Wiki review


Shenmue 3 Review


สิบแปดปีที่เลยผ่าน อีกหนึ่งตำนานของวิดีโอเกม


1 ธันวาคม 2562

ในช่วง 18 ปีที่ผ่านมาของผมนั้น เมื่อได้เห็นหรือได้ยินเกี่ยวกับ Shenmue ทีไรก็มักชวนให้รู้สึกใจหายได้ทุกทีครับ นั่นเพราะเดิมทีซีรีส์นี้ที่วางจำหน่ายบนเครื่อง Dreamcast ของ Sega นั้นควรจะได้วางจำหน่ายยาว ๆ จนกระทั่งจบเนื้อหาตามที่คุณ Yu Suzuki หัวเรี่ยวหัวแรงของซีรีส์เคยตั้งใจเอาไว้ แต่ว่าด้วยความที่งบพัฒนานั้นบานปลาย แถมระยะเวลาพัฒนาก็ยืดเยื้อเสียเหลือเกิน ทำให้ Sega จำต้องเข็นเกมออกมาก่อน 2 ภาคด้วยกัน แต่ก็อีกนั่นแหละ ด้วยความที่เครื่อง Dreamcast เองก็ไม่สามารถทำตลาดสู้กับ PlayStation 2 ในสมัยนั้นได้เลย

ซ้ำร้ายยอดขายของเกมก็ไม่พอที่จะถอนทุนคืนที่ว่ากันว่าทั้งค่าพัฒนาและค่าการตลาดสูงราว 47 ล้าน – 70 ล้าน USD เสียด้วยซ้ำ (รวมเกมทั้งสองภาคที่วางขายในปี ค.ศ.1999 และค.ศ.2001) ผลคือนอกจากซีรีส์นี้มีเนื้อหาค้างเติ่งเล่าไม่จบแล้ว ยังถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่เกือบทำให้ Sega ต้องพังพาบเลยก็ว่าได้ มิหนำซ้ำคนสร้างอย่าง Yu Suzuki ก็ได้ลาออกจาก Sega ในปี ค.ศ.2011 (หลังจากที่หลายโปรเจคต์ของแกไม่ประสบความสำเร็จ) ทำให้เกมเมอร์จำนวนหนึ่งที่ชื่นชอบและติดตามซีรีส์นี้ต่างก็หมดหวังไปตาม ๆ กัน

จนกระทั่งเวทีแถลงข่าวของ Sony Interactive Entertainment ประจำงาน E3 ปี ค.ศ.2015 ที่มีการประกาศ Kickstarter เพื่อระดมทุนพัฒนา Shenmue 3 โดย Ys Net ซึ่งเป็นบริษัทของคุณ Yu Suzuki เอง โดยหลังจากหมดช่วงระดมทุนแล้วโครงการนี้ก็ทำยอดไปได้ราว 6.3 ล้าน USD ซึ่งก็ถือว่าสูงกว่าเป้าที่ตั้งเอาไว้ หลังจากนั้นข่าวสารอัปเดตของการพัฒนาก็มีออกมาเรื่อย ๆ ทั้งที่ทำให้แบ็กเกอร์ดีใจ ทั้งที่ทำให้แบ็กเกอร์หัวเสียต่าง ๆ นานา แต่จนแล้วจนรอดเกม Shenmue 3 ที่หลายคน (รวมถึงผม) รอคอยก็คลอดออกมาเสียที

Shenmue 3 Kickstarter.jpg (626 KB)
ข้อความขอบคุณที่ปรากฏในหน้า Kickstarter


ถึงกระนั้น...ระยะเวลา 18 ปีนั้นมันก็ถือว่านานมากเลยทีเดียว ถ้าเป็นคนก็เข้าสู่วัยหนุ่มสาวที่กำลังไฟแรงเต็มที่ และก็แน่ล่ะว่าในช่วง 18 ปีนั้น มันมากพอที่คนคนหนึ่งจะได้รับรู้ประสบการณ์ ได้เรียนรู้ ได้พบกับอะไรหลาย ๆ อย่างที่ช่วยหล่อหลอมตนเองขึ้นมา แล้วกับเกมภาคต่อที่ทิ้งช่วงกันไปถึง 18 ปีล่ะ?


