Wiki review


Battlefield V


*ขอขอบคุณ บริษัท เนคท์ เจเนอเรชั่น อินโนเวชั่น จำกัด (NGIN) ที่ให้แผ่นเกมฉบับ PS4 มารีวิว ณ โอกาสนี้ครับ
**ภาพประกอบรีวิวโดย Electronic Arts


Battlefield (BF) ถือเป็นอีกหนึ่งซีรีส์เกมชู้ตติ้งที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งมีจุดเด่นอยู่ที่การจำลองสนามรบขนาดใหญ่อันเต็มไปด้วยเครื่องจักรสงครามทั้งป้อมปืน ยานพาหนะทั้งบนบกและอากาศ ให้ผู้เล่นสองฝ่ายเข้าประจัญบานกันอย่างดุเดือด สร้างมิติของเกมได้สมจริง ประกอบกับเกมเพลย์ที่เน้นการร่วมมือกันระหว่างผู้เล่น ให้ทำงานร่วมกันในการชนะศึกย่อย ไปสู่เป้าหมายใหญ่คือการชนะสงครามอย่างที่น้อยเกมที่จะมาเทียบเคียงได้ ทำให้ชื่อเสียงและศักดิ์ศรี ของทีมพัฒนาอย่าง DICE เกรียงไกรไม่น้อยหน้าใครในวงการเกม

สิ่งหนึ่งที่ผมค่อนข้างชอบเป็นการส่วนตัว นั่นก็คือ BF ไม่ค่อยวางจำหน่ายเกมภาคใหม่เป็นรายปี โดยส่วนมากจะมีช่องว่างระหว่างแต่ละภาคอยู่ที่ 2 ปีต่อหนึ่งภาค นั่นหมายความว่าทีมงานจะมีระยะเวลาในการทำคอนเทนต์สนับสนุนเกมของพวกเขานานขึ้น และผู้เล่นอย่างเราสามารถเล่นเกมภาคเดิมโดยไม่ต้องกังวลว่าเกมจะตกยุคเร็วนัก อีกประการหนึ่งก็คือมันทำให้คอนเซปต์ของแต่ละภาคมีความแตกต่างกันค่อนข้างชัดเจน หากเรามองย้อนหลังกลับไปหาเกมสามภาคก่อนหน้านี้อย่าง Battlefield 1 (BF1), Battlefield Hardline (BFH) และ Battlefield 4 (BF4) ที่แม้จะเป็นเกมจากซีรีส์เดียวกัน แต่ต่างก็มี Theme เป็นของตัวเองไม่เหมือนกันเลย

การกลับมาในคราวนี้ของ Battlefield V (BFV) ได้รับการจับตามองจากทุกสารทิศ สาเหตุหนึ่งก็คือภาคก่อนอย่าง BF1 ทำผลงานเอาไว้ได้ค่อนข้างดีมาก และเมื่อทราบว่าเกมในภาคนี้จะพาเรากลับไปในยุคสมัยของสงครามโลกครั้งที่ 2 แฟน ๆ ต่างก็ตื่นเต้นที่จะได้เห็นการจำลองมหาสงครามครั้งสำคัญของมนุษยชาติอีกครั้ง ยิ่งในคราวนี้ทีมงานประกาศว่าจะมีการใส่โหมด Battle Royale (BR) ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมตามยุคสมัย และดูจะเหมาะเจาะเข้ากันกับเกมในซีรีส์ BF เป็นอย่างมาก ผมเชื่อว่าแฟนจำนวนมากคาดหวังกันไปไกลสำหรับเกมนี้

แต่นับจากนั้น BFV ได้ประสบปัญหาเกี่ยวกับกระแสตีกลับมากมายหลายด้าน มีการเลื่อนวางจำหน่ายไป แถมโหมด BR ที่ชื่อว่า Firestorm ซึ่งน่าจะเป็นจุดขายสำคัญของตัวเกมก็ไม่พร้อม จนทำให้ต้องถูกเลื่อนไปเปิดให้บริการช่วงเดือนมีนาคมปีหน้า ทำให้ในวันวางจำหน่าย ตัวเกมมีโหมดการเล่นพร้อมให้บริการเพียงสองโหมด ได้แก่ War Stories และ Multiplayer


war_stories.png (396 KB)
.

