Wiki review


LEFT ALIVE REVIEW

เกมลอบเร้นที่หวังจะปัง แต่ออกมาพังพินาศ


*ขอขอบคุณโค้ดรีวิวจาก Sony Interactive Entertainment Hong Kong‚ Singapore Branch มา ณ โอกาสนี้ครับ

เชื่อว่าเกมเมอร์หลายคนน่าจะเคยได้เล่นหรืออย่างน้อยก็รู้จักแนวเกมที่เรียกกันว่า stealth action หรือก็คือเกมลอบเร้นที่เน้นการซุ่มซ่อน ลอบจัดการฝ่ายตรงข้ามแทนที่จะปะทะตรง ๆ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายกันไม่มากก็น้อย แน่นอนล่ะว่าธีมของแต่ละเกมก็ต่างกันไป บ้างก็ย้อนยุค บ้างก็มีธีมแฟนตาซี บ้างก็มีธีมทางการทหาร สุดแท้แต่ผู้สร้างจะรังสรรค์ขึ้นมาให้ได้เล่นกัน และก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่าเมื่อพูดถึงเกมลอบเร้นทีไร ชื่อของ Metal Gear Solid และ Splinter Cell มักจะผุดขึ้นมาในใจคนเล่นเป็นอันดับแรก ๆ เสมอ ด้วยเนื้อหาอันเข้มข้น ซับซ้อนหักมุม ระบบการเล่นที่ไหลลื่น ตอบสนองฉับไวคล่องแคล่วและลึกซึ้ง ตัวละครซึ่งมีเสน่ห์กินใจชวนให้จดจำ ไหนจะบรรดาอุปกรณ์ไฮเทคต่าง ๆ ทั้งที่สามารถทำได้จริงในปัจจุบัน หรือสิ่งที่โอเวอร์เกินจะเป็นไปได้ก็ถูกขนมาให้ใช้งานกันจนเต็มอิ่ม แล้ว...Left Alive ที่วางตัวเองเป็นเกมลอบเร้นด้วยธีมการทหารที่ดำเนินเรื่องราวบนจักรวาลของ Front Mission แถมยังได้คนออกแบบตัวละครมือฉมังผู้มีลายเส้นสุดขลังอย่าง Yoji Shinkawa มาร่วมงานด้วยแบบนี้ เกมมันก็ควรจะออกมาดีสิ...รึเปล่า?


เนื้อเรื่อง

Left Alive นั้น บอกเล่าเรื่องราวการเอาตัวรอดของตัวละครเอก 3 คนคือ Mikhail Shuvalov นายทหารหนุ่มพลขับ Wanzer แห่งกองทัพ Ruthenia ผู้ประจำการอยู่ใน Novo Slava แต่กลับโดนจู่โจมกะทันหันจนไม่ทันตั้งตัว‚ Olga Kalinina ตำรวจสาวแห่ง Novo Slava ผู้ตามสืบคดีค้ามนุษย์อยู่ก่อนทั้งเมืองจะโดนรุกราน และสุดท้ายคือ Leonid Osterman นักโทษผู้โดนตัดสินประหารชีวิตไปเมื่อสองปีก่อนเหตุการณ์ในเกมแต่เขาก็ไม่เข้าใจว่าทำไมตนถึงยังไม่โดนประหารเสียที ตัวเอกทั้ง 3 ต้องเอาชีวิตรอดออกจากเมือง Novo Slava ในยามที่กองทัพ Garmoniya บุกจู่โจมสายฟ้าแลบและเข้ายึดครองพื้นที่ได้ทั้งหมด แต่ทว่าในระหว่างการดิ้นรนเอาชีวิตรอดนี่เอง ที่พวกเขากลับได้รู้ว่าสงครามที่เกิดขึ้นเป็นแผนสมคบคิดครั้งมโหฬารซึ่งมีผู้ชักใยอยู่เบื้องหลัง


