Wiki review


Astrobot: Rescue Mission


เกมแอ็คชันหุ่นจิ๋ว ในแบบ VR สุดแจ๋ว

*ขอขอบคุณโค้ดรีวิวจาก Sony Interactive Entertainment Hong Kong Limited‚ Singapore Branch มา ณ โอกาสนี้ด้วยครับ

**เกมนี้ได้รับการแปลภาษาไทยทั้งเกม
.

Astrobot 3.jpg (150 KB)
แปลไทยทั้งเกมนะเออ
.

เมื่อกล่าวถึงเกม VR แล้ว ผมจะนึกถึงเกมแนวอื่นไปไม่ได้เลยนอกจากแนว FPS หรือเกมแทนมุมมองสายตาของผู้เล่น ซึ่งส่วนมากก็จะวนเวียนอยู่แค่สองแนวนั่นคือเกมแนวสยองขวัญที่เน้น jump scare หาจังหวะปล่อยผีตุ้งแช่ให้คนเล่นสะดุ้งโหยงบ่อยครั้ง หรือไม่ก็เป็นเกมเดินยิงแหลกแจกกระสุนเป็นคลังแสง อาจจะเพราะว่าด้วยธรรมชาติของแว่น VR ที่ทำให้ไม่สามารถเพิ่มความหลากหลายได้มากนัก แต่หลังจากได้เล่น Astrobot: Rescue Mission แล้ว ผมรู้ทันทีว่าผมคิดผิดครับ


เนื้อเรื่อง

ด้วยความที่ Astrobot: Rescue Mission เป็นเกมแอ็คชันแพลตฟอร์มที่ไม่มีอะไรซับซ้อนและเข้าใจง่าย เนื้อหาของเกมจะว่ามีก็มีจะว่าไม่มีก็ไม่มีครับ เพราะเริ่มเกมมายานอวกาศของบรรดาหุ่นจิ๋วจำนวนมากโดนเอเลียนเข้าโจมตีอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ชิ้นส่วนยานถูกแยกออกไปเป็น 5 ชิ้นพร้อมกับที่หุ่นจิ๋วกระจัดกระจายกันไปคนละทิศคนละทาง เหลือเพียงตัวสุดท้ายที่เราจะต้องรับหน้าที่บังคับควบคุมแล้วบุกตะลุยไปในแต่ละโลกเพื่อช่วยเหลือผองเพื่อนกลับมาและรวบรวมชิ้นส่วนยานอวกาศให้สมบูรณ์อีกครั้ง แต่เอาเข้าจริงต่อให้จะมีเนื้อเรื่องหรือไม่มีก็ไม่ได้ส่งผลกับเกมสไตล์นี้มากอยู่แล้วครับ เพราะความยอดเยี่ยมของมันอยู่ที่เกมเพลย์ซึ่งผมจะขอกล่าวถึงต่อไป
.

Astrobot 1.jpg (106 KB)
เอเลียนที่มาโจมตียานแบบไม่มีสาเหตุ


เกมเพลย์

หากจะกล่าวถึงระบบการเล่นของเกมนี้ สามารถอธิบายได้ง่ายดายมาก เพราะรูปแบบเกมเป็นแอ็คชันแพลตฟอร์มแบบตรงไปตรงมา กดสี่เหลี่ยมโจมตี กดกากบาทกระโดด (ค้างไว้เพื่อใช้ไอพ่นลอยตัวครู่หนึ่ง) ไม่มีระบบเลเวล ไม่มีสกิล ไม่มีระบบพัฒนาตัวละคร แต่ถ้าหากมีแค่นั้นเกมคงจะจืดน่าดู ดังนั้นลูกเล่นสำคัญมากของเกมนี้ก็คือแว่น VR ที่เราสวมใส่นี่ล่ะครับ เป้าหมายหลักของเราในแต่ละฉากก็คือการเสาะแสวงหาหุ่นเพื่อนพ้องที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วไป ซึ่งสไตล์เกมนี้ชวนให้นึกถึงเกมเก่าสมัย PS1 ⁄ PS2 อย่าง Ape Escape พอสมควรเลยล่ะ
.

Astrobot 11.jpg (124 KB)
หุ่นตัวเล็กนี้เราจะบังคับโดยใช้จอยในมือ
ส่วนตัวที่เห็นในจอคือแทนตัวผู้เล่นนั่นเอง
.