War Stories


ในยุคที่ค่ายเกมจำนวนมากละทิ้งโหมดเนื้อเรื่องสำหรับผู้เล่นคนเดียวไป และทุ่มเทกับการสร้างโหมดมัลติเพลเยอร์เพียงอย่างเดียว เพราะมันสร้างรายได้ให้กับค่ายมากกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากพิจารณาถึงความที่ BFV เป็นเกมที่เน้นมัลติเพลเยอร์เป็นหลักอยู่แล้วละก็ ถือว่าทีมงานยังใส่ใจลูกค้าในจุดนี้อยู่ แต่นั่นก็แทบจะเป็นข้อดีเพียงอย่างเดียวที่ผมคิดออก

สืบเนื่องจากความสำเร็จของ BF1 โหมด War Stories กลับมาอีกครั้ง สำหรับใครที่ไม่รู้จัก มันเป็นวิธีการนำเสนอที่แตกต่างจากแนวทางแคมเปญเดิม ๆ ที่เราจะตามการผจญภัยของตัวละครเอกคนเดียวหรือกลุ่มเดียว มาเป็นการนำเอาเนื้อเรื่องของตัวละครหลายตัวที่มีขนาดสั้น ๆ ไม่เกี่ยวเนื่องกัน มัดรวมเป็นโหมดเนื้อเรื่องของเกม เราจะได้ติดตามการกระทำอันกล้าหาญของพวกเขาแต่ละคน ในสมรภูมิที่ทีมงานสัญญาเอาไว้ว่า ไม่มีให้เห็นทั่วไปในเกมสงครามที่ผ่าน ๆ มา

ใน BFV เราจะมีเนื้อเรื่องให้เล่น 3 ตอนด้วยกัน ได้แก่

Under No Flag – เรื่องราวของอาชญากรจากอังกฤษที่ถูกเกณฑ์มาเป็นหน่วยรบพิเศษ แล้วต้องไปปฏิบัติภารกิจในแอฟริกา

Nordlys – ติดตามนักสู้สาวชาวนอร์เวย์ผู้ต่อต้านการรุกรานจากกองทัพเยอรมัน

Tirailleur – หน่วยรบแอฟริกันจากอาณานิคมของฝรั่งเศส ซึ่งถูกเกณฑ์มาต่อสู้เพื่อแผ่นดินแม่ที่พวกเขาไม่เคยเห็นในยุโรป

และจริง ๆ เราควรจะมีเนื้อเรื่องเพิ่มอีกหนึ่งตอนที่ชื่อว่า The Last Tiger ซึ่งพูดถึงผู้บัญชาการรถถังแห่งกองทัพนาซีสู้ศึกในทะเลทรายของแอฟริกา แต่เนื้อเรื่องนี้ก็ถูกตัดออกไปตอนเกมวางจำหน่ายและจะเปิดให้เล่น 4 ธันวาคมนี้ แทน

สิ่งหนึ่งที่ต้องทำความเข้าใจกันไว้ก่อนเลยก็คือ เนื้อเรื่องทั้งสามตอนนี้ มีเค้าโครงมาจากเรื่องจริง แต่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง เพราะฉะนั้นอย่าเผลอเล่นเกมนี้ไปแล้วคิดว่าได้อ่านหนังสือประวัติศาสตร์นะครับ

ความรู้สึกของผม ไม่ใช่ว่าการเล่าเรื่องสั้น ๆ แบบนี้มันดีกว่าหรือแย่กว่าการเล่าเรื่องแบบเดิม แต่มัน “ยากกว่า” คำว่ายากกว่าในที่นี้ คือการที่เราดำเนินเนื้อเรื่องตามตัวละครตัวหนึ่งไปยาว ๆ ทำให้เกมมีเวลาสร้างตัวละครให้น่าเชื่อ ทำให้เรารักและเอาใจช่วยตัวเอกตลอดช่วงเวลาทุกข์ยากที่เขาต้องประสบพบเจอ และทำให้เราเกลียดตัวร้าย แช่งชักหักกระดูกมันเวลาเวรกรรมมาเอาคืน ด้วยความที่เนื้อเรื่องทุกตอนถูกซอยย่อยให้สั้น ทำให้ตัวละครทุกตัวมีเวลาโผล่หน้ามาให้เราเห็นไม่มาก การจะทำให้เราเกิดอารมณ์ร่วมไปกับพวกเขาเหล่านั้นจึงยากกว่า