ภาพตัวละคร.jpg (549 KB)
ตัวละครเอกทั้ง 3 ตัวของเกมนี้



ถ้าจะว่ากันแบบตรงไปตรงมา ในส่วนของเนื้อหาเกมนี้เรียกได้ว่าน่าสนใจแต่ก็ค่อนข้างเดินตามสูตรของเรื่องราวในธีมการทหารที่จะต้องมีแผนสมคบคิด มีจุดหักมุม เรื่องราวพลิกผันไปมาให้คนเล่นเดาไม่ถูก และนอกเหนือจากพล็อตหลักที่ดำเนินไปแล้ว ในส่วนของตัวละครหลักแต่ละตัวก็จะมีพล็อตรองของตัวเองให้ได้สะสางและคลี่คลายปมในใจของตัวเอง แต่ก็เป็นอะไรที่ค่อนข้างน่าเสียดายว่าถึงแม้เนื้อหาจะน่าสนใจก็ตามแต่การกำกับฉากคัตซีนในหลายจุดทำออกมาได้ค่อนข้างจืด และด้วยความที่ตัวเกมจับโยนเราเข้าสู่สถานการณ์ปิดล้อมแต่เริ่มเลยทำให้ไม่ค่อยอินตามตัวละครเท่าไหร่ เพราะเราแทบไม่รู้ปูมหลังไม่รู้ที่มาที่ไปของแต่ละคนเลย ถึงจะมีการบอกและเปิดเผยออกมาเรื่อย ๆ ในระหว่างเล่นแต่ทุกอย่างก็ค่อนข้างรวบรัดจนเกินไป ชื่อเฉพาะในเรื่องก็เยอะแยะชวนงงพอดู พูดได้ว่าถ้าระหว่างดูคัตซีนคุณเผลอใจลอยทีนึงคุณอาจลืมแล้วว่าตัวละครกำลังพูดถึงใคร หรือพูดถึงอะไรกันอยู่

อีกสิ่งที่น่าเสียดายก็คือระบบของผลจากการกระทำของเรานั่นเอง ตลอดทั้งเกมเราจะได้เลือกตัวเลือกตอบคำถามในแต่ละสถานการณ์ที่ต่างกัน ซึ่งทีมสร้างเคยให้รายละเอียดไว้ว่าสิ่งที่เลือกจะส่งผลต่อชะตาของตัวละคร แต่เอาเข้าจริง ตัวเลือกกลับไม่ค่อยส่งผลอะไรให้เห็นแบบชัดเจนจะ ๆ ตาเท่าไหร่นัก เว้นแต่ตอนต้นเกม บางครั้งเราเลือกหรือตัดสินใจอะไรไปกว่าจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวละครตัวนั้นก็ต้องรอจนจบเกมแล้ว แถมไม่มีคัตซีน ไม่มีอะไรให้ดูว่าแต่ละคนหลังจากจบเรื่องราวแล้วเป็นยังไงต่อ มีเพียงแค่รายงานที่เป็นตัวอักษรให้อ่านเท่านั้นเอง


เกมเพลย์

แม้ว่าเนื้อเรื่องจะทำออกมาได้น่าสนใจ แต่ในส่วนเกมเพลย์กลับสวนทางครับ ถ้าเปรียบว่าเนื้อเรื่องเกมคือการขึ้นมอเตอร์ไซค์ขับไปทิศตะวันออก เกมเพลย์ก็เปรียบเสมือนคุณขึ้นเครื่องบินเจ็ตแล้วบินไปทางทิศตะวันตกเลย ตลอดระยะเวลาที่เล่นตั้งแต่ต้นจนจบผมพบปัญหาด้านเกมเพลย์มากมายจนไม่เข้าใจว่าทำไม Square Enix ถึงไม่เลื่อนการวางจำหน่ายออกไปแล้วไปเกลาเกมให้เนี้ยบกว่านี้ก่อน