เกมนี้จะแบ่งแต่ละฉากออกจากกันอย่างชัดเจน เส้นทางในแต่ละฉากจะเป็นเส้นตรงวิ่งไปข้างหน้าอย่างเดียว ไม่มีฉากกว้างแบบเกมโอเพนเวิลด์ให้สำรวจ (แต่อาจมีทางลับบ้างเล็กน้อย) เมื่อไปข้างหน้าแล้วจะไม่สามารถย้อนกลับทางเก่าได้เลย แม้แต่อนาล็อกขวาที่โดยทั่วไปจะใช้หมุนมุมกล้องก็ไม่สามารถใช้ได้ แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นเกมก็มีดีมากๆ ในตัวของมันเองครับ เพราะมุมมองทุกอย่างของผู้เล่นขึ้นอยู่กับตำแหน่งหัวของผู้เล่นล้วนๆ เลย ถ้าหุ่นของเรากระโดดขึ้นด้านบนเราจะต้องเงยหน้าตามเพื่อจะได้บังคับควบคุมได้สะดวก ถ้าตกลงไปที่แพลตฟอร์มด้านล่างก็จำเป็นต้องก้มหัวลงไปมอง ไม่เช่นนั้นอาจจะร่วงตกเหวได้ง่ายๆ ถ้าเกิดมีอะไรขวางสายตาเราล่ะจะต้องทำไง? ก็ใช้วิธีชะโงกหรือโยกหัวมองเอาครับ ไม่มีทางที่คุณจะสามารถนั่งนิ่งๆ ตามองจอเฉยๆ เหมือนเกมอื่นๆ ที่ผ่านมาได้เลย ในบางฉากหุ่นที่เราต้องช่วยก็ซุกซ่อนอยู่ตั้งแต่ต้นฉากด้วยซ้ำ การจะมองเห็นได้ก็แทบจะต้องเอี้ยวตัวกลับไปมองข้างหลังแบบสุดตัวเลยทีเดียว ดังนั้นคุณจะได้โยกหัวขยับตัวตลอดทั้งเกมอย่างไม่ต้องสงสัยครับ
.

Astrobot 14.jpg (214 KB)
ชะเง้อมองห่างๆ อย่างห่วงๆ
.

ลูกเล่นของการใช้แว่น VR ของเกมนี้ก็ไม่หยุดอยู่แค่นั้น เพราะในหลายๆ ฉากเราจะได้ใช้ความสามารถของทัชแพดในการผ่านฉาก ไม่ว่าจะเป็นการยิงตะขอไปเกี่ยวกับฉากเพื่อให้หุ่นของเราเดินไต่บนเชือกได้ หรือใช้งานทัชแพดเป็นเสมือนสายน้ำดับเพลิงเพื่อแก้ปริศนาไปต่อ ซึ่งลูกเล่นเหล่านี้จะมีบทบาทสุดๆ ในยามที่คุณต้องสู้บอสของแต่ละโลกครับ
.

Astrobot 15.jpg (178 KB)
เมื่อติดตั้งสิ่งนี้ปุ๊บ คุณจะยิงกระสุนบอลพลาสติก
ใส่ศัตรูได้อย่างไม่จำกัดเพียงแค่ไถทัชแพดเท่านั้น
.

แต่อย่าคิดว่าศัตรูน้อยใหญ่จะโจมตีแค่ตัวละครหุ่นที่คุณบังคับเท่านั้นนะ เพราะหลายครั้งจะมีศัตรูหรือเป็นกับดักตามฉากที่เล่นงานใส่หน้าจอของผู้เล่นโดยตรงซึ่งถึงแม้จะไม่ทำให้เกมโอเวอร์ แต่ก็เป็นการสร้างอุปสรรคในการเล่นได้พอสมควรครับ บ้างก็ทำให้หน้าจอร้าว บ้างก็ทำให้หน้าจอเปื้อนแล้วมองเห็นอะไรได้ยากขึ้น (ซึ่งรอพักนึงก็จะหายไปเอง) มิหนำซ้ำการจู่โจมหรือการเปิดทางบางอย่างก็ต้องอาศัยตัวผู้เล่นเองในการโยกหัวเข้าไปใกล้วัตถุในจอเพื่อทำการ “โขก” เปิดทางหรือโจมตีอย่างที่ได้กล่าวไปครับ เมื่อเจอศัตรูยิงใส่หน้าจอโดยตรงคุณจะต้องโยกหัวหลบไปมาตลอดเวลาแล้วค่อยโขกสวนเมื่อโอกาสอำนวย ถือเป็นการใช้งานแว่น VR ได้อย่างสร้างสรรค์มาก
.

Astrobot 12.jpg (136 KB)
หนึ่งในรูปแบบการโจมตีใส่หน้าจอโดยตรง
แม้จะไม่สร้างความเสียหาย แต่ก็สร้างอุปสรรคใช่เล่น

.

ไอเดียในการออกแบบฉากนั้นก็หลากหลายใช้ได้ ไม่ว่าจะเป็นป่าดิบทึบ‚ ถ้ำอันมืดมิด‚ ใต้ทะเลลึก‚ แสงสีแห่งเมืองใหญ่ ฯลฯ การออกแบบฉากและลูกเล่นในการผ่านฉากนั้นถือเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ชวนให้เพลินและเล่นต่อไปได้เรื่อยๆ ครับ
.

Astrobot รวมฉากทั้งหมด.jpg (2.58 MB)
ความหลากหลายของฉากคือไฮไลท์หนึ่งของเกม
.

นอกจากนั้นแล้วตามฉากยังมีกิ้งก่าหลบซ่อนอยู่ ถ้าคุณมองหามันเจอก็จะเป็นการปลดล็อกฉาก challenge ให้ได้เล่นกันสนุกๆ (และได้ช่วยหุ่นเพิ่ม) อีกด้วย ส่วนเงินที่เก็บได้ตามฉากก็เพื่อนำไปเล่นตู้คีบเก็บฟิกเกอร์ต่างๆ มาไว้ดูเล่นนั่นเอง
.

