Wiki review


Borderlands 3 Review


*ขอขอบคุณ 2K Asia ที่ให้โค้ดรีวิวมา ณ โอกาสนี้ด้วยครับ

Borderlands ภาคแรกนั้นวางจำหน่ายในปี 2009 ด้วยเกมเพลย์ที่โดดเด่นจากการผสมผสานองค์ประกอบหลัก 3 อย่างเอาไว้ด้วยกันอย่างยอดเยี่ยม คือ ระบบคลาสตัวละคร, บทสนทนาที่ยียวนกวนประสาท, และการตามล่า ”ลูท” ที่ทำให้ผู้เล่นต้องวนเวียนกลับมาเล่นซ้ำแล้วซ้ำอีกเพื่อหาไอเทมที่ดีที่สุด จนทำให้เกมฮิตติดลมบนได้อย่างรวดเร็ว และสำหรับภาค 2 ที่วางจำหน่ายในปี 2012 นั้น ตัวเกมก็ยังคงความดีงามจากภาคแรกไว้ครบถ้วน และขยายจักรวาล สร้างเนื้อเรื่องที่ซับซ้อน สนุกน่าติดตาม และแนะนำให้เราได้รู้จักกับหนึ่งในตัวร้ายที่เจ๋งที่สุดของวงการเกมอย่าง Handsome Jack  จนส่งให้ซีรีส์ Borderlands กลายเป็นบิดาแห่งเกมแนว looter shooter จวบจนปัจจุบัน



วันเวลาผ่านไป 5 ปี จากการวางจำหน่ายเกมภาคล่าสุดอย่าง The Pre-Sequel (หรือ 7 ปีหากนับจาก Borderlands 2) นับจากวันนั้นมีอีกหลายซีรีส์ที่พยายามจะขอชิงบัลลังก์ looter shooter จากทีมพัฒนา Gearbox ไม่ว่าจะเป็น Warframe, Destiny, The Division หรือ Anthem แต่ก็ดูเหมือนว่าจะยังไม่มีเกมไหน ที่ลบชื่อ Borderlands ออกไปจากความทรงจำของเหล่าเกมเมอร์ได้ ดังนั้นการกลับมาของ Borderlands 3 จึงมีคนจับตาดูอยู่มากพอสมควร


เรื่องราวของ Borderlands 3 เกิดขึ้นหลายปีหลังจากเหตุการณ์ในภาคสอง และยังคงวนเวียนอยู่กับดวงดาวที่มีชื่อว่า Pandora ที่เชื่อกันว่าเป็นสถานที่ตั้งของ Vault หรือประตูมิติลับที่บรรจุทรัพย์สมบัติอันมั่งคั่งและพลังอำนาจเอาไว้ ทำให้เหล่า Vault Hunter นักล่าผู้แสวงหาตำแหน่งที่ตั้งของประตู ต่างก็ต่อสู้ฆ่าแกงแย่งชิงเพื่อที่จะได้ครอบครองกุญแจ อันจะนำไปสู่การค้นพบประตูที่ถูกซุกซ่อนอยู่นี้

ในภาคนี้เราจะได้เผชิญหน้ากับภัยร้ายหน้าใหม่อย่าง Troy และ Tyreen Calypso สองศรีพี่น้องฝาแฝดสตรีมเมอร์ผู้ก่อตั้งลัทธิ Children of the Vault ที่เทิดทูนบูชาพวกเขาอย่างคลุ้มคลั่งไร้สติ ชนิดยอมตายถวายชีวิตให้ได้ สร้างเป็นกองทัพโจรขนาดใหญ่ที่หมายจะยึดครอง The Great Vault ประตูมิติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยพบมา จนทำให้ Lilith ผู้นำของเหล่า Crimson Raider ต้องรับสมาชิกใหม่อย่างเราเข้าสู่หน่วยรบเพื่อต่อต้านสองพี่น้องผู้ชั่วร้ายนี้


71294440_2431561280294735_2484741187504701440_o.jpg (461 KB)