ปัญหาใหญ่สุดที่ต้องพูดถึงเป็นอันดับแรกเลยคือระบบการลอบสังหารครับ เป็นที่เข้าใจกันดีว่าขึ้นชื่อว่าเกมลอบเร้น สิ่งที่เราควรทำก็คือจัดการทุกสิ่งทุกอย่างให้เงียบเชียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ ไม่ว่าจะบุกเข้าประชิดแล้วใช้มีดสังหาร บ้างก็ใช้วิชาต่อสู้มือเปล่าจัดการ บ้างก็อาศัยอาวุธปืนที่ติดกระบอกเก็บเสียงแล้วยิงจากระยะไกล ก่อนจะเคลื่อนที่ต่อไปข้างหน้าอย่างแนบเนียน แต่ทั้งหมดที่ว่ามาไม่มีเลยใน Left Alive ครับ ผมไม่ทราบว่ามันเป็นการลืมคิดหรือจงใจของทีมงาน แต่การทำเกมลอบเร้นที่เปิดโอกาสให้เราต่อสู้ได้ แต่กลับไม่มีระบบลอบสังหารนี่มันเหมือนคุณโดนมัดมือตลอดทั้งเกมเลยครับ ซ้ำร้ายไปกว่านั้นคือไม่มีอาวุธชนิดไหนในเกมนี้ที่เงียบเลย ปืนก็ไม่มีกระบอกเก็บเสียง กับดักหรือไอเทมต่าง ๆ ที่คราฟท์มาได้ก็มีแต่ชนิดระเบิดตูมตาม แม้แต่อาวุธต่อสู้ประชิดก็มีแค่ 3 อย่างคือแป๊บเหล็ก‚ พลั่วกับค้อนปอนด์ ซึ่งทุกอย่างไม่สามารถจัดการศัตรูให้หลับได้ในทีเดียว ดังนั้นถ้าคุณเจอศัตรูเดินมาด้วยกันสองคนจึงเป็นไปไม่ได้ที่คุณจะลอบเก็บตัวนึงแล้วหาโอกาสเก็บอีกตัวนึงเหมือนเกมอื่น ๆ ทำให้ในหลาย ๆ ครั้งการเคลียร์เส้นทางจึงจบลงที่การยิงปะทะกันเสมอ ๆ


LEFT ALIVE รีวิว 11.jpg (282 KB)
สิ่งที่ใกล้เคียงระบบลอบสังหารที่สุดของเกมนี้
คือการใช้อาวุธประชิดแทงซ้ำตอนศัตรูล้ม แต่เราก็ไม่มีวิธีเงียบ ๆ ทำให้มันล้มนะ



ความอึดของศัตรูก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ชวนให้เล่นแล้วหงุดหงิดได้ง่ายครับ ด้วยความที่ในเกมนี้ศัตรูของเราแต่ละตัวใส่เกราะล้ำหน้ามาเต็มที่จึงมีความอึดมากกว่าคนธรรมดาทั่วไป ด้วยเหตุนี้ปืนพกของคุณจะไม่สามารถสังหารศัตรูได้ในนัดเดียวแม้ว่าคุณจะยิงหัวก็ตาม แต่ต้องใช้ถึง 3 นัดด้วยกัน แม้กระทั่งระเบิดมือก็เช่นกัน ต่อให้คุณปาระเบิดเข้าใส่ศัตรูได้เหมาะเหม็งอยู่ตรงจุดศูนย์กลางของระเบิดก็ตามทีแต่มันก็จะโดนแล้วกระเด็นก่อนจะลุกขึ้นมายืนได้ใหม่แบบหน้าด้าน ๆ ถ้าจะเอาให้ตายสนิทก็ต้องปาซ้ำอีกหนึ่งลูก เมื่อผนวกกับระบบเล็งยิงที่ติด ๆ ขัด ๆ และมุมกล้องที่ย่ำแย่ (การเล็งในขณะที่ศัตรูอยู่ใกล้ทำให้ผู้เล่นลำบากชีวิตมากครับ) จนคุณจะเกิดอาการยิงเฉี่ยวสีข้างหรือเฉี่ยวขมับศัตรูอยู่เสมอแล้ว การปะทะกับศัตรูในแต่ละครั้งจึงแทบจะเป็นการบำเพ็ญทุกรกิริยาไปเลยครับ จะเล่นลอบเร้นก็ได้ไม่สุดจะเล่นบู๊ศัตรูก็อึด กระสุนก็น้อย ระบบเล็งยิงก็แย่ มันเลยออกมาเป็นส่วนผสมที่พิกลพิการไปเลย