เนื้อเรื่อง

ซีรีส์ Shenmue นั้น บอกเล่าเรื่องราวของชายหนุ่มชาวญี่ปุ่นวัย 18 ปีชื่อฮะซึกิ เรียว (Hazuki Ryo) ที่บ้านของเขาเปิดเป็นโรงฝึกศิลปะการต่อสู้ วันหนึ่งเขากลับมาบ้านก็ได้พบกับกลุ่มคนลึกลับที่มาบุก พร้อมกับยอดฝีมือชาวจีนผู้หนึ่งนามว่าหลันตี้ (Lan Di) ที่ประลองกับฮะซึกิ อิวาโอะ (Hazuki Iwao) ผู้เป็นพ่อของเรียว ซึ่งผลการประลองนั้นอิวาโอะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้และจบชีวิตลง ก่อนที่หลันตี้จะช่วงชิงวัตถุปริศนาอย่างกระจกมังกร (Dragon Mirror) ไป ทำให้เรียวมุ่งมั่นที่จะฝึกฝนและออกตามล่าหลันตี้เพื่อล้างแค้นให้ผู้เป็นพ่อ แต่ว่าเมื่อเขายิ่งเสาะหาเท่าไหร่ เขาก็เริ่มรู้สึกว่าสิ่งต่าง ๆ มันใหญ่โตกว่าที่เขาคิดไว้นัก

เหตุการณ์ต่าง ๆ นานาที่เรียวพบเจอทำให้เขาได้พบกับกระจกพญาหงส์ (Phoenix Mirror) ที่ซุกซ่อนอยู่ในบ้านตนเอง และจำต้องออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ฮ่องกงตามเบาะแสที่ได้รับ นัยหนึ่งเพื่อตามล่าหลันตี้ และอีกนัยหนึ่งก็เพื่อค้นหาความจริงเกี่ยวกับพ่อของตนและเกี่ยวกับกระจกทั้งสองบาน ในระหว่างการเดินทางเรียวก็ได้พบกับมิตรสหายมากหน้าหลายตา ได้พบกับปรมาจารย์กังฟูหลายรายที่ต่างก็สอนสั่งวิชาให้เรียวคนละอย่างสองอย่าง รวมถึง Wude (หวู่เต๋อ) อันเป็นจรรยาจอมยุทธ์ทั้งสี่ประการ ก่อนที่โชคชะตาจะนำพาให้เรียวเดินทางไปยังกุ้ยหลินบนจีนแผ่นดินใหญ่และได้พบกับเชนฮัว (Shenhua หรือ Sha Hua ซาฮัว) หญิงสาวแห่งโชคชะตาของเขา

Shenmue 1 2 remastered.jpg (171 KB)
ภาค 1 และ 2 ฉบับรีมาสเตอร์ขายไปก่อนหน้านี้สักพักแล้ว


เนื้อหาในภาค 3 นั้นดำเนินต่อจากตอนจบของภาคสองทันที เมื่อเรียวเดินทางตามเชนฮัวมายังบ้านของเธอก็พบว่าพ่อบุญธรรมของเธอนั้นหายตัวไป เรื่องราวของภาค 3 จึงเริ่มด้วยการตามหาเบาะแสของพ่อบุญธรรมเชนฮัวนั่นเอง หากจะให้นิยามเนื้อหาของภาคนี้ก็คงเรียกได้ว่าดำเนินเรื่องราวด้วยสูตรคล้าย ๆ กับสองภาคก่อนหน้านั่นคือตามหาเบาะแส พบกับตัวร้ายฝีมือฉกาจ พระเอกแพ้ก่อนสู้ไม่ได้ ไปพบปรมาจารย์เพื่อฝึกฝีมือเพิ่มเติม ก่อนจะไปเอาชนะตัวร้ายในภายหลัง แทบจะเป็นสูตรการดำเนินเรื่องของหนังกังฟูหรือหนังกำลังภายในยุครุ่งเรืองเลยก็ว่าได้ ซึ่งการดำเนินเรื่องตามขนบนี้มันก็มีส่วนที่ผมชอบและรู้สึกว่ามันน่าจะใส่อะไรได้มากกว่านี้เหมือนกันครับ

