Wiki review


Dragon Ball Z: Kakarot

หวนกลับสู่ตำนานแห่งลูกแก้วสารพัดนึกทั้ง 7


*ขอขอบคุณโค้ดรีวิวจาก Bandai Namco Entertainment Asia มา ณ โอกาสนี้ครับ

**เกมนี้ได้รับการแปลคำบรรยายเกมเป็นภาษาไทยทั้งเกม


เมื่อพูดถึงดราก้อนบอล เชื่อว่าเกมเมอร์หลายคนโดยเฉพาะคนที่อายุอานามหลัก 3 นำหน้าก็น่าจะจำได้กันแทบทุกคน ต่อให้ไม่เคยติดตามดูอนิเมหรือติดตามอ่านมังงะจริงจัง แต่สื่อต่าง ๆ ทั้งหลายทั้งปวงของซีรีส์นี้ก็ต้องเคยผ่านหูผ่านตากันมาไม่มากก็น้อย เพราะดราก้อนบอลนั้นเคยฮิตระเบิดไปทั่วโลก ในช่วงรุ่งเรืองสุดขีดนั้นเด็กผู้ชายหลายคนต่างก็เคยทำท่าเบ่งพลังหวังว่าผมตัวเองจะกลายเป็นสีทองกันมาแล้วทั้งนั้น (ยังไม่รวมการทำอะไรอีกหลาย ๆ อย่างตามแบบพระเอกของเรื่อง) ซึ่งความดังของมันก็ก่อให้เกิดวิดีโอเกมตามออกมาหลากหลายภาค โดยที่ Dragon Ball Z: Kakarot นี้ก็ถือเป็นเกมล่าสุดในชื่อดราก้อนบอลนั่นเอง

แล้วเกมนี้มันจะแตกต่างกับเกมก่อน ๆ อย่างไรบ้างล่ะ?


เนื้อเรื่อง

คาดว่าอันที่จริงอาจไม่ต้องพูดถึงส่วนนี้มาก เพราะคิดว่าแฟน ๆ ก็น่าจะพอทราบกันดีอยู่แล้ว แต่กล่าวโดยย่นย่อก็คือดราก้อนบอลเป็นเรื่องราวที่ดำเนินในโลกแฟนตาซี มีตัวเอกคือซุนโกคูเด็กหนุ่มผู้มีหางแบบลิง เขาได้พบเจอกับสาวน้อยชื่อบลูม่าและมีเหตุให้ทั้งสองออกเดินทางด้วยกันเพื่อไปตามหาดราก้อนบอล ซึ่งเป็นลูกแก้ววิเศษที่เมื่อรวบรวมครบ 7 ลูกก็จะเรียกเทพมังกรออกมาได้เพื่ออธิษฐานสิ่งใดได้ดังปรารถนา ในทีแรกนั้นเนื้อหาเปรียบเสมือนกับเป็นไซอิ๋วฉบับดัดแปลงเสริมแต่งจินตนาการของผู้วาดอย่าง อ.โทริยามะ อากิระ ลงไป ก่อนที่เรื่องราวจะเลยเถิดไปเป็นการต่อสู้ที่สะท้านโลก สะเทือนระบบสุริยะ สั่นคลอนกาแล็กซี่ และยาวไปจนทำให้จักรวาลถึงคราวดับสูญได้เลย (และถึงตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าความขี้โม้ของเรื่องจะไปสิ้นสุดที่ตรงไหน)

Dragon Ball Z Kakarot Review 4.jpg (255 KB)
ภาพขนาดเต็ม


เอาเป็นว่า เนื้อหาในเกม Dragon Ball Z: Kakarot นี้ เริ่มต้นที่เรื่องราวของซุนโกคูในวัยหนุ่มที่เป็นพ่อคนมาหมาด ๆ จนต้องสู้กับราดิซที่เป็นพี่ชายแท้ ๆ ผู้ถือกำเนิดมาจากดาวไซย่า และดำเนินเรื่องยาวไปยันถึงจบการต่อสู้กับจอมมารบู โดยในส่วนเนื้อหาหลัก ๆ นั้นก็ถือว่าถ่ายทอดใจความและเนื้อหาหลักออกมาได้ “ค่อนข้าง” จะครบถ้วนพอควร บรรดาฉากที่หลาย ๆ คนจดจำก็ใส่ลงมาเยอะพอสมควร