LEFT ALIVE รีวิว 13.jpg (270 KB)
อยากช่วยคนไม่มีท่าลอบสังหารเท่ ๆ ให้ใช้นะเกมนี้
ปาระเบิดลงกลางวง (สองลูก) เท่านั้นไม่ต้องคิดมาก



หลายคนอาจสงสัยว่า เอ๊ะ ผมเล่นผิดวิธีรึเปล่า? ก็เกมมันมีระบบคราฟท์ของไม่ใช่เหรอ อาจจะเน้นให้เราต้องใช้กลยุทธ์จากบรรดากับดักต่าง ๆ มากกว่ามั้ง ก็ขอบอกไว้เลยครับว่าเอาเข้าจริงแล้ว พวกของที่มีให้คราฟท์มากมายนั้นคุณจะได้ใช้บ่อยจริง ๆ ก็ไม่พ้นพวกระเบิด (ทั้งระเบิดกระป๋องและระเบิดขวด) อยู่ดี กับดักต่าง ๆ ไม่ว่าจะพวกลวดหนามหรือกับระเบิดแบบเหยียบนั้น สุดท้ายหาโอกาสใช้ไม่ค่อยมีหรอกครับเพราะพื้นที่ในเกมส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เปิดโล่งที่จะดักเส้นทางได้ยาก และผมเคยลองใช้ลวดหนามไฟฟ้าเอย ลวดหนามไฟเอย สุดท้ายมันก็สะกิดศัตรูได้แบบคัน ๆ นิดหน่อย สู้ใช้เป็นระเบิดไปเลยยังจะใช้งานได้ง่ายกว่า (อ้อ มี sensor ตรวจจับศัตรูอีกชิ้นนึงที่ก็ได้ใช้บ่อยเหมือนกัน) แน่นอนล่ะว่าในหลายฉากตัวเกมจะบังคับเราสู้และจะมีช่วงพักให้เราเตรียมตัวเพื่อวางกับดักนู่นนั่นนี่ แต่ถึงที่สุดแล้วหาปืนแรง ๆ ซักกระบอก สร้างป้อมปืนอัตโนมัติไว้รอแล้วปักหลักสู้คือวิธีที่ได้ผลดีที่สุดครับ


