเกิดศึกสมรภูมิให้ทั้งสองฝ่ายจะมาปะทะกันเพื่อตัดสินความเป็นหนึ่งในแดนนี้ ระบบนี้เรียกว่า Conquest Battles โดยเราสามารถเลือกที่จะเข้าร่วมรบกับฝ่ายใดก็ได้ และไม่ว่าจะแพ้หรือชนะ เราจะได้รับรางวัลในฐานะทหารรับจ้างที่เข้าร่วมสงคราม(แน่นอนว่าถ้าชนะก็จะได้รางวัลมากกว่า)


การลอบสังหาร ก็ถือเป็นไฮไลท์สำคัญอีกอย่างหนึ่งของภาคนี้ เพราะการเล่นแบบซุ่มซ่อนลอบเร้นเป็นหัวใจสำคัญของ AC มาตั้งแต่ไหนแต่ไร และในภาคนี้ก็ทำได้ยอดเยี่ยมที่สุด เพราะเกมไม่จูงมือเรามากเหมือนแต่ก่อน และให้อิสระในการเลือกจังหวะและวิธีการในการลอบสังหาร ไม่ว่าจะบุกซึ่งหน้าไล่ฆ่าทุกคน หรือมองหาช่องทางเข้าไปในฐานแล้วปลิดชีพเป้าหมายอย่างเงียบเชียบ แต่โปรดระวังไว้ให้ดี เพราะการกระทำที่อุกอาจของเราไม่ว่าจะขโมยของ  หรือฆ่าคนโดยมีผู้อื่นพบเห็น ก็จะทำให้เราถูกหมายหัวได้


ทหารรับจ้าง นักล่าผู้น่ากลัว

ขึ้นชื่อว่าเป็นมือสังหาร เกมก็ยังต้องการให้ผู้เล่นพยายามทำตัวเร้นลับอยู่บ้าง หากเราเอาแต่ลุยโดยไม่สนใจอะไรเลยจนถูกหมายหัวแล้วละก็ เหล่า Mercenaries หรือทหารรับจ้างยอดฝีมือจากทั่วสารทิศ จะออกตามล่าเราอย่างไม่ลดละ ไม่ว่าเราจะซ่อนตัวอยู่ที่ไหน บนบกหรือกลางทะเล กำลังเดินชมวิวทิวทัศน์ เก็บเควสต์ย่อย หรือแม้แต่กำลังทำภารกิจซุ่มซ่อน พวกมันจะโผล่มาในบริเวณที่เราอยู่ ในจังหวะที่เราไม่ต้องการมากที่สุด และสอดส่องสายตาล่าเราทันที แถมยังลาดตระเวนใกล้เราไม่ยอมห่างไปไหน หากได้ยินเสียงแตร-กลองรบระรัวข่มขวัญเตือนภัยให้เรารู้ตัวว่ามีพวกมันอยู่ใกล้ๆ

หากเราปะทะกับเหล่านักรบรับจ้างแบบตัวต่อตัวด้วยเลเวลที่ทัดเทียมและอุปกรณ์ที่ดีพอ เราสามารถคว่ำมันได้ไม่เหลือบ่ากว่าแรง แถมส่วนมากนักรบเหล่านี้มันให้ไอเทมหายากเป็นรางวัลเสมอ ทำให้บ่อยครั้งมันก็คุ้มที่จะต่อสู้กับศัตรูเหล่านี้ แต่ระดับค่าหัวของเรามีอยู่ด้วยกัน 5 ระดับ นั่นหมายความว่าเราอาจถูกนักรบรับจ้างติดตามพร้อมกันสูงสุด 5 คน! นอกเสียจากว่าคุณอยากท้าทายความสามารถในการต่อสู้ของตัวเองแล้วละก็ เหตุการณ์นี้เป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงอย่างยิ่ง แต่หากตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้จริงๆ สิ่งที่เราทำได้คือการซ่อนตัวจนกว่าเรื่องจะสงบไปเอง(ซึ่งนานและยากมาก) จ่ายค่าปรับเป็นจำนวนเงิน หรือสังหารผู้ว่าจ้างที่ส่งคนมาฆ่าเรา จึงจะจบเรื่อง


สรุป

ด้านกราฟิกได้รับการปรับปรุงให้งดงามจากภาค Origins ขึ้นมาเล็กน้อย โดยรวมถือว่าสวยงามตามมาตรฐานของเอนจิ้น แต่ละเมืองดูมีสีสันแปลกตามากกว่าที่เราเคยเห็นเป็นรูปปั้นหินอ่อนขาวโพลนในสารคดี แต่สิ่งที่ต้องชื่นชมเป็นพิเศษคือดนตรีประกอบที่ทำออกมาได้ดีมาก จังหวะประทับใจคือเมื่อผมปืนขึ้นไปบนยอดผาสูงเห็นวิวทิวทัศน์โดยรอบเพื่อเปิดแผนที่ แล้วเพลงธีมที่คุ้นเคยอย่าง Ezio’s Family ดังขึ้นมา มันสร้างความอิ่มเอมอย่างบอกไม่ถูก คล้ายได้เจอเพื่อนเก่าที่จากกันไปนาน เป็นความชื่นใจที่ได้พานพบกันอีกครั้ง

สำหรับเกมเมอร์ที่เล่นเกมมามาก คุณอาจจะเคยพบเห็นระบบต่างๆ ของ Assassin’s Creed Odyssey มาแล้ว มันไม่ได้มีอะไรแปลกใหม่ระดับปฏิวัติวงการ และหากเราชำแหละแยกส่วนมันออกมาก็อาจดูไม่น่าสนใจ มันง่ายที่จะบอกว่าเกมนี้หยิบยืมระบบต่างๆ มาจาก A B และ C แต่ความยอดเยี่ยมของ Odyssey คือการจับเอาทุกอย่างมาผสมผสานกันได้อย่างพอเหมาะพอดี จนอาจกล่าวได้ว่ามันคือหนึ่งในเกม RPG ที่ดีที่สุดของยุคเลยก็ว่าได้


ดินแดนกรีกนั้นเต็มไปด้วยตำนานและเทพนิยายปกรณัม เรื่องราวของเทพเจ้า วีรบุรุษผู้กล้า อสุรกายและสัตว์ร้าย ยังแฝงตัวอยู่ในความเชื่อของผู้คนและซ่อนตัวในเงามืดซึ่งถูกบดบังอยู่เบื้องหลังโลกอันมีสีสัน สิ่งเหล่านี้สะท้อนออกมายังดินแดนต่างๆ ที่เราได้ก้าวเท้าย่างไปถึงอย่างชัดเจน ตลอดการเดินทาง เราอาจได้พบกับเรื่องลี้ลับ ที่รอให้เราสำรวจและค้นพบ ซึ่งมันคือส่วนเติมเต็มที่ช่วยให้การผจญภัยของเราในครั้งนี้ สมกับคำว่า ”มหากาพย์” อย่างแท้จริง



คะแนน 9/10 

Post by [Coolerist]
TOP