เราจะได้รับบทเป็นหนึ่งใน 4 Vault Hunter หน้าใหม่ Amara ไซเรนสาวหมัดหนักมาดนักมวย, Moze พลปืนที่ขับหุ่นรบ Iron Bear ออกศึก, Zane หน่วยปฎิบัติการพิเศษจอมสับขาหลอก และ FL4K ไซบอร์กจอมอสูรที่สามารถเรียกสัตว์นานาชนิด มาร่วมสู้รบได้ สิ่งที่เปลี่ยนแปลงจากภาคก่อนโดยสิ้นเชิงในคราวนี้ คือตัวละครทุกตัวจะมีคลาสย่อยให้เลือก 3 ชนิด และแต่ละชนิดจะมี Action Skill แยกออกจากกันชัดเจน ไม่เหมือนภาคก่อน ๆ ที่ทุกตัวละครจะมี Action Skill เพียงชนิดเดียวเท่านั้น จึงทำให้การสร้างและใช้งานตัวละครในภาคนี้มีความหลากหลาย และปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการของผู้เล่นมากกว่าเดิม ซึ่งแม้จะเล่นตัวละครตัวเดียวกัน ก็สามารถออกแบบทักษะความสามารถให้ไม่ซ้ำกันได้

ส่วนที่เกมทำออกมาได้ดี คือการนำเอาระบบคอนโทรลจากเกมสมัยใหม่ที่คล่องตัวและสมเหตุสมผลมาปรับใช้ เช่นการปีนข้ามสิ่งกีดขวาง การสไลด์ ทำให้การควบคุมค่อนข้างลื่นไหล ประกอบกับกันเพลย์ในภาคนี้ก็ได้รับการยกเครื่องใหม่ให้ยิงสนุก แรงปะทะสะใจสำหรับปืนอันทรงพลังแต่ละกระบอก ถึงแม้จะฟังดูเป็นเรื่องง่าย ๆ แต่ปัจจัยพื้นฐานเหล่านี้ก็มีเกมชื่อดังตกม้าตายกันนักต่อนักแล้ว


70989742_2431560613628135_7268827352107319296_o.jpg (376 KB)




ลูปเกมเพลย์ของ Borderlands ยังคงสนุกและมีเสน่ห์ยอดเยี่ยมเช่นเคย เรารับภารกิจ ออกไปยิงทุกอย่างที่ขวางหน้า หาของมาอัปเกรดตัวเอง เก็บค่าประสบการณ์ทดลองใช้สกิลใหม่ ๆ แล้วทำซ้ำทั้งหมดอีกครั้ง แผนที่ของเกมในส่วนต่าง ๆ ที่เราออกสำรวจและผจญภัยได้นั้น มีขนาดใหญ่และหลากหลายมาก ศัตรูในบริเวณนั้น ๆ ก็จะต่างกัน ช่วยเปลี่ยนอารมณ์ของเกมให้สดใหม่อยู่เสมอ และโดยรวมแล้วบอสแต่ละตัวออกแบบมาได้ประหลาดและสู้สนุกดี


เรื่องปืนซึ่งเป็นส่วนสำคัญแทบจะที่สุดของเกมก็ขอให้สบายใจหายห่วง ข้อแรกคือปืนในเกมมีความหลากหลายสูงมาก โดย ปืนมี 6 ชนิด ได้แก่ ปืนกล, SMG, ปืนพก, ปืนยิงจรวด, ลูกซอง, และสไนเปอร์ แถมมีบริษัทผู้ผลิตปืนอีก 9 บริษัท ซึ่งแต่ละแห่งก็จะมีลายเซ็นของตัวเอง เช่น ปรับโหมดการยิงได้หลายแบบ, มีพลังโจมตีธาตุ, ไม่จำเป็นต้องรีโหลดกระสุน, กระสุนนำวิถี ฯลฯ แถมแบ่งสีระดับความหายากจาก เทา เขียว ฟ้า ม่วง ทอง ทุกครั้งที่ไอเทมสีทองดรอป ก็จะมีเสียง “กริ๊ง” ใส ๆ ออกมาให้ผู้เล่นชุ่มชื่นหัวใจและคอยลุ้นว่ามันจะดีกว่าของเดิมที่เรามีไหมนะ? เสมอ

