Wiki review


Kingdom Hearts 3 Review: คุ้มค่าการรอคอยสำหรับแฟน แต่สำหรับเกมเมอร์ทั่วไปนั้น....


by Reviewer Ocelot

*ขอขอบคุณโค้ดรีวิวจาก Sony Interactive Entertainment Hong Kong‚ Singapore Branch มา ณ โอกาสนี้ครับ


ลืมการครอสโอเวอร์ของ Marvel กับ Capcom และค่ายอื่น ๆ ไปได้เลย เพราะนี่คือการข้ามภพข้ามชาติมาเจอกันของ Square Enix และ Disney ซึ่งหลายคนคงสงสัยกันในทีแรกว่า การร่วมมือของค่ายเกม RPG ยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่น กับยักษ์ใหญ่การ์ตูนแอนิเมชันฝั่งอเมริกา มันจะออกมาเป็นเกมหน้าตาแบบไหนกัน แต่สุดท้ายส่วนผสมที่เรียกว่า Kingdom Hearts ก็ผ่านบททดสอบกาลเวลามากว่า 17 ปี เป็นอีกเกมที่ผมเคยหลงแบบหัวปักหัวปำอยู่ช่วงหนึ่ง ไม่ใช่เพราะเนื้อเรื่อง แต่เพราะรูปแบบของเกมเพลย์ที่มีการเอาตัวละครจากดิสนีย์มาออกท่าทางการต่อสู้เท่ห์ ๆ แบบตัวละครของค่าย Sqaure Enix ที่ทำให้ผมตะลึงกับไอเดียโคตรล้ำของมันมากในสมัยนั้น

แต่หลังจากจบเกมในภาค 2 ช่องว่างของผมกับซีรีส์นี้ก็ถ่างออก พอ ๆ กับภาคของเกมนี้ที่มีจุดทศนิยมมากขึ้น แต่ไม่เคยถึงเลข 3 จริง ๆ สักที  เวลาล่วงเลยไปถึง 14 ปี ในที่สุดผมก็ได้มีโอกาสกลับไปหาบรรดาตัวละครที่ผมเคยคลุกคลีนับร้อยชั่วโมงใน Kingdom Hearts 3 สักที

และนี่คือความรู้สึกของผมหลังจากจบเกมในระดับความยากธรรมดา ด้วยเวลาเกือบ 30 ชั่วโมง...


KH3 review 1.jpg (84 KB)



เนื้อเรื่อง

เมื่อมองผิวเผินแล้ว คนทั่วไปอาจคิดว่าเกมที่มีการครอสโอเวอร์ตัวละครดิสนีย์เกมนี้ คงไม่ได้มีเนื้อหาที่ซับซ้อนอะไรมาก  แต่ความจริงแล้วการเล่าเนื้อเรื่องหลักของเกมนี้กับการอธิบายระบบเลือกตั้งแบบใหม่ของไทยให้รู้เรื่องเป็นอะไรที่น่าลำบากใจพอกัน  มีศัพท์แสงที่ผู้เล่นจะต้องเรียนรู้มากมาย ทั้งคำว่า Heartless, Nobodies, Somebodies รวมถึงคำพื้น ๆ เช่นคำว่า หัวใจ (Hearts) ก็มีความหมายเฉพาะในเกมนี้ด้วย และผมขอสารภาพว่าจนถึงตอนนี้ผมก็ยังไม่สามารถต่อจิ๊กซอว์ทุกอย่างของเรื่องได้ตรงตามความเข้าใจ 100% แต่จะเล่าคร่าว ๆ  แบบนี้ให้ฟังแล้วกันครับว่าเหตุการณ์ในเกมมันเริ่มต้นจากกระทาชายนายหนึ่งนามว่า Xehanort มีเป้าหมายในการใช้พลังของ Kingdom Hearts เพื่อสร้างจักรวาลขึ้นมาใหม่ แต่การจะใช้พลังนั้นได้ ก็ต้องมีสิ่งที่เรียกว่า χ-blade (อ่านว่า คีย์-เบลด) ก่อน เหมือน Thanos ต้องออกตามหาอัญมณี Infinity เป๊ะ และอุบัติการณ์แห่งความงงงวยก็เริ่มต้นขึ้น เพราะ Xehanort ใช้วิธีการสร้างร่างตัวเองในชื่อต่าง ๆ มากมาย ทั้งแยกร่างตัวเอง ทำร่างปลอม สิงร่าง ไปยันเอาตัวเองในอดีตมาช่วยงานก็ทำมาแล้ว! รสชาติแห่งความซับซ้อนยิ่งเข้มข้นขึ้นไปอีก เมื่อตัวละครหลายตัวในเกมก็มีการแบ่งร่างตัวเองออกเป็นหลายร่าง และสามารถสูญเสียความทรงจำ กับได้รับความทรงจำใหม่ตลอดทั้งซีรีส์ เกมภาคจุดทศนิยมต่าง ๆ มากมายบนหลายเครื่องนั้น ก็เล่าเรื่องราวที่มีผลสำคัญต่อเรื่องหลักด้วย ซึ่งเป็นอะไรที่ไม่ Simple and Clean เอาซะเลย