Dragon Ball Z Kakarot Review 1.jpg (224 KB)
ภาพขนาดเต็ม

Dragon Ball Z Kakarot Review 2.jpg (268 KB)
ภาพขนาดเต็ม
หลายฉากที่คุณจดจำได้
จะถูกใส่ลงมาในเกมเพลย์เหมือนกัน


แต่ก็มีจุดที่ขัดใจเพราะบางฉากก็โดนตัดทอนหายไปดื้อ ๆ โดยไม่ทราบว่าเพราะอะไรเหมือนกัน เช่นฉากเบจิต้าส่องพลังโกคูด้วยสเกาเตอร์ ฉากทรังคซ์พยายามสู้กับเซลล์ร่างสมบูรณ์ หรือแม้แต่ตอนที่เบจิโต้แกล้งยอมโดนดูดกลืนเข้าร่างจอมมารบูก็ไม่มีการอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นภายในร่างกายของบูเลย เรียกได้ว่าในหลายจุด ถ้าคนที่เล่นเกมนี้ไม่เคยรับรู้อะไรเกี่ยวกับดราก้อนบอลในฉบับมังงะและอนิเมมาก่อน ก็อาจมีเกาหัวแกรก ๆ ได้เหมือนกันว่าช่วงที่หายไปโดนตัดทอนไปมันเกิดอะไรขึ้น

แต่ในสิ่งที่หายไป ก็มีสิ่งที่ถูกเพิ่มเข้ามาแทนที่ นั่นคือบรรดาเนื้อเรื่องย่อย (ไซด์เควสต์) ต่าง ๆ นานาของเกมที่แต่ละเควสต์คือการอธิบายเนื้อหาที่เกิดขึ้นกับบรรดาตัวละครรอง ๆ ที่บทบาทจางหายไปดื้อ ๆ ในต้นฉบับให้แฟน ๆ ได้ทราบว่า ณ ตอนนั้นพวกเขาทำอะไรอยู่และใช้ชีวิตยังไงนั่นเอง สำหรับแฟน ๆ ที่ชื่นชอบดราก้อนบอลนั้นในส่วนนี้ถือเป็นส่วนเติมเต็มที่ดีมาก ๆ เพราะเควสต์พวกนี้มีรสชาติในแบบฉบับของดราก้อนบอลแท้ ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมุกตลกต่าง ๆ ที่ทำให้นั่งขำจริงจังอยู่หน้าจอได้แทบทุกเควสต์เลย

Dragon Ball Z Kakarot Review 12.jpg (324 KB)
ภาพขนาดเต็ม
หลังจบเกมแล้วจะยังมีไซด์เควสต์โผล่อีกเพียบ

ในส่วนของการแปลไทยในเกมนี้ บอกได้เลยว่าอยู่ในระดับที่ดีมาก ๆ ครับ แปลได้ไหลลื่น ไม่มีจุดไหนที่อ่านแล้วรู้สึกว่าติดขัด ทีมแปลเลือกที่จะใช้คำพูดหรือบทสนทนาให้ใกล้เคียงกับมังงะต้นฉบับและอนิเมมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทุกอย่างจึงออกมาชวนให้ระลึกความหลังได้เป็นฉาก ๆ เลยล่ะ


เกมเพลย์

ด้วยความที่ภาคนี้ระบุแนวเกมเป็นแอ็คชัน–อาร์พีจี จึงทำให้นอกจากการต่อสู้ซึ่งเป็นแกนหลักของดราก้อนบอลแล้ว เกมยังมีการใส่ระบบต่าง ๆ เข้ามาในแบบที่ไม่ได้รู้สึกแปลกแยกและแตกต่างไปจากโลกและเซ็ตติ้งในเกมเท่าไหร่นัก

รูปแบบการต่อสู้ของเกมนั้น ใช้เวลาทำความเข้าใจไม่ยากนัก และรวม ๆ แล้วก็ไม่ได้แตกต่างจากเกมดราก้อนบอลอื่น ๆ ก่อนหน้านี้เท่าไหร่ คุณจะมีปุ่มโจมตีกายภาพ มีปุ่มยิงพลัง KI มีปุ่มแดชหลบ มีปุ่มชาร์จพลัง มีปุ่มป้องกัน และการใช้ท่าไม้ตายก็เพียงแต่เซ็ต hot key เอาไว้กับ face button ทั้ง 4 ปุ่มและหากต้องการใช้งานก็เพียงแค่กด L1 ค้างแล้วกดปุ่มที่ติดตั้งท่าเอาไว้ก็เป็นอันเสร็จสิ้น หากให้กล่าวรวม ๆ แล้ว ระบบของเกมอาจจะเรียบง่ายเกินไปในฐานะของเกมแอ็คชัน–อาร์พีจี แต่ถ้าเล่นจนคล่อง หลบหลีกแม่น ๆ รู้จังหวะการถอยและการบุกล่ะก็ การต่อสู้ในแต่ละรอบจะเป็นไปอย่างรวดเร็วโฉบเฉี่ยวรุนแรงและทรงพลังเสมือนตอนคุณดูอนิเมเลยก็ว่าได้