Shenmue III รีวิว 2.jpg (1.53 MB)
กดเพื่อชมภาพขนาดเต็ม
18 ปีผ่านไป ในที่สุดเรียวก็ได้ออกจากถ้ำ
มาเห็นแสงตะวันอีกครั้ง


ส่วนที่ชอบ

เนื้อหาภาคนี้ พาให้ผู้เล่นได้รับรู้อดีตที่ผ่านมาของอิวาโอะผู้เป็นพ่อมากขึ้น รวมถึงความสัมพันธ์ที่อิวาโอะมีต่อเจ้าซุนหมิง (Zhao Sunming) ผู้เป็นพ่อของหลันตี้ นอกจากนั้นยังค่อนข้างเน้นไปที่ความสัมพันธ์และชะตาร่วมกันระหว่างเรียวและเชนฮัวอย่างชัดเจนมากขึ้นในช่วงครึ่งแรกของเกม อีกทั้งยังให้เราได้พบกับเนียวซุ่น (Niao Sun) อีกหนึ่งระดับหัวหน้าขององค์กรชือโหยวเหมิน (Chi You Men) เสียที และเนื้อหาในช่วงท้ายเกมจนจบก็ดูเริ่มจะมีพัฒนาการไปในทิศทางที่น่าสนใจกว่าเดิม ชวนให้อยากรู้ว่าสุดท้ายแล้วเรื่องราวจะขมวดจบยังไง ชาติกำเนิดของเชนฮัวคืออะไร กระจกมังกรและกระจกหงส์จะมีบทบาทสำคัญในการค้นหาสมบัติลับแห่งราชวงศ์ชิงอย่างไรบ้าง และต้นกำเนิดของมันมีที่มาอย่างไร เรียกได้ว่าเกมนี้มีการคลายปมบางอย่างเล็กน้อย แต่ทิ้งปริศนาอีกพะเรอเกวียนให้ได้ติดตามกันต่อไป

ส่วนที่ไม่ชอบ

ด้วยเนื้อหาของเกมที่มี ส่วนตัวผมยังรู้สึกว่ามันเล่าได้ค่อนข้างน้อยเกินไป มีการเปิดเผยประเด็นสำคัญบ้างแต่ก็ไม่เยอะเท่าที่หวัง เนื้อหาของเกมโดยส่วนมากให้ความรู้สึกว่าถึงตัดออกไปก็ไม่ทำให้เส้นเรื่องหลักเสียหายตรงจุดไหนไป รวมถึงพัฒนาการของหลายตัวละครก็ยังไม่ดีพอ ยังไม่มีรายละเอียดให้ผู้เล่นได้ทำความรู้จักกับตัวละครแต่ละตัวดีมากนัก ยิ่งช่วงท้ายเกมนี่เห็นได้ชัดเลยว่ารวบรัดตัดความจนดำเนินเรื่องเร็วเป็นจรวดก็ไม่ปาน อาจด้วยปัญหาเรื่องทุนสร้างและเวลาที่มีนั่นเอง ทำให้ตัวละครหลายตัวขาดพัฒนาการอย่างน่าเสียดายกลายเป็นว่าเหมือนมีเติม ๆ ไว้ให้เต็ม ซึ่งตัวละครอย่างหลินซื่อหลิน (Lin Shilin) ของภาคนี้ถือเป็นหนึ่งในตัวอย่างของปัญหานี้เลย แม้กระทั่งหนึ่งในตัวร้ายหลักจอมบงการของภาคนี้อย่างเนียวซุ่นเองก็แทบไม่มีช่วงให้ได้ทำความรู้จักตัวละครและแสดงความน่าเกรงขามเหมือนกัน

เกมมีปัญหาเรื่องความต่อเนื่องกับสองภาคก่อนหน้าในบางจุด เช่นในภาคนี้จะมีตัวร้ายตัวนึงที่กลับมาให้เผชิญหน้า แต่พอเจอกันเรียวกลับเฉย ไม่มีปฏิกิริยาโต้ตอบอะไรเท่าไหร่ ทั้งที่เคยปะทะกันมาหลายต่อหลายรอบมันเลยทำให้รู้สึกแปลก ๆ ไปนิดหน่อย หรือการดำเนินเรื่องในบางครั้งที่เราคิดว่าตัวละครได้ข้อมูลมากพอที่จะไปไหนต่อไหนต่อได้ แต่กลับยังต้องมานั่งคุยกันใหม่อีกครั้งเหมือนยังไม่ได้รับรู้ข้อมูลดังกล่าวมาเลยก่อนหน้านี้ มันก็ทำให้แอบขมวดคิ้วได้ (อาจเพื่อทวนให้ผู้เล่นรับรู้อีกครั้ง แต่มันก็น่าจะมีวิธีที่ดีกว่านี้นะ)


