Wiki review


One Punch Man
A Hero Nobody Knows Review



*ขอขอบคุณโค้ดรีวิวจาก Bandai Namco Entertainment Asia มา ณ โอกาสนี้ครับ


ผมเชื่อว่าในบรรดาเกมเมอร์นั้น ต่างก็ติดตามสื่อบันเทิงแขนงอื่น ๆ กันเป็นเรื่องธรรมดากันอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ อนิเม มังงะ คอมิค นิยาย หรือจะเป็นซีรีส์ต่าง ๆ ก็ตามที และต่อให้คุณตั้งใจติดตามหรือไม่ก็ตาม อย่างน้อยชื่อของ One Punch Man ที่บอกเล่าเรื่องราวของฮีโรหัวโล้นใส่ชุดสีเหลืองผู้แข็งแกร่งมากมายก่ายกองที่สามารถซัดเหล่ามอนสเตอร์ทั้งหลายให้ตายตัวกระจุยเป็นชิ้น ๆ ได้ภายในหมัดเดียวก็คงต้องผ่านหูผ่านตาคุณมาบ้างแน่นอน และด้วยความเก่งกาจระดับที่เกินหน้าเกินตาตัวละครอื่น ๆ ในเรื่อง จึงทำให้ไซตามะผู้เป็นตัวเอกโดนคนจับไปเทียบความเก่งกับตัวละครสุดขี้โม้ของเรื่องอื่น ๆ บ่อยครั้ง ไม่ว่าจะซูเปอร์แมนเอย หรือซุนโกคูจากดราก้อนบอลเอย

จนในวันนี้ One Punch Man ก็โดนจับมาทำวิดีโอเกมจนได้ แต่แล้วด้วยคอนเซปต์ที่ยังไง ๆ พระเอกก็ต้องแข็งแกร่งชนิดที่ใครก็ตีไม่เข้าแต่เจ้าตัวกลับตีคนอื่นตูมเดียวจอดนี่ จะเอามาทำเกมได้ยังไงอีท่าไหนล่ะ?


เนื้อเรื่อง

ในส่วนของเนื้อเรื่องเกมนั้น จะว่าดำเนินเรื่องในแบบเดียวกับฉบับมังงะและอนิเมก็ไม่ผิด แต่ก็ไม่ถูกทั้งหมดเสียทีเดียว เพราะเราจะต้องสร้างตัวละคร avatar ของเราขึ้นมาในเกมแล้วเล่นเป็นตัวเรายาว ๆ ไปตั้งแต่ต้นจนจบครับ ซึ่งสาเหตุที่เราอยากเป็นฮีโรก็ไม่พ้นว่าเราเคยได้รับความช่วยเหลือจากฮีโรคนนึงมาก่อน (ก็ไซตามะนั่นแหละ) จึงทำให้เกิดแรงบันดาลใจอยากแข็งแกร่ง อยากเป็นฮีโรช่วยเหลือคนอื่นกับเค้าบ้าง ซึ่งคุณก็จะได้ออกปฏิบัติภารกิจที่ดำเนินอยู่บนเส้นเรื่องเดียวกันกับผลงานต้นฉบับ ไม่ว่าจะปะทะกับวัคซีนแมน ไปจนถึงสุดทางที่ได้สู้กับโบรอส (และมีต่ออีกนิดหน่อย) เป็นอันจบ


ฮีโรที่ทำหน้าที่วัดความเก่งของโบรอส (และตัวอื่น ๆ) ก็เรานี่แหละ
พลังชีวิตที่ลดของโบรอสนี่ ต่อให้เราตีจนเวลาหมดก็ยังไม่ชนะเลย