ในบางจังหวะเราจะสามารถจู่โจม
แล้วก่อให้เกิดมินิคัตซีนพิเศษได้


แม้ระบบเกมจะเรียบง่าย
แต่ถ้าเล่นคล่อง ๆ แล้วทุกอย่างจะรวดเร็วและทรงพลัง


ถ้าคุณแปลงร่างแล้วอยู่ในสภาวะฮีตอัปจากนั้นปิดฉากด้วยท่าใหญ่
ก็จะกลายเป็น Super Finish ที่อลังการในแบบดราก้อนบอล


แม้แต่ระบบการยิงพลังต้านกันที่แทบจะเป็นลายเซ็นของดราก้อนบอลก็ยังมี และหากคุณต้องการเรียนรู้ท่าใหม่ ๆ ล่ะก็ คุณต้องไปปลดล็อกในหน้าจอสกิลโดยใช้อัญมณี Z ตามจำนวนที่กำหนด แต่ว่าการจะปลดบางท่าได้นั้น บ้างก็จำเป็นต้องเลเวลถึงที่กำหนดก่อน และบ้างก็ต้องปลดด้วยการสู้กับศัตรู ณ จุดฝึกฝนให้ชนะเสียก่อน

Dragon Ball Z Kakarot Review 15.jpg (370 KB)
ภาพขนาดเต็ม
ดาเมจทำลายล้างดวงดาว
และเมื่อเจอศัตรูบนโลกก็กดใช้ท่า...เอ๊ะ เดี๋ยวสิ...


ฉากในเกมนี้จะถูกแบ่งออกเป็นโซน โดยที่ผู้เล่นจะสามารถเดินทางไปไหนมาไหนในแต่ละโซนได้อิสระ คุณจะวิ่งไป บินไป หรือใช้พาหนะที่มี เช่นเมฆสีทองเอย รถแอร์คาร์เอย หรือจะหุ่นยนต์เดินสองขาก็สุดแท้แต่ จะเรียกเป็นกึ่งโอเพนเวิลด์ก็คงไม่ผิดนัก ตามแต่ละโซนจะมีศัตรูปกติให้คุณได้สู้เพื่อเก็บ EXP ตามสไตล์เกมอาร์พีจีอื่น ๆ และนอกจากนั้นแล้ว แต่ละโซนก็จะมีกิจกรรมหลายประการให้เลือกทำ ไม่ว่าจะเป็นการขับรถแข่งทำเวลา การเล่นเบสบอล การตกปลา การล่าสัตว์ หรือแม้แต่การตระเวนหาไซด์เควสต์

Dragon Ball Z Kakarot Review 5.jpg (236 KB)
ภาพขนาดเต็ม
โกคูไปสอบใบขับขี่
โดยเหยียบที่ 250 กม.ต่อชั่วโมง...ก็ปกตินะ!

Dragon Ball Z Kakarot Review 10.jpg (324 KB)
ภาพขนาดเต็ม
การตกปลาของตัวละครเกมนี้
คือกระตุกปลาขึ้นมาแล้วเตะมันให้ตาย...

Dragon Ball Z Kakarot Review 11.jpg (469 KB)
ภาพขนาดเต็ม
สิ่งที่น่าสงสัยกว่าความเร็วระดับทะลุชั้นบรรยากาศก็คือ...
ลูกเบสบอลมันทำจากวัสดุอะไร...

