Wiki review

รีวิวความประทับใจแรกเล่น Dishonored 2 (PS4)

ระดับที่เล่น: Hard
ตัวละครที่เล่น Emily
แนวการเล่น Stealth ไม่ฆ่า
12 ชั่วโมง


4 ปีแห่งการเฝ้ารอ Dishonored 2 เปิดม่านหลังจากเหตุการณ์ในเกมภาคแรกผ่านไป 15 ปี เมื่อภัยร้ายสยายปีกเหนือบัลลังก์ และทำให้จักพรรดินี Emily กับพ่อของเธอ Corvo ต้องหลบอยู่ในเงามืดแทน ทั้งสองจึงต้องออกเดินทาง เพื่อหาทางทวงบัลลังก์คืน ไม่ว่าจะด้วยเลือดหรือวิธีการใดก็ตาม


เกมเปิดตัวด้วยเหตุการณ์ที่ Emily กับ Corvo ถูก Delilah (ที่มีศักดิ์เป็นป้าของ Emily) เข้าชิงบัลลังก์อย่างอุกอาจกลางงานพิธี ซึ่งก็เป็นสูตรสำเร็จของการเดินเรื่องที่ทำให้ตัวละครเอกต้องตกอยู่ในสถานการณ์ผู้ต้องสงสัยและเกมเริ่มโยนปมปัญหาต่างๆ ให้ผู้เล่นทดไว้ในใจ เพื่อรอการคลี่คลาย โดยเกมจะให้เลือกเล่นได้ทั้งฝั่ง Emily หรือ Corvo ซึ่งเอาเข้าจริงภารกิจของทั้งคู่ก็ดูจะไม่ต่างกันมากในช่วงแรก แต่ในช่วงหลังอาจมีผลกระทบกับเนื้อหา

เกมเน้นพล็อตของการแก้แค้นเป็นหลัก แต่ก็ใส่กลิ่นของการสอบสวนที่คอยยวนจมูกผู้เล่นให้ติดตามเนื้อเรื่องได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ ดร. Hypatia ที่ทดลองงานบางอย่างเกี่ยวกับยุงลายยักษ์ของเธอ เรื่องราวของจักรกลสังหาร Clockwork ทุกอย่างถูกผสมผสานให้เข้ากับเนื้อของ Gameplay ได้อย่างลงตัว Mission ต่างๆ ถูกออกแบบมาให้ตอบสนองทั้งความสนุกด้าน Gameplay และ เนื้อเรื่อง

 

Gameplay



Game ยังคงรูปแบบการลอบเร้น ซึ่งให้ทางเลือกว่าคุณจะเดินแกว่งมีดไปมาในที่แจ้ง หรือปฏิบัติภารกิจในเงามืด อาวุธหลักยังคงเป็นดาบสั้น ส่วนอาวุธเสริมก็จะมีหน้าไม้ที่มีลูกศรชนิดต่างๆ ไฮไลท์ก็คือพลังพิเศษที่ภาคนี้ทำออกมาดูน่าสนใจมากกว่าเดิม แต่คนเขียนเองรู้สึกว่าตัวเกมมีความท้าทายมากขึ้น โดยเฉพาะถ้าคุณเล่นในระดับ Hard ศัตรูจะมีรูปแบบการเฝ้าระวังที่ฉลาดพอตัว ทั้งการเฝ้ายาม การตรวจสิ่งผิดสังเกต ถึงแม้เกมจะให้ความสามารถที่ทำให้เราเห็นระยะการมองของศัตรู หรือมองศัตรูผ่านกำแพงได้ แต่เอาเข้าจริงระยะของการมองก็ไม่ได้ไกลอย่างที่คิดและยังต้องอาศัยการหลบมุมตึกหรือสิ่งกำบังแล้วชะโงกออกไปดู (เอาเข้าจริงก็ช่วยได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น)



ถ้าจะมีติอย่างเดียวก็คือระยะของการกดลอบสังหาร หรือกดล็อคคอศัตรูมันเอาแน่เอานอนไม่ได้ และมีระยะสั้นมาก



ทุกภารกิจที่เราทำจะเกี่ยวข้องกับบุคคลสำคัญในแวดวงต่างๆ ของเมืองทั้งด้านเคมี วิทยาศาสตร์ การเมือง พวกเขาจะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้เราเข้าถึงตัว Delilah ได้ และทุกภารกิจมีทางเลือกอย่างน้อยสองทางเสมอ ส่วนใหญ่คือการจับเป็นหรือจับตาย ซึ่งจะมีผลต่อคนที่จะมาอยู่ที่เรือหลบภัยของเราด้วย ซึ่งพวกเขาจะมีส่วนในการกำหนดเนื้อเรื่องของเกมที่เราจะเจอไม่มากก็น้อย



ระบบอีกส่วนที่จะมีผลต่อเนื้อเรื่องมากก็คือ ค่า Chaos ซึ่งหมายถึงเราถูกพวกทหารลาดตระเวนพบตัว หรือเกิดการนองเลือดมากแค่ไหน ยิ่งมีมาก ค่า Chaos ก็ยิ่งสูง และจะส่งผลกระทบต่อเนื้อเรื่องเหมือนภาคแรก



การออกแบบ



ฉากต่างๆ ยังคงเน้นในส่วนของเมืองที่มีเทคโนโลยีประหลาดที่มีเฉพาะในโลกของ Dishonored ทั้งหุ่นยนตร์ อาวุธ เครื่องเตือนภัย รวมถึงองค์ประกอบของความเป็นแฟนตาซีที่ผสมเข้ามา



ระบบหัวใจที่บอกที่ซ่อนของ Boneshard กับ Rune ก็กลับมา เพราะฉะนั้นแค่ตามหาของทั้งสองอย่างก็มีอะไรให้เราทำมากมายในฉากฉากเดียวแล้ว ที่สำคัญในทุกสถานที่ มีการวางโน็ต หนังสือ หรือเหตุการณ์เล็กๆ ที่จะบอกใบ้ให้เราเข้าถึงไอเท็มหายาก และทำให้เราเห็นชีวิตของเมืองในเกมและความลึกซึ้งของจักรวาลในเกมมากยิ่งขึ้น



 

โดยรวมแล้ว ไม่มีอะไรให้ติเป็นสำคัญ ทุกๆ นาทีที่ใช้กับเกมจนถึงเวลานี้ นับว่าคุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์ที่เสีย ด้วยการขัดเกลาด้าน Gameplay และ เนื้อเรื่อง มาอย่างดีทำให้ Dishonored 2 เป็นตัวเลือกที่ไม่อาจปฏิเสธได้สำหรับการเข้าสู่ช่วงเวลาท้ายปีของเหล่าเกมเมอร์




(รับชมคลิปตอนต่อไปได้ที่ แชนแนล thaigamewiki)

Post by [นักรีวิวในตำนาน ฆ่าแล้วดรอปดาบไม้ Reviewer Ocelot ]
TOP