ข้อสองปืนของเกมนี้มีความแปลกประหลาดแฝงอยู่ในทุกอณูรูขุมขน ปืนมีเอฟเฟคต์เพี้ยน ๆ หลุดโลก อย่างที่เราได้เห็นตัวอย่าง ปืนมีขาวิ่งไล่ยิงได้ด้วยตัวเอง ปืนสไนเปอร์ที่ยิงแล้วเรียกอุกกาบาตตกใส่เป้าหมาย! ลูกซองยิงบอลสายฟ้าออกมาช็อตศัตรูทุกตัวที่ขวางทาง! หรือปืนที่ยิงออกมาเป็นบอลไฟราวกับคุณเป็นจอมเวทย์! ฉีกขนบความเป็นปืนของทุกจักรวาลเกมยิงที่เคยมีมา

และที่สำคัญคือข้อสาม เกมไม่เคยหวงไอเทม ทุกครั้งที่ปราบบอสหรือศัตรูตัวสำคัญในเกมได้ สายธารไอเทมจะหลั่งไหลพรั่งพรูออกมา เรียกได้ว่าปืนมีความหลากหลายให้ผู้เล่นได้ลองของใหม่และตระเวนหาชิ้นที่เหมาะมือที่สุดกันได้อีกนาน


ต้องขอบอกกันเอาไว้ตรงนี้เลยว่า การเล่น Borderlands 3 จบไปหนึ่งรอบนั้น คุณยังไม่ได้เห็นศักยภาพที่แท้จริงของตัวเกม เพราะหากเปิดใช้งาน Mayhem Mode หรือ Ture Vault Hunter Mode ซึ่งเป็นระดับความยากที่เพิ่มเข้ามาหลังจบเกมแล้วละก็ คุณจะได้พบกับความท้าทายใหม่ ๆ ชนิดว่าเปลี่ยนรูปแบบการเล่นครั้งมโหฬาร นอกจากศัตรูจะมีจำนวนมากขึ้น อึดขึ้น ยิงแรงขึ้นแล้ว มันยังมีฟังก์ชันการลดความสามารถของผู้เล่นสารพัด และเพิ่มความแข็งแกร่งให้ศัตรูของคุณไปมหาศาล


71013048_2431560223628174_5773788780133613568_o.jpg (356 KB)




อีกจุดที่ต้องชมเชยก็คือในเรื่องของกราฟิก Borderlands เป็นเกมที่มี art style เป็นเอกลักษณ์สูงมาก และต้องขอใช้คำว่า Aged Well อย่างยิ่งยวด คือหากมองผ่าน ๆ Borderlands ภาคแรกกับ Borderlands 3 อาจจะดูคล้ายเป็นเกมเดียวกัน ซึ่งนั่นก็เกิดจากการเลือกใช้ลายเส้นที่เป็นอมตะเหนือกาลเวลา ดูเท่าไรก็ไม่เชย แม้จะผ่านไปนานเท่าไรงานภาพของตัวเกมก็จะยังคงดูคลาสสิกไม่มีวันตกยุค

แต่สิ่งที่ผมค่อนข้างประหลาดใจ ก็คือเรื่องเกี่ยวกับการ optimize ตัวเกม ที่แม้กราฟิกจะถูกปรับปรุงให้งดงามขึ้น แต่ก็เจอปัญหาบั๊กอยู่มากกว่าทื่คิด texture ดูหยาบ, โหลดไม่ทัน, ศัตรูโผล่หรือหายไปแบบดื้อ ๆ , และเฟรมเรตที่ค่อนข้างขัดใจผมอยู่พอสมควร เพราะมันไม่สามารถรักษาความเสถียรเอาไว้ได้ (ผมเล่นในเครื่อง PS4 Pro ซึ่งมีโหมดการเล่นให้เลือกระหว่าง โหมด Resolution ที่เน้นความคมชัดของภาพ และ Performance ซึ่งเน้น 60FPS ที่ผมเล่น แต่ก็ไม่ได้ทำให้ผมประทับใจแต่อย่างใด ในฉากที่เอฟเฟคต์ระเบิดตูมตาม เฟรมเรตก็แหลกเหลวตามไปไม่มีชิ้นดี)