ซึ่งรางวัลจากกิจกรรมเหล่านั้นก็มักจำเป็นไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เช่น อาจจะเป็นของในการอัปเกรดรถ หรือเป็นวัตถุดิบสำหรับทำอาหารเป็นต้น

Dragon Ball Z Kakarot Review 6.jpg (342 KB)
ภาพขนาดเต็ม

รวมถึงยังมีร้านค้าที่สามารถหาซื้อไอเทมเติมพลังและวัตถุดิบทำอาหารได้อีก (การกินอาหารในเกมนี้ก็สำคัญนะ เพราะนอกจากจะทำให้ได้ buff ชั่วคราวแล้วยังมีผลเพิ่มค่าพลังโดยถาวรตามชนิดของอาหารที่กินเช่นกัน)

Dragon Ball Z Kakarot Review 9.jpg (302 KB)
ภาพขนาดเต็ม
อัลตร้าผัดไทย ไอเทมอาหารสำหรับเกมเวอร์ชันเอเชีย


โดยระบบและกิจกรรมบางอย่างจะเปิดให้เล่นได้เมื่อดำเนินเนื้อเรื่องไปถึงช่วงที่กำหนด แม้แต่การรวบรวมดราก้อนบอลเพื่อขอพรก็ทำได้นะ แต่คำอธิษฐานหลัก ๆ ก็มีสามอย่างคือขอเงิน ขอไอเทมหายาก ขออัญมณี Z (ที่จำเป็นสำหรับการอัปท่า อัปสกิลในเกม) แต่บางครั้งจะใช้ดราก้อนบอลชุบชีวิตตัวร้ายที่เคยสู้ไปแล้วมาสู้ใหม่ก็ได้เพราะถ้าชนะก็จะได้ EXP หรือแม้แต่โซลเอมเบลมมาเป็นการตอบแทน

Dragon Ball Z Kakarot Review 13.jpg (406 KB)
ภาพขนาดเต็ม
ต้องการเน้นด้านไหนเป็นพิเศษ
ก็ลองจับคู่ตัวละครที่เก่งด้านนั้นและมีความสัมพันธ์กันดู


เมื่อกล่าวถึงโซลเอมเบลมแล้ว สิ่งนี้คืออีกระบบหนึ่งที่จะช่วยให้การเล่นเกมของคุณง่ายขึ้น เพราะโซลเอมเบลมแต่ละชิ้นจะมีค่าพลังเฉพาะตัวให้คุณเลือกใส่และตัดสินใจว่าคน ๆ นั้นเหมาะสมจะไปอยู่ที่หัวข้อใดเพราะผลลัพธ์แบบ passive ที่ได้ก็จะต่างกัน เช่น หากเน้นหัวข้อนักรบ Z ก็จะทำให้ได้โบนัสพลังโจมตีมากขึ้น แต่พอเป็นหัวข้ออาหารก็จะทำให้ได้ผลลัพธ์จากการกินอาหารที่มากขึ้นและยาวนานขึ้น เป็นต้น นอกจากนั้นเกมยังมีกิมมิคเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่หากคุณจัดวางโซลเอมเบลมของตัวละครที่มีความสัมพันธ์กันบางประการตามเนื้อเรื่องแล้ว ก็จะส่งผลให้ได้โบนัสของหัวข้อนั้น ๆ เพิ่มขึ้นรวมถึงบทสนทนาเล็ก ๆ น้อยระหว่างตัวละครด้วย

แน่นอนล่ะ ว่าด้วยความที่เกมมีองค์ประกอบของอาร์พีจี ผู้เล่นจึงสามารถเลือกจัดทีมได้โดยคุณจะเพิ่มตัวละครได้อีกสองคนมาเป็นตัวละครสนับสนุน แต่ว่าด้วยความที่เนื้อหาหลักของดราก้อนบอลจะเน้นการสู้เดี่ยว ๆ กับตัวร้ายเป็นหลัก ฟังก์ชันการจัดทีมจึงจะมีให้ใช้ได้เฉพาะในบางช่วง นั่นคือช่วงคั่นเวลาหลังจากจบศึกใหญ่ไปเท่านั้น แต่หลังจากที่เข้าสู่ช่วง endgame (หลังปราบจอมมารบู) แล้วคุณก็จะเล่นอะไรต่ออะไรได้อย่างอิสระมากขึ้น (พร้อม ๆ กับขบวนไซด์เควสต์ที่โผล่มาให้เล่นอีกราว ๆ 20 เควสต์และบอสลับให้ไปสู้) จุดนี้อาจทำให้คนที่อยากได้อารมณ์แบบเกมอาร์พีจีเข้ม ๆ รู้สึกว่ามันไปไม่สุดเหมือนกัน เพราะเนื้อเรื่องหลักของเกมจะสู้กันตัวต่อตัวจนแทบจะเป็นเกมไฟติ้งกลาย ๆ ไปเลย

