Wiki review


*ขอขอบคุณโค้ดรีวิวจาก Sony Interactive Entertainment Hong Kong, Singapore Branch มา ณ โอกาสนี้

สำหรับผมแล้ว Earth Defense Force (EDF) เหมือนกับ Guilty Pleasure

หากมองผ่าน ๆ งาน presentation ของเกม ไม่ว่าจะกราฟิก เสียงพากย์ เหมือนราวกับหลุดออกมาจากเครื่องเจนก่อน.....(หรือสองเจนก่อน....) แต่ลูปเกมเพลย์ของมันนั้นกลับทำให้คุณติดหนึบได้อย่างง่ายดาย และภาคล่าสุดอย่าง Iron Rain ก็ยังคงเอกลักษณ์นั้นไว้อย่างไม่เปลี่ยนแปลง

สิ่งที่ทำให้ผมค่อนข้างประหลาดใจก็คือ Earth Defense Force 5 (EDF5) เพิ่งวางจำหน่ายเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษไปเมื่อปลายปีที่แล้วเท่านั้นเอง ทำไมต้นสังกัดถึงวางจำหน่ายภาคใหม่อย่าง Iron Rain ภายในระยะเวลาห่างกันไม่ถึงปี และแม้ทั้งสองเกมจะถูกสร้างโดยทีมพัฒนาคนละทีม แต่มันมีอะไรที่แตกต่างกันมากพอที่จะสร้างความโดดเด่นให้กับตัวเองขนาดนั้นเลยหรือ?


EDFIR_SS2_20170822.0.jpg (175 KB)


จุดแรกเลยที่ผู้เล่นจะสัมผัสได้ก็คือ กราฟิกมีการเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย มันดูคมและดุดันขึ้นกว่าภาคก่อน ซึ่งก็น่าจะเป็นผลจากการเปลี่ยนเอนจิ้น ในภาคใหม่นี้ตัวเกมดูทันสมัยขึ้นอย่างชัดเจน เอฟเฟคต่าง ๆ ดูตระการตามากขึ้น ไม่ว่าจากการยิงระเบิดกันตูมตาม ยูนิตศัตรู หรือ ตึกรามบ้านช่องที่ดูดีกว่าเดิมเยอะ ตัวเกมให้ความรู้สึกเหมือนเกมตะวันตกสมัยใหม่มากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งมันส่งผลกับโทนของเกมโดยรวมในอีกหลายจุด

เรื่องต่อมาคือเนื้อเรื่องครับ หลายคนอาจจะมองว่า EDF เป็นเกมที่ไม่น่าจะใส่ใจกับจุดนี้จริงจัง เพราะจะกี่ภาคโครงเรื่องหลักก็เหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน เราจะได้ร่วมทีมกับกองกำลังพิเศษที่มีเป้าหมายในการป้องกันการรุกรานจากกองทัพแมลงยักษ์และสารพัดเอเลี่ยนต่างดาว แต่ต้องบอกว่าผมชอบอารมณ์ของเกมในภาคนี้มากกว่า สำหรับภาค 5 เกมจะให้ความรู้สึกญี่ปุ่นจ๋า มีความเป็นอนิเมะขบวนการกู้โลกสำหรับเด็กที่มีตลกขบขันอยู่ในที แต่สำหรับ Iron Rain เราจะเหมือนเป็นคอมมานโดหน่วยรบพิเศษ พร้อมกับเพื่อน ๆ ในทีมที่มีบุคลิกและตัวตนชัดเจนขึ้นกว่าเดิม ทำให้บรรยากาศของภาคนี้ค่อนข้างซีเรียสจริงจังแบบตะวันตกมากกว่า แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเนื้อเรื่องจะมีความลึกซึ้งขึ้นนะครับ


EDF-Iron-Rain-9.jpg (261 KB)