นอกจากปัญหาในการสร้างตัวละครให้น่าเชื่อแล้ว เกมยังติดหล่มในการดีไซน์มิชชั่นให้กับตัวละครแบบตกม้าตายง่าย ๆ อย่างไม่ควรจะเป็น แม้ว่าเนื้อเรื่องของทั้งสามจะแตกต่างกันสุดขั้ว แต่ภารกิจที่มีให้ทำกลับมีส่วนคล้ายกันจนเหลือเชื่อ เราจะถูกโยนลงไปในสนามรบขนาดกว้าง ๆ มีภารกิจให้ทำ 3 จุด คือ ต้องลอบไปทำลายที่มั่นข้าศึกนั้นให้หมด โดยสามารถเลือกเล่นด้วยวิธีการซุ่มซ่อนเข้าไปแบบสายลับ หรือจะบุกซึ่ง ๆ หน้าเข้าไปเลยก็ได้ ซึ่งการเล่นรูปแบบนี้มีให้เห็นในทั้งสามเนื้อเรื่อง จนแทบจะแตกต่างกันที่ฉากหลังว่าเป็นทะเลทราย เป็นหิมะ หรือเป็นป่า

โดยปกติผมจะให้เครดิตกับเกมที่มอบทางเลือกแบบนี้ให้กับผู้เล่น แต่สำหรับ BFV ทำออกมาได้ค่อนข้างแย่ ระบบ Stealth ลอบเข้าไปในป้อมค่ายศัตรูเอาแน่เอานอนไม่ได้ ทำให้เกิดความผิดพลาดง่ายมาก และจุด Check Point ที่น่าปวดหัว ซึ่งมักจะส่งให้เราไปเริ่มใหม่ไกล ๆ หรือจะเซฟเกมเองตามใจเราก็ไม่ได้ ซึ่งไม่เอื้ออำนวยให้ผู้เล่นลองผิดลองถูก จนในบางครั้งให้ความรู้สึกว่า อย่าเล่นซุ่มเลย ลุย ๆ เข้าไปเถอะจะได้จบ ๆ

เป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่เรื่องราววีรกรรมของเหล่าวีรบุรุษหรือวีรสตรีจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ไม่ว่าจากฝ่ายไหน ต่างก็ยิ่งใหญ่กล้าหาญและน่าจดจำ แต่ถูกนำเสนอออกมาได้ด้อยกว่าที่ควรจะเป็น ทีมงานมีวัตถุดิบชั้นดีในมือที่สามารถสร้างเรื่องราวอันน่าประทับใจหรือใส่เกมเพลย์ที่ยอดเยี่ยมลงไปได้ แต่พวกเขาก็พลาดในจุดนี้ไป จนมันกลายเป็นจุดหักคะแนนรวมของตัวเกมอย่างช่วยไม่ได้


2018-03-01-image-31.jpg (503 KB)
.

Multiplayer


เชื่อว่าหลายคนที่เล่น BF ก็เพื่อเสพความบ้าคลั่งวุ่นวายของสนามรบ ที่ผู้เล่นจำนวนมากของทั้งสองฝ่ายเข้าโรมรันกันด้วยกำลังพล และอาวุธยุทธภัณฑ์ทุกรูปแบบ รถถัง เครื่องบิน ไปจนถึงอาคารที่พังทลายจากการถูกโจมตีอย่างสมจริง ต้องขอบอกว่าเสน่ห์ของเกมในจุดนี้ยังคงอยู่อย่างเต็มเปี่ยม แถมยังได้รับการเปลี่ยนแปลงไปหลายจุด กันเพลย์ของเกมต้องชื่นชมว่าดีงามมาก ปืนแต่ละกระบอกให้ความรู้สึกต่างกัน ไม่ว่าจะใช้ปืนพกไล่ยิงฝ่ายตรงข้ามยามจวนตัวในระยะประชิด หรือใช้ปืนสไนเปอร์ยิงหัวข้าศึกที่ห่างออกไปหลายร้อยเมตร การสังหารศัตรูได้ให้ความรู้สึกสะใจทุกครั้ง