อ่านถึงตรงนี้ถ้าคุณเริ่มทำคิ้วเป็นเลขแปดและเริ่มกลั้นหายใจแล้วล่ะก็ นี่คือสิ่งที่คุณจะต้องเจอต่อไปในเกมภาคนี้ โชคดีที่ว่า KH3 ถูกวางตัวมาให้เป็นผู้หาบทสรุปของมหากาพย์ Xehanort จริง ๆ ซึ่งจะทำให้เกมเน้นที่การไขปมข้อสงสัยที่ภาคเก่าไข่ทิ้งเอาไว้ และมุ่งหน้าสู่จุดจบของความขัดแย้งหลักนี้ แน่นอนว่าการทิ้งปมใหม่ก็ยังมีอยู่ แต่จะไม่ใช่ในลักษณะของภาคก่อน ๆ ที่เคลียร์ไปสองปม แต่ปมใหม่โผล่อีกเป็นล้าน

โครงสร้างหลัก ๆ ของเกมในภาคนี้จะมีวิธีการนำเสนอเหมือนในภาคก่อน ๆ ก็คือมีเส้นเรื่องหลักที่ โซระ โดนัลด์ กูฟฟี่ จะต้องออกผจญภัยเพื่อตามพลังแห่งการตื่น (Power of Waking) เพื่อปลุกพลังที่หายไปของโซระให้พร้อมสำหรับการเผชิญหน้ากับ Xehanort ครั้งสุดท้าย อีกส่วนหนึ่งคือเส้นเรื่องของโลกการ์ตูนดิสนีย์ชื่อดังต่าง ๆ ที่อยู่รายล้อมและเชื่อมโยงแบบหลวม ๆ กับเส้นเรื่องหลัก ทั้งโลกโจรสลัดของกัปตันแจ็ค อาณาจักรของราชินีหิมะเอลซ่า รวมถึงฉากที่เป็นเมืองใหญ่ของบรรดาผู้พิทักษ์ Big Hero Six ด้วย เรื่องราวของพวกโซระจะไปเกี่ยวพันกับเรื่องราวที่กำลังดำเนินไปของการ์ตูนเรื่องนั้น ๆ ซึ่งคนที่ดูมาก่อนก็จะรู้เนื้อหาหมดแล้ว จะมีบางเรื่องที่เป็นเหตุการณ์ที่สร้างมาใหม่เป็นพิเศษ แต่ก็ไม่ได้ไปเปลี่ยนเรื่องราวสำคัญของการ์ตูน

ถ้าให้พูดตามตรง นอกจากการที่ฝ่ายตัวร้ายไปรุกรานโลกดิสนีย์ที่ว่ามาแล้ว  โดยตัวมันเองก็แทบไม่ได้มีส่วนผลักดันเส้นเรื่องหลักอะไรเท่าไร  ถึงขนาดที่ตัวละครฝ่ายร้ายบางครั้งก็พูดออกมาเองว่า “ตูมาทำอะไรที่นี่วะ” หน้าที่ของโลกดิสนีย์พวกนี้ส่วนใหญ่จึงเน้นไปในด้านของเกมเพลย์คือการฝึกให้โซระมีเลเวลสูงมากพอที่จะไปต่อ และขยายมิติตัวละครของโซระให้มากขึ้น ซึ่งเอาเข้าจริงแล้วก็ไม่ได้ไปไกลกว่าการที่เขาเป็น “คนดีคนนึง ที่รักเพื่อน รักพวกพ้อง พลังทั้งหมดของเขามาจากความต้องการปกป้องพวกพ้อง มิตรภาพทำให้เขาเอาชนะฝ่ายวายร้ายที่ก็ยังไม่ค่อยรู้เหตุผลว่าทำไมตัวเองจะต้องร้าย อ้อ! แล้วเขาก็รักเพื่อนกับพวกพ้องของเขามากจริง ๆ นะ” ประมาณนี้ แต่ก็นับว่าบทของโซระดีขึ้นกว่าภาคก่อน เพราะในคราวนี้โซระไม่ต้องใช้เวลาไปกับการพะวงความเป็นอยู่ของริคุกับไคริแล้ว ทำให้เราได้เห็นมิติของโซระมากกว่าเดิม

