Wiki review


Déraciné Review


โอ แฟรี่ผู้เปี่ยมเมตตา... 

โปรดเถิดหนาสดับฟังคำขอข้า อย่ารอช้าข้าเว้าวอนด้วยร้อนใจ
ขอจงโปรดดลบันดาลตามฝันใฝ่ หวังเพียงได้ไถ่สิ่งผิดมิตรกลับคืน


*ขอขอบคุณ Sony Interactive Entertainment Hong Kong‚ Singapore Branch สำหรับโค้ดรีวิวมา ณ โอกาสนี้ครับ


**เกมนี้ต้องเล่นกับ PSVR เท่านั้น “และ” จำเป็นต้องใช้ PlayStation Move จำนวน 2 ข้างในการเล่น


Déraciné (อ่านว่าเดราซีเน่นะครับ ออกเสียงตามภาษาฝรั่งเศส) ถือเป็นงานที่เรียกได้ว่าแหวกขนบจากผลงานในช่วงที่ผ่าน ๆ มาของคุณ Hidetaka Miyazaki แห่ง From Software พอสมควร เกมเมอร์หลายคนเมื่อกล่าวถึงชื่อคน ๆ นี้หรือชื่อของ From Software ก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงเกมแอ็คชันสุดโหด (กับผู้เล่น) พร้อมงานศิลป์ที่ทั้งน่าสยดสยอง น่าขนลุกแต่ก็สวยงามไปในคราวเดียวกันอย่างซีรีส์ Dark Souls หรือ Bloodborne แต่กลับมาในคราวนี้กับเดราซีเน่ เขาเลือกที่จะลองจับงานในแนวที่ต่างไปจากเดิมมาก ๆ เลยก็ว่าได้ เพราะงวดนี้คุณจะไม่ได้ต่อสู้ ไม่ได้ตายแล้วตายอีก แต่มันจะเป็นยังไง ผมจะเล่าให้ฟังต่อไปครับ


เนื้อเรื่อง


ในเดราซีเน่นี้ ผู้เล่นจะรับบทเป็น Faerie (ภูติ) ที่ล่องลอยวนไปเวียนมาอยู่ภายในโรงเรียนประจำแห่งหนึ่งซึ่งประกอบไปด้วยเด็กนักเรียนจำนวน 6 ชีวิตทั้งหญิงและชายพร้อมด้วยอาจารย์ใหญ่วัยไม้ใกล้ฝั่ง 1 ชีวิต สุนัขประจำโรงเรียน 1 ชีวิตและแมวประจำโรงเรียนอีก 1 ชีวิต คุณจะได้เข้าสู่โลกแห่งเดราซีเน่โดยที่ไม่รู้อะไรเลย ไม่ทราบปูมหลังของสิ่งต่าง ๆ ไม่ทราบความเป็นมา ไม่รู้ด้วยซ้ำว่า Faerie อย่างที่ผู้เล่นต้องสวมบทบาทนั้นคืออะไร แต่ถึงอย่างนั้นผู้เล่นก็มีหน้าที่คอยให้ความช่วยเหลือและแก้ปริศนาต่าง ๆ ภายในโรงเรียนในสถานการณ์ที่ต่างกัน และในวันเวลาที่ต่างกัน และเมื่อดำเนินเรื่องไปสักระยะหนึ่ง เกมก็จะเริ่มคลายปมบางอย่างออกมาทีละน้อย ๆ จนให้ผู้เล่นพอจะทำความเข้าใจและที่มาที่ไปของแต่ละสิ่งแต่ละอย่างที่เกิดขึ้นได้ แต่...ก็ไม่ทั้งหมดอยู่ดี
.

ตัวละครสำคัญในเกม.jpg (108 KB)
บรรดานักเรียนและอาจารย์ใหญ่
ทำไมหน้ามารีจึงออกมาแย่กว่าคนอื่นก็ไม่ทราบได้...
.