แผนที่ในเกมมีมาให้ทั้งหมด 8 ฉาก ซึ่งมีบรรยากาศหลากหลายทั้งทุ่งหญ้าป่ากว้าง ภูเขาหิมะ ไปจนถึงเมืองใหญ่ที่ถูกถล่มจนยับเยิน ทุกฉากถูกออกแบบมาให้ค่อนข้างใหญ่ รองรับโหมดการเล่น และสไตล์ของผู้เล่นที่หลากหลาย ไม่ว่าคุณจะชอบเป็นหัวหอกในการทะลวงแนวตั้งรับของข้าศึก ตีโอบล้อมโจมตีศัตรูจากด้านข้าง อยู่แถวหลังคอยลอบสังหารหมอและทหารช่างฝ่ายตรงข้าม หรือขับยานเกราะสนับสนุนเพื่อนร่วมทีม สนามรบอันเปิดกว้างของตัวเกมให้อิสระให้คุณทำได้ทั้งหมด

โหมดการเล่นของ BFV นั้น จะยังคงคล้ายกับภาคก่อน ๆ ที่ผ่านมา คือเน้นไปที่การประสานงานของผู้เล่นในหนึ่งทีมใหญ่ (ฝ่ายละ 32 คน) และหนึ่งชุดยิงเล็ก (ปาร์ตี้ 4 คน) ในการทำภารกิจของโหมดการเล่นนั้น ๆ ซึ่งส่วนมากก็คือการยึดจุดยุทธศาสตร์สำคัญ และรักษาที่มั่นให้ได้นานที่สุด

โหมดที่โดดเด่นที่สุดคงไม่พ้น Grand Operations ที่เป็นศึกใหญ่ต่อเนื่องหลายวัน(แมตช์) โดยการนำเอาแผนที่และโหมดต่าง ๆ มาผสมผสานกันเพื่อดึงเอาเอกลักษณ์ของ BF ออกมาได้อย่างเต็มที่ ทั้งพลทหาร รถถัง เครื่องบินทิ้งระเบิด เครื่องบินขับไล่ ปืนใหญ่ ปืนต่อสู้อากาศยาน ถูกทั้งสองฝ่ายนำมาใช้กันจนหมดสิ้น ทำให้เราได้เห็นสงครามเต็มรูปแบบอย่างแท้จริง ฝ่ายผู้ชนะในแต่ละวันจะได้รับโบนัสให้ทีมของตัวเองได้เปรียบคู่ต่อสู้ในแมตช์ต่อไป

และในเมื่อมันเป็นสงคราม ย่อมมีการรุกรับสลับกันไปมาจุดที่เคยเป็นของเราอาจถูกยึดไป แต่เราสามารถยึดคืนได้ในภายหลัง การเล่นแบบชักเย่อชิงเหลี่ยมยื้อยุดในการศึกแบบนี้ ทำให้โดยรวมระยะเวลาของเกมต่อแมตช์นานกว่าเกมชู้ตติ้งทั่ว ๆ ไป ที่มักใช้เวลาประมาณ 10 นาที แต่สำหรับ BFV แมตช์หนึ่งอาจยาวนานถึงครึ่งชั่วโมงได้


Dd6Gpa-VAAAAbbw.jpg (173 KB)
.

Team Play


BFV ให้ความสำคัญกับการเล่นเป็นทีมมาก เพราะระบบคลาสต่าง ๆ ถูกออกแบบมาให้สอดประสานช่วยเหลือกัน คลาสทั้ง 4 นั้นมีความสามารถพื้นฐานที่เหมือนกัน ควบคุมเหมือนกัน สร้างที่กำบังชั่วคราวได้ ช่วยเหลือเพื่อนร่วมทีมที่ถูกยิงเจ็บได้ เพียงแต่ละคลาสจะใช้อาวุธได้จำกัดเฉพาะคลาสตัวเอง และแต่ละคลาสจะมีความสามารถเฉพาะตัวที่โดดเด่นกันไปคนละทาง

