Wiki review



หลังจากที่เกมยิงสงครามโลกครองตลาดมาเป็นเวลานานจนผู้เล่นเองก็เหนื่อยหน่าย Call of Duty 4: Modern Warfare เป็นเกมยิงเกมแรก ๆ ที่ใช้ฉากหลังเป็นโลกยุคปัจจุบัน มีเนื้อเรื่องที่จับเหตุการณ์สมัยใหม่ที่แต่งสนุกน่าติดตาม มัลติเพลเยอร์ใส่ความเป็น RPG ให้ผู้เล่นปลดล็อคไอเทมที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นมาใช้ หรือการปล่อย Killstreak ที่ทรงอานุภาพออกมาสร้างความได้เปรียบ องค์ประกอบเหล่านี้ ส่งให้เกมที่วางจำหน่ายเมื่อปี 2007 สร้างภาคต่อ subseries ที่สนุกมาก ๆ มาอีก 2 ภาค, ขึ้นแท่นเป็นเกมระดับตำนานในใจของแฟนเกมชู้ตติ้ง และได้เปลี่ยนโลกของเกมยิงมุมมองบุคลลที่หนึ่งไปตลอดกาล


12 ปีผ่านไป ทีมงาน Infinity Ward ได้ตัดสินใจทำการรีบูทตัวเกมภาคนี้อีกครั้ง โดยในคราวนี้ใช้ชื่อว่า Call of Duty Modern Warfare



ความหมายของมันก็คือ คุณจะได้พบกับตัวละครหลายตัวที่คุณเคยรู้จัก แต่พวกเขาจะถูกนำเสนอออกมาในรูปแบบที่ต่างไป พร้อมกับโครงเรื่องที่ถูกสร้างใหม่ให้เข้ากับสงครามของยุคสมัยตามชื่อเกม



อย่างที่ทราบกันว่า Call of Duty ในระยะหลังมักจะถูกแยกคอนเทนต์ออกเป็นสามส่วน แล้วแต่ทีมงานผู้พัฒนาว่าจะเลือกใส่อะไรเข้ามาในภาคไหน ในภาคนี้ก็ไม่ต่างกัน ตัวเกมจะมีโหมดหลัก 3 โหมด คือ เนื้อเรื่อง มัลติเพลเยอร์ และ Co-op ซึ่งแต่ละส่วนก็มีรายละเอียดและความใหญ่โตให้เราพูดคุยกันเยอะมาก ผมจึงอยากขอไล่ไปทีละส่วนดังนี้




รีวิว Modern Warfare 1.jpg (608 KB)

ชมภาพขนาดเต็ม


Campaign



เริ่มจากส่วนแรก คือ โหมดเนื้อเรื่อง เหตุการณ์ในภาคนี้เกิดขึ้นเมื่อหน่วยปฏิบัติการพิเศษของ CIA ถูกส่งให้ไปตามหาอาวุธเคมีของนายพล Barkov แห่งกองทัพรัสเซีย ที่ถูกใช้ฆ่าประชาชนในประเทศ Urzikstan แต่เมื่อ CIA ยึดอาวุธเคมีนั้นมาได้ ก็กลับถูกชิงไปโดยกองกำลังไม่ทราบฝ่าย จนเกิดเป็นสถานการณ์วิกฤติระดับชาติ ที่โลกตะวันตกอาจมีปัญหากับรัสเซียเนื่องจากภารกิจลับนี้ และอาวุธเคมีที่หายไปอาจถูกนำไปใช้ที่ใดก็ได้ในโลก



สำหรับเนื้อเรื่องนั้นต้องถือว่าผูกเรื่องได้ยอดเยี่ยมน่าติดตามมาก แต่เล่าได้มึนงงตามสไตล์ Call of Duty (ต้องอาศัยการเล่นซ้ำและหาข้อมูลเพิ่มเติมสักหน่อย) สิ่งที่ผมชอบที่สุดคือการมองสงครามผ่านแง่มุมใหม่ที่มีความทันสมัยมากขึ้น เพราะก่อนหน้านี้มันก็มักจะมีหลักแนวคิดความเชื่อแบบสูตรสำเร็จที่ถูกใส่เข้ามาในสื่อบันเทิง เช่น อเมริกาและตะวันตกเป็นพระเอก รัสเซียและชาวอาหรับเป็นผู้ร้าย คนดีและคนเลวถูกแบ่งแยกง่าย ๆ เป็นสีขาวและดำ แต่เรื่องราวของ Modern Warfare ไม่ได้เล่าง่ายแบบนั้น สงครามไม่มีพระเอก ไม่มีผู้ร้าย มีแต่มวลความโหดร้ายที่พัดพาความเจ็บปวดไปหาทุกสิ่งที่มันสัมผัส และทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ก็เป็นเพียงหมากตัวหนึ่งบนกระดานใหญ่ ที่แล้วแต่จะถูกสั่งการช่วงใช้ โดยมันอาจจะขัดต่อศีลธรรมและความรู้สึกส่วนตัว