เกมเพลย์

Shenmue 3 นี้ยังคงเกมเพลย์หลัก ๆ เป็นแอ็คชันแอดเวนเจอร์ในโลกโอเพนเวิลด์ที่ให้ผู้เล่นได้ชื่นชมกับทัศนียภาพและออกสำรวจ พูดคุยกับผู้คนเพื่อแก้ปริศนา และมีบู๊กับศัตรูด้วยวิชาหมัดมวย เจือปนด้วยมินิเกมและแง่มุมต่าง ๆ ของชีวิตที่คุณต้องไปหางานสุจริตทำเพื่อรับเงิน จะผ่าฟืน จะตกปลา จะเก็บสมุนไพรไปขาย จะขับรถฟอร์คลิฟต์ขนของที่ท่าเรือ หรือใครอยากหาทางลัดก็ไปเล่นการพนันเอา (และเมื่อมันเป็นเกมคุณจึงสามารถเซฟแล้วโหลดได้เรื่อย ๆ)

Shenmue III รีวิว 1.jpg (1.23 MB)
กดเพื่อชมภาพขนาดเต็ม
ไปรับจ้างผ่าฟืนเพื่อหาเงิน
กว่าจะได้แต่ละหยวนช่างลำบากนัก...


องค์ประกอบหนึ่งที่ต้องพูดถึงคือภาคนี้มีความเป็น RPG มากขึ้นกว่าสองภาคแรกพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นการฝึกวิชาเช่นยืนท่าม้า‚ ต่อยหุ่นไม้ หรือฝึกเดินท่าร่างเพื่อเพิ่มความทนทาน (HP) ไปจนถึงการฝึกประลองเพื่อเพิ่มค่าความถนัดของท่าร่างแต่ละท่าเพื่อเพิ่มพลังโจมตี (Attack) ที่หากคุณรีบเล่นรีบผ่านเนื้อเรื่องล่ะก็ เมื่อถึงเวลาต้องไปเจอกับศัตรูตามเนื้อเรื่องโดยไม่ฝึกฝนก็ได้มีหืดจับเป็นแน่แท้ ระบบของเกมจึงค่อนข้างบังคับให้ผู้เล่นจำต้องเจียดเวลาในแต่ละวันของเกมแบ่งมาฝึกฝนหรือแบ่งไปทำกิจกรรมอื่น ๆ ด้วยไม่ใช่วิ่งหน้าตั้งเคลียร์เนื้อเรื่องอย่างเดียว

Shenmue III รีวิว 9.jpg (1.87 MB)
กดเพื่อชมภาพขนาดเต็ม
ถ้าไม่ฝึกฝนแต่เนิ่น ๆ ต่อไปจะลำบาก


องค์ประกอบแบบเกม RPG อีกอย่างหนึ่งที่ชัดเจนของภาคนี้คือระบบไอเท็มเติมพลังนั่นเอง ในระหว่างวันนั้นพลังของเรียวจะค่อย ๆ ลดลงเรื่อย ๆ ถ้าลดลงมากจนถึงขีดแดงเรียวก็จะไม่สามารถวิ่งได้ไหว ทำให้คุณต้องจ่ายเงินเพื่อซื้อหาของกินต่าง ๆ คอยเติมพลังให้เรียวเป็นระยะ ๆ นอกจากนั้นคุณยังสามารถหาซื้อไอเท็มจิปาถะได้ บ้างก็ซื้อมาแล้วไม่มีประโยชน์อะไร บ้างก็เป็นเสื้อผ้าไว้เปลี่ยน และไอเทมบางอย่าง (เช่นพวกของเล่นกาชาในเกม) ถ้าคุณรวบรวมได้ครบชุด คุณก็สามารถนำไปแลกเป็น Skill Book เพื่อได้ท่าใหม่ ๆ มาใช้งานได้ที่ Pawn Shop (และก็แน่นอนเพื่อเพิ่มค่าพลังโจมตีโดยรวมด้วย) หรือจะไปขายเปลี่ยนเป็นเงินก็สุดแท้แต่