Dragon Ball Z Kakarot Review 7.jpg (715 KB)
ภาพขนาดเต็ม
ในช่วงคั่นเวลาคุณจะจัดทีมได้อิสระ
จะพากันไปนั่งรถเล่นแบบ...เอ่อ ประหลาด ๆ แบบนี้ก็ได้นะ


เกมเพลย์โดยรวมอาจเรียกได้ว่ามีความหลากหลายระดับหนึ่ง แต่ถ้าคุณเป็นคนที่ไม่ได้อินอะไรกับโลกและเรื่องราวของดราก้อนบอลนักอาจทำให้รู้สึกว่ามันซ้ำซากในแต่ละช่วงของเกมได้เหมือนกัน เพราะหลัก ๆ คุณก็แค่บินไปจุดที่กำหนดเพื่อบู๊แหลก ส่วนไซด์เควสต์โดยมากก็เป็นการไปหาไอเทมให้คนนั้นคนนี้ซะส่วนใหญ่ ในทางกลับกันหากคุณเป็นแฟนดราก้อนบอล สิ่งต่าง ๆ ที่ว่ามาก็จะทำให้คุณเพลิดเพลินได้ตลอดเวลาระหว่างเล่นครับ องค์ประกอบเล็ก ๆ น้อย ๆ บางอย่างเช่นตัวเลขค่าพลังที่เฟ้อยิ่งกว่าอะไรก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คุณรู้สึกได้ว่านี่มันดราก้อนบอลจริง ๆ นั่นล่ะ

Dragon Ball Z Kakarot Review 14.jpg (343 KB)
ภาพขนาดเต็ม
ตัวเลขมันเยอะจนรู้สึกเกินความจำเป็นไปเหมือนกัน
แต่ก็แสดงให้เห็นความทรงพลังของตัวละครในเรื่องกันได้ดี


อ้อ มีจุดติเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็คือการตัดโหลดเวลาเปลี่ยนโซนนั้นนานไปสักหน่อยครับ


กราฟิกและการนำเสนอ

ในส่วนของกราฟิกและการนำเสนอนั้น เรียกได้ว่าประทับใจสำหรับคนที่ชื่นชอบมังงะต้นฉบับและอนิเมครับ การใช้กราฟิกแบบเซลเฉดของเกมนี้ถ่ายทอดความรู้สึกจากต้นฉบับออกมาได้ดี หลายฉากและหลายซีนนั้น ทำมุมกล้องและอนิเมชันการเคลื่อนไหวออกมาชนิดที่ว่าผู้เล่นจะจำได้แทบจะซีนต่อซีนว่ามาจากมังงะและอนิเม (ติดที่ว่าหลายฉากดันโดนตัดออกไปเหมือนกัน) โมเดลตัวละครฝ่ายผู้เล่นและตัวร้ายทำออกมาได้ดีจนเหมือนเป็นการบังคับอนิเม แต่พอเป็นบรรดา NPC ประกอบฉากและวัตถุประกอบฉากอื่น ๆ นั้นคุณภาพต่างกันแบบเห็นได้ชัดเลยว่าแย่กว่า

ในส่วนของฉากสู้นั้นเอฟเฟคต์ได้รับการใส่เข้ามาไม่อั้น ทุกอย่างจะทำให้คุณรู้สึกได้ถึงความรวดเร็ว รุนแรง เต็มไปด้วยพลังทำลายล้าง และในฉากปกติที่ให้คุณบินไปไหนมาไหนได้อิสระก็จะทำให้รู้สึกได้ถึงความเร็วขณะบูสต์การบิน และยังทำให้ผู้เล่นรู้สึกได้ว่าตัวละครที่ตนบังคับนั้นทรงพลังจริง ๆ เพราะเมื่อใดที่คุณบินไปชนกับก้อนหินหรือภูเขาขนาดย่อม ๆ หรือต้นไม้ตามทาง สิ่งต่าง ๆ จะพังทลายลงให้เห็นกับตา และต่อให้คุณบินไปชนกับภูเขาใหญ่ที่เกมไม่ให้ทำลายตัวคุณก็จะไม่ชะงักหรือหยุดเพราะโดนกีดขวางแต่อย่างใด แต่ยังสามารถบินไถไปเรื่อย ๆ ได้แบบไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย แม้กระทั่งศัตรูทั่วไปตามฉากที่คุณพบเจอ หากเลเวลของคุณสูงกว่าเลเวลของศัตรูมาก (อย่างน้อย 5 เลเวล) พอคุณบินชนมันแล้วจะให้ผลเป็นการชนะการต่อสู้ไปเลยทันทีโดยที่คุณไม่ต้องเสียเวลาสู้กับพวกมันตามปกติเลยด้วยซ้ำไป