กราฟิกและดนตรีประกอบของเกมทำออกมาได้ดีมาก หลายจังหวะที่ผมเล่นก็ต้องอ้าปากค้างกับความอลังการของมัน ถือว่าเป็นเกมเอาไว้โชว์ของได้เลย ถึงแม้จะมีฉาก set piece ระเบิดตูมตามน้อยลงกว่าภาคก่อน ๆ แต่ผมกลับชอบ เพราะรู้สึกว่าการระเบิดทะลักทลายวินาศสันตะโรมันเยอะเกินไป สำหรับผมแล้วโดยรวมถือว่า นี่คือหนึ่งในเนื้อเรื่อง Call of Duty ที่ผมชอบที่สุดเท่าที่เคยเล่นมา




รีวิว Modern Warfare 2.jpg (1.05 MB)

ชมภาพขนาดเต็ม


Multiplayer



ส่วนที่สองหรือมัลติเพลเยอร์ น่าจะถือว่าเป็นก้อนหลักสำคัญที่อาจจะทำให้คุณตัดสินใจซื้อ  Call of Duty ในแต่ละภาค เพราะความมันส์สะใจเล่นได้นาน มีการซัพพอร์ตอย่างต่อเนื่อง เป็นเรื่องน่ายินดีที่จะขอแจ้งให้ทราบว่าแค่เนื้อหาในวันวางจำหน่าย ก็น่าจะทำให้ แฟน ๆ อิ่มเอมใจกันมากพอสมควร เพราะเกมให้โหมดการเล่นมาอย่างไม่อั้นทั้งของเก่าของใหม่ ตัวอย่างเช่น โหมด Gunfight ที่จะให้ผู้เล่นจับคู่กันแบบ 2v2 แล้วสุ่มอาวุธที่ใช้มายิงกันในฉากเล็ก ๆ จะสูบฉีดให้อะดรินาลีนของคุณพุ่งขึ้นจนถีงขีดสุด เพราะต้องใช้ทั้งการประสานงานและแทกติกอย่างเต็มที่



หรือถ้าคุณชอบสนามรบขนาดใหญ่คล้ายซีรีย์คู่แข่งอย่าง Battlefield โหมด Ground War ก็สนองความต้องการของคุณได้ เพราะขนเอายานเกราะ รถถัง เฮลิคอปเตอร์ ให้ทั้งสองฝ่ายชิงพื้นที่กันในสนามรบขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาของ Call of Duty และแน่นอนโหมดยอดนิยมอย่าง TDM หรือ Domination ยึดจุด ก็ยังคงความคลาสิกแบบดั้งเดิม เล่นง่ายเล่นสนุก แบบไม่ต้องคิดอะไรเยอะ




รีวิว Modern Warfare 3.jpg (342 KB)

ชมภาพขนาดเต็ม


การเล่นโหมดมัลติเพลเยอร์ผู้เล่นจะยังต้องเก็บเลเวลเพื่อปลดล็อคไอเทมต่าง ๆ เอาไว้ใช้งานอยู่ โดยในคราวนี้เลเวลจะตันที่ 55 แต่เมื่อปลดล็อคอาวุธแต่ละชิ้นมาแล้ว การใช้อาวุธชิ้นนั้นบ่อย ๆ จะปลดล็อคของแต่งออกมาอีกมากมายหลายชนิด ซึ่งโหมดการแต่งปืนนี้ ตัวเกมจะเรียกว่า Gun Smith ที่สามารถแต่งปืนของคุณได้ทั้งด้านประสิทธิภาพและความงาม ระบบ Pick 10 ถูกตัดออกไป แต่กลายเป็นอาวุธแต่ละชนิดจะใส่ของแต่งได้ 5 ช่อง แต่ชิ้นส่วนที่แต่งได้อาจจะมีด้วยกัน 8 จุด ต่อปืนหนึ่งกระบอก เรื่องสำคัญก็คือ ไม่มีของแต่งชิ้นไหนที่ดีที่สุดทุกอย่างมักจะมาพร้อมข้อเสีย เช่น ใส่ด้ามจับจะทำให้ปืนนิ่ง แต่จะลดความเร็วในการเคลื่อนที่ของเรา จึงไม่มีชิ้นส่วนไหนที่ดีที่สุด หากแต่ขึ้นอยู่กับผู้เล่นว่าต้องการปรับแต่งให้ปืนกระบอกนั้นโดดเด่นในด้านไหนมากกว่า



