Wiki review


เกริ่นนำ


เกมสไตล์ก่อร่างสร้างเมืองเป็นแนวที่ผมไม่เคยสนใจเล่นมาก่อนเลย เพราะโดยส่วนตัวแล้วคิดว่ามันเป็นเกมที่มีกิจกรรมประเภท micro-management เยอะมาก ๆ นั่นหมายความว่าเราจะต้องนั่งก่อก้อนอิฐก้อนหินทีละก้อนเพื่อให้มันกลายเป็นบ้านหลังใหญ่หรือปราสาทที่สวยงาม หรือต้องมานั่งขุดดินแล้วหยอดเมล็ดพันธุ์ลงไปทีละหลุมเพื่อที่จะได้เก็บเกี่ยวพืชผลงั้นเหรอ? แถมเนื้อเรื่องของเกมแนวนี้ก็มักจะเบาบาง ซึ่งทำให้คนที่ชอบเสพเรื่องราวของเกมอย่างผมไม่ค่อยถูกใจนัก จริงอยู่ว่าอาจจะมีหลายคนที่ไม่มีปัญหากับประเด็นที่กล่าวมา และสามารถหาความบันเทิงจากเกมเหล่านั้นได้ แต่สำหรับผมคงต้องบอกว่าขอบายดีกว่า นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไม ผมจึงมองข้ามเกมในรูปแบบนี้มาเนิ่นนาน

แต่เมื่อผมมีโอกาสได้ทดลองเล่น Dragon Quest Builders 2 มันขจัดปัญหาหลาย ๆ อย่างที่ผมไม่ชอบใจของเกมแนวนี้ไปได้อย่างหมดสิ้น และยังทำเกินความคาดหมายผมไปไกลอย่างเหลือเชื่อ มันทำให้ผมได้สัมผัสของการเล่นเกมเพลินจนลืมเวลาอีกครั้งด้วยความยอดเยี่ยมของการดีไซน์ด้านต่าง ๆ จนต้องยอมรับว่านี่คือเกมที่ดีที่สุดเกมหนึ่งของปี 2019


เนื้อเรื่อง

Dragon Quest Builders 2 คือเรื่องราวของเราที่ทุกคนต่างเรียกกันว่า “ผู้สร้าง” หรือ “Builder” ที่เมื่อย่างเท้าไปที่ไหนก็ดูจะได้รับความสนอกสนใจแทบจะกลายเป็นผู้กล้า นั่นก็เพราะในโลกแห่งการทำลายล้างที่ปิศาจถูกบูชาราวกับเทพเจ้า ผู้สร้าง ก็เหมือนตัวแทนจากสรวงสวรรค์มาจุติกันเลยทีเดียว

เราเริ่มต้นจากการถูกจองจำเป็นนักโทษในเรือของเหล่าปีศาจ และเรือแตกไปเกยตื้นบนเกาะแห่งหนึ่งที่มีชื่อว่า Isle of Awakening ซึ่งในไม่ช้าก็จะกลายเป็นสถานที่ลงหลักปักฐานของเราไป พร้อมผู้รอดชีวิตเพียงไม่กี่คน หนึ่งในนั้นคือ Malroth หนุ่มผมยาวอารมณ์ร้อนที่ภายในเวลาไม่นานก็กลายเป็นคู่ซี้ไปไหนไปกัน และออกผจญภัยไปพร้อมกับเรา

67509586_431152521079150_5587514833030348800_n.jpg (561 KB)


เราจะได้เดินทางไปตามเกาะต่าง ๆ เพื่อช่วยแก้ปัญหาทุกข์ร้อนของชาวเกาะแต่ละพื้นที่ โดยแต่ละเกาะที่เราจะได้ไปผจญภัย จะมี theme ที่แตกต่างกัน โดยแต่ละที่ก็จะมีความชำนาญในการสร้างสิ่งของชนิดใดชนิดหนึ่งเป็นพิเศษ ทุกแห่งที่เราไปถึงจะเป็นการจุดประกายความหวังให้ผู้คน ช่วยพัฒนาชุมชนด้วยการสร้าง ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อเรานำความรู้นั้นมารวมกัน เราก็จะพัฒนาเกาะของเราได้สมบูรณ์แบบนั้นเอง


ระบบเกม

ด้วยความที่ชื่อเกมมีคำว่า Builder ระบบของเกมส่วนใหญ่จะมีรากฐานผูกพันอยู่กับการสร้างเป็นหลัก การจะสร้างทุกอย่างในโลกนี้จะต้องมีแบบพิมพ์เขียวหรือ Blueprint ซึ่งจะได้มาหลายรูปแบบ เช่นได้เองตามเนื้อเรื่อง, มี NPC มอบให้ หรือได้เมื่อเลเวลตัวละครของเราสูงถึงจุดที่กำหนด ตัวเกมมอบอิสระในการสร้างให้กับผู้เล่นสูงมาก ไม่ว่าจะเป็นการสร้างเครื่องใช้ไม้สอย ตึกรามบ้านช่อง ห้องหับ อาหาร ไปจนถึงการปรับภูมิทัศน์พื้นที่ ทุบทำลายภูเขา ลอกแม่น้ำ ขุดถ้ำ ปลูกป่า สร้างฟาร์ม และอื่น ๆ อีกมากมาย