Astrobot 2.jpg (200 KB)
ซ่อนเนียนจนมองเห็นยากในหลายๆ จุดเชียวล่ะ
.

Astrobot 5.jpg (217 KB)
เงินที่เก็บสะสมมาเอามาถลุงกับตู้คีบตุ๊กตาให้หมด


กราฟิก

รูปแบบของกราฟิกเกมนี้เป็นสไตล์การ์ตูนสมกับแนวเกมครับ สีสันจัดจ้าน ตัวละครก็ออกแบบมาได้น่ารัก ไม่มีตัวไหนที่ดูแล้วหลุดธีม ซึ่งสไตล์กราฟิกแบบนี้อาจจะดูไม่มีอะไรให้พูดถึงมากนัก แต่พอลองเล่นแล้วผมรู้สึกว่าพวกพื้นผิวของน้ำหรือภาพที่เห็นตอนเราอยู่ใต้น้ำนั้นทำออกมาได้ดีมาก ให้ความรู้สึกเหมือนเรามองสิ่งต่างๆ ในน้ำผ่านสายตาของเราจริงๆ

อย่างไรก็ตามสิ่งที่ต้องชมจริงๆ คงเป็นความรู้สึกว่าฉากต่างๆ และบอสนั้นใหญ่โตมโหฬารครับ เมื่อคุณต้องสู้บอสคุณจะรู้สึกได้ถึงขนาดของพวกมันที่ท่วมท้นอย่างแน่นอน (หรือตัวเรามันจิ๋วเกินไปก็ไม่รู้นะ) ถึงแม้ว่ารูปแบบการต่อสู้จะไม่ได้ยากลำบากหรือโหดหินจนท้อ (เพราะเกมใจดีให้ชีวิตเราพลาดได้สองครั้ง) แต่บรรยากาศขณะสู้นี่ถือว่าสอบผ่านอย่างไร้ข้อกังขา นอกจากนั้นแล้วทริคหรือรูปแบบการสู้บอสแต่ละตัวก็ทำออกมาได้ดีและเต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ ไม่ใช่แค่เราบังคับหุ่นจิ๋วหลบการโจมตีของบอสแล้วหาจังหวะสวนกลับเท่านั้น แต่ทุกตัวจะต้องใช้ลูกเล่นจากทัชแพดร่วมด้วยตลอด เรียกได้ว่าแม้คุณจะอยากนั่งนิ่งๆ แล้วทำแค่กดปุ่มดันอนาล็อกแต่เกมจะบังคับให้คุณต้องทำมากกว่านั้นครับ
.

Astrobot รวมบอสภาพใหญ่.jpg (780 KB)
บอสมีแต่ไซส์เบิ้มทั้งเกม


เพลงประกอบ

เพลงประกอบคืออีกหนึ่งองค์ประกอบที่ทำให้เกมนี้น่ารักและชวนเพลินมากครับ ดนตรีฟังแล้วรื่นหูมาก ไม่ได้แผ่วเบาจนชวนให้ผลอยหลับ แต่ก็ไม่ได้รุนแรงกระแทกหูประหนึ่งปลุกเลือดคุณให้เดือดพร้อมไปกระโดดจามหัวบอส ดนตรีจะชวนให้คุณรู้สึกสนุกสนานตลอดทั้งเกมในทุกฉาก แม้แต่ฉากที่ดูลึกลับก็ยังมีทำนองที่จังหวะสนุกสนานและน่ารัก จนบางครั้งคุณอาจจะเล่นไปแล้วเผลอโยกหัวตามไปก็เป็นได้ครับ


สรุป

Astrobot: Rescue Mission ถือเป็นเกมที่เรียกได้ว่าเซอร์ไพรส์สำหรับผม เพราะสนุกเกินกว่าที่คาดเอาไว้มาก ยอมรับว่าผมเองก็นึกไม่ถึงว่าเกม VR จะสามารถทำแนวอื่นนอกเหนือจากเกม FPS เพียวๆ ได้เหมือนกัน ถือว่าได้เปิดโลกทัศน์พอสมควรเลยทีเดียว ด้วยระบบที่เล่นง่าย หลากหลายและสนุกได้ทุกเพศทุกวัยแบบนี้ ถ้าคุณมี PSVR ในครอบครอง เกมนี้เป็นเกมที่คุณควรซื้อหามาติดเครื่องไว้อย่างยิ่งครับ หากจะมีข้อติก็คงเป็นในส่วนของการออกแบบเกมในบางจุดที่เน้นการใช้งาน VR จนตัดฟังก์ชันทั่วๆ ไปออก (อย่างการหมุนมุมกล้องโดยใช้อนาล็อกขวา) แต่โดยรวมแล้วเกมนี้เป็นเกมที่สนุกและเล่นได้เพลินไม่มีผิดหวังครับ
.

คะแนน
9 ⁄ 10

Post by [G-jang]
TOP