คัทซีนที่บอกเนื้อหาสำคัญในเกมก็จะมีสั้นยาวต่างกันออกไป แต่หลายครั้งก็ค่อนข้างยาวมาก แต่สิ่งที่มันเป็นสาระสำคัญดูจะเทียบไม่ได้สัดส่วนกับความยาวนานของมันเท่าไร ลองนึกถึงคัทซีนที่มีความยาวระดับน้อง ๆ Metal Gear Solid โดยบทสนทนาของตัวละครที่มีคำว่า หัวใจ เพื่อน มิตรภาพ และคำแนว ๆ นี้ กินพื้นที่ไปกว่า 60-70% และแม้ว่าคุณจะมองข้ามความเล่นใหญ่ในการแสดงออกอารมณ์ความรู้สึกตัวละครไปได้บ้าง แต่การเจอกับบทประเภทที่อยู่ ๆ จากจะแพ้ก็กลายเป็นชนะ โดยไม่ค่อยมีเหตุผลอะไรนอกจากพลังของมิตรภาพ ถ้าไม่มองบนจนเพดานทะลุ คุณก็ภาวนาว่าคุณอยากสามารถปิดสวิทช์การใช้เหตุผลในสมองของคุณได้ชั่วคราว

ยังดีที่บทสนทนาในภาคนี้หลายครั้งก็เป็นการไขปมและเน้นการอธิบายที่มาที่ไปว่ามันเกิดอะไรขึ้นซึ่งเป็นสิ่งที่เกมนี้ต้องการมากที่สุด จนถึงขนาดที่ว่าเกมจะมีส่วนอธิบายเนื้อเรื่องใน Gummiphone (โทรศัพท์ประจำตัวโซระ) ให้ผู้เล่นได้เปิดมาศึกษาอย่างจริงจังว่าใครเป็นใคร รวมถึงศัพท์แสงต่าง ๆ ก็จะมีอธิบายในส่วนนี้ด้วย เพราะดูเหมือนทีมพัฒนาก็คงจะรู้ตัวถึงความซับซ้อนของเนื้อหา จนแอบมีใส่มุกที่จิกกัดตัวเองเล็กน้อยไปเหมือนกัน  ซึ่งนับเป็นการตัดสินใจที่ดี แต่อย่าคาดหวังว่าผู้เล่นหน้าใหม่จะสามารถปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทันทีที่เล่น เพราะเกมไม่ได้มีการปูเนื้อเรื่องอะไรให้มากนัก และต่อให้ตั้งใจปูก็คงแทบจะทำไม่ได้ เพราะปัญหาความซับซ้อนที่ว่าไปแล้ว


KH3 review 2.jpg (144 KB)



สำหรับตัวละครอื่น ๆ นั้น เอกเซล ดูจะมีพัฒนาการและมิติมากที่สุด เชื่อว่าใครเป็นสาวกของหนุ่มหัวเม่นสีเพลิงคนนี้จะหลงรักเขาขึ้นไปอีกในภาคนี้ ส่วนตัวละครที่น่าผิดหวังสำหรับผมก็คือ ไคริ แต่น่าผิดหวังยังไงนั้นอาจไม่สามารถบอกได้ในที่นี้ แต่โดยรวมคือตัวละครหลักและรองจากทุกภาคที่ผ่านมา จะมาถึงบทสรุปในภาคนี้นั่นเอง ถึงแม้ว่าจะมีหลายครั้งที่ผมอยากกดข้ามคัทซีนที่ยืดยาด และเรื่องราวจะคลี่คลายไปในทางที่เราพอเดากันได้ก็ตาม แต่เกมก็นำเสนอออกมาได้ค่อนข้างจับใจ นี่คือบทสรุปของมหากาพย์ Xehanort ที่แท้จริง และเชื่อว่าแฟน ๆ เกมนี้ จะต้องคิดถึงโซระกับพวกพ้องเขาไปอีกนาน


