Wiki review


The Division 2 Review


*ขอขอบคุณโค้ดรีวิวจาก Ubisoft Limited มา ณ โอกาสนี้ครับ


ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมาหลายปี มีเกมสไตล์ Looter Shooter ออกมามากมายหลายเกม แต่ทุกเกมก็เหมือนกับว่าจะประสบปัญหาอย่างเดียวกัน นั่นคือการไม่เรียนรู้ความผิดพลาดในอดีตจากเกมของตัวเอง หรือเกมของคู่แข่งค่ายอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นเกมภาคต่อ หรือเปิดหัวซีรีส์ใหม่ ก็มักจะตกม้าตายในเรื่องที่คนอื่นเขาทำพลาดมาก่อนหน้ากันอยู่เป็นประจำ

แต่สำหรับ Division 2 ต้องบอกว่า เป็นตัวอย่างของเกมที่นำเอาความผิดพลาดในอดีตมาต่อยอดได้อย่างดีเกมหนึ่ง เพราะทีมพัฒนานำเอาประสบการณ์ทั้งหมดจากการสร้างภาคแรก ประกอบกับข้อเสนอแนะที่แฟน ๆ มีให้ มาใส่เข้าไว้ในตัวเกมอย่างสัมผัสได้ว่า พวกเขามีความตั้งใจจะปรับปรุงให้เกมนี้ดีขึ้นจริง ๆ


เนื้อเรื่องของเกมเริ่มต้นขึ้นเมื่อเหล่าเจ้าหน้าที่หน่วย Division ได้รับสัญญาณขอความช่วยเหลือจาก วอชิงตัน ดีซี เมืองหลวงของสหรัฐฯอเมริกา ซึ่งก็หมายความได้อย่างเดียวว่าที่นั่นกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก ทางหน่วยจึงตัดสินใจส่งเจ้าหน้าที่ไปช่วยกู้วิกฤตินี้อย่างเต็มที่ ด้วยกำลังพล 1 คนถ้วน ซึ่งก็คือเรานั่นเอง บทบาทหน้าที่ของตัวละครเราในภาคนี้ส่วนใหญ่จึงเน้นไปที่การปราบจลาจลและกู้กรุงจากก๊กเหล่าอั้งยี่ซ่องโจรที่ออกอาละวาดในยามที่บ้านเมืองไม่สงบเป็นหลัก


54463110_2125382307579302_4170643875569860608_n.jpg (75 KB)



ตัวเกมจะมีภารกิจหลักและภารกิจรองไม่มากนัก แต่ทุกมิชชั่นมีความยากและใช้เวลาเล่นนานมากระดับ 30-40 นาทีต่อหนึ่งด่าน จุดเด่นที่สุดของภาคนี้คือ AI ฝ่ายศัตรูที่คิดวางแผนในการต่อสู้กับเราอย่างมีชั้นเชิง พวกมันจะใช้อาวุธและกลยุทธ์ทุกอย่างในการสร้างความได้เปรียบสูงสุดขณะบุกเข้าหาเรา ทั้งส่งหน่วยประชิดตัวมาบีบพื้นที่หรือการโอบล้อมตีกระหนาบ ประกอบกับความอึดถึกทน และจำนวนของพวกมันแล้ว ยิ่งทำให้เป็นศัตรูอันตรายที่รับมือได้ยาก

ด้วยความโหดร้ายของ AI นี้เอง เป็นตัวบีบให้ผู้เล่นไม่สามารถเล่นเกมนี้แบบ Run & Gun ควงปืนเข้ากราดยิงใส่ศัตรูทุกตัวที่เราเห็นได้ เพราะอาจถูกยิงตายได้เร็วมาก เกมเพลย์จึงกลายเป็นต่างฝ่ายต่างเข้ายึดที่กำบัง เคลื่อนที่หลบมุมยิงของฝ่ายตรงข้ามเพื่อโอบล้อมบีบพื้นที่และหาช่องโจมตีกลับ

ความเก่งกาจของ AI นั้น เชื่อมโยงกับจุดเด่นที่สอง นั่นคือการเน้นย้ำระบบ co-op ที่แข็งแรง ทันทีที่คุณมีสมาชิกในทีมเพิ่มขึ้น(สูงสุด 4 คน) บรรยากาศของเกมจะเปลี่ยนไปแทบจะทันที จากความอันตรายที่เราสามารถถูกยิงตายได้ทุกวินาทีจากเพียงแค่การเดินสำรวจเมืองหลงเข้าไปในดงศัตรูหรือการบุกเข้าทำมิชชั่นซึ่งอาจจะสร้างความหงุดหงิดให้ใครหลาย ๆ คน กลับกลายมาเป็นเกมแทคติกที่ต้องใช้การประสานงานกันของผู้เล่น ช่วยกันระวังศัตรูจากรอบด้าน คิดถึงความสามารถที่แต่ละคนมีติดตัวมาว่าใช้งานได้สอดคล้องกันแค่ไหน ทำให้เกมสนุกขึ้นอีกมากเลยทีเดียว


