Wiki review


Contra: Rogue Corps Review



*ขอขอบคุณโค้ดรีวิวจาก Konami Asia Limited มา ณ โอกาสนี้ครับ

เกมซีรีส์ Contra นั้นถือเป็นอีกหนึ่งซีรีส์ที่อยู่คู่แวดวงวิดีโอเกมมายาวนาน นับตั้งแต่วันที่ภาคแรกเผยโฉมให้เกมเมอร์ได้เล่นกันในปี ค.ศ.1987 มาจนถึงปัจจุบันในปี ค.ศ.2019 นี้ ก็เรียกได้ว่ามีอายุอานามปาเข้าไป 32 ปีแล้ว และในปีที่ 32 นี้ Konami ก็ได้วางจำหน่ายเกมภาคล่าสุดในซีรีส์ด้วยชื่อว่า Contra: Rogue Corps แต่ว่า ชื่อของเกมซีรีส์นี้จะยังคงความขลังอยู่รึเปล่าล่ะ?


เนื้อเรื่อง

เหตุการณ์ในภาค Rogue Corps นี้เริ่มต้นเป็นเวลา 7 ปีหลังจากที่โลกโดนเหล่าเอเลี่ยนเข้ารุกราน ซึ่งภายหลังจากที่มนุษยชาติตอบโต้อย่างหนักเอาเป็นเอาตาย สุดท้ายด้วยปืนใหญ่ Vortex Cannon ที่ยิงออกไปก็สามารถทำลายบรรดาเอเลี่ยนลงได้อย่างราบคาบ แต่ทุกอย่างที่ดูเหมือนจะสงบกลับวุ่นวายขึ้นกว่าเดิม เพราะจู่ ๆ ก็มีเมืองในสภาพเละเทะปนเปื้อนไปจากเซลล์เอเลี่ยนผุดขึ้นมาจากพื้นดิน จนผู้คนเรียกขานมันว่า Damned City และด้วยความที่ทีมสำรวจพบว่าในเมืองแห่งนี้มีวัตถุดิบล้ำค่าและเทคโนโลยีล้ำยุคมากมาย ทำให้ Damned City กลายเป็นสถานที่สูงค่าไปในทันที หากแต่ว่าในเมืองนี้ก็ดันมีบรรดาเอเลี่ยนโผล่ออกมาเดินเพ่นพ่านไปหมด มิหนำซ้ำคนทั่วไปที่เข้ามาที่นี่ก็ต้องเผชิญกับการโจมตีทางจิตใจหากไม่ตายก็กลายเป็นบ้า เหลือเพียงแค่คนบางส่วนที่ไม่ได้รับผลกระทบอะไรใด ๆ ที่สามารถเข้าไปในเมืองได้ ก่อให้เกิดเป็นกลุ่มคนที่เรียกตนเองว่า Jaegers ที่ยอมเสี่ยงชีวิตเข้าสู่เมืองและเสาะแสวงหาของมีค่ากลับไป

ถ้าให้ว่ากันตามตรงแล้ว เนื้อหาของ Contra แต่ไหนแต่ไรมันก็เล่าแบบตรงไปตรงมา ไม่ได้มีอะไรลึกลับซับซ้อนอยู่แล้ว เหมือนมีไว้ให้เป็นเหตุผลว่าทำไมเราต้องเข้าไปลุยในที่แห่งนี้เท่านั้นล่ะครับ เนื้อหามีจุดหักมุมบ้างแต่ก็ไม่ใช่อะไรที่เจ๋งจนต้องออกปากชม เหมือนเอาไว้ดูเพลิน ๆ ว่ามันเกิดอะไรขึ้นก็แค่นั้นเอง


เกมเพลย์

หลายคนที่รู้จักหรือเคยเล่นซีรีส์ Contra ก็คงทราบกันดีว่าโดยเนื้อแท้แต่เดิมนั้น Contra คือเกมแอ็คชันแนว run and gun ที่ให้คุณวิ่งยิงดะทุกสิ่งที่ขวางหน้า ไม่มีตัวประกันที่ต้องระวัง ไม่มีผู้บริสุทธิ์ที่คุณต้องช่วยเหลือ ไม่จำเป็นต้องคอยไล่เก็บกระสุนตามฉาก หน้าที่คุณคือยิงมันทุกอย่างที่ดาหน้าเข้ามาโจมตีเรา และตามสไตล์ Contra แบบคลาสสิกที่ตัวเราก็เปราะบางเหลือเกิน เพียงแค่ปลายเท้าของคุณไปสัมผัสตัวศัตรู คุณก็จะกระเด็นลงไปนอนพังพาบหายไปหนึ่งชีวิต โดยไม่ว่าภาคนั้น ๆ จะนำเสนอออกมาในรูปแบบไหน มุมมองด้านข้าง 2D หรือมุมมองจากด้านบนก็ตาม ส่วนใหญ่เกม Contra จะเป็นสไตล์นั้นตลอด (อาจมียกเว้นบางภาคที่มีเกจพลังชีวิตบ้าง แต่น้อยมาก)