LEFT ALIVE รีวิว 12.jpg (270 KB)
ของหลายอย่างพอคราฟท์แล้วก็ไม่รู้จะเอาไปใช้อะไร



AI ของศัตรูในเกมนี้คือสิ่งที่พิลึกพิลั่นจนไม่รู้จะเอาไปเทียบกับอะไรดีครับ ลองคิดสภาพว่า ศัตรูยืนอยู่ด้วยกันเป็นกลุ่ม เราหาจังหวะฆ่าไปได้ตัวนึง จะด้วยปืนหรือด้วยระเบิดหรือด้วยอะไรก็ตามที ตราบใดที่ตัวอื่นยังไม่พบตัวเรา มันก็ยังไม่เข้าสภาวะ alert นะ แต่มันจะหันมาทางต้นเสียงแล้วก็ทำท่าระแวดระวังครู่หนึ่ง พอไม่เจอตัวเรามันก็ลดปืนแล้วยืนยามกันไปตามปกติทั้งที่เพื่อนนอนเป็นศพอยู่ต่อหน้านั่นแหละ (ใช่ ต่อให้คุณเขวี้ยงระเบิดจนเสียงดังทะลุแก้วหูมันไปแล้วก็ตามที) และในหลายสถานการณ์ที่คุณเข้าสภาวะ alert จนเกิดการปะทะกันเสียงปืนและเสียงระเบิดดังกระหึ่มไม่หยุดไม่หย่อน พอคุณเก็บศัตรูหมด เสียงเพลงเงียบลงคุณจึงออกเดินต่อ ก่อนจะพบว่าในอีกหัวมุมตึกที่ห่างจากจุดปะทะเมื่อสักครู่ราวสิบก้าวก็มีทหารศัตรูยืนยามกันหน้าสลอนแบบไม่รู้ร้อนรู้หนาว ไม่ได้ยินเสียงคนฆ่ากันเมื่อสักครู่เลยแม้แต่น้อยครับ ในแง่นึงมันก็ทำให้ผู้เล่นชีวิตสะดวกมากขึ้นแต่ในอีกแง่...มันก็พังพอสมควรนะ แล้วในหลายครั้ง AI ของศัตรูบทจะทึ่มมันก็ทึ่มอย่างที่บอก แต่พอมันเข้าสภาวะระวังตัวจ่อปืนมายังต้นเสียงแล้วคุณชะโงกหน้าออกไปนิดเดียวมันจะเห็นทันทีต่อให้คุณอยู่กับมันสุดขอบจอก็เถอะ เรียกได้ว่า mechanic เกมนั้นเอาแน่นอนอะไรไม่ได้เลยทุกอย่างแทบจะ randomize มาให้คุณเล่นแท้ ๆ


LEFT ALIVE รีวิว 7.jpg (294 KB)
วางกับดักอะไรไร้สาระ
หาปืนแรง ๆ มาใช้แล้วตั้งป้อมสอยสิคือวิถีอันเที่ยงแท้



สิ่งที่น่ารำคาญอีกอย่างของเกมนี้คือระบบที่แสดงความหนาแน่นของศัตรูในแต่ละพื้นที่ครับ ไล่จากน้อยไปหามากคือ safe‚ caution และ danger ตามลำดับ ถ้าไปในพื้นที่ danger คุณก็จะเจอกับศัตรูเยอะและบางทีก็มาพร้อมกับรถถังบ้างหรือ Wanzer เดินไปมาบ้าง ในทางกลับกันถ้าไปพื้นที่ safe ก็อาจเห็นแค่ทหารยามไม่กี่คนเดินไปมา ซึ่งพื้นที่พวกนี้เปลี่ยนแปลงได้ตามการเล่นของเรา ถ้าเราปะทะกับศัตรูในพื้นที่ safe หรือก่อความอึกทึกครึกโครมมันก็จะทำให้พื้นที่นั้นกลายเป็น danger ได้และไปลดความหนาแน่นของพื้นที่อื่นในฉากแทน เป็นระบบที่ฟังคอนเสปต์แล้วโอเค แต่ถึงเวลาเล่นจริงมันค่อนข้างพังครับ เพราะบางทีเรากำลังเคลียร์พื้นที่อยู่เพื่อให้สัญจรไปมาได้สะดวก ทันใดนั้นเสียงแจ้งเตือนก็ดังขึ้นบอกว่ามีการเปลี่ยนแปลงกองกำลังของข้าศึก พอสิ้นประโยคคุณก็จะเห็นทหารศัตรูที่โผล่ออกมาวิ่งไปประจำตำแหน่งทันที ซึ่งเป็นการมาที่เหมือนเปิดประตูมิติวาร์ปมาด้วย นึกจะโผล่ก็โผล่ หลายครั้งที่ผมวางใจว่าเก็บศัตรูหมดแล้วแต่จู่ ๆ ก็โดนยิงจากข้างหลังเพราะศัตรูที่มันโผล่มาทันทีนี่ล่ะครับ


LEFT ALIVE รีวิว 6.jpg (201 KB)
ความหนาแน่นของพื้นที่จะแบ่งตามสีเห็นชัดเจน
ปลอดภัยคือฟ้า เฝ้าระวังคือส้ม อันตรายคือแดง