Assault เป็นคลาสที่ใช้ปืนไรเฟิลและปืนกลความแม่นยำสูง สามารถรับมือกับรถถังและที่กำบังของศัตรูด้วยจรวดพกพาหรือระเบิดไดนาไมท์ แต่ด้วยความที่เป็นกำลังรบหลักทำให้ใช้กระสุนเปลือง และคลาสอื่นทุกตัวจะเกิดมาพร้อมกับจำนวนกระสุนที่น้อยมาก ๆ พวกเขาจึงต้องพึ่งพา Support ผู้ใช้งาน LMG และลูกซอง ซึ่งมีกระสุนไม่จำกัดและมีความสามารถในการแจกจ่ายกระสุนให้กับทุกคนในทีม แถมพวกเขายังเป็นคลาสที่สามารถสร้างที่กำบังชั่วคราวรูปแบบต่าง ๆ ได้รวดเร็ว ทำให้ช่วยพลิกเกมได้หากเราต้องการเสริมความแข็งแกร่งให้พื้นที่ที่ยึดมาได้เพื่อป้องกันมันให้ได้นานที่สุด หรือหากทีมของคุณชอบเล่นรถถัง พวกเขาจะเป็นคลาสเดียวที่ซ่อมยานพาหนะได้ แต่การที่จะเอาชีวิตรอดได้นาน ๆ จากสารพัดอาวุธที่ฆ่าเราได้ตลอดเวลาหรือช่วยเพื่อนที่โดนยิงล้มเจ็บก็ต้องใช้งานเหล่า Medic ที่สามารถแจกกล่องพยาบาลให้ทุกคนหรือชุบชีวิตเพื่อนที่เจ็บได้เร็วกว่าปกติ แต่พวกเขาเป็นคลาสที่ใช้ SMG ทำให้ระยะยิงค่อนข้างเสียเปรียบคลาสอื่น และสุดท้าย Recon คลาสของเหล่าพลซุ่มยิงทั้งหลาย ที่สามารถจัดการศัตรูได้จากระยะไกลอย่างแม่นยำ และสามารถมองเห็นศัตรูที่อยู่ห่างออกไปได้ แต่ก็อ่อนในด้านการต่อสู้ระยะประชิด

นี่คือตัวอย่างกลไกเดียวของเกมเกี่ยวกับคลาสของตัวละคร ซึ่งเมื่อเข้าสู่สนามรบ มันยังมีปัจจัยอีกมากมายให้เราต้องรับมือ บางครั้งจุดภารกิจที่เราต้องป้องกัน ถูกเครื่องบินทิ้งระเบิดของข้าศึกระดมยิงอย่างหนักจนไม่สามารถป้องกันได้ ต้องมีใครสักคนขึ้นเครื่องบินขับไล่หรือเข้ายึด ปตอ. ในบริเวณนั้นเพื่อขัดขวางเครื่องบินทิ้งระเบิดไม่ให้มาปูพรมเบื้องล่าง ในขณะที่รถถังและทหารราบรุกเข้าพื้นที่เพื่อยึดจุดยุทธศาสตร์นี้ เมื่อเครื่องบินที่รบอยู่บนท้องฟ้ากระสุนหมด ก็ต้องกลับไปเติมตามจุดที่กำหนด ซึ่งหากถูกระเบิดทิ้งไปโดยฝ่ายตรงข้ามก็ต้องให้พลทหารฝ่ายเราซ่อมให้ นี่คือตัวอย่างสถานการณ์ที่แสดงถึงความมีไดนามิคสอดประสานกันของทหารเดินเท้าและยานพาหนะอันเป็นเหตุทำให้ชื่อของ BF เปี่ยมไปด้วยมนต์ขลัง

แต่เกมที่มีระบบกึ่งบังคับให้ผู้เล่นต้องร่วมมือกันแบบนี้ก็ใช่ว่าจะไม่มีข้อเสีย ตัวอย่างที่ยกมาคือสถานการณ์ในฝันที่ผู้เล่นทุกคนรู้หน้าที่ของตัวเอง และทำงานเป็นทีมเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย แต่ในความเป็นจริงเราจะพบผู้เล่นฉายเดี่ยวจำนวนมากที่วิ่งเป็นไก่ไร้หัว ไม่สนใจเป้าหมาย ไม่ทำภารกิจ ไม่อ่านเกมว่าจุดปะทะย้ายไปตำแหน่งไหน แล้วเราควรจะเคลื่อนที่ไปรับมือมันหรือเปล่า และไม่สนใจจะช่วยเหลือทีมเลย ซึ่งมันจะกระทบกับประสบการณ์การเล่นของคุณอย่างแน่นอน ดังนั้นผมจึงแนะนำว่าหากสนใจจะซื้อเกมนี้ก็นัดเพื่อนให้ซื้อมาเล่นด้วยกันน่าจะดีที่สุด


economy-v3.jpg.adapt.crop16x9.1455w.jpg (84 KB)
.