KH3 review 3.jpg (130 KB)



Gameplay


เรามาว่ากันถึงส่วนเนื้อที่ชุ่ม มัน รสสัมผัสเป็นเลิศที่สุดของเกมนี้กันดีกว่าก็คือ ระบบ Combat นั่นเอง

ระบบต่อสู้ของ KH 3 เป็นการผสมผสานของระบบ Combat ในภาคก่อน ๆ  และในคราวนี้ตัวชูโรงที่ทำให้ระบบต่อสู้มันเป๊ะปังคงหนีไม่พ้นคีย์เบลดนั่นเอง เพราะถ้าเราทำการโจมตีศัตรูไประยะหนึ่งคีย์เบลดจะสามารถเปลี่ยนฟอร์มตัวเองได้ และแต่ละฟอร์มก็จะเปลี่ยนเกมเพลย์ของโซระไปชั่วคราว อย่างฟอร์มที่ทำให้โซระสร้างร่างแยกและโจมตีระยะไกลได้ หรือฟอร์มค้อนที่เน้นพลังโจมตีวงกว้างและโคตรแรง สำคัญมากที่สุดคือความตื่นตาตื่นใจทั้งพลังภาพและเสียง (Flashy) ที่มาเต็มเพียบ ฟอร์มเวทมนต์ต้องจัดจ้าน เล่นแสงสีอลังการ  ฟอร์มค้อนพอทุบก็คือทุบ เสียงต้องสนั่น พลังต้องมา พร้อมการเล่นมุมกล้องให้รู้สึกถึงความรุนแรงจริง ๆ  คือแค่ดูคีย์เบลดแต่ละแบบออกลีลาของมันเองก็โคตรคุ้มแล้ว การได้สัมผัสระบบต่อสู้ของ KH3 เลยเหมือนการที่เราได้นั่งตรงเคาเตอร์บาร์ซูชิที่หากโนมุระเป็นพ่อครัว คีย์เบลดในเกมก็คือซูชิที่เขาไม่ยั้งทุกวัตถุดิบและฝีมือที่มี ยังไม่ทันหมดคำแรก ผู้เล่นก็โหยหาจะลองชิ้นต่อไปและต่อไปทันที

คีย์เบลดต่าง ๆ ที่คุณได้รับ ยังสามารถนำมาอัปเกรดที่ร้านค้าได้ ซึ่งก็จะมีรายการวัตถุดิบที่ต้องหา ซึ่งจะทำให้คีย์เบลดมีพลังโจมตีแรงขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมคุณสมบัติอื่น ๆ อีกมากมาย



KH3 review 4.jpg (127 KB)



นอกจากระบบคีย์เบลดแล้ว ระบบ Attraction ก็เป็นอีกส่วนที่เกมใส่เข้ามาซึ่งทำให้เราสามารถเรียกเครื่องเล่นดิสนีย์หลายแบบมาโจมตีศัตรูได้ ซึ่งการนั่งเครื่องเล่นแต่ละชิ้นก็จะทำให้การต่อสู้เปลี่ยนไป เช่น ม้าหมุนก็ให้เราต้องกดตามจังหวะเหมือนเกมเพลงเพื่อส่งคลื่นกระแทกศัตรูรอบ ๆ  เครื่องเล่นแบบเรือยักษ์ก็ให้เราบังคับเรือโยกสาดน้ำโจมตีศัตรู ซึ่งผมมองว่านี่เป็นประสบการณ์การต่อสู้ที่แปลกใหม่มาก คือเหมือนให้เราเล่นมินิเกมไปด้วยสู้ศัตรูไปด้วย ซึ่งแน่นอนว่าท่าไม้ตายพวกนี้ก็เป็นทางเลือกที่ผู้เล่นเลือกจะใช้หรือไม่ใช้ก็ได้