ความสามารถของตัวละครหรือสกิลที่มีให้เราเลือกใช้ในเกมนั้นมีอยู่ด้วยกัน 8 แบบ ซึ่งก็มีพื้นฐานมาจากอาวุธที่มีเทคโนโลยีล้ำสมัย เช่น ระเบิดที่วิ่งเข้าหาเป้าหมายได้ด้วยตัวเอง โดรนที่คอยยิงศัตรู ป้อมปืนกลอัจฉริยะ ฯลฯ แต่ความสามารถเหล่านี้ มีรูปแบบแยกย่อยออกไปอีก 3-4 ประเภทต่อชนิด และด้วยความที่ตัวละครของเราจะสามารถใส่สกิลเหล่านี้ได้เพียงแค่ 2 ชนิดเท่านั้น เราอาจจะแต่งให้โดรนของเราเป็นโดรนสำหรับซ่อมแซมเกราะเมื่อเกิดความเสียหาย แต่ของเพื่อนอาจจะทำให้โดรนของเขาเป็นเครื่องบินทิ้งระเบิด ทำให้เกิดความหลากหลายในแนวทางการเล่น


55503356_2125381880912678_1880732922986627072_n.jpg (71 KB)



และเมื่อคุณผจญภัยในดีซีจนเลเวล 30 ก็จะเป็นการเข้าสู่ช่วงท้ายเกมที่แท้จริง จะมีการปลดล็อก ความสามารถพิเศษที่มีชื่อว่า Specialist หรือจะเรียกว่าเลือกคลาสก็ได้ แต่ละคลาสจะมีอาวุธพิเศษให้ 1 ชิ้น ได้แก่ เครื่องยิงลูกระเบิด หน้าไม้ และปืนสไนเปอร์ไรเฟิล ซึ่งแต่ละชิ้นเหมาะกับการใช้งานที่แตกต่างกัน ไม่เพียงเท่านั้น แต่ละคลาสยังมีความสามารถพิเศษเป็นสายสกิลที่ติดตัวมาให้อัปเกรดเพิ่มเติมอีก ซึ่งเมื่อถึงจุดนั้น เส้นทางในการปั้นตัวละครของคุณก็จะชัดเจนมากยิ่งขึ้น

ทันทีที่เราก้าวเท้าเข้าสู่ ดีซี เราจะพบว่ามีอีเวนท์ให้เราทำเยอะแยะมาก ถึงแม้ส่วนใหญ่จะไม่ได้มีอะไรซับซ้อนไปกว่าการกำจัดศัตรูให้หมดไปจากบริเวณนั้น แต่เราสามารถเห็นได้ถึงผลกระทบของมันอย่างชัดเจนอันเป็นจุดที่ขับความเด่นชัดของโลกที่มีไดนามิก ตัวอย่างเช่น ศัตรูที่ยึดครองดีซีนั้นมีหลายกลุ่ม และเราในฐานะผู้รักษาความสงบ ก็ต้องเข้ามาทำลายฐานที่มั่นของกลุ่มต่าง ๆ ทีละแห่ง โดยทุกฐานที่เรายึดกลับมาได้ชาวเมืองจะเข้าไปพำนักอาศัย พวกเขาจะมีปัจจัยพื้นฐานที่ต้องการอย่างอาหารและน้ำ ซึ่งหากเราสามารถช่วยจัดหามาได้ เหล่าพลเรือนนี้จะลุกขึ้นจับอาวุธช่วยเราต่อสู้ เดินตรวจตราความสงบเรียบร้อยแม้ในขณะที่เรา free roam อยู่ก็ตาม


แน่นอนว่าสำหรับเกมลักษณะนี้ Loot คือหัวใจสำคัญของเกม ซึ่งระบบก็ถูกออกแบบมาเพื่อดึงผู้เล่นให้วนเวียนค้นหาไอเทมที่ดีที่สุดสำหรับพวกเขา ช่วงเลเวล 1-30 น่าจะเรียกได้ว่าเป็นแค่ทางผ่าน อุปกรณ์ที่เก็บได้ในช่วงนี้ไม่มีคุณภาพดีพอจะนำไปใช้ช่วงท้ายเกมได้ เกมจะยกเลิกระบบเลเวล แต่มาใช้ระบบ Gear Score หรือ คะแนนความแข็งแกร่งของอุปกรณ์ทั้งชุดที่คุณใส่ ซึ่งในปัจจุบันสูงสุดอยู่ที่ประมาณ 450 โดยในไอเทมหนึ่งชิ้นจะประกอบไปด้วยค่าพลังต่าง ๆ ที่ช่วยเพิ่มความสามารถให้กับตัวละคร เช่น การใส่อุปกรณ์ยี่ห้อเดียวกัน(เปรียบเทียบเหมือนใส่ของจาก set เดียวกัน) เราจะได้โบนัสต่าง ๆ เพิ่ม ไอเทมเหล่านี้ยังช่วยเพิ่มค่าพลังพื้นฐานอย่าง  เกราะ แดมเมจจากกระสุน แดมเมจจากสกิล และพลังชีวิต ไปจนถึงมีสกิลพิเศษติดตัวมากับมันเอง ทั้งยังมี slot เอาไว้ใส่ Mods เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของมันขึ้นไปอีก ซึ่งแน่นอนทุกอย่างต้องฟาร์มหาจากการเล่นมิชชั่นต่างๆ ออกสำรวจแผนที่หลังจบเกม หรือ รางวัลจาก PVP