Shenmue III รีวิว 4.jpg (1.57 MB)
กดเพื่อชมภาพขนาดเต็ม
ของเติมพลังซื้อตุน ๆ ไว้เถอะไม่เสียหายหรอก


ระบบเวลาของภาคนี้ก็ยังคงคล้ายภาคเก่า นั่นคือคุณจะมีเวลาในแต่ละวันที่แน่นอน ทุกวันคุณจะต้องตื่นเวลา 7 โมงเช้าหรือ 8 โมงเช้า จากนั้นคุณจะไปทำกิจกรรมอะไรก็ได้ในแต่ละวัน จะเล่นมินิเกมทำนู่นนี่เรื่อยเปื่อย จะฝึกวิชา จะไปทำเนื้อเรื่องต่อ แต่สุดท้ายเมื่อถึงเวลา 3 ทุ่มปุ๊บ เกมจะพาคุณกลับมายังที่พักโดยอัตโนมัติทันที และช่วงเวลา 3 ทุ่มถึง 5 ทุ่มคุณจะคุยกับเชนฮัวหรือโทรศัพท์คุยกับเพื่อนเก่าในภาค 1 และภาค 2 เพื่อไต่ถามสารทุกข์สุกดิบก็สุดแท้แต่ และเมื่อนาฬิกาบอกเวลา 5 ทุ่มตรงเผง เกมก็จะบังคับให้คุณต้องนอนหลับพักผ่อนทันที

Shenmue III รีวิว 6.jpg (966 KB)
กดเพื่อชมภาพขนาดเต็ม
จะตกปลาตั้งแต่เช้ายันเย็นก็ไม่มีใครว่านะ


โดยรวมแล้วเกมภาคนี้ก็ยังคงความเป็น Shenmue ไว้ได้ครบถ้วน และมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงบางอย่างต่างจากเดิมบ้าง แต่มันก็ยังเป็น Shenmue วันยังค่ำ ซึ่งไอ้ความเป็น Shenmue ในยุคนี้สมัยนี้นี่แหละที่มันก็ทำให้ผมชอบและไม่ชอบไปในคราวเดียวกันเช่นกัน

Shenmue III รีวิว 3.jpg (1.05 MB)
กดเพื่อชมภาพขนาดเต็ม
สำรวจดี ๆ บางทีก็มี Easter Egg แบบนี้


ส่วนที่ชอบ

เกมเพลย์ในแบบ Shenmue นั้น หลายคนที่ได้เล่นสองภาคก่อนหน้าคงรู้กันดีว่าเกมเพลย์จะดำเนินไปแบบค่อนข้างเนิบช้า slow burn ทุกสิ่งทุกอย่างไม่ใช่ว่ากระพริบตาปุ๊บได้ปั๊บ คุณต้องฝึกฝน คุณต้องทำงาน คุณต้องตั้งหน้าตั้งตาทำสิ่งนั้น ๆ แบบมุ่งมั่นจริงจังแท้ ๆ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ ถ้าเรียวอยากจะเก่ง อยากเตะศัตรูสองทีร่วง คุณต้องแวะเวียนไปโรงฝึก ยืนม้ามันทั้งวัน ต่อยหุ่นไม้เช้าจรดเย็น ประลองวิชากับคู่ฝึกซ้อมครั้งแล้วครั้งเล่า ถ้าอยากได้เงินคุณก็ไปทำงาน แม้แต่การใช้ทางลัดแบบเล่นพนันผู้เล่นเองก็ยังต้องเซฟแล้วโหลดซ้ำแล้วซ้ำเล่าเหมือนกัน


การพนันคือความเสี่ยง
อย่าลืมเซฟก่อนเล่นกันนะครับ


หรือจะอยากได้ตุ๊กตุ่นกาชาตัวแรร์คุณก็อาจต้องหยอดตู้หมดเงินเป็นพันหยวนกว่าจะออกมาให้เชยชม ตลอดทั้งเกมนี้เหมือนถูกสร้างขึ้นมาด้วยปรัชญาของวิชาหมัดมวยครับ นั่นเพราะ “วิชานั้นหาใช่จะสำเร็จกันได้ชั่วข้ามคืน” (แต่ก็นั่นแหละ ให้เวลาสักสามวันพระเอกมันก็ฝึกสำเร็จเพราะมันเป็นพระเอก...แต่เอาน่ะ นิยายกำลังภายในหลายเรื่องก็แบบนี้)