ถ้าหากจะมีอะไรที่เด่นชัดว่าเกมนี้คือผลงานของคุณ Hidetaka Miyazaki อย่างไม่ต้องสงสัย สิ่งนั้นก็คือกลวิธีในการบอกเล่าเรื่องราวนั่นเองครับ ในช่วงแรกการบอกเล่าเรื่องราวของเกมค่อนข้างเป็นไปอย่างเรียบง่าย หากแต่ความซับซ้อนก็จะทวีมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อคุณดำเนินเกมต่อไป อีกทั้งปริศนาบางอย่างและ lore ของเกมจะไม่ได้เปิดเผยออกมาหมดเปลือกให้ผู้เล่นได้รับรู้รับทราบทำความเข้าใจ แต่จะไปแทรกอยู่ตามสิ่งต่าง ๆ ที่ผู้เล่นจะสำรวจได้ ไม่ว่าจะจากหนังสือ จากคำพูดของตัวละคร จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเกม ทั้งหมดทั้งมวลนี้ผู้เล่นต้องทำการปะติดปะต่อเรื่องราวเอาเอง (แต่ก็แน่ล่ะ แม้จะสำรวจทุกอย่างจนหมดเปลือก คุณก็จะยังไม่ทราบอะไรหลายอย่างอยู่ดี) เกมนี้จะไม่มี story log ที่สามารถเปิดอ่านได้ว่าเกิดอะไรขึ้นเป็นตัวช่วยเลย และยิ่งเกมหยิบจับเอาพล็อตยาก ๆ อย่างการย้อนเวลาและแก้ไขเวลามาใส่ด้วยแล้ว จึงอาจทำให้คนเล่นต้องปวดเศียรเวียนเกล้าได้พอดูเหมือนกัน
.

ตุ๊กตาฟีโอน่า.jpg (84 KB)
Welcome home‚ good Hunter. 
What is it you desire?
เอ่อ...เหมือนจะผิดเกม (เอ๊ะ หรือถูกแล้วนะ?)
.

ถึงที่สุดแล้ว โลกของเดราซีเน่ก็เป็นโลกที่มีการสร้าง lore หลัก ๆ มีแก่นของเหตุการณ์หลัก ๆ บางอย่างที่ผูกปมขึ้นมาเอาไว้ค่อนข้างน่าสนใจพอสมควร เรื่องราวเต็มไปด้วยความอบอุ่น ความเหงา ความเศร้าและยังมีสิ่งที่ชวนหวาดหวั่นสมกับเป็นเกมจากผู้สร้าง Dark Souls แต่ทว่าบทบาทของคุณในฐานะ Faerie จะเกี่ยวข้องโดยมากแต่กับบรรดานักเรียนในโรงเรียนประจำแห่งนี้เท่านั้น คุณจะไม่ได้ไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการแก้ไขวิกฤติการณ์อะไรใด ๆ ในสเกลที่ใหญ่มากกว่านี้ จึงเป็นอะไรที่ค่อนข้างน่าเสียดายกับ lore ที่มีไว้เพียงหนุนส่งเรื่องราวภายในโรงเรียนครับ


เกมเพลย์


สำหรับเกมเพลย์ของเดราซีเน่นี้ ผมรู้สึกว่าอาจจะเป็นสิ่งที่ทำให้คุณชอบเกมนี้หรือไม่ก็เกลียดเกมนี้ไปเลย ด้วยความที่เกมนี้เล่นด้วย PSVR คุณจึงต้องมองและสำรวจทุกสิ่งด้วยสายตาตัวเองเฉกเช่นเกม FPS ทั่วไป แต่สิ่งที่ต่างออกไปคือคุณจะไม่สามารถเดินไปไหนมาเองได้อย่างอิสระ คุณจะไม่สามารถสำรวจหยิบจับสิ่งของต่าง ๆ ในฉากได้อย่างอิสระ ถึงแม้ว่าจอย PS Move ทั้ง 2 ข้างจะทำหน้าที่แทนมือซ้ายและมือขวาของคุณก็ตาม หากคุณจะเดินไปไหนมาไหนคุณจะทำได้แค่เพียงมองในจุดที่จะขึ้นแสงไฮไลต์แล้วกดปุ่มเพื่อเดินทางไปยังจุดนั้น แม้แต่การสำรวจสิ่งของต่าง ๆ ก็เช่นกันจะมีแค่บางสิ่งและบางชิ้นที่เกม “อนุญาต” ให้คุณหยิบจับขึ้นมาสำรวจได้ วัตถุประกอบฉากหลายชิ้นจึงทำหน้าที่เป็นเพียงวัตถุประกอบฉากโดยแท้จริงเพราะคุณจะไม่สามารถมีปฏิสัมพันธ์ใด ๆ กับมันได้เลย
.

สำรวจฉาก.jpg (213 KB)
สิ่งของที่จะหยิบจับสำรวจได้มีเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
.