ถ้าคุณชอบผลงานต้นฉบับเป็นทุนเดิม เนื้อหาเกมก็จะทำให้คุณสนุกได้ระดับหนึ่งล่ะครับแต่จะไม่ได้มีอะไรพิสดารหรือแปลกใหม่จากที่เคยรู้ ๆ มาแล้วนัก สิ่งที่จะมีเพิ่มเติมก็แค่ว่าในเหตุการณ์สำคัญ ๆ ทั้งหลายจะมีตัวเราเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องบ้างเท่านั้นเองแต่ก็ไม่ได้เพิ่มความลึกซึ้งอะไรให้กับเนื้อหาดั้งเดิมมากนัก เพราะโดยมากบทบาทของตัวเราในเกมคือกระสอบทรายให้บรรดามอนสเตอร์ทั้งหลายทุบเล่นไปพลาง ๆ จนไซตามะมาโบกปิดจ๊อบตามเนื้อเรื่องนั่นเอง (และถ้าคุณอยากแก้มือทีหลังก็ค่อยไปสู้ใน Special Mission ของเกมแทน) ถ้าจะมีอะไรน่าสนใจอยู่บ้างก็คงเป็นพวกบรรดาไซด์เควสต์ต่าง ๆ ที่พอจะมีอะไรขำขันตามสไตล์ของเรื่อง หรือไม่ก็พอให้รู้จักกับตัวละครสมทบอื่น ๆ ในเรื่องมากขึ้นอีกนิดหน่อยนั่นแหละครับ


และก็แน่นอนครับ ว่าคนปิดจ๊อบต้องเป็นไซตามะ
ไหน ๆ ก็ปิดให้อลังการด้วยหมัดจริงจังสักหน่อย


เกมเพลย์

จากบรรดาตัวอย่างของเกมนี้ที่เคยเปิดเผยมา ก็อาจชวนให้เข้าใจว่าตัวเกมหลักคือเกมแนว arena fighter ที่ให้แต่ละฝ่ายแบ่งทีมกันทีมละ 3 คนแล้วสู้กันจนกว่าจะชนะกันไปฝ่ายนึง จริง ๆ มันก็ใช่ระดับนึงแต่ไม่ทั้งหมดครับ อย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้ว่าการดำเนินเรื่องในเกมจะให้เราได้เห็นเหตุการณ์ผ่านมุมมองสายตาของ avatar ที่เราสร้างขึ้นเป็นหลัก ดังนั้นโดยทั่วไปแล้ว เราจะได้วิ่งไปวิ่งมาในเมืองรับภารกิจจากสมาคมฮีโร หรือทำไซด์เควสต์ตามที่ชาวเมืองหรือฮีโรคนอื่น ๆ ร้องขอมากกว่า ทั้งเกมเราจะได้วิ่งวนไปมาอยู่ในเขตพื้นที่เมือง Z City และตึกสมาคมฮีโรแค่นั้น และก็แน่นอนว่าแผนที่ทั้งหมดของเกมนั้นเล็กมาก เล็กจนน่าตกใจก็ว่าได้

OPM Review 9.jpg (860 KB)
ภาพขนาดเต็ม
แผนที่ทั้งเกมมีแค่นี้จริง ๆ นะ ถึงแม้บางส่วนจะปิดไว้
จนกว่าเราจะผ่านเนื้อเรื่องที่กำหนดก็เถอะ มันก็ยังเล็กอยู่ดี


แถมเกมยังไม่มีกิจกรรมอื่น ๆ อะไรให้ทำเลยนอกจากรับภารกิจ ซื้อไอเทม ซื้อเฟอร์นิเจอร์ไปแต่งห้อง ลูปเกมเพลย์จึงมีแค่เพียงว่า ไปรับภารกิจย่อยต่าง ๆ เพื่อเก็บเลเวลหรือเก็บเงิน เมื่อพอใจแล้วก็ไปรับภารกิจเนื้อเรื่อง จบแล้วก็วนมารับภารกิจย่อยหรือไซด์เควสต์ใหม่ มีเท่านี้จริง ๆ ถ้าจะพูดว่ามันคือ Jump Force เปลี่ยนสกินก็อาจไม่ผิดนักหรอกครับ

OPM Review 1.jpg (1.04 MB)
ภาพขนาดเต็ม
เมืองในเกมก็สภาพเป็น hub ดังนั้นเราจึงได้เห็นผู้เล่น