ในส่วนของ Perk ต่าง ๆ มีการปรับปรุงยกเครื่องใหญ่ ตัดบางอย่างออกไปและใส่หลายอย่างเข้ามา แต่ก็ยังแบ่งออกเป็น 3 หมวดให้ผู้เล่นจัดชุดเลือกใช้ได้ตามใจชอบ แต่มีสิ่งหนึ่งที่ผู้เล่นภาคก่อนหน้าอย่าง Black Ops 4 อาจคิดถึง นั่นก็คือความสามารถพิเศษของตัวละคร ซึ่งภาคก่อนนั้นทำออกมาได้ค่อนข้างเวอร์วังเพราะตัวเกมมีความเป็นไซไฟสูง แต่สำหรับ Modern Warfare ปรับใหม่ให้สมจริงและเปลี่ยนชื่อเป็น Filed Upgrade แทน แต่ความสามารถของมันก็จะคล้ายกับ Black Ops 4 เช่น กล่องเติมกระสุน ลดเสียงฝีเท้า ใช้โดรนจับศัตรู เปลี่ยนจุดเกิด ฯลฯ



จุดติที่ผมมีก็คือ หนึ่ง ระบบการชวนเพื่อนข้ามเครื่องที่ค่อนข้างรวน เพราะด้วยความที่ผมมีทั้งเพื่อนใน Activision Account และ PSN เราชวนกันรวมตี้หาห้องกันวุ่นวายเกินความจำเป็นและเสียเวลาค่อนข้างมาก บางครั้งเพื่อนกำลังเล่นอยู่แต่ก็ขึ้นชื่อเขา offline เชิญเข้าห้องกันไม่ได้ หรือไม่ก็ไม่เห็นชื่อกันเลยดื้อ ๆ อาจจะไม่มีผลกับเกมเพลย์ แต่ก็เป็นข้อเสียเล็กน้อยที่สร้างความรำคาญครับ(ในอนาคตอาจจะ patch แก้ไขได้ไม่ยาก)




รีวิว Modern Warfare 4.jpg (542 KB)

ชมภาพขนาดเต็ม


Co-op



และสุดท้ายในส่วนของ Co-op หรือที่เกมเรียกว่าโหมด Spec-ops ซึ่งมีเนื้อเรื่องต่อเนื่องจาก Campaign ในภาคนี้ให้ผู้เล่นร่วมกันได้ 4 คน สำหรับผมแล้วนั้น มันคือโหมดแทกติคอลที่เล่นยากมาก เกมจะจับผู้เล่นโยนลงไปในด่านกว้าง ๆ ให้ทำภารกิจต่าง ๆ ให้เราเลือกวิธีการทำภารกิจได้ตามชอบใจ จะซุ่มซ่อนลอบเร้น หรือจะลุยแหลกยิงทุกอย่างก็ได้ แต่ต้องขอเตือนไว้ก่อนว่าหากคุณตั้งใจจะเล่นเกมนี้แบบยิงไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมแล้วละก็ เกมจะประเคนศัตรูใส่เราอย่างไร้ปรานี มันคือโหมดที่ต้องใช้การประสานงาน ฝีมือความแม่นยำ การลองผิดลองถูก และความร่วมแรงร่วมใจของผู้เล่นสูงมาก ไม่ต่างจาก Raid ของเกมอื่น ๆ ที่ตัดส่วนของปริศนาออกไป



ผมต้องขอปรบมือให้กับความเหนือชั้นของทีมพัฒนาจุดหนึ่ง นั้นก็คือการนำเอา Perk และ Killstreak มาปรับรายละเอียดให้เหมาะสมกับโหมดการยิงกับ AI มากกว่าการยิงกับคน เป็นการรีไซเคิล Asset ที่ฉลาดมาก เพราะออกแบบครั้งเดียวแต่ใช้ได้สองโหมด จุดเด่นในโหมดนี้อีกอย่างคือมีระบบคลาส ที่ตัวเกมเรียกว่า Role ซึ่งจะมีทักษะพิเศษเอาไว้สนับสนุนทีม คือ Heavy สายอาวุธหนักใช้จรวดและแจกเกราะให้เพื่อนได้, Recon บังคับโดรนในการสำรวจตำแหน่งศัตรู และเพิ่มความแม่นยำให้กับปืนของคุณ, Demolition ใช้เครื่องยิงลูกระเบิดและเก็บระเบิดจากศพ AI ได้, Medic ชุบชีวิตเพื่อนเร็วขึ้นและมีท่าชุบยกทีม, Assault จะแจกกระสุนพลังทำลายสูงให้กับทั้งทีมและรีโหลดกระสุนได้ไว, และสุดท้าย Engineer ที่มีโดรน EMP ที่ใช้จัดการอุปกรณ์ต่าง ๆ ของข้าศึกและเพิ่มพลังทำลายให้กับศัตรูเกราะหนักและรถถังทั้งหลาย