สิ่งที่ต้องชมมาก ๆ สำหรับเกมนี้ก็คือ การจัดเรียงระบบที่ซับซ้อนลึกซึ้งให้ผู้เล่นเรียนรู้ในจังหวะที่ดีมาก เกมจะเริ่มจากการให้เราสร้างอะไรง่าย ๆ เอาไอเทม A ไปสร้างกลายเป็นไอเทม B ที่ไม่มีอะไรยุ่งยาก พอเราดำเนินเนื้อเรื่องไปไกลขึ้น การจะสร้างไอเทมแต่ละชิ้นก็จะยากเป็นลำดับ เช่น ต้องเอา A ไปสร้างเป็น B เพื่อรวมกับ C แล้วจะได้ D แล้วลองจินตนาการว่าสมการนี้ถูกนำไปใช้กับทั้งไอเทม บ้าน อาหาร และทุกอย่างภายในเกม แต่คุณจะสนุกจนลืมไปว่ามันซับซ้อน เพราะมัวแต่เพลินไปกับการหยิบจับนู่นนี่มาผสมกัน หรือทดลองสร้างอะไรแปลก ๆ ไปได้อย่างอิสระอยู่

67478184_589531901452907_8868254979656253440_n.jpg (637 KB)


โลกของเกมอาจจะถูกแบ่งเป็นเกาะ ทำให้อาจจะเรียกว่าเป็นเกม open world ได้ไม่เต็มปากนัก แต่อีกจุดที่ต้องชมคือการผสมผสานระบบ การสำรวจ (ออกสำรวจเพื่อค้นหาความลับต่าง ๆ ) / การเอาชีวิตรอด (คอยหาอาหารกินเพื่อเลี้ยงค่าความหิว) / การแก้ปริศนา (การที่เราต้องตั้งใจติดตามเนื้อเรื่องและทำตามภารกิจของเกมที่มีคำใบ้บอกอยู่ถ้าเราสังเกต) ได้อย่างลงตัวดีมาก ทุกที่ ๆ เราไป เราจะต้องคอยหาอาหารมาฟื้นฟูแถบความหิว ไม่เช่นนั้นจะทำให้ตัวละครของเราหมดเรี่ยวแรง วิ่ง โจมตี ก่อสร้าง ไม่ได้เพราะความเหนื่อย 

ในขณะเดียวกันเวลาออกไปทำภารกิจเนื้อเรื่อง เกมจะสอดแทรกส่วนของ puzzle ให้เราได้แก้ไขกระจายอยู่ทั่วไป ช่วยตัดเลี่ยนจากการสำรวจหรือการสร้างได้ คือไม่ลงลึกอะไรจนเกินไปให้ปวดหัว หรือตื้นเกินไปจนรู้สึกว่ามันกลวง หากเราคลี่คลายปริศนาเหล่านี้ได้ ก็จะได้เหรียญพิเศษเอาไว้แลกของรางวัลเป็นไอเทมในเกมได้ด้วย

อีกประเด็นที่ดีมาก ๆ ของเกมคือ มันแฝงระบบที่ไม่ต้องให้ผู้เล่นหยิบจับอะไรเล็กน้อยด้วยตัวเอง จะปลูกอะไรก็ไม่ต้องไปขุดรดน้ำพรวนดินด้วยตัวเอง สั่งให้ NPC ทำได้ ถ้ามีเครื่องไม้เครื่องมือพร้อม, อยากจะเปลี่ยนชนิดบล็อกที่เราเรียงต่อกันจากหินเป็นไม้เหรอ? สบายมาก ฉาบทีเดียวเปลี่ยนได้หมดเลย, อยากจะสร้างบ้านใหญ่ ๆ ก็ไม่ต้องก่ออิฐเองทั้งหมด หาวัตถุดิบมาก็พอ จนบางครั้งเราก็สงสัยว่าเรากลายสภาพจากผู้สร้างมาเป็นผู้รับเหมาคอยคุมไซต์งานซะแล้ว แต่ถึงกระนั้นภารกิจสำคัญที่มีผลต่อเส้นเรื่อง เราก็ยังต้องลงมือทำเองอยู่บ้าง แต่โดยรวมแล้วก็ถือว่าระบบอำนวยความสะดวกผู้เล่นทำให้เราใช้ชีวิตง่ายขึ้นมาก