Contra Rogue Corps Review 3.jpg (1.18 MB)
ฮับกลางของเกม จะอัปตัวละคร อัปปืน
เปลี่ยนตัวละคร เลือกภารกิจ ฯลฯ ทำตรงนี้ทั้งหมด


พอมาถึงใน Rogue Corps นี้ ทีมงานดูจะต้องการปรับอะไรหลาย ๆ อย่างให้มันทันสมัยขึ้น มีอะไรมากขึ้นนอกจากการวิ่งไล่ยิงทุกสิ่งที่ขวางหน้า เพราะในคราวนี้คุณสามารถเลือกตัวละครเล่นได้จากทั้งหมด 4 ตัวละคร และแต่ละตัวจะมีสกิลเฉพาะต่างกันไป รวมถึงสามารถสลับสับเปลี่ยนปืนได้ แม้แต่อัปเกรดตัวละครเพิ่มความสามารถ (stat) ก็ได้ แถมยังเก็บเลเวลปืนและเลเวลความถนัดชนิดอาวุธเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพได้อีก ทุกอย่างใส่เข้ามาเพื่อหวังเพิ่มความลึกให้กับเกมเพลย์ทั้งสิ้น

Contra Rogue Corps Review 4.jpg (1.26 MB)
อัปสแตตตัวละครได้โดยการเข้าห้องผ่าตัด
แต่จะได้ของดีหรือไม่ก็วัดดวงจากไอเทมที่ดรอปมาในฉากเอา


ปัญหาคือ หลายอย่างของเกมก็ค่อนข้างเป็นสิ่งที่พาลทำให้คนเล่นเกิดอาการเซ็งได้ง่ายเช่นกันครับ

อย่างแรกที่ต้องพูดถึงเลยก็คือเรื่องอาวุธในเกมที่กลับมาคราวนี้ดันมีเกจ Overheat เพิ่มเข้ามา นั่นแปลว่าคุณไม่สามารถกดปุ่มยิงค้างไปวิ่งไปได้เหมือน Contra ภาคก่อน ๆ แล้ว เพราะถ้าเกจเต็มเมื่อไหร่คุณต้องรอให้อาวุธ cool down ถึงจะกลับมาใช้งานได้ แม้ว่าเกมจะให้เราเลือกอาวุธลงฉากได้สองชนิด (แบ่งเป็น Main กับ Sub) แต่ก็ดูไม่ค่อยจะแก้ปัญหานี้เท่าไหร่ เพราะจำนวนศัตรูนั้นดาหน้ากันเข้ามาแบบมืดฟ้ามัวดินเหมือนโกรธเรามาแต่ชาติปางก่อน เมื่อผนวกกับกระสุนหรือเอฟเฟคต์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในฉากมันชวนให้ตาลายได้ง่าย ๆ เลย นี่ยังไม่นับลูกเล่นประเภทที่พอศัตรูโดนโจมตีแล้วกระเด็นมากระแทกกับหน้าจอจนเรามองอะไรไม่เห็นอีกนะ