ผู้เล่นเบียดเสียดกันในแต่ละจุดสำคัญ ๆ อย่างเช่นจุดรับภารกิจแบบนี้


รูปแบบการต่อสู้ของเกมนี้ทำออกมาในลักษณะของ Arena Fighter ที่ทั้งสองฝ่ายจะถูกหย่อนลงมาในพื้นที่วงกลมหรือสี่เหลี่ยมที่กว้างพอประมาณ แล้วก็สามารถวิ่งเข้าวิ่งออกได้ภายในพื้นที่ดังกล่าว โดยที่ตัวละครนึงจะใส่ท่าไม้ตายกันได้คนละสามท่า แน่นอนว่าแต่ละท่าก็จะใช้ปริมาณเกจต่างกัน และจะมีท่าใหญ่คนละหนึ่งท่า แต่ถ้าจะให้พูดถึงระบบการต่อสู้เพียว ๆ แล้วคงเรียกได้ว่าค่อนข้างตื้นและไม่มีอะไรซับซ้อนครับ นั่นเพราะถึงแม้ว่าตัว avatar ของคุณจะสามารถเปลี่ยนสไตล์การต่อสู้ได้หลากหลายและสลับท่าไม้ตายได้ (ซึ่งก็ได้จากการทำไซด์เควสต์กับฮีโรแต่ละคน) ก็ตาม แต่ไม่ว่าจะสไตล์แบบไหน การโจมตีของคุณก็มีแค่กดสี่เหลี่ยมรัวคอมโบแล้วปิดท้ายด้วยสามเหลี่ยม

OPM Review 10.jpg (937 KB)
ภาพขนาดเต็ม
การทำไซด์เควสต์ของฮีโรแต่ละคนจะเพิ่มค่าความสัมพันธ์

ซึ่งก็จะทำให้คุณได้ท่าใหม่เป็นการตอบแทน (หรือปลดล็อกพวกเขามาใช้ได้)


คอมโบคุณอาจมีแตกต่างไปบ้างถ้าคุณเปลี่ยนไปกดทิศทางขึ้นบนบวกสามเหลี่ยมเพื่องัดคู่ต่อสู้ หรือกดทิศทางลงล่างบวกสามเหลี่ยมเพื่อตัดขาให้เสียหลัก แต่ถึงที่สุดแล้วระบบสู้ก็มีเพียงแค่นั้นจริง ๆ ดังนั้นพอคุณเจอสไตล์ที่ถนัดแล้ว คุณอาจจะได้ใช้คอมโบเดิม ๆ ที่อุ่นใจปิดด้วยท่าไม้ตายซ้ำไปซ้ำมาทั้งเกม

OPM Review 8.jpg (945 KB)
ภาพขนาดเต็ม
สไตล์การต่อสู้นั้นมีเยอะ แต่โดยพื้นฐานของการเล่น

ก็แทบจะไม่มีอะไรแตกต่างกันเท่าไหร่นัก


นอกเหนือไปจากการเลือกใช้ท่าไม้ตายแล้ว คุณสามารถปรับแต่งตัวละครได้หลากหลายพอสมควร รวมถึงการตกแต่งห้องของคุณเอง (ที่ก็ไม่ได้ให้อะไรนอกจากความสวยงามล่ะนะ)

OPM Review 3.jpg (912 KB)
ภาพขนาดเต็ม
ตัวเลือกการปรับแต่งตัวละครนั้นถือว่าละเอียดใช้ได้ แต่ถึงอย่างนั้น

ก็ดูจะแต่งเอาเท่ได้ยากเหมือนกัน ชุดแต่งกายส่วนใหญ่ออกแนวตลกมากกว่า

OPM Review 5.jpg (1.06 MB)
ภาพขนาดเต็ม
คุณสามารถจัดวางห้องได้ตามใจชอบ

แต่ไม่ได้ส่งผลอะไรกับเกมเพลย์นอกจากความพอใจของคุณ


แต่สิ่งสำคัญจริง ๆ ก็คงไม่พ้นการอัปค่าพลังตัวละคร avatar ของคุณหลังจากเลเวลอัปนี่แหละที่จะทำให้คุณเล่นเกมผ่านเนื้อเรื่อง (หรือไปลองฝีมือกับคนอื่นในโหมดออนไลน์) ได้แบบสะดวกโยธิน นอกจากนี้คุณยังสามารถติดตั้ง passive skill เพื่อเสริมค่าพลังได้ตามที่เห็นสมควร

OPM Review 7.jpg (895 KB)
ภาพขนาดเต็ม
คุณเลือกอัปค่าพลังตามที่ต้องการได้เอง

ต่อให้เลเวล 99 ก็อัปไม่ได้เต็มทุกค่านะบอกไว้ก่อน


ถ้าจะมีสิ่งหนึ่งที่เกมนี้ทำออกมาให้ต่างจากเกมก่อนหน้าในสไตล์เดียวกันอย่าง Jump Force ก็คือในระหว่างฉากสู้นั้นบางครั้งบางคราวจะมีแจ้งเตือนเหตุการณ์พิเศษครับ ซึ่งโดยมากมักจะส่งผลเสียมากกว่าผลดี เช่น จู่ ๆ ก็มีแจ้งเตือนภัยพิบัติระดับมังกรก่อนที่อุกกาบาตจะตกลงมาในฉาก ใครหลบไม่ทันก็รับแดเมจไป หรือคิงโผล่มาพอดี ใครที่ไปอยู่ใกล้คิงก็จะโดน King Engine กดดันจนขยับไม่ได้ เป็นต้น ถามว่ามันเป็นสีสันของเกมไหม ก็ใช่อยู่ แต่ระบบนี้จะน่ารำคาญมากถ้าคุณทำภารกิจแล้วตั้งใจจะเก็บแรงค์ S ครับ เพราะหลายครั้งมันจะทำให้คุณเสียจังหวะอย่างที่ไม่น่าจะเสีย นอกจากสิ่งที่กล่าวมาแล้วระบบ Hero Arrival ของเกมนี้ก็เป็นอะไรที่ชวนให้รู้สึกปนเประหว่างชอบกับไม่ชอบ เพราะในบางครั้งเวลาเราอยากได้กำลังเสริมก็จะไม่มา แต่บางทีจังหวะที่เรากำลังต่อคอมโบอยู่พี่แกก็จะวิ่งมาโจมตีเสริมจนทำเราเสียจังหวะไปเหมือนกัน ถือเป็นหนึ่งองค์ประกอบที่ทำให้เกมนี้ไม่เหมาะกับคนที่ตั้งใจจะเล่นแบบแข่งขันจริงจัง ด้วยปัจจัยที่คุณคุมไม่ได้นี่แหละครับ

อย่างไรก็ตาม ถ้าใครที่ซื้อเกมนี้มาเล่นแล้วหวังจะนั่งเล่นสบาย ๆ กับเพื่อนโดยเลือกตัวละครที่คุ้นเคยจากผลงานต้นฉบับนั้น อาจจะผิดหวังได้ครับ เพราะเกมนี้บังคับว่าคุณจะต้องเล่นโหมดเนื้อเรื่องไปสักพักนึงก่อน จึงจะสามารถกดเข้าเล่นโหมดสู้กันเองได้ ไม่ว่าจะเป็นออฟไลน์หรือออนไลน์ เพราะคุณจะต้องไปเลือกเล่นที่สมาคมฮีโรเท่านั้น ไม่สามารถกดเลือกจากหน้าจอเมนูตรง ๆ ได้เลย

OPM Review 6.jpg (908 KB)
ภาพขนาดเต็ม
จะสู้กับคนอื่นแบบออฟไลน์หรือออนไลน์

คุณต้องมาเลือกที่สมาคมฮีโรเท่านั้น กดจากหน้าจอเริ่มเกมไม่ได้


มิหนำซ้ำตัวละครแต่ละตัวก็จะไม่ปลดล็อกให้คุณมาครบแต่แรก คุณต้องเล่นเนื้อเรื่องไปตั้งแต่ต้นยันจบที่โบรอส รวมถึงต้องหมั่นทำไซด์เควสต์ของฮีโรแต่ละคนระหว่างนั้นด้วยเพื่อที่จะปลดล็อกพวกเขามาเล่นได้ ดังนั้นกว่าคุณจะนั่งเล่นกับเพื่อนสบาย ๆ ได้โดยใช้ตัวละครที่อยากใช้ คุณก็ต้องใช้เวลากับเกมพอสมควรเลยเหมือนกัน

OPM Review 11.jpg (1.14 MB)
ภาพขนาดเต็ม
กว่าจะปลดมาเล่นได้ครบทุกคนแบบนี้

ก็ต้องเล่นไปยันจบเกม รวมถึงทำเควสต์ของฮีโรคนอื่น ๆ ด้วย


มิหนำซ้ำ ถ้าคุณเลือกเล่นแบบ Team Battle แล้ว คุณจะไม่สามารถเลือกไซตามะมาใช้ได้แต่แรกนะ ต้องเป็นสมาชิกทีมคนที่สามเท่านั้น ทำให้คุณต้องตัดสินใจเลือกเอาระหว่างเลือกสมาชิกทีมที่ใช้งานสลับสับเปลี่ยนได้ตลอดสามคนแต่แรก หรือเล่นสองคนแล้วยื้อเวลารอให้ไซตามะมาถึงเพื่อปิดเกม แน่ล่ะว่าไซตามะนั้นไร้เทียมทานตามต้นฉบับ เว้นแต่ว่าทั้งสองทีมเลือกไซตามะมาเหมือนกันเท่านั้นจึงจะพอสู้กันได้และทำแดเมจกันได้แบบสมน้ำสมเนื้อ


กราฟิกและการนำเสนอ

กราฟิกในเกมก็เรียกได้ว่าค่อนไปทางแย่ครับ แม้แต่จะเทียบมาตรฐานกับเกมที่ทำกราฟิกสไตล์เซลเฉดด้วยกันเกมอื่น ๆ ก็ตาม ในส่วนของตัวละครดั้งเดิมจากผลงานต้นฉบับนั้นทำโมเดลและทำเอฟเฟคต์ต่าง ๆ ออกมาได้สวยงามและตรงตามต้นฉบับนะ แต่ส่วนอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นตึกรามบ้านช่อง โมเดลของ NPC ต่าง ๆ แม้แต่ตัว avatar ของเรานั้น มันคุณภาพด้อยกว่ากันแบบเห็นได้ชัดเจนเลย

OPM Review 2.jpg (1.31 MB)
ภาพขนาดเต็ม
ขนาดว่ากราฟิกก็ไม่ได้แรงและไม่ได้หนักเครื่องอะไร

แต่เฟรมเรตก็ยังมีตกให้เห็นตำตาบ่อย ๆ


แต่สิ่งที่ชวนงงที่สุดก็คงไม่พ้นเฟรมเรตขณะวิ่งในเมืองนี่ล่ะครับ ขนาดว่ากราฟิกก็ไม่ได้หรูเริดอลังการอะไรมากนัก แต่มีหลายจุดเลยที่เฟรมตกแบบที่ไม่น่าตก และยังมีปัญหา NPC โหลดตัวเองไม่ทันบ่อยครั้ง สิ่งที่ผมเจอคือเวลาวิ่งไปร้านค้าทีไรมักจะต้องรอราว ๆ สองหรือสามวินาทีกว่าจะซื้อของได้เพราะต้องรอให้ NPC โหลดตัวเองขึ้นมายืนประจำที่เสียก่อน นี่ยังไม่นับว่าในฉากเล่นก็มีปัญหาเรื่องเฟรมตกด้วยเหมือนกันนะ ดังนั้นไม่ว่าคุณจะเล่นเกมนี้สบาย ๆ หรืออยากพิสูจน์ตัวเองในโหมดออนไลน์กับคนอื่น มันก็จะมีปัจจัยที่คาดไม่ถึงเข้ามาเกี่ยวข้องเสมอครับ ไม่ว่าทีมงานจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม


เสียงพากย์และเพลงประกอบ

ดนตรีประกอบของเกมนี้ถือว่ามันใช้ได้ตามสไตล์ของเกม⁄อนิเมสไตล์ฮีโรครับ เพลง OP อย่าง Freaking Out ของ JAM Project ก็ทำได้ดุดันและชวนเลือดพล่านตามมาตรฐานเหมือนเพลง OP อื่น ๆ ที่ใช้ในอนิเมทั้ง 2 Season ที่ผ่านมา ส่วนของเสียงพากย์ก็ทำได้ดีสมคาแรคเตอร์แต่ละคนครับ


สรุป

One Punch Man: A Hero Nobody Knows คงต้องถูกจัดอยู่ในหมวดของเกมจากมังงะและอนิเมที่ทำขึ้นมาโดยอาศัยความดังของผลงานต้นฉบับเพื่อขายบรรดาแฟน ๆ โดยไม่ได้หวังจะให้เป็นเกมที่ดีเด่นหรือยอดเยี่ยมเข้าชิงรางวัลอะไร ดังนั้นถ้าคุณชื่นชอบผลงานต้นฉบับเป็นทุนเดิมก็น่าจะพอเล่นได้สนุกบ้าง แต่ถ้าจะหาอะไรเล่นแบบจริงจังเข้มข้นระบบการเล่นลึกซึ้งก็คงต้องไปหาจากเกมอื่นแทนครับ


คะแนน 6 ⁄ 10


OPM Review 4.jpg (827 KB)
ภาพขนาดเต็ม
แต่เกมค่อนข้างแพลตินัมง่ายนะ

Post by [G-jang]
TOP