แน่นอนว่าพอเกมจัดเต็มให้กับการเล่นคีย์เบลดไปแล้ว โซระก็ไม่มีฟอร์มต่าง ๆ ให้ใช้อีกในภาคนี้ เพราะฟอร์มของคีย์เบลดทำหน้าที่แทนได้ดีกว่า จะมีเหลือรอดมาก็แค่ Rage Form หรือโซระร่างมืดที่คล้ายกับภาคสอง เอาจริง ๆ นี่เป็นฟอร์มที่เอาไว้ใช้เป็นอุปกรณ์กู้ชีพฉุกเฉิน เพราะมักจะมีมาให้กดใช้ในช่วงเวลาสำคัญที่เราใกล้ตาย ซึ่งพอกดใช้แล้วมันก็จะทำให้พลังชีวิตของเรากลับมาเต็มอีกครั้ง แต่เราสามารถกดสามเหลี่ยมเพื่อใช้ท่า Risstaker ลดพลังชีวิตของเราเอง แล้วเพิ่มพลังโจมตีให้แรงขึ้น ซึ่งถ้าคุณกดไปจนถึงระดับหนึ่ง มันก็จะทำให้โซระสามารถใช้ท่าไม้ตายของ Rage Form ได้ แต่ก็แลกมาด้วยการที่คุณก็ใกล้ตายด้วยเช่นกันสมกับชื่อท่า ของมัน

ในส่วนของการออกแบบด่านสำหรับโลกดิสนีย์ หรือโลกที่เกี่ยวกับจักรวาลของเกมโดยตรง โจทย์ยากของทีมออกแบบฉากก็คือ เนื่องจากเนื้อเรื่องของเกมที่แทบจะไม่สามารถปลุกให้เกิดความตึงเครียดหรือเร่งรีบของสถานการณ์ได้ (จนกว่าจะถึงช่วงท้าย ๆ เกม) เนื้อหาของการ์ตูนดิสนีย์ในเกมก็ยังเป็นสิ่งที่คนเล่นส่วนใหญ่น่าจะรู้เรื่องมาก่อนแล้วอีก ตัวขับเคลื่อนที่จะทำให้เกมเพลย์สนุกและให้ผู้เล่นติดตามตลอดจึงเป็นโจทย์ยักษ์ให้ทีมพัฒนาต้องแก้ให้ได้ โชคดีที่พวกเขาทำได้สำเร็จในแง่การสร้างความรู้สึกที่โลกแต่ละใบก็ให้ความรู้สึกแตกต่างกัน คุณจะได้ทั้งขับหุ่นยนต์ไล่กระทืบพวก Heartless หรือล่องเรือโจรสลัดบนทะเลคาริบเบียน แต่สิ่งที่ทำให้แต่ละด่านรอดชีวิตจริง ๆ เลยก็คือ จังหวะการปล่อย wave ศัตรูมาให้เราสู้ ซึ่งมีความถี่มาก ๆ พูดได้ว่าถ้าไม่ใช่ฉากที่ต้องแก้ปริศนา หรือดูคัทซีน คุณจะเจอศัตรูแบบแทบจะไม่ได้หยุดพักหายใจเลย แต่นั่นคือข้อดีของเกมที่จุดขายเป็นแอ็กชันเต็มสูบอยู่แล้ว

หากจะมีส่วนให้ติในระบบ Combat ก็คงมีส่วนเดียวก็คือฟอร์มคีย์เบลดบางแบบมันซ้ำกัน และการที่เกมมันยัดลูกเล่นมาเยอะ แต่ศัตรูในเกมก็ไม่ได้ถูกออกแบบมา เพื่อกดดันให้คุณต้องใช้ทุกอย่างที่คุณมีเพื่อล้มมัน พูดง่าย ๆ ก็คือถ้าเรามองข้ามความตุ๊ต๊ะตูมตาม กับคีย์เบลดที่เปลี่ยนร่างได้เป็นสิบ ๆ แบบของโซระ ผมรู้สึกว่าระบบ Combat KH3 เป็นอาหารตาขั้นพรีเมียม แต่ไม่ได้ลงลึกในรายละเอียดมากนัก  เพราะการเล่นเกมในความยากระดับปานกลาง เพียงการรัวปุ่ม X ให้ถูกจังหวะ การใช้เวทมนต์ และเน้นกดปุ่ม trigger บ่อย ๆ ก็เพียงพอจะพาคุณไปจนจบเกมได้ (ยกเว้นบอสตัวท้าย ๆ ที่อาจต้องรัวปุ่ม X ให้น้อยลงแล้วเพ่งจิตอธิษฐานดูการโจมตีมันนิดนึง) อย่างพวกท่าสไลด์ไปบนรางหรือ flowmotion ที่เอามาจากภาค Dream Drop Distance ก็ดูเป็นอะไรที่ล้นเกินและขัดจังหวะการต่อสู้สำหรับผมมากกว่า ระบบ Link ถึงจะดูใช้แล้วคุ้มค่ากว่าภาคก่อน ๆ มันก็ดูเป็นทางเลือกที่ไม่ค่อยได้แตะมาก ยกเว้นในตอนเบื่อ ๆ แล้วอยากลองของใหม่ แต่ก็อย่างที่บอกนั่นแหละครับว่าผมเล่นในความยากระดับปานกลาง และยังไม่ได้เจอกับบอสลับของภาคนี้เลยยกประโยชน์ให้จำเลยว่า ลูกเล่นมากมายเหล่านี้ก็ถือซะว่าเป็นทางเลือกให้ผู้เล่นได้ลองใช้ ลองผสมผสานให้มันเกิดประสบการณ์ใหม่ ๆ ใส่มาเกิน ยังดีกว่าใส่มาขาด