Shenmue III รีวิว 8.jpg (972 KB)
กดเพื่อชมภาพขนาดเต็ม
ไขแล้วไขอีก ไขจนกว่าจะได้แรร์


ส่วนที่ไม่ชอบ

อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่าเกมเพลย์ของ Shenmue นั้นเน้นที่การทำอะไรซ้ำ ๆ จนได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ แต่ขณะเดียวกันเกมเพลย์ของภาคนี้ก็ออกแบบมาด้วย Loop เช่นว่านั้นมากจนเกินไปในบางทีครับ ด้วยความที่เกมภาคนี้มีเนื้อเรื่องหลัก ๆ อยู่ 2 องก์ด้วยกัน นั่นคือหมู่บ้านไป๋ลู่ (Bailu) และเมืองท่าริมแม่น้ำหลี่เจียงอย่างเนียวหวู่ (Niaowu) ซึ่งทั้งสองเมืองนี้มีภาพลักษณ์ที่ต่างกันชัดเจน แต่การดำเนินเรื่องในทั้ง 2 องก์กลับมีส่วนที่คล้ายและใกล้เคียงกันมากจนเกินไปครับ นั่นคือ

1. พระเอกสู้ตัวร้ายแล้วแพ้
2. จำเป็นต้องไปฝึกฝนวิชาเพิ่มเติม
3. ก่อนจะฝึกได้ต้องใช้เงินจำนวนหนึ่ง (2000 หยวนในไป๋ลู่และ 5000 หยวนในเนียวหวู่)
4. ผู้เล่นเลยจำเป็นต้องใช้เวลาส่วนใหญ่หลังจากนั้นไปกับการทำงานต่าง ๆ หรือทำกิจกรรมอื่น ๆ เพื่อหาเงินมาดำเนินเรื่องต่อ
5. ฝึกฝนเสร็จก็ไปสู้กับตัวร้ายอีกครั้งแล้วชนะ

โดยส่วนตัวผมเองก็ไม่ได้ว่าอะไรกับการทำอะไรซ้ำไปซ้ำมาของเกมนี้ แต่ว่า Loop เกมเพลย์อย่างที่กล่าวมาข้างต้นก็แอบชวนให้คิดว่ามันมักง่าย (หรือจะเรียกว่าเพลย์เซฟดี?) ไปนิดนึงเหมือนกัน


จ่ายเงินไปตั้ง 5000 หยวนเชียวนะเฟ้ยท่านี้อะ


อ้อ ระบบต่อสู้ภาคนี้ก็เปลี่ยนไปจากสองภาคแรกแบบค่อนข้างจะสิ้นเชิง เพราะเดิมทีที่ระบบต่อสู้ของเกมอ้างอิงจากเอ็นจิ้นของ Virtua Fighter ที่ผู้เล่นจะต้องกดปุ่มทิศทางร่วมกับปุ่มโจมตีเพื่อออกท่า แต่ภาคนี้กลายมาเป็นการผสมปุ่มกดเรียงซีเควนส์ให้ถูกต้องเพื่อออกท่าที่ต้องการแทน (ปุ่มสี่เหลี่ยม‚ สามเหลี่ยม‚ กากบาทและวงกลม) แล้วปัญหาคือยิ่งท่ามีประสิทธิภาพและรุนแรงเท่าไหร่ ซีเควนส์การเรียงปุ่มก็ยิ่งยาวครับ สูงสุดคือคุณต้องกดเรียงปุ่มสี่ครั้งเพื่อออกท่าหนึ่งท่า และท่าก็มีเยอะแยะบานตะไทจำกันไม่หวาดไม่ไหว ก็ยังดีว่าเกมมีระบบ hot key ให้เราเลือกเซ็ตท่าที่ต้องการได้ 5 ท่าแล้วกด R2 ปุ่มเดียว แต่สิ่งที่หายไปเลยก็คือบรรดาท่าทุ่มต่าง ๆ ที่เคยมี จึงทำให้รู้สึกความลึกซึ้งของระบบสู้มันด้อยลงไปพอสมควรครับ แม้ว่าพอชินแล้วระบบสู้ของภาค 3 จะสนุกดีก็ตามทีเถอะนะแต่ถ้าปรับปรุงเพิ่มขึ้นอีกนิดให้หลากหลายและครบเครื่องกว่านี้จะดีมาก