อะไรดลใจให้ทีมงานใส่ลูกเล่นแบบนี้?
มันรบกวนสายตาอย่างแรง


อย่างที่สองก็ไม่พ้นระบบสไตล์เกม RPG ที่ใส่เพิ่มเข้ามาในภาคนี้ ส่วนตัวผมโอเคกับเกมที่มีระบบอัปตัวละคร เพราะมันดูมีอะไรให้ทำมากกว่าการเล่นในแบบแอ็คชันทื่อ ๆ เพียงแค่ว่าระบบการอัปเกรดของเกมนี้มันชวนเสียเวลาโดยใช่เหตุในบางทีครับ นั่นเพราะตัวอาวุธเอง จะมีการแบ่งระดับออกเป็น Legendary‚ Epic‚ Rare‚ Uncommon และ Common ตามลำดับ ก็แน่ล่ะว่ายิ่งระดับสูงปืนก็ยิ่งดี stat ต่าง ๆ ก็จะดีตาม แต่สิ่งสำคัญอีกอย่างก็คือ level ของอาวุธและแรงค์ของอาวุธ ยิ่งคุณเก็บ level อาวุธได้เยอะ ปืนก็ยิ่งดีขึ้น แต่จะดีกว่าเดิมก็ต่อเมื่อคุณเอาอาวุธไปอัปเกรด ซึ่งเกรดของอาวุธก็ไล่ตามมากไปน้อยเป็น S+‚ S‚ A+‚ A ฯลฯ ไล่ไปจนถึงแรงค์ต่ำสุดคือ D ซึ่งการจะอัปเกรดแต่ละครั้ง คุณต้องใช้เงินเป็นจำนวนมากพอดู แถมยังต้องยอมเสียบรรดา mod อาวุธต่าง ๆ เพื่อมาอัปปืนกระบอกนั้น ๆ  อีกต่างหาก เรียกได้ว่าการจะอัปปืนทีคุณต้องใช้ทรัพยากรมากมาย ทั้งเงิน ทั้ง mod (และแน่นอน เวลา)

ไม่เพียงแค่นั้น ถ้าคุณยังเก็บ level ปืนได้ไม่ถึงที่กำหนดก็ยังอัปไม่ได้อีกด้วยนะ พูดง่าย ๆ คือระบบเกมทุกอย่างนั้นบีบให้คุณต้องวนเล่นฉากเก่า ๆ ซ้ำแล้วซ้ำอีกเพื่อเก็บเงิน เก็บ mod เก็บ level อาวุธครับ เป็น Contra ภาคแรกเลยที่พัฒนาเกมออกมาในแบบ looter shooter ตามสมัยนิยม แต่ถามว่าแล้วไม่เก็บ level ไม่อัปปืนเลยได้ไหม? คำตอบคือไม่ได้แน่นอน เพราะยิ่งเล่นไปศัตรูก็จะยิ่งอึดขึ้นจนปืนที่เราใช้เริ่มรับมือไม่ไหว บีบให้เราต้องกลับมาอัปปืนใหม่ ๆ อยู่ดี คุณไม่สามารถเล่นทะลวงไปข้างหน้าเหมือน Contra ภาคก่อน ๆ ได้แน่นอน

Contra Rogue Corps Review 5.jpg (1.32 MB)
ปืนแต่ละกระบอกก็จะมีค่าพลังและวิธีใช้งานไม่เหมือนกัน
บ้างก็เป็นชนิดยิงรัว บ้างก็เป็นยิงระเบิด


อย่างที่สามคือเกมนี้ ออกแบบมาเน้นให้ผู้เล่นเล่นเกมแบบออนไลน์กับเพื่อนฝูง ดังนั้นในทันทีที่คุณเข้าฉากแล้วคุณจะไม่สามารถกดหยุดเกมได้เลย เพราะฉะนั้นถ้าในระหว่างฉากคุณดันเกิดต้องทำอะไรด่วน คุณจะหาที่ปลอดภัยยืนหลบนิ่ง ๆ ได้ยากมาก และต่อให้คุณหาที่ปลอดภัยเจอคุณก็ไม่สามารถไปทำธุระส่วนตัวได้อย่างสบายใจอยู่ดี เพราะในทุกฉากจะมีการจับเวลาทั้งนั้น เวลาหมดเมื่อไหร่ก็เตรียมเล่นใหม่ได้เลยครับ

Contra Rogue Corps Review 7.jpg (1.41 MB)
อยากกดหยุดเกมไปเข้าห้องน้ำ?
ฝันไปเถอะ!


อย่างที่สี่ซึ่งผมคิดว่าเป็นข้อเสียใหญ่ของเกมเลย นั่นคือเกมนี้มีการ reuse asset เยอะมาก ไม่ใช่แค่ในลักษณะของการใช้โมเดลประกอบฉากซ้ำนะ แต่เป็นการเอาฉากเดิมมาให้เล่นเป็นฉากใหม่เลยโดยเปลี่ยนแค่รูปแบบของศัตรู เส้นทางการวิ่ง เส้นทางการผ่านเหมือนเดิมทุกกระเบียดนิ้ว แค่ยากขึ้น ศัตรูเยอะขึ้นเท่านั้น เรื่องความหลากหลายของฉากในแบบ Contra ภาคเก่า ๆ นี่แทบจะหายเกลี้ยงเลยก็ว่าได้ ฉากนึงคุณอาจได้เจอซ้ำถึงสามหรือสี่รอบแต่มาในรูปแบบของฉากใหม่ ผมมองว่าเป็นความมักง่ายเอาเรื่องจากทีมพัฒนาครับ นี่ยังไม่นับว่าชนิดของศัตรูก็มีแค่ไม่กี่แบบตลอดทั้งเกมแต่เปลี่ยนสีด้วยนะ