นอกจากเรื่องฉาบฉวยอย่างเอนจิ้นกราฟิกหรือเนื้อเรื่องของเกมที่มีการปรับเปลี่ยนแล้ว ระบบเกมเพลย์ก็มีการปรับใหม่ในหลายจุด ซึ่งสำหรับผมแล้วมันดีกว่าเดิม ตัวอย่างเช่น ภาคนี้เราสามารถสร้างตัวละครของตัวเองได้ ต่างจากภาคก่อน ๆ ที่คลาสของตัวละครของเราจะมี 4 คลาส ซึ่งมีการกำหนดเก็บเลเวลและอาวุธที่ใช้ได้แบบแยกออกจากกัน แต่ในภาคนี้ระบบคลาสถูกปรับปรุงใหม่ ไม่ได้ยึดติดกับคลาสแล้ว เพราะในคราวนี้ตัวละครของเราจะสวมใส่ชุด PA-Gear เป็นตัวกำหนดคลาส ทุกคลาสสามารถใช้อาวุธทุกชนิดได้หมด และในการซื้ออัปเกรดต่าง ๆ ก็ส่งผลกับชุดของเราเช่นเดียวกันทุกชุด จุดแตกต่างของแต่ละคลาสคือการเคลื่อนไหวและความสามารถพิเศษต่าง ๆ เช่น พลัง Energy Core


ชุดทั้ง 4 ประเภทได้แก่

Trooper – คลาสมาตรฐาน ที่สมดุลในทุกด้าน ชุดนี้จะมีความสามารถในการแดชไปในทิศทางต่าง ๆ เพื่อหลบหลีกการโจมตี ทั้งยังสามารถพกอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ ไปสนามรบได้มากที่สุด

Jet Lifter – คลาสที่บอบบางแต่คล่องตัว พวกเขาสามารถใช้ไอพ่นทะยานขึ้นไปกลางอากาศ และใช้ในการพุ่งไปข้างหน้าได้อย่างรวดเร็วได้ ทำให้สามารถมองและควบคุมสนามรบได้จากที่สูง ซึ่งทำให้คาดการณ์สถานการณ์ได้แม่นยำกว่า

Heavy Striker – คลาสอาวุธหนักที่สามารถถืออาวุธชนิดเดียวกันได้สองมือ เพิ่มพลังทำลายให้กลายเป็นสองเท่ากับอาวุธทุกชนิด แต่แลกมาด้วยการรีโหลดกระสุนที่ช้ากว่า กับความเชื่องช้าหากล้มลงเมื่อถูกโจมตี คลาสนี้ไม่มีความสามารถในการเคลื่อนที่ที่ว่องไว แต่สามารถเปิดบาเรียป้องกันการโจมตีได้

Prowl Rider – ถ้าจะเปรียบเทียบง่าย ๆ คลาสนี้ติดอุปกรณ์เคลื่อนย้ายสามมิติไว้กับตัว พวกเขาสามารถยิงตะขอไปที่เป้าหมายและดึงตัวเข้าไปได้อย่างรวดเร็ว ความสามารถพิเศษของคลาสนี้คือการเรียกเหล่าแมลงมาเป็นยานพาหนะในสนามรบได้


EARTH-DEFENSE-FORCE_-IRON-RAIN_20181121162819.jpg (760 KB)


ทุกคลาสจะขนอาวุธติดตัวไปในแต่ละมิชชั่นได้ 2 ชิ้น ไม่รวมอุปกรณ์สนับสนุน เช่น ระเบิด ยาเติมเลือด ป้อมปืน รถถัง ฯลฯ อีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งจะขนไปได้มากน้อยขึ้นอยู่กับความสามารถของแต่ละคลาส