ระบบสู้ภาคนี้พอชินแล้วก็สนุกอยู่
ติแค่ว่าท่าทุ่มหายเรียบ


ในส่วนของระบบเอกลักษณ์อีกอย่างของภาคนี้คือ QTE (Quick Time Event) ที่ต้องกดปุ่มให้ทันจังหวะนั้น ส่วนตัวรู้สึกว่ามันเร็วกว่าสองภาคก่อนหน้ามากครับ และความหลากหลายก็น้อย ถ้ากดพลาดคือเกมจะให้เราลองใหม่ทันที ต่างกับภาคก่อน ๆ ที่แม้ว่าจะมีพลาดบ้างแต่เรายังเล่นต่อได้โดยที่ฉากมันจะมีความแตกต่างกันไป ไม่ใช่ว่าพอพลาดปุ๊บเล่นใหม่ปั๊บแบบนี้


กราฟิกและการนำเสนอ

ภาคนี้ถ้าเทียบกับสองภาคก่อนก็ต้องถือว่าพัฒนามาไกลมากด้วยระยะเวลาที่ห่างกัน 18 ปี หรือถ้าจะเทียบกับมาตรฐานเกมปัจจุบันก็ถือว่าไม่น่าเกลียดครับ แม้ว่าโมเดลตัวละครหรือวัตถุต่าง ๆ จะไม่ได้เนี้ยบคมกริบหรือละเอียดแบบเห็นใยผ้า และสีหน้าตัวละครก็ไม่ได้ระดับท็อปเหมือนเกมอื่น ๆ แต่ทุกอย่างของเกมนี้มันดีด้วยองค์ประกอบศิลป์จริง ๆ ยิ่งถ้าคุณเดินไปมาในหมู่บ้านไป๋ลู่คุณจะรู้สึกได้ว่าชนบทของจีนมันก็คงจะแบบนี้จริง ๆ นั่นล่ะ ที่มองไปทางไหนก็เป็นทุ่งหญ้าและภูเขาแม่น้ำลำธารมีบ้านคนเป็นหย่อม ๆ ใกล้กัน พอเข้าหัวค่ำผู้คนก็เริ่มเข้าบ้านนอนกันไฟทางก็น้อย แสงสว่างก็แทบไม่มี เรียกได้ว่ามืดแบบมืดสนิทจริง ๆ

แต่พอคุณดำเนินเรื่องราวจนมาถึงเมืองท่าเนียวหวู่นั้น คุณก็จะได้เห็นภาพลักษณ์ของเมืองสมัยใหม่ที่อาคารบ้านเรือนหนาแน่นเต็มไปด้วยร้านค้ามากมายสมเป็นแหล่งท่องเที่ยว ผู้คนมากมาย แม้กลางค่ำกลางคืนก็ยังคงมีแสงไฟที่เห็นทุกอย่างได้ชัดเจน ตัดกับความสงบเงียบของไป๋ลู่ก่อนหน้านี้ ยิ่งพวกองค์ประกอบของอาคารสถานที่ต่าง ๆ นั้นมันคือภาพที่เราล้วนเคยเห็นกันชินตาในชุมชนชาวจีน ไม่ว่าจะรูปปั้นกวนอู กระบอกเซียมซี ระฆัง ร้านสังฆภัณฑ์ ร้านติ่มซำ ฯลฯ ถ้าคุณคุ้นเคยกับสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ เมื่อคุณเห็นปุ๊บคุณจะรู้ได้ทันทีว่ามันใช่ครับ (เว้นก็แต่ชุดของหลินซื่อหลินที่เป็นคนดูแลศาลเจ้าหลิวเจียว...ชุดของเธอมันมิโกะญี่ปุ่นนี่หว่า?)