อีกระบบที่นำกลับมาในภาคนี้ก็คือ การล่องยานนั่นเอง ซึ่งในคราวนี้ผู้เล่นจะมีอิสระในการล่องยานมากขึ้น จะสำรวจดาวสมบัติระหว่างทาง สู้ศัตรู หรือจะมุ่งหน้าไปดาวเป้าหมายเลยก็ได้ แน่นอนว่าคุณจะได้อุปกรณ์และทรัพยากรดี ๆ จากการท่องไปในอวกาศรอบ ๆ รวมถึงการอัปเกรดยานก็มีรายการมาให้อัปเกรดเยอะขึ้นกว่าเดิม หรือจะสร้างยานขึ้นมาใหม่เองเลยก็ยังได้ สิ่งที่ดีมากของภาคนี้ก็คือ การสำรวจโลกด้วยยานมันเป็นแค่ทางเลือกหนึ่งเท่านั้น ผู้เล่นที่สนใจจะเล่นเนื้อเรื่องต่อก็สามารถขับยานลัดไปที่ดาวเป้าหมายโดยไม่ต้องสู้กับศัตรูเลยก็ยังได้



KH3 review 5.jpg (174 KB)

ส่วนมินิเกมอื่น ๆ ประจำโลกต่าง ๆ ก็มีทั้งที่ทำออกมาได้ไม่ค่อยเวิร์กหรือให้รสชาติจืด ๆ อยู่บ้าง เช่นการต้องไล่เก็บของตามที่กำหนด แต่ที่ทำได้สนุกแล้วเข้าตีมในโลกนั้น ๆ ก็มีเยอะครับ โดยเฉพาะผมค่อนข้างชอบความเล่นใหญ่ในการขับเรือโจรสลัดสู้กับศัตรูบนทะเลคาริบเบียนเป็นพิเศษ


KH3 review 6.jpg (142 KB)



กราฟิกและการออกแบบ

ด้านงานกราฟิก ทีมพัฒนาเองก็ต้องเจอกับโจทย์ยากอีกเหมือนกัน นั่นคือการ์ตูนดิสนีย์ที่เอามาใช้เป็นโลกต่าง ๆ มีรูปแบบงานศิลป์ตั้งแต่การ์ตูนสองมิติ แอนิเมชัน ไปยันคนแสดงจริง แล้วจะทำยังไงให้ทั้งหมดถูกนำเสนอออกมาบนหน้าจอได้อย่างสวยงามและไม่ดูประหลาดตา

ในโลกของเฮอร์คิวลีสที่เวอร์ชันเดิมเป็นการ์ตูนสองมิติ น่าจะมีปัญหานิดหน่อย เพราะต้องปั้นโมเดลตัวละครให้ออกมาเป็นสามมิติแบบภาคก่อน ๆ ทำให้ผมรู้สึกขัดใจกับหน้าตาของซุสอยู่พอสมควร แต่หลังจากที่เกมได้ไปผจญภัยในโลกของพวกการ์ตูนแอนิเมชัน งานกราฟิกของเกมนี้ก็แสดงพลังที่แท้จริงของมันออกมา ไม่ว่าจะเป็นวูดดี้ บัซไลท์เยีย เอลซ่า หน้าตาแทบจะถอดออกจากต้นฉบับมาเลย โดยเฉพาะกับโลกของโจรสลัดแห่งคาริบเบียนที่ดูทุ่มทุนสร้างสุด ๆ แบบอีกนิดนึงมันก็จะเท่ากับเอาคนจริงมาแสดงแล้ว