จุดที่ผมชื่นชมเป็นการส่วนตัวก็คือในระหว่างการเล่นแต่ละช่วง จะมีการคั่นฉากที่ทำรูปแบบเหมือนเป็นฉากเปิดตอนของอนิเมมาเป็นระยะ ๆ และหลังจากจบศึกใหญ่ไป ก็จะมีการตัดคัตซีนสั้น ๆ เหมือนเป็นตัวอย่างตอนต่อไปแบบที่เราคุ้นเคยกันเมื่ออนิเมจบตอนพร้อมเสียงบรรยายของโกคูด้วยครับ

Dragon Ball Z Kakarot Review 3.jpg (279 KB)
ภาพขนาดเต็ม


เสียงและเพลงประกอบ

สำหรับแฟน ๆ ดราก้อนบอลนั้น คุณจะเพลินไปกับเพลงประกอบของเกมนี้ได้ไม่ยากครับ เพราะเสียงเอฟเฟคต์เอยหรือบทเพลงประกอบต่าง ๆ เอย ล้วนเป็นเสียงที่คุณคุ้นหูเคยได้ยินกันมาแล้วทั้งนั้น ไม่ว่าจะเสียงตอนชาร์จพลัง เสียงตอนยิงพลังคลื่นเต่า เพลงชาติแห่งดราก้อนบอลอย่างชาลาเฮดชาลาที่เลือกใส่เข้ามาในจังหวะสำคัญ ทุกสิ่งล้วนเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้เกมนี้สมเป็นเกมดราก้อนบอลโดยแท้ครับ


โบนัสเสริมพิเศษของเกม

สำหรับเกมนี้ ผมขอเพิ่มหัวข้อนี้ขึ้นมาเป็นพิเศษ เพราะในเกมจะมีสิ่งที่เรียกว่า “สารานุกรม Z” ให้เก็บสะสมรายละเอียดรวมถึงเปิดอ่านได้ด้วย ในนั้นบรรจุข้อมูล lore ของดราก้อนบอลเอาไว้มากมาย ไม่ว่าจะข้อมูลสถานที่สำคัญ คำศัพท์เฉพาะ ประวัติและที่มาของตัวละคร และยังมีบรรดาภาพถ่ายแห่งความทรงจำที่เป็นการจับช่วงเวลาที่หลายคนจดจำได้จากอนิเมมาให้ดูพร้อมคำบรรยายว่าภาพนั้น ๆ คือเหตุการณ์ตอนไหนด้วยครับ

Dragon Ball Z Kakarot Review 16.jpg (279 KB)
ภาพขนาดเต็ม


แต่สิ่งที่ทำให้ผมยิ้มมากที่สุดก็คงไม่พ้นภาพของการ์ดเกมที่สามารถเปิดดูได้ในเกมนั่นเอง ถ้าใครผ่านยุคที่เคยซื้อขนมขบเคี้ยวเพื่อหาการ์ดมาสะสมล่ะก็น่าจะคิดถึงความหลังกันได้มากมายมหาศาลเลยทีเดียวครับ

Dragon Ball Z Kakarot Review 8.jpg (268 KB)
ภาพขนาดเต็ม
การ์ดเกมที่เด็กไทยในยุคนึงไม่รู้กติกาจริง ๆ มันด้วยซ้ำ
แต่อาศัยเล่นเขี่ยการ์ดตบแปะเพื่อเอาชนะกัน


สรุป

เกม Dragon Ball Z: Kakarot นี้ อาจจะไม่ใช่เกมที่ดีเลิศในแง่ความเป็นเกมแอ็คชัน–อาร์พีจี และก็คงจะเรียกว่าเป็นเกมดราก้อนบอลที่สมบูรณ์แบบยังไม่ได้เท่าไหร่ เพราะยังมีอีกหลายจุดที่ผมคิดว่ายังปรับปรุงได้อีกเยอะ แต่ถ้าถามว่าเป็นเกมดราก้อนบอลที่เล่นแล้วรู้สึกเต็มอิ่มไหม? ตอบได้เลยว่าเต็มอิ่มครับ และจากนี้ผมก็หวังว่าจะได้เห็น Dragon Ball Super: Kakarot ในเร็ววันนะ


คะแนน

8 ⁄ 10

Post by [G-jang]
TOP