ความแตกต่างของภาคนี้อีกจุด คือเราไม่ต้องคอยเก็บไอเทมต่าง ๆ ในสนามรบที่โกลาหลอีกแล้ว เมื่อเราจัดการศัตรูได้ พวกมันจะดรอปหินแร่สามสีออกมาให้เราเก็บ โดยแมลงทั้งหลายจะดรอปแร่สีฟ้า หุ่นยนต์รบทั้งหลายจะดรอปสีเหลือง และเหล่าเอเลี่ยนจะดรอปสีแดง ประกอบกับเมื่อจบแต่ละภารกิจเราจะได้เงินรางวัล เพื่อนำไปใช้เป็นเงินในการซื้อไอเทมชนิดใหม่ที่เกมจะปลดล็อกมาให้เรื่อย ๆ แทน

อาวุธในเกมค่อนข้างมีความหลากหลายสูงมาก นอกจากปืนประเภทหลัก ๆ เช่น AR, ลูกซอง, สไนเปอร์ เกมยังขนมาทั้งคลังแสงทั้ง มินิกัน, จรวด, เครื่องยิงลูกระเบิด, บาซูก้า, ปืนเลเซอร์ หรือแม้กระทั่ง ดาบ! เรียกได้ว่ามีอาวุธแทบจะทุกอย่างที่คุณนึกออก ทุกชนิดเวอร์วังอลังการ และเหมาะกับการใช้งานกับสถานการณ์ที่ต่างกัน มันจึงเหมาะกับการลองผิดลองถูกมากกว่าที่จะใช้ปืนที่ดีที่สุดกระบอกเดียวจบได้ทั้งเกม

ยูนิตศัตรูในเกมมีความหลากหลายมาก มีทั้งที่ออกมาเป็นฝูงมืดฟ้ามัวดินหรือตัวใหญ่เป้งเต็มหน้าจอ แต่สิ่งหนึ่งที่คนอาจจะเข้าใจผิดเกี่ยวกับเกมนี้คือมันเล่นง่าย ซึ่งต้องขอบอกเลยว่าไม่จริงแม้แต่น้อย ศัตรูจะออกมาทีละมาก ๆ และหลายประเภท แถมรุมโจมตีเราจนยากต่อการรับมือ ถ้าคิดว่าจะมาแบบฮีโรลุยเดี่ยวสาดกระสุนอาจมีนอนไปเริ่มต้นใหม่ได้ง่าย ๆ (เกมไม่มี checkpoint กลางภารกิจ ถ้าพลาดตายตอนไหนก็เริ่มใหม่อย่างเดียว)


EARTH-DEFENSE-FORCEÅFIRON-RAIN_20180525192028.jpg (760 KB)


ปัญหาของเกมที่ผมพบเจอหลัก ๆ  ก็คือการเปลี่ยนเอนจิ้นใหม่ที่ทำให้เกมดูดีขึ้น แต่ก็ทำให้เกิดปัญหาเฟรมเรตร่วงบ่อยกว่าเอนจิ้นตัวเดิม ในจังหวะที่มีเอฟเฟคต์และกระสุนสาดไปมาทั่วฉาก บางครั้งก็ทำให้หงุดหงิดได้ กับการควบคุมที่ไม่ค่อยคล่องตัว การวิ่ง หัน และเล็ง ทำได้ค่อนข้างช้าขัดใจ ลดความลื่นไหลไปเล็กน้อย

โดยรวมแล้ว EDF Iron Rain เป็นเกมที่สนุกและพัฒนาต่อยอดมาจากภาคก่อนได้ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณมีเพื่อนที่พร้อมจะตะลุยฝ่าภารกิจของเกมไปด้วยกัน ผมหวังให้ทีมงานนำหลายระบบที่เพิ่มเข้ามาปรับไปใช้ในภาคหลักต่อไปในอนาคต หากคุณมองข้ามความไม่สมบูรณ์แบบของมันได้ ผมว่ามันเป็นเกมที่มีเสน่ห์มากพอตัวเลยทีเดียว

คะแนน 7.5/10


539984-EDF.jpg (114 KB)

Post by [Coolerist]
TOP