เกมนี้มีไซด์เควสต์ให้ทำด้วยนะ ในแต่ละฉากจะมีผู้รอดชีวิตให้เราต้องคุ้มกันไปสู่หลุมหลบภัยโดยสวัสดิภาพ แต่ก่อนจะช่วยเหลือได้ บางรายก็ต้องเกลี้ยกล่อมกันก่อน บางรายคุณก็ต้องไปหาของบางอย่างมาให้จนพอใจก่อนถึงจะยอมหนีไปกับคุณ แต่ความลำบากจริง ๆ มันอยู่ที่การพาไปยังหลุมหลบภัยนี่ล่ะครับ ผู้รอดชีวิตของเกมนี้มี AI แบบตัว Lemming ครับ คือเดิน (วิ่ง) ไปตามเส้นทางอย่างเดียว ไม่มีออกนอกลู่ ไม่มีหลบ ไม่มีการป้องกันตัว ถ้าระหว่างทางผู้รอดชีวิตของคุณไปจ๊ะเอ๋กับศัตรูเข้าก็เตรียมกลายเป็นผู้เสียชีวิตได้เลย ซ้ำร้ายคุณไม่สามารถกดสั่งให้พวกเขาไปหลบ ไปซ่อน ไปย่อในที่ต่าง ๆ ได้ เมื่อคุณช่วยพวกเขาแล้วคุณทำได้แค่สั่งให้พวกเขาวิ่งหรือหยุดตามเส้นทางที่เกมกำหนด “เท่านั้น” แม้แต่จะเลือกหลุมหลบภัยให้ก็ไม่ได้ครับ ดังนั้นหากต้องการให้มั่นใจว่าพวกเขาจะรอดชีวิตได้ คนเล่นก็ต้องเคลียร์เส้นทางที่พวกเขาจะต้องผ่าน แต่...หลายครั้งที่พอเคลียร์เส้นทางแล้ว กดสั่งให้วิ่งแล้ว ก็ดันเกิดการเปลี่ยนแปลงกองกำลังข้าศึกขึ้น ผลคือผู้รอดชีวิตของเราวิ่งไปเจอกับทหารศัตรูที่โผล่มาจ๊ะเอ๋อย่างจังสุดท้ายก็เลยกลายเป็นศพอย่างที่เราช่วยอะไรไม่ได้ครับ


LEFT ALIVE รีวิว 1.jpg (360 KB)
การเขยกพาผู้รอดชีวิตมาที่หลุมนั้นไม่ใช่ง่าย ๆ


LEFT ALIVE รีวิว 4.jpg (208 KB)
ผู้รอดชีวิตจะวิ่งตามแนวเส้นสีฟ้า “เท่านั้น”
ต่อให้ตามแนวมีรถถังก็จะไม่หลบ ไม่หนี นั่งนิ่ง ๆ รอรับกระสุนอย่างเดียว