Your Company & Armory


ในภาคนี้ระบบการปรับแต่งตัวละครทำได้หลากหลายทั้งในด้านความสามารถและความสวยงาม ไม่เพียงเท่านั้นอาวุธและยานพาหนะก็สามารถตกแต่งเพิ่มความสวยงามได้ด้วย

ในด้านประสิทธิภาพปืนแต่ละกระบอกมีความสามารถพิเศษติดตัวปืน เมื่อเราใช้ไปนาน ๆ จะปรับเปลี่ยนได้ตามชอบใจ เช่น เปลี่ยนรูปแบบลำกล้อง ทำให้รีโหลดเร็วขึ้น เปลี่ยนอาวุธเร็วขึ้น เพิ่มความแม่นยำ เพิ่มความเร็วของการออกกระสุน ฯลฯ ทำให้เลือกใช้อาวุธได้หลากหลายเพื่อให้เหมาะกับสไตล์การเล่นและสถานการณ์

สิ่งหนึ่งที่ผมรู้สึกประหลาดเกี่ยวกับระบบการแต่งตัวนั่นก็คือ มันถูกซอยแยกย่อยจนเกินความจำเป็นมาก ตัวละครแต่ละคลาสจากแต่ละฝ่ายของเราจะถูกนับเป็นคนละตัวละครกัน ทำให้เราสามารถแต่งตัวละครได้ทั้งหมด 8 ตัว (4 คลาสจากฝ่ายพันธมิตร และ 4 คลาสจากฝ่ายอักษะ) หรือยานพาหนะของคุณก็ถูกแบ่งออกเป็นสองฝ่ายแบบนี้เช่นกัน

ปืนหนึ่งกระบอกจะถูกแยกชิ้นส่วนออกเป็น 7 ชิ้น แต่ละชิ้นสามารถเลือกหาลายมาใส่ได้แยกต่างหากจากกัน โดยปกติถ้าเกมไหนจะขายสกินปืน ก็คงจะเป็นลายเดียวเคลือบทั้งกระบอก แต่กับ BFV หากอยากแต่งลายปืนให้สวยครบเซ็ตทั้ง 7 ส่วน ก็ต้องหาแยกกันจนกว่าจะครบ

เกมมีเสื้อผ้าและลายปืนสวยงามให้เลือกซื้อ เลือกใช้เต็มไปหมด ซึ่งพอจะเดาได้ว่ามันถูกออกแบบมาเพื่อรองรับระบบเติมเงิน (Microtransaction) โดยเฉพาะ ซึ่งระบบเงินในเกมแบ่งออกเป็น Company Coin ซึ่งได้จากการเล่นเกมและทำ Assignments ต่าง ๆ และ Battlefield Currency ซึ่งได้จากการเติมเงินจริง แต่ในคราวนี้ EA ยังจำความเจ็บปวดเมื่อครั้ง Star Wars Battlefront 2 ทำให้คราวนี้พวกเขาไม่ได้ใส่ระบบ Loot Boxes เข้ามาในเกมเลย และให้คำมั่นว่าระบบการเติมเงินของเกม จะใช้เพื่อซื้อของตกแต่งเพื่อความสวยงามเท่านั้น

แต่จากการที่ผมสำรวจร้านค้าซื้อของตกแต่งภายในเกมอย่าง Armory ก็ดูเหมือนของทุกชนิดจะมีราคาแพงมากสำหรับเงินในเกม ไม่แน่ใจว่าตั้งใจใช้จุดนี้บีบให้ผู้เล่นเติมเงินอีกหรือไม่ เพราะในวันที่ริวิวระบบเติมเงินด้วยเงินจริงยังไม่เปิดให้บริการ ดังนั้นอาจจะรอดูกันไปก่อน

อีกจุดหนึ่งที่น่ายกย่องสำหรับทาง EA คือการที่พวกเขายกเลิกระบบ Premium Pass ของเกมทิ้งไป จากที่เมื่อก่อนเนื้อหาต่าง ๆ หลังจากที่เกมวางจำหน่าย ไม่ว่าจะแผนที่ใหม่ อาวุธใหม่ โหมดการเล่นใหม่ ถูกล็อกให้กับผู้เล่นที่สามารถจ่ายเงินซื้อ Premium Pass ได้เท่านั้น ซึ่งเป็นการแบ่งแยกกลุ่มผู้เล่นโดยไม่จำเป็น ในปีนี้พวกเขาจึงยินดีมอบคอนเทนต์ทุกชนิดให้ผู้เล่นฟรี


bfv-tides-of-war-roadmap-1920.jpg.adapt.crop16x9.1455w.jpg (161 KB)
.