และความยอดเยี่ยมอีกอย่างของเกม คือการผสมผสาน Dragon Quest เข้าไปในเกมแนวนี้อย่างมหัศจรรย์ ซีรีส์นี้มีมนตร์เสน่ห์ มีเอกลักษณ์ของตัวเองสูงมาก ไม่ว่าจะด้านภาพ ดีไซน์ตัวละคร หรือดนตรีประกอบที่ชัด และเป็นอมตะเหนือกาลเวลา สอดรับเข้ากับรูปแบบของเกมได้อย่างไม่น่าเชื่อ และด้วยความที่เป็น JRPG จ๋า ๆ นี้ ทำให้ตัวเกมมีเส้นเรื่องแบบ Dragon Quest เป็นของแถม ทำให้การผจญภัยของเกมที่ค่อนข้างจัดว่ายาวนาน มีที่มาที่ไป มีความหมายชัดเจนมากยิ่งขึ้น มีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเกี่ยวกับ Dragon Quest ซ่อนอยู่ในตัวเกมมากมาย ชนิดที่ใครเป็นแฟนพันธุ์แท้น่าจะอมยิ้มตาม

แต่นั่นก็เป็นข้อเสียประการหนึ่งของตัวเกม คือ แม้จะมีเนื้อเรื่องอยู่ในแต่ละแห่งที่เราไปแต่การดำเนินเรื่องต้องบอกว่าค่อนข้างเดาได้ ซ้ำเดิมและไม่มีอะไรเซอร์ไพรส์ มันจะมีความเป็น RPG ใส ๆ ไร้พิษภัยที่พูดถึงตำนาน ปีศาจร้ายผู้หวังทำลายโลก ผู้กล้าที่เข้ามาขัดขวาง มิตรภาพระหว่างเพื่อนฝูง ถ้าคุณจะมองหาเนื้อเรื่องเข้ม ๆ หักมุมหลายให้เราร้อง อู้หู ก็น่าจะต้องผิดหวัง

67672553_2520472764848970_1277144856593956864_n.jpg (339 KB)


ชมมามาก แต่เกมก็ใช่จะไม่มีข้อเสีย


และจุดอ่อนที่สุดของเกม ก็คือระบบการต่อสู้ ที่ราบเรียบและง่ายมาก มีปุ่มโจมตีให้เราใช้แค่เพียงปุ่มเดียวต่อสู้กับศัตรูทุกชนิด ไม่มีการต่อคอมโบ ไม่มีการใช้เวทมนตร์ ไม่มีการป้องกันหรือหลบหลีก และแทบไม่ต้องใช้กลยุทธ์ใด ๆ ในการรับมือศัตรูเลย ทุกครั้งที่เลเวลของเราสูงขึ้นพลังชีวิตก็จะเพิ่มขึ้น พร้อมกับได้แบบมาสร้างอาวุธหรือชุดเกราะชิ้นใหม่เป็นบางโอกาสเท่านั้น ซึ่งในตอนต้นเรื่องเกมยังไม่ค่อยเน้นการต่อสู้มากนักทำให้ตัวเกมยังเพลินอยู่ แต่ในช่วงท้ายเกมที่เราต้องต่อสู้บ่อยขึ้น แผลนี้ก็ถูกแซะให้แตกชัดเจน ถึงแม้ว่ามันอาจจะไม่ใช่เรื่องใหญ่โตเมื่อเทียบกับสเกลของเกมที่มีอะไรให้คุณทำมากมาย แต่ผมคิดว่าเป็นสิ่งที่ทีมงานน่าจะปรับปรุงได้ดีขึ้นกว่านี้

เนื้อเรื่องของเกมนั้นจัดว่าค่อนข้างยาว มีให้เล่นกันจุใจเต็มอิ่ม ซึ่งความอิสระที่แท้จริงจะเริ่มต้นขึ้นเมื่อคุณเล่นเนื้อเรื่องหลักจบ และเริ่มลงมือแปรสภาพเกาะของตัวเองให้เปลี่ยนไปดั่งใจ ซึ่งนั่นน่าจะเป็นไฮไลท์หลักที่แท้จริงของเกมนี้ และถ้าหากเล่นคนเดียวยังไม่หนำใจ เกมยังมีระบบ co-op ให้เราได้ออกผจญภัยกับเพื่อนได้รวม 4 คน ออกผจญภัย และร่วมกันสร้างสิ่งก่อสร้างที่เหนือจินตนาการได้ไม่รู้จบ

68804314_347886962801499_7697406294440804352_n.jpg (428 KB)


โดยสรุปแล้วนี่คือเกมชั้นยอดเกมหนึ่งของปี มันใกล้เคียงกับการที่จะเป็นเกมที่สมบูรณ์แบบมาก ๆ ติดขัดเพียงระบบการต่อสู้ที่ถูกหักคะแนนไปนิดเดียว ผมมองว่านี่คือเกมที่เหมาะสำหรับทุกคน ที่หากมีโอกาสก็ควรจะหามาเล่นสักครั้ง เพราะไม่จำเป็นว่าคุณจะต้องเป็นแฟนเดนตายของเกมประเภทนี้ ก็สามารถสนุกกับมันได้ ยิ่งคุณอคติกับเกมแนวนี้แล้ว นี่ยิ่งอาจจะกลายเป็นเกมที่เปลี่ยนใจคุณไปเลยก็ได้เหมือนกัน

คะแนน 9.5/10



Post by [Coolerist]
TOP