จุดที่มีปัญหาสำหรับโหมดนี้คือความยากที่ดูเหมือนจะยากแบบไร้เหตุไร้ผล ยากจนต้องร้องขอชีวิต ไม่แน่ใจเหมือนกันว่านี่คือความตั้งใจหรือเป็นความผิดพลาดในการปรับสมดุลเกม เราอาจจะต้องรอฟีดแบคจากทีมพัฒนาในจุดนี้ต่อไป แต่โดยคอนเซปต์นั้นถือว่าเป็นอีกโหมดของเกมที่ทำออกมาได้ดีมากครับ



นอกจากนี้ยังมีอีกสองโหมดที่ตัวเกมให้มา คือ Spec-ops Classic ที่ให้ผู้เล่นตั้งรับเอาชีวิตรอดจนกว่าจะได้รับความช่วยเหลือ และ Survival ที่ให้เราสู้กับศัตรูเป็นรอบ ๆ แล้วเก็บเงินมาซื้ออาวุธและอุปกรณ์ต่อไปในรอบลึก ๆ ที่เป็น Exclusive ของเครื่อง PlayStation 4 ไปอีกหนึ่งปี




รีวิว Modern Warfare 5.jpg (1.70 MB)

ชมภาพขนาดเต็ม


อาวุธ ไอเทม ความสามารถพิเศษ และค่าประสบการณ์ของเราจะแชร์กันทุกโหมด ดังนั้นไม่ว่าคุณจะเล่นโหมดไหน เราก็จะได้เก็บเลเวลเดียวกันโดยไม่เสียเวลา และที่ผมชอบที่สุดของเกมในภาคนี้คือระบบ Cross Play/Cross Progression คือไม่ว่าคุณจะซื้อตัวเกมบนแพลตฟอร์มอะไรก็ตาม ก็สามารถที่จะพบกับผู้เล่นบนเครื่องอื่นได้ทั้งหมด แถมสิ่งที่คุณเล่นไว้ก็จะยังคงเดิมแม้จะเปลี่ยนเครื่องเล่น ขจัดปัญหาผู้เล่นน้อย หาห้องยาก และทำให้เราเล่นกับเพื่อนได้แม้จะซื้อเกมคนละเครื่องกัน ถือเป็นนวัตกรรมแห่งอนาคตที่นับจากนี้ ทุกเกมคงจะมีการเอาเป็นแบบอย่างมากขึ้น



โดยรวมแล้ว Call of Duty: Modern Warfare เป็นเกมที่ “เครื่องแน่น” มากที่สุดเกมหนึ่งของซีรีย์ เพราะใส่ของแบบจัดหนักมาให้แฟน ๆ ได้เพลิดเพลินกับทุกส่วนของเกม เราสัมผัสได้ถึงคุณภาพและความใส่ใจของทีมพัฒนาที่ตั้งมาตรฐานเอาไว้สูง และพวกเขาก็ทำได้ตามเป้า มันสร้างอยู่บนรากฐานของระบบกันเพลย์ที่พิสูจน์มาครั้งแล้วครั้งเล่าว่า เล่นง่าย และสนุก เมื่อถูกปรับปรุงด้วยกราฟิกและเอฟเฟคที่ใส่เข้ามาใหม่ เสียงปืนที่ดังลั่นสะใจ เขม่าควันปืนที่พวยพุ่ง ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่านี่คือหนึ่งในเกมยิงชั้นยอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณเป็นแฟนของเกมต้นฉบับ ภาคนี้ใส่อะไรไว้ให้คุณยิ้มมุมปากเพียบ



แต่สิ่งที่ผมยังกังวลและไม่มั่นใจ คือ การทำตลาดระยะยาวของ Activision ต้นสังกัด ที่มีประวัติสอดไส้ทำอะไรให้ผู้เล่นไม่พอใจอยู่มากพอสมควร และในวันที่ผมทำการรีวิว ร้านค้าของเกมยังไม่เปิดให้บริการ เราจึงไม่อาจรู้ได้ว่าพวกเขาวางแผนจะทำอะไร แต่หากพวกเขากลับมาทำตลาดอย่างใส่ใจเกมเมอร์ และถ้านับเฉพาะเนื้อหาที่มีอยู่ในเกม ณ วันวางจำหน่าย นี่คือหนึ่งเกมที่สามารถยกขึ้นหิ้งเอาไว้ได้เลย



คะแนน 9/10


รีวิว Modern Warfare 6.jpg (451 KB)

ชมภาพขนาดเต็ม

Post by [Coolerist]
TOP