55783942_2125381447579388_5051761626139590656_n.jpg (42 KB)



ระบบการ PVP ในเกมนี้มีสองแบบ แบบแรกเรียกว่า Conflict รูปแบบการเล่นจะเหมือนโหมดมัลติเพลเยอร์ของเกมอื่น คือผู้เล่นแบ่งฝ่ายปะทะกันแบบ 4 v 4 ใครจัดการฝ่ายตรงข้ามได้ 20 ศพก่อนจะเป็นฝ่ายชนะ โดยปรับระดับค่าพลังต่าง ๆ จากอุปกรณ์ที่ผู้เล่นแต่ละคนสวมใส่เพื่อความเท่าเทียม ถึงแม้ดูเผิน ๆ จะไม่ได้มีอะไรแตกต่างกับเกมอื่นมากนัก แต่ด้วยทักษะพิเศษของตัวละคร และสไตล์กันเพลย์ที่เป็นเอกลักษณ์ของเกม ก็ทำให้มันมีความแทกติคอล ต่างจากเกมอื่นอยู่เหมือนกัน

และสุดท้ายคือในส่วนของ Dark Zone ซึ่งเป็นโหมดพิเศษ PvPvE อันโดดเด่นของตัวเกมภาคก่อน ที่ปล่อยให้ผู้เล่นปะทะกันได้อิสระไม่มีกฎเกณฑ์ เราสามารถเข้าไปทำภารกิจช่วงชิงไอเทมล้ำค่า หรือเลือกที่จะไล่ฆ่าผู้เล่นคนอื่นก็ได้ ในคราวนี้พวกเขาปรับให้แผนที่ขนาดเล็กลง และรับผู้เล่นได้แค่ 12 คนต่อแมตช์เพื่อช่วยลดความโกลาหล ซึ่งผมมองว่ามันลดความดุเดือดลงไปมาก แต่สำหรับใครที่ชอบความดิบแบบเดิม ๆ ก็แนะนำให้ลองไปที่ Occupied Dark Zone เพราะที่นี่จะไม่อั้นความสามารถของอาวุธ ดังนั้นใครที่มีของแรงก็จะยิ่งเก่งมากในสนามนี้


โดยสรุปแล้ว The Division 2 เป็นเกมที่มีคอนเทนต์ค่อนข้างเยอะและครบเครื่องทั้ง PvP และ PvE มีโลกที่ถูกสร้างมาได้อย่างใส่ใจรายละเอียดและน่าค้นหา และมีแนวทางพัฒนาเพิ่มเติมที่ดูน่าเชื่อมั่น ทั้งการที่จะมีมิชชั่นเนื้อเรื่องขยายต่อไป มีคลาส Specialist เพิ่ม หรือการลง Raid 8 คนที่น่าสนใจมากว่าจะมาเปลี่ยนเกมไปมากขนาดไหน โดยรวมแล้วถือว่าเป็นเกมที่ทำออกมาได้พร้อมมากเกมหนึ่ง

ข้อเสียของมันอาจจะมีในส่วนของเนื้อเรื่อง ที่ไม่ได้ขยับไปไหนสักเท่าไร และบั๊กจุกจิกหยุมหยิมที่ต้องรอการแก้ไข ประเภทศัตรูวาร์ปไปมาได้ จมอยู่ใต้พื้นหรือเพดาน ไม่ยอม spawn มาให้ยิง หรือสกิลจำนวนหนึ่งที่ทุกครั้งที่ใช้ ให้ความรู้สึกเหมือนโยนเหรียญเสี่ยงทายว่าจะได้ผลลัพธ์อย่างที่เราต้องการหรือเปล่า เพราะหลายครั้งสกิลก็เอ๋อ ๆ งง ๆ ไม่ยอมออกผล แต่ก็เชื่อว่าน่าจะได้รับการปรับปรุงในเวลาไม่นาน

ถ้าคุณเป็นแฟน Looter Shooter ชอบเกมเพลย์ที่ต้องมีการประสานงานกันอย่างเข้มข้น นั่งหา Looter กันยาวสะใจ เพราะต้องนั่งลุ้น option จากตัวไอเทมที่แรนด้อมออกมาให้โดนใจ แล้วต้องไปฟาร์มหา Mods มาแต่งให้มันดีขึ้นไปอีก ผมว่าเกมนี้เป็นเกมที่ตอบโจทย์มาก ๆ ครับ


คะแนน 8 ⁄ 10



รีวิวเกมฉบับวิดีโอ

Post by [Coolerist]
TOP