Contra Rogue Corps Review 6.jpg (1.63 MB)
กระทั่งตัวเกมยังรู้ตัวว่าใช้ฉากซ้ำเยอะเลยคิดดูสิ


ในแง่ของมุมมองของเกมที่มองจากด้านบนสไตล์ Neo Contra นั้น ผมเห็นว่าก็โอเคเล่นได้ไม่มีปัญหา และการสู้บอสที่เปลี่ยนมุมมองไปเป็นมุมกล้อง shooting gallery ก็ทำได้โอเคดูเข้มข้นดุดันอยู่ ถ้าจะบอกว่าการสู้บอสคือการเล่นในแบบ Contra จริง ๆ ก็คงไม่ผิดครับ เพราะคุณต้องจำแพทเทิร์นการโจมตีและโดดหลบกระสุนไปพลางยิงตอบโต้ไปพลาง แต่ถ้าจะมีอะไรที่มันชวนรำคาญไม่เหมือน Contra คลาสสิกก็ไม่พ้นระบบ Overheat ของปืนนี่ล่ะ

Contra Rogue Corps Review 8.jpg (1.06 MB)
บอสไฟต์เป็นอะไรที่สนุกดีได้อารมณ์แบบ Contra แท้ ๆ
แต่ปัญหาคือระหว่างทางก่อนมาเจอบอสนี่สิ...


เกมมีโหมด PVP ให้เล่นแข่งกันระหว่างผู้เล่นด้วยนะ น่าเศร้าที่...หาคนเล่นด้วยแทบไม่ได้เลยครับ


กราฟิก

หัวข้อนี้เป็นอะไรที่ค่อนไปทางแย่ครับ แม้ว่าจะเล่นบน PS4 Pro แต่กราฟิกก็ได้ในระดับ PS3 ยุคต้น ๆ ด้วยซ้ำไป ปัญหาคือด้วยกราฟิกระดับนี้แต่เฟรมเรตของเกมก็ดันได้แค่ 30FPS เท่านั้นเอง ไม่สามารถทำให้เกมวิ่งที่ 60FPS เพื่อความไหลลื่นในแบบที่ควรจะเป็นของ Contra ได้ ถือเป็นความน่าเสียดายอย่างหนึ่ง

การเล่าเรื่องของเกมก็ทำในลักษณะของ motion comic ที่ใส่เสียงพากย์ลงไปพร้อมกับภาพขยับได้นิด ๆ หน่อย ๆ ไม่ได้มีอะไรหวือหวาเป็นพิเศษครับ

Contra Rogue Corps Review 2.jpg (1.02 MB)


เพลงประกอบ

ถือเป็นอีกหนึ่งหัวข้อที่น่าเสียดาย เพราะผมเชื่อว่า Contra เป็นอีกหนึ่งซีรีส์ที่มีเพลงประกอบน่าจดจำอยู่เยอะด้วยตัวมันเอง แต่กับเกมนี้ส่วนใหญ่คุณจะได้ยินแค่ความเงียบครับ เพลงประกอบมีน้อยมากและถึงมีก็ไม่ติดหู อาจมีบางช่วงที่จะได้ยินธีมประจำซีรีส์เล่นคลอ แต่มันก็น้อยและเบาบางซะจนไม่มีอะไรให้พูดถึง ส่วนใหญ่จะได้ยินก็แต่เสียงเอฟเฟคต์อาวุธของเราหรือไม่ก็เสียงคำรามฮื่อแฮ่ของศัตรูเท่านั้น


สรุป

การกลับมาของ Contra ในเครื่องเกมยุคปัจจุบันคราวนี้ด้วยชื่อภาคว่า Rogue Corps นั้น เป็นการกลับมาที่ไม่ใคร่จะสมศักดิ์ศรีนัก ระบบหลายอย่างถูกออกแบบมาอย่างขาด ๆ เกิน ๆ บางส่วนก็พยายามเสริมตัวเกมให้ลึกขึ้น แต่บางอย่างที่เป็นเอกลักษณ์ของ Contra ก็หายไปอย่างน่าเสียดาย ถึงกระนั้นเกมก็ไม่ได้เรียกว่าแย่ แต่ก็ไม่ได้ดีเด่นอะไรมากพอที่คุณจะต้องเล่นให้ได้ครับ


คะแนน

5.5 ⁄ 10

Post by [G-jang]
TOP