การเลือกเมนูต่าง ๆ ขึ้นหน้าจอบางครั้งก็ค้างหรือช้ามากจนน่าตกใจ พูดถึงเรื่องหน้าจอเมนู ผมเสียใจที่ต้องบอกว่าการออกแบบหน้าเมนู UI ค่อนข้างใช้งานยาก กว่าจะเรียกแผนที่ขึ้นมา กว่าจะวาร์ปไปจุดอื่นหรือเรียกสกิลขึ้นมาดูได้ ต้องใช้เวลานานเกินความจำเป็น ถือเป็นเรื่องที่สร้างความน่ารำคาญอย่างไม่ควรเลยจริง ๆ หากเทียบกับเวลาที่เกมใช้พัฒนาซึ่งจัดว่าค่อนข้างนาน ปัญหาเหล่านี้ควรได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้นกว่านี้ แต่ก็เป็นไปได้ว่ามันอาจถูกเปลี่ยนแปลงได้ด้วยแพทช์ในอนาคต


71581736_2431560070294856_1958446606701297664_o.jpg (511 KB)




หากถามว่าโดยรวมแล้วผมรู้สึกอย่างไรกับเกม? ก็ยังขอยืนยันว่าตัวเกมยังสนุกมากอยู่ มันยังเป็นเกมที่เอาไว้สังสรรค์เฮฮาปาร์ตี้เล่น co-op ได้สนุกสุดเหวี่ยงเช่นเคย แต่สิ่งที่ผมคิดว่าด้อยลงไปจากภาคที่แล้ว คือความคมคายในการเกลาบทและเล่าเรื่อง ทุกอย่างดูจะขาดความสมเหตุสมผลและรวบรัดตัดความ ไม่น่าติดตามเท่าภาคก่อน แม้ว่าจะมีมุกตลกอันเป็นเอกลักษณ์ของซีรีส์มาให้ขำอยู่เนือง ๆ ก็ตาม ส่วนหนึ่งอาจจะมาจากสองตัวร้ายที่ไม่มีเสน่ห์มากพอ และน่าจะถูกทำให้ร้ายอย่างมีชั้นเชิงมากกว่านี้ แต่กลับกลายเป็นเหมือนเด็กน้อยคอยเรียกร้องความสนใจด้วยพฤติกรรมน่ารำคาญเสียมากกว่า ซึ่งผมเชื่อว่ากว่าทีมพัฒนาจะสามารถก้าวข้ามผ่านตัวละครที่ซับซ้อนและน่าหลงใหลอย่าง Handsome Jack ไปได้คงต้องใช้เวลาอีกนานเลยทีเดียว


borderlands-3-calypso.jpg (458 KB)


หากจะบอกว่า Borderlands 3 แทบจะเหมือนเป็นการนำเอา Borderlands 2 มาปรับปรุงให้ดีขึ้นก็คงจะไม่ผิด คือเกมมีความเปลี่ยนแปลงจากสูตรสำเร็จเดิมของตัวเองค่อนข้างน้อย (แต่หากว่ากันตามตรงสูตรเดิมของพวกเขาก็ดีมากอยู่แล้ว) แม้ว่ากระแสโลกจะเทไปทาง PVP หรือการสร้างโลกให้มีชีวิตชีวาสมจริง มี random quest, daily, weekly แต่ทีมงานไม่ได้ใส่ใจตรงจุดนั้น แต่มุ่งมั่นรักษาเอกลักษณ์ของตัวเองและทำมันออกมาให้ดีที่สุด ซึ่งความแน่วแน่ไม่เปลี่ยนแปลงนี้เองที่น่าจะเป็นจุดแข็งให้พวกเขาโดดเด่นอยู่บนโลกได้ ดังนั้นถ้าคุณมองหารสชาติเดิม ๆ ที่อร่อยคุ้นลิ้น แต่เติมด้วยความทันสมัยเข้าไปนิดหน่อย Borderlands 3 น่าจะเป็น looter shooter ที่ดีที่สุดเท่าที่คุณจะหาได้ในตอนนี้


คะแนน 8 / 10

Post by [Coolerist]
TOP