เมื่อเป็น Front Mission ก็ต้องมี Wanzer อย่างไม่ต้องสงสัย เกมนี้จะมีช่วงให้เราขึ้น Wanzer เพื่อจัดการกับศัตรูอยู่บ้างเหมือนกัน แต่เราไม่สามารถขึ้นลุยถล่มได้ทุกที่หรอกนะเพราะยังไงก็มีจุดที่บังคับให้เราต้องลงเดินอยู่ดี แล้วระบบการควบคุมตอนเล่น Wanzer ล่ะเป็นยังไง? คงต้องบอกว่าไม่ได้ดีไปกว่าตอนบังคับตัวละครปกติเท่าไหร่ครับ การหัน การเล็ง การเคลื่อนไหว ค่อนข้างช้าและหน่วง แม้จะมีปุ่มแดชหลบแต่พอแดชแล้วก็ต้องเสียเวลาหันมุมกล้องไปเล็งอีกกว่าจะหันไปได้ก็โดนยิงแล้ว การต่อสู้บน Wanzer จึงมีแค่สองอย่างครับ หนึ่งคือยืนแลกกับศัตรูตรง ๆ แล้วอาศัยว่ายิงถล่มรัว ๆ จนศัตรูชะงักเปิดโอกาสให้เราโจมตีต่อจนชนะ หรือสองยืนหลบมุมตึกแล้วค่อย ๆ เขยิบออกมาหาช่องยิงแล้วอาศัยความไม่ฉลาดของ AI ให้มันยิงติดตึกโดยที่เรายิงมันโดนนั่นแหละครับ และก็ด้วยความที่เป็น Front Mission อีกนั่นแหละ เราจึงสามารถถอดเปลี่ยนอาวุธของ Wanzer ที่ขับได้โดยไปเก็บจากที่ศัตรูทิ้งเหลือไว้ แต่ถามว่ามันทำให้ระบบการเล่นโดยรวมลึกขึ้นไหม? ก็ไม่ขนาดนั้นครับเพราะเราไม่สามารถเปลี่ยนพาร์ทปรับแต่งหุ่นหรืออะไรได้ตามฉบับเกมวางแผน พูดไปแล้ว Wanzer เกมนี้มีให้ใช้เป็นฉาก ๆ ใช้หมดแล้วก็หมดกันไปแค่นั้นเอง


LEFT ALIVE รีวิว 9.jpg (274 KB)
ไม่มีเจ้าของ โดดขึ้นไปได้เลย


LEFT ALIVE รีวิว 8.jpg (306 KB)
การขับ Wanzer สู้ในเกมนี้ส่วนใหญ่จะเป็น 1 ต่อหมู่เสมอ
โอกาสเจอรุมถล่มจึงมีสูงมาก



สิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่าเป็นการตัดสินใจประหลาดของทีมสร้างก็คงเป็นระบบ enhancement ที่จะเปิดให้ใช้หลังจบเกมนี่ล่ะครับ เมื่อคุณเลือก new game+ แล้วจะมีสกิลเสริมประสิทธิภาพตัวละครและอื่น ๆ ปลดล็อกออกมาให้ได้ใช้งานในรอบต่อไปครับ ซึ่งสกิลใหม่จะปลดออกมาเมื่อเล่นจบแต่ละรอบเพิ่มขึ้น ส่วนพอยต์เองก็ได้เพิ่มจากการเล่นวนรอบเช่นกัน ตัวอย่างสกิลก็เช่น ปืนแรงขึ้น วิ่งได้นานขึ้น ศัตรูหาตัวเจอยากกว่าเดิม เป็นต้น ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงไม่ใส่ระบบนี้ลงมาในเกมแล้วทำเป็น skill tree แต่แรกไปเลยเหมือนกัน


LEFT ALIVE รีวิว 10.jpg (205 KB)
ต้องจบเกมก่อนรอบนึงเท่านั้นถึงจะใช้ได้


กราฟิกและการนำเสนอ

ในแง่กราฟิกนั้น Left Alive ทำได้ค่อนข้างแย่ครับ เท็กซ์เจอร์และโมเดลต่าง ๆ ไม่สมประสิทธิภาพเครื่องเท่าไหร่ โมชันการเคลื่อนไหวก็แข็ง ๆ ไม่เรียบลื่น ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นเกมช่วงต้น ๆ ของ PlayStation 3 ยังไงยังงั้นเลยครับ รูปแบบฉากแต่ละฉากก็ดูไม่หลากหลายไม่ค่อยมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นนัก งานออกแบบศิลป์ค่อนข้างจืดชืดดูคล้าย ๆ กันไปหมด เอฟเฟคต์ระเบิดหรือไฟต่าง ๆ ก็ดูย่ำแย่ ยิ่งฉากไหนที่ต้องขับ Wanzer สู้แล้วมีการระเบิดตูมตามเยอะแยะจะเห็นถึงความทุนต่ำได้ชัดเจนมาก แถมโมเดลประกอบฉากต่าง ๆ ตอนขับ Wanzer ก็มีเท็กซ์เจอร์แย่กว่าเดิมแบบชัดเจนเลยด้วย