ฉากเดินในเกม.jpg (88 KB)
เดินไปได้ตามจุดที่เกมขึ้นไฮไลท์ให้เท่านั้น
.

สิ่งที่น่าเสียดายในแง่เกมเพลย์คงเป็นความสามารถในฐานะ Faerie ของตัวเรานี่ล่ะครับ Faerie ในเกมนี้จะมีวัตถุวิเศษ 2 อย่างด้วยกัน มือขวาจะสวมแหวนแห่งชีวิตที่สามารถช่วงชิงเวลาที่เหลืออยู่ของสิ่งนั้น ๆ มาเก็บเอาไว้ก่อนนำไปถ่ายเทให้แก่สิ่งอื่นที่มีขนาดหรือคุณสมบัติใกล้เคียงกันแทน ส่วนในมือซ้ายนั้นคือแหวนแห่งเวลาที่ใช้เรียกหา chronometer ออกมาเดินทางผ่านกาลเวลาได้อย่างอิสระ ระบบทั้งสองอย่างนี้ฟังดูน่าสนใจมาก แต่...ทั้งหมดมีลักษณะเหมือนเป็นเพียงลูกเล่นเล็กน้อยที่ทำให้เรื่องราวดำเนินต่อไปได้เท่านั้น ด้วยเหตุผลด้านเนื้อเรื่องคุณจะไม่สามารถใช้แหวนทั้งสองวงได้อย่างอิสระ แต่จะใช้ได้ก็ต่อเมื่อถึงเรื่องราวที่จำเป็นจะต้องใช้เพียงอย่างเดียวเท่านั้นเอง
.

แหวนมือขวา.jpg (127 KB)
แหวนชีวิตในมือขวาใช้ช่วงชิงเวลาที่เหลือของสิ่งนั้น ๆ
.

แหวนมือซ้าย.jpg (115 KB)
แหวนมือซ้ายใช้เรียกหา Chronometer เพื่อท่องกาลเวลา
.

รูปแบบการเล่นของเกมนี้ อาจอธิบายได้ว่ามีลักษณะของเกม point and click ตามแบบคลาสสิกที่นำมาใส่ในวิธีการเล่นแบบ VR ครับนั่นคือคุณจะต้องหาวิธีใช้งานไอเทมที่เก็บมาให้ถูกจุดถูกคน แล้วเรื่องราวก็จะดำเนินต่อไป ตลอดเกมคุณอาจจะพบกับร่องรอยความทรงจำที่คุณสำรวจได้เพื่อฟังบทพูดบทสนทนาที่ทำหน้าที่เป็นเสมือนคำใบ้ให้คุณทราบว่าจะต้องทำอะไรต่อไปเพื่อผ่านฉาก ไม่มีการสู้รบปรบมือกับใคร ทำให้ท้ายที่สุดแล้วแม้ในด้านเนื้อหาจะใช้วิธีเล่าแบบไม่เปิดเผยหมดเปลือก แต่ในแง่เกมเพลย์เรียกว่าเป็นเส้นตรงเลยก็คงไม่ผิดอะไร เพราะในแต่ละฉากจะมีวิธีการผ่านเงื่อนไขเพียงแบบเดียวจริง ๆ จนบางทีก็ให้ความรู้สึกเหมือนเรากำลังนั่งดูตัวเกมเล่าเรื่องให้เราชมโดยที่เราพอมีปฏิสัมพันธ์ได้บ้างเท่านั้น
.

เลือกไอเทม.jpg (110 KB)
เลือกใช้ไอเทมให้ถูกที่เพื่อผ่านเหตุการณ์
.

ร่องรอยความทรงจำ.jpg (152 KB)
ร่องรอยความทรงจำทุกที่จะมีบทพูดให้ได้รับฟังเรื่องราวเสมอ
.