The Future


ผมมีความรู้สึกว่าเกม BFV ที่เราเล่นกันในตอนนี้ ยังไม่ใช่ร่างสมบูรณ์ของมัน เกมถูกเกาะกินจากปัญหาพื้นฐานเช่นบั๊กเล็ก ๆ น้อย ๆ ผมเห็น AI จมหายไปในดิน ลอยขึ้นฟ้า หรือก้อนหินลอยจากพื้น โหลด texture ไม่ทัน อนิเมชั่นตัวละครแปลก ๆ หรือแม้แต่กระทั่งหน้าแต่งตัวละครของเราที่บางครั้งบอดี้ตัวละครหายไปเหลือแต่หัวลอย ๆ ปัญหาเหล่านี้สามารถถูกแก้ไขได้จากการแพทช์สม่ำเสมอ ซึ่งผมเชื่อว่าสุดท้ายคงได้รับการแก้ไขจนดีขึ้นเอง

แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือ คอนเทนต์เกมที่ดูแล้วไม่พร้อม จริงอยู่ว่า EA เสนอที่จะอัพเดตเกมให้เราฟรี แต่กลายเป็นว่าสิ่งที่เราได้รับตอนเริ่มต้น คือโหมดเนื้อเรื่องที่ไม่ค่อยสนุก ถัวไปกับมัลติเพลเยอร์ที่สนุกมากแต่เนื้อหาค่อนข้างจำกัด หลาย ๆ อย่างถูกดึงออกไปเพื่อเติมเข้ามาภายหลัง เช่น โหมด Rush โหมด Tides of War ที่ถูกสร้างมาชดเชย Premium Pass ที่จะให้ผู้เล่นได้สัมผัสกับมัลติเพลเยอร์ที่มีเนื้อเรื่องและมีสกินตัวละคร สกินอาวุธใหม่เป็นรางวัล หรือ Combined Arms โหมด Co-op ให้ผู้เล่น 4 คนร่วมกันทำภารกิจที่จะถูกสั่งมาอย่างแรนด้อม โดยมีคู่ต่อสู้เป็น AI

แผนการในระยะสั้นของพวกเขาที่มีประกาศออกมาคือทุก 2 เดือน เกมจะมีอัปเดตใหญ่ เช่นในธันวาคมถึงมกราคมนี้ เราจะได้ War Stories ตัวสุดท้าย The Last Tiger พร้อมกับระบบแต่งลวดลายยานพาหนะ และแมพใหม่ และหากคุณกำลังรอโหมด BR ของเกม ก็ต้องรอนานถึงมีนาคมปีหน้า


Conclusion


BFV มีมัลติเพลเยอร์ที่แข็งแกร่งและโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์อย่างที่หาใครเทียบยาก กราฟิกสวยมากตามมาตรฐาน ดนตรีประกอบและเอฟเฟคต์ระเบิดหนักแน่นเร้าใจ เกมเพลย์ยังคงสนุกและเร้าใจตามสไตล์ที่ BF ขึ้นชื่อ ที่ทั้งเหมือนและต่างจากเดิมในเวลาเดียวกัน เกมบังคับให้ผู้เล่นใช้ทีมเวิร์คสูงมาก (อย่างน้อยก็หนึ่งชุดยิง 4 คน) และเกมจะสนุกขึ้นหากคุณมีเพื่อนเล่นด้วย สิ่งที่ผมชอบที่สุดคือการที่เกมเน้นให้ผู้เล่นทำงานร่วมกันเป็นทีมมากอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน และการที่ EA ยกเลิก Premium Pass ถือเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่แสนวิเศษ ซึ่งหวังว่าพวกเขาจะไม่ทำลายมันทิ้งไปเร็ว ๆ นี้

คะแนน

8 ⁄ 10

Post by [Coolerist]
TOP