Shenmue III รีวิว 5.jpg (1.41 MB)
กดเพื่อชมภาพขนาดเต็ม
องค์ประกอบต่าง ๆ ในเกมนั้นชวนคุ้นเคยมาก


ถึงอย่างนั้น เกมก็มีปัญหาเรื่อง optimization มากพอดู ตลอดทั้งเกมผมพบกับปัญหาเฟรมร่วงในหลายครั้ง (ยังดีที่ฉากสู้ไม่มีปัญหาเหล่านี้) ไหนจะปัญหาเรื่องเกมโหลด object ไม่ทัน ซึ่งปัญหาเหล่านี้จะชัดเจนมากเมื่อคุณเล่นไปถึงเนียวหวู่แล้ว พอคุณวิ่งไปยังพื้นที่ที่มี NPC เยอะ ๆ มีร้านค้าแยะ ๆ ในบางทีคุณจะรู้สึกเหมือนเป็นเมืองร้างครับ เพราะไม่ว่าจะคนเดินไปมาหรือคนขายของนั้น หายไปหมดเลย ต้องรอสักพักถึงจะวาร์ปโผล่มาให้เห็น ก็เป็นอะไรที่ชวนให้แอบเสียอารมณ์เหมือนกัน

Shenmue III รีวิว 7.jpg (1.27 MB)
กดเพื่อชมภาพขนาดเต็ม
เนียวหวู่ เมืองที่ผู้คนต่างสำเร็จวิชา
เร้นร่างอำพรางกาย


เพลงและเสียงประกอบเกม

เพลงประกอบของเกมนี้ยังคงดีงามเช่นเคยครับ บทเพลงฟังง่ายสบายหูแต่อลังการแถมยังมีเอกลักษณ์ที่ฟังปุ๊บรู้ปั๊บว่านี่คือ Shenmue (ก็ธีมประจำซีรีส์น่ะนะ) แต่เพลงประกอบอื่น ๆ ก็ไพเราะไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะในไป๋ลู่หรือในเนียวหวู่ก็ตามทีคุณจะได้ฟังเพลงประกอบที่ฟังแล้วรู้สึกได้ว่ามันจีนมากแบบจี๊นจีนครับ ปัญหาที่มีก็คงเป็นการตัดเพลงในช่วงเปลี่ยนพื้นที่ที่ทำให้บางครั้งกลายเป็นว่าเกมเงียบไปเลยเฉย ๆ

อ้อ ในส่วนของบทสนทนานั้น อาจด้วยเพราะว่าเกมไม่ได้ถูกบันทึกเป็นการคุยโต้ตอบระหว่างนักพากย์ด้วยกันใน session เดียว แต่อาศัยการอ่านบทเป็นประโยคเพื่อบันทึกไว้แล้วค่อยนำมาประกอบกันเป็นบทสนทนา จึงทำให้หลายช่วงของการคุยระหว่างตัวละครนั้นรู้สึกว่าจังหวะมันสะดุด ๆ เอาการเหมือนกันครับ


สรุป

Shenmue 3 คือเกมที่คงความเป็น Shenmue ไว้ครบถ้วนทั้งในส่วนที่ดีและในส่วนที่อาจไม่เหมาะกับยุคปัจจุบัน มันคือเกมที่วางจำหน่ายมาเสมือนกับว่าเป็นเกมที่ควรจะได้รับการวางจำหน่ายตั้งแต่ 18 ปีก่อนหน้านี้แล้ว มันคือเกมที่ถ้าคุณรับกับตัวตนของมันได้คุณก็จะสนุกไปกับมันได้แน่ แต่ถ้าไม่คุณก็คงจะยี้มันไปเลยเช่นกัน มีหลายจุดหลายส่วนของเกมนี้ที่ส่วนตัวผมหวังว่ามันดีกว่านี้ได้ แต่เมื่อพิจารณาจากทุนสร้างและสเกลของเกมในระดับเกมจาก Kickstarter แล้วผมก็รู้สึกว่าทีมงานทำออกมาได้สุดกำลังแล้วล่ะ

จากนี้ผมก็ได้แต่หวังว่าจะไม่ต้องรอ Shenmue 4 ไปอีก 18 ปีล่ะนะ


คะแนน

8 ⁄ 10

ภาพแบ็กเกอร์ แก้ไข.jpg (381 KB)

Post by [G-jang]
TOP