สิ่งที่ดีงามอีกอย่างหนึ่งคือการออกแบบตัวละครโซระ โดนัลด์ กูฟฟี ให้เข้ากับตีมในโลกต่าง ๆ ครับ รวมถึงตัว UX/UI ของเกมที่เปลี่ยนไปตามโลกดิสนีย์ด้วย จุดนี้เองที่มันแสดงให้เห็นถึงการใส่ใจในรายละเอียดของทีมงาน

ในแง่การออกแบบฉาก สิ่งที่เตะตาในภาคนี้ก่อนใครเพื่อนเลยก็คือเราได้เห็นบรรยากาศของความเป็นเมืองจริง ๆ นั่นคือมี NPC เดินกันขวักไขว่มากกว่าภาคก่อน ๆ ผมชอบโลกของเฮอร์คิวลีสที่ทีมงานตัดสินใจถูกในการเอามาเป็นโลกเปิดการผจญภัยของภาคนี้ โลก Toy Story ที่ออกแบบมาเป็นห้างขายของเล่นก็ทำได้ดี ส่วนโลกดิสนีย์อื่น ๆ จะหนักไปทางกว้างเข้าว่า เช่น ทุ่งน้ำแข็งในโลกของ Frozen  ป่าเขา ทะเล ตึกรามบ้านช่อง คือเกมนี้มีครบทุกสภาพภูมิประเทศ แต่ที่น่าจดจำที่สุดคือโลกใบท้าย ๆ ที่เป็นโลกของเนื้อเรื่องหลัก ทำออกมาได้อลังการมาก ยิ่งโดยเฉพาะฉากสู้บอสช่วงท้าย ๆ ที่มีการเอาฉากมาเป็นลูกเล่นการโจมตีของบอส ด้วย ยิ่งทำให้ดูแพงขึ้นไปใหญ่

สิ่งที่ผมว่าเจ๋งดีในภาคนี้อีกเรื่องก็คือการออกแบบเกมโดยอิงกับอินเทอร์เฟซบนแอปสมาร์ทโฟนที่เราเห็นกันจนชินตา เช่น การถ่ายภาพเซลฟี่ การโหลดหน้าจอที่มีดีไซน์แบบโพสต์บนเฟซบุ๊กและตัวอักษรพร้อมแฮชแท็ก ทำให้เกมดูมีอารมณ์ร่วมสมัยมากยิ่งขึ้น


สรุป

ความรู้สึกหลังจากเล่นเกมนี้จบคือ Kingdom Hearts  3 ยังมีจิตวิญญาณของซีรีส์นี้อย่างครบถ้วน ทั้งเกมเพลย์ที่ตระการตา ระบบต่อสู้ที่ยำใหญ่กว่าเดิม และเรื่องราวของมิตรภาพ ปัญหาคงมาจากตัวผมเองที่ห่างจากซีรีส์นี้ไป 10 กว่าปี ทำให้เรื่องบางเรื่องจากแต่เดิมที่ไม่ใช่ปัญหา ก็กลับเป็นปัญหาขึ้นมาได้ แต่ดีที่ภาคนี้ถูกวางตัวมาเป็นบทสรุปของมหากาพย์ Xehanort อย่างแท้จริง และผมมั่นใจว่าแฟน ๆ จะต้องประทับใจกับบทสรุปของเกมภาคนี้ แต่สำหรับผู้เล่นหน้าใหม่แล้ว หากคุณกำลังมองหาเกม Action RPG ที่คุณเสพเนื้อเรื่องได้ด้วย ผมขอให้คุณมองหาเกมอื่นต่อไป เพราะถ้าคุณเลือกจะเริ่มเล่น KH3 เป็นเกมแรก คุณจะเผชิญกับปมเงื่อนเรื่องราวอันโคตรซับซ้อน โดยมีแค่เครื่องมืออย่าง Gummiphone ซึ่งทำหน้าที่เป็นสารานุกรมที่จะพยุงความเข้าใจของคุณไปตลอดทั้งเกมเท่านั้น  แต่ถ้าคุณสามารถปิดสวิทช์รับรู้ความสมเหตุสมผลไปได้ชั่วคราว นี่จะเป็นเกม RPG ที่มันและสนุกที่สุดเกมหนึ่งในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้เลยทีเดียว



คะแนน 8.0 ⁄ 10

Post by [Reviewer Ocelot]
TOP