ถ้านับจำนวนฉากที่มีให้เล่นกันจริง ๆ แล้วคิดว่าฉากในเกมนี้ถือว่าน้อยมากเพราะน่าจะมีอยู่ราว ๆ 4 หรือ 5 ฉากแค่นั้นเองจากทั้งหมด 14 มิชชันในเกม เท่ากับว่าตัวละครทั้ง 3 ตัวจะต้องได้เล่นฉากเดียวกันครบทุกคนวนไปวนมาครับ (ซึ่งก็แยกเป็นคนละมิชชันนั่นแหละ)


LEFT ALIVE รีวิว 5.jpg (343 KB)
เท็กซ์เจอร์จะออกเบลอ ๆ ทั้งเกมขาดดีเทลไปพอควร
เอฟเฟคต์ไฟ เอฟเฟคต์ระเบิดก็แย่เอาการ


เสียงพากย์และเพลงประกอบ

ในส่วนของเสียงพากย์ถือว่าทำได้โอเคครับ น้ำเสียงแต่ละคนฟังแล้วรื่นหูไม่รู้สึกติดขัดอะไรสมคาแรคเตอร์อย่างที่เป็นดี เสียงของ Mikhail ให้ความรู้สึกว่าเป็นคนหนุ่มด้อยประสบการณ์ที่สับสนงุนงงกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น Olga ก็ค่อนข้างใจเย็นสมกับที่เคยเป็นแม่คนและเคยเป็นทหารมาก่อน ส่วน Leonid ก็เข้มขรึมตามแบบฉบับคนเจนศึก ส่วนตัวละครสมทบอื่น ๆ ก็ถือว่าทำได้ดีตามบทบาทครับ


เพลงประกอบน่าจะถือเป็นสิ่งที่กล่าวชื่นชมได้นอกเหนือไปจากเสียงพากย์ ดนตรีประกอบที่ติดหูที่สุดก็คงไม่พ้นเพลงตอน alert (ได้ยินทั้งเกมแน่นอน) ที่ให้กลิ่นอายคล้าย ๆ Metal Gear Solid ส่วนเพลงตอนขับ Wanzer ก็ฟังดูยิ่งใหญ่อลังการชวนฮึกเหิมดีเหมือนกัน ก็ถือว่าน่าเสียดายที่เพลงประกอบทำออกมาได้ดีแต่ในส่วนเกมเพลย์กับแย่เลยฉุดทุกอย่างดิ่งลงไปด้วยกันอย่างน่าใจหาย


สรุป

Left Alive คือตัวอย่างของเกมที่คอนเสปต์ดั้งเดิมนั้นดี แต่เมื่อลงมือปฏิบัติแล้วกลับทำออกมาได้แย่ ขาดความประณีตในหลายจุด ไม่รู้ว่าด้วยประสบการณ์ของทีมสร้างไม่เพียงพอหรืออย่างไร จึงทำให้เกมที่มี potential จะสามารถสร้างชื่อเป็นเกมลอบเร้นชั้นดีได้กลับกลายเป็นได้แค่เกมก๊อปปี้คุณภาพต่ำที่แม้กระทั่งลอกเลียนแบบข้อดีจากเกมอื่น ๆ ก่อนหน้านี้ก็ยังทำไม่ได้ครับ เป็นอะไรที่น่าเสียดายอย่างมาก


LEFT ALIVE รีวิว 2.jpg (175 KB)
ของแถม:
ศัตรูที่โดนระเบิดตายบนชั้นสองแล้วร่างปลิวมาลอยค้างกลางอากาศ

ความไม่เนี้ยบแบบนี้จะพบได้ทั้งเกมครับ...



คะแนน

4 ⁄ 10

Post by [G-jang]
TOP