ถ้าให้กล่าวสั้น ๆ รูปแบบนี้เกมนี้เหมือนนำเอา Echo Night ซึ่งเป็นเกม FPS ไขปริศนาและเป็นผลงานในอดีตของ From Software เองมาผสมกับสไตล์เกม point and click ที่เล่นด้วย VR เหยาะด้วยงานศิลป์และเนื้อหาสไตล์ Dark Souls ⁄ Bloodborne ก็อาจช่วยให้เห็นภาพง่ายขึ้นครับ


กราฟิก


ในแง่ของกราฟิก คงเรียกได้ว่าความละเอียดค่อนข้างต่ำครับ โมเดลตัวละครและวัตถุประกอบฉากจะสังเกตเห็นได้ว่าไม่เนี้ยบ ยิ่งพวกต้นไม้ใบหญ้าจะชัดเจนมาก พอหันไปมองจะพบเท็กซ์เจอร์เป็นแผ่นแบบไม่อาจปฏิเสธได้และไม่อาจจะแก้ตัวแทนให้ได้จริง ๆ มองในแง่หนึ่งอาจเป็นเพราะต้องทำเป็น VR จึงลดคุณภาพของกราฟิกลงให้เหมาะสมกับรูปแบบเกม (นี่ผมคิดในแง่ดีนะ) ถึงอย่างนั้นก็เถอะ งานศิลป์ในเกมและดีไซน์ต่าง ๆ ทำออกมาได้สวยงามตามฉบับของ From Software ครับ เกมนี้ถือเป็นเกมที่ทดแทนคุณภาพกราฟิกด้วยการใช้ art style เข้าช่วยได้ดีเกมนึงเหมือนกัน


เสียงพากย์และเพลงประกอบ


เพลงประกอบเกมนี้เรียกได้ว่าเข้ากับบรรยากาศและธีมของเกมครับ ดนตรีดำเนินไปอย่างเนิบช้าและให้ความรู้สึกที่โหยหา อ้างว้าง เปลี่ยวเหงา ในบางครั้งก็ให้ความรู้สึกเหมือนเพลงในพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์อะไรบางอย่างเช่นกัน เอาเป็นว่าถ้าคุณชอบสไตล์ดนตรีของเกมจาก From Software อย่างที่ผ่าน ๆ มา คุณก็จะชื่นชอบเพลงประกอบของเกมนี้ครับ (อย่าไปนับพวกทำนองที่มันฟังแล้วชวนขนลุกอะไรพวกนั้นนะ)

ในส่วนของเสียงพากย์ โดยส่วนตัวผมรู้สึกว่าเสียงพากย์ตัวละครแต่ละตัวค่อนข้างเรียบเฉย ไม่ค่อยสัมผัสได้ถึงอารมณ์ความรู้สึกเท่าไหร่นัก แต่จะเน้นการพูดจาชัดถ้อยชัดคำฟังง่ายรื่นหูมากกว่า คาดว่าทีมสร้างอาจจะตั้งใจนำเสนอในลักษณะคล้าย ๆ กับการใช้น้ำเสียงในการเล่านิทาน⁄นิยายที่เน้นจังหวะการพูดสม่ำเสมอครับ


สรุป


เดราซีเน่ เป็นเกม VR ที่ไม่ใคร่จะเหมาะกับทุกคนนัก ด้วยความที่ลักษณะของเกมเพลย์ที่ดูไม่ค่อยจะมีเนื้อเกมแต่เน้นหนักไปที่การบอกเล่าเรื่องราวแทน เมื่อผนวกกับการต้องใช้งาน PSVR และ PS Move ถึง 2 ข้างในการเล่นด้วยแล้วคุณอาจต้องชั่งใจพอสมควรเหมือนกันหากคิดจะซื้อหามาเล่น ที่สำคัญคือเมื่อคุณเล่นจบเกมแล้วก็จะไม่มีอะไรเหลือให้ค้นหา ไม่มีความลับให้ปลดครับ เมื่อจบเกมคือจบจริง ๆ เว้นแต่คุณจะอยากเล่นใหม่อีกครั้งเพื่อทำความเข้าใจเรื่องราวและเนื้อหาให้ดียิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณมี PSVR ในครอบครองและมี PS Move ใช้งานอยู่แล้ว คุณก็สามารถซื้อหามาเล่นได้เพราะด้วยราคาเกม 990 บาทก็ถือว่าไม่แพงถ้าเทียบกับเกมทั่วไป ยิ่งถ้าคุณชื่นชอบงานเก่าของ Hidetaka Miyazaki ด้วยคุณก็จะเพลินไปกับรูปแบบการบอกเล่าในเกมได้ครับ


อย่างน้อยผมก็หวังให้มีโอกาสได้บังคับตัวละครเพื่อออกท่องไปในโลกของเดราซีเน่และค้นหาเรื่องราวต่าง ๆ ที่ยังไม่ได้บอกเล่าในสักวันล่ะนะ

คะแนน

6.5 ⁄ 